ตอนที่ 435
บทที่ 781-782
October 22, 2026
บทที่ 781: ประทับใจ! “เฉินเฉิน..คือฉัน.. ฉันไม่ได้หมายความแบบนั้นนะ” ถังเมิ่งไม่รู้จริงๆว่าวันนี้อารมณ์ของเกาเฉินเฉินนั้นอ่อนไหวอย่างมากและไม่คิดว่าเธอจะถึงกับร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมาเช่นนี้ จึงถึงกับตื่นตระหนกตกใจ และรีบระล่ำระลักอธิบายทันที “นายออกไปจากห้องเดี๋ยวนี้เลย!” หลิงหยุนแสร้งทำเป็นโกรธและหงุดหงิดถังเมิ่งเขาขยิบตาให้ถังเมิ่งพร้อมกับร้องตะโกนไล่ถังเมิ่งออกจากห้องไป ถังเมิ่งเองก็เป็นคนหัวไวไม่เบา เขาส่งสายตาเป็นการบอกหลิงหยุนว่าเขาจะสละห้องนี้ให้ จากนั้นก็เปิดประตูเดินออกไปโดยไม่แม้แต่จะหันกลับมามอง ถังเมิ่งเดินออกจากห้องเพรสซิเดนท์สูทหมายเลข1858 ไปโดยไม่ลืมที่จะปิดประตูไว้ดังเดิม แต่ทันทีที่ปิดประตูและเดินออกไปได้ไม่ไกลนักถังเมิ่งก็ย่องกลับมาที่หน้าประตูเพื่อจะแอบฟังทั้งคู่คุยกัน แต่ห้องเพรสซิเดนท์สูทนั้นเป็นห้องที่มีวัสดุกันเสียงอย่างดีจึงไม่มีทางที่เสียงภายในห้องจะเล็ดลอดออกมาด้านนอกได้ และเป็นไปไม่ได้เลยที่คนธรรมดาจะได้ยินเสียงที่อยู่ด้านใน ไม่เว้นแม้แต่ถังเมิ่ง.. ถังเมิ่งทำเสียงฮึดฮัดไม่พอใจก่อนจะล้มเลิกความตั้งใจในที่สุดและเดินส่ายหัวกลับไปที่ลิฟท์ เขากดลิฟท์ขึ้นไปที่ชั้นสิบและเดินตรงไปยังห้องหมายเลข 1068 จากนั้นจึงยกเท้าถีบประตูพร้อมกับร้องตะโกนว่า “เปิดประตู..เปิดประตูเดี๋ยวนี้!” ประตูห้องเปิดออกอย่างรวดเร็วเกือบจะทันทีและหนึ่งในพี่น้องแก๊งมังกรเขียวที่สวมกางเกงขายาวก็ยืนนิ่งอยู่หน้าประตูด้วยสีหน้าเกรี้ยวกราดดุดัน แต่เมื่อพบว่าผู้ที่มาถีบประตูนั้นเป็นถังเมิ่งก็ถึงกับร้องถามออกมาอย่างประหลาดใจ “พี่ถัง..มาที่นี่มีอะไรรึเปล่า” “ฉันก็อยากมานั่งคุยกับพวกนายบ้าง..ไม่ได้รึยังไง” ถังเมิ่งตอบพร้อมกับเดินเข้าไปในห้องทันทีในเวลานั้นพี่น้องแก๊งมังกรเขียวทั้งห้าคนต่างก็กำลังนั่งเล่นไพ่กันอยู่บนเตียง และมีเงินสดกองอยู่ตรงกลาง หนึ่งในนั้นเมื่อเห็นถังเมิ่งเดินเข้ามา ก็รีบกระโดดลุกจากเตียงขึ้นยืนทันที ถังเมิ่งตอบยิ้มๆ“ไม่ต้องลุกหรอก.. พวกนายเล่นต่อไปเถอะ พนันกันหนักเหมือนกันนี่” “มา..ฉันเล่นด้วย!” ถังเมิ่งโยนอารมณ์ขุ่นมัวจากเรื่องที่ไม่สามารถแอบฟังทิ้งไปทันทีจากนั้นจึงรีบถอดรองเท้า และกระโดดขึ้นไปนั่งบนเตียง แล้วจัดการล้างไพ่ใหม่ทันที ……….. “ถังเมิ่งเจ้าเด็กนี่..นับว่ายิ่งหนักข้อขึ้นทุกวันไว้ฉันจะจัดการกับนายวันหลัง!” หลังจากที่ถังเมิ่งเดินออกไป หลิงหยุนก็เปิดจิตหยั่งรู้สึกรวจดูด้านนอก เขาปล่อยมือจากเอวของเกาเฉินเฉิน แล้วยกขึ้นชี้ไปหน้าประตูพร้อมกับกัดฟันกรอด และแน่นอนว่า..นี่เป็นเพียงแค่การแสดงของหลิงหยุน และถังเมิ่งก็ไม่ได้มีความผิดอะไร! เวลานี้ในห้องเหลือเพียงหลิงหยุนกับเกาเฉินเฉินเพียงสองคนเท่านั้นเกาเฉินเฉินจึงได้แต่พูดขึ้นว่า “นายจะไปจัดการถังเมิ่งเรื่องอะไรเขาไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อย..” หลิงหยุนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ไม่ได้ทำผิดอะไรกัน หมอนั่นทำให้คุณโกรธ นั่นล่ะคือความผิด!” เกาเฉินเฉินได้ฟังถึงกับหน้าแดงก่ำเธอคิดไม่ถึงว่าหลิงหยุนจะทำให้เป็นเรื่องใหญ่โตแบบนี้ จึงรีบหันกลับไปพูดว่า “แต่มันไม่ใช่ความผิดของถังเมิ่ง..ฉันโมโหตัวเองต่างหากล่ะ!” “แต่ก็โมโหใช่มั๊ย” หลิงหยุนรู้ดีว่าสภาพจิตใจและอารมณ์ของเกาเฉินเฉินนั้นยังไม่คงที่นักเขาจึงรีบไปยืนอยู่ด้านหลังของเกาเฉินเฉินพร้อมกับยื่นมือทั้งสองข้างออกไปโอบเอวของเธอไว้อย่างอ่อนโยน แล้วทั้งคู่ก็ยืนนิ่งอยู่เช่นนั้นครู่หนึ่ง จากนั้นหลิงหยุนจึงกระซิบข้างหูว่า“เฉินเฉิน.. บอกผมมาว่าคุณโมโหตัวเองเรื่องอะไร” สภาพแวดล้อมเป็นตัวกำหนดอารมณ์ของผู้คนและที่นี่ก็ไม่ใช่หน้าผาบนเขาหยุนเมิ่ง แต่เป็นห้องเพรสซิเดนท์สูทในโรงแรมระดับห้าดาว อีกทั้งชายหญิงอยู่ด้วยกันสองต่อสองในห้องเพียงลำพังเช่นนี้ เกาเฉินเฉินจึงถึงกับหัวใจเต้นแรง..ภาพเมื่อครั้งที่ทั้งคู่อยู่ตามลำพังที่บ้านในเมืองจิงฉูกลับมาปรากฏขึ้นตรงหน้าเกาเฉินเฉิน เธอซุกตัวเข้าไปในอ้อมแขนของหลิงหยุน.. อ้อมแขนที่แข็งแกร่งปลอดภัยที่เธอใฝ่ฝันมาตลอดสามเดือนที่ถูกกักขังแต่มือใหญ่และอ้อมแขนของหลิงหยุนนั้นกลับโอบนิ่งอยู่ที่เอวของเกาเฉินเฉินไม่เคลื่อนไหวแม้เพียงเล็กน้อย.เวลานี้..อารมณ์และร่างกายของเกาเฉินเฉินยังไม่อยู่ในสภาพที่เป็นปกติดี จึงไม่ใช่เวลาที่เหมาะที่ควร..“เฉินเฉิน..คุณยังไม่ตอบคำถามของผมเลยนะ!” หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน“เอ่อ..”เกาเฉินเฉินถอนหายใจเบา“หลิงหยุน..บอกตามตรงว่าต่อให้ฉันไม่อยากจะยอมรับความจริง แต่ท้ายที่สุดฉันก็ต้องยอมรับอยู่ดีว่าตอนนี้เราสองคนแตกต่างกันมาก นับวันฉันก็เหมือนกับต้องมองนายเดินห่างจากฉันไปเรื่อยๆ ฉันแทบไม่กล้าคิดอะไรไปไกลกว่านี้ แม้กระทั่งเวลานี้ที่นายอยู่ตรงหน้าฉัน แต่ฉันกลับรู้สึกเหมือนมันเป็นเพียงแค่ความฝันเท่านั้น ใจของฉันมันรู้สึกว่างเปล่าอย่างบอกไม่ถูก.. ฉันรู้สึก.. ฉันรู้สึกหวาดกลัว..”เกาเฉินเฉินพูดได้เพียงแค่นั้นภายในห้องก็เปลี่ยนเป็นเงียบสงัด..หลิงหยุนนั้นเข้าในความหมายในคำพูดของเกาเฉินเฉินได้เป็นอย่างดีแต่เรื่องที่หลิงหยุนเก่งที่สุดก็คือเรื่องแกล้งโง่!“อะไรกันนี่ยังอยู่ไกลกันอีกงั้นเหรอ? ถ้างั้นก็เขยิบเข้าใกล้กันมากกว่านี้อีกสิ!”พูดแล้วหลิงหยุนก็กระชับอ้อมแขนของตนเองแน่นขึ้นทำให้ร่างของคนทั้งคู่แนบชิดกันราวกับจะรวมเป็นหนึ่งเดียวจากนั้นหลิงหยุนก็ก้มศรีษะลงอย่างไม่ลังเลและริมฝีปากของเขาก็สัมผัสเข้ากับริมฝีปากคู่งามของเกาเฉินเฉินทันที“อืมม..”เกาเฉินเฉินรอคอยสิ่งนี้มานาน..เธอจึงจูบตอบหลิงหยุนกลับไปอย่างกระตือรือร้น เวลาผ่านไปเนิ่นนาน ริมฝีปากของทั้งคู่จึงแยกออกจากกันเกาเฉินเฉินอ้าปากกว้างหายใจเอาออกซิเจนเข้าไปในปอดครู่หนึ่งจึงกล้าลืมตามองหลิงหยุน และทันทีที่ลืมตาขึ้น เธอก็เห็นสายตาอ่อนโยนของหลิงหยุนที่จับจ้องอยู่ และลักยิ้มทรงเสน่ห์ที่สามารถทำให้หญิงใดที่ได้เห็นต้องอ่อนปวกเปียกในทันที“ห๊ะ..”และเกาเฉินเฉินก็รู้สึกเหมือนตัวเลยขึ้นจากพื้นจนต้องร้องอุทานออกมาและนาทีนั้นเองหลิงหยุนก็ได้อุ้มร่างของเกาเฉินเฉินขึ้น และพาไปนั่งบนโซฟาหนังจากนั้นหลิงหยุนก็พูดขึ้นอย่างมีเลศนัย“เอาล่ะ.. คุณหลับตาลงก่อน!”เกาเฉินเฉินรีบหลับตาอย่างว่าง่ายพร้อมกับยิ้มออกมาหลิงหยุนครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงจัดการเรียกของสองสิ่งออกมาจากแหวนพื้นที่ และค่อยๆวางลงบนโต๊ะด้านหน้า แล้วก้มลงกระซิบบอกเกาเฉินเฉิน“เอาล่ะ..ลืมตาได้แล้ว!”เกาเฉินเฉินลืมตาขึ้นอย่างรวดเร็วและถึงกับต้องกระพริบตาถี่เมื่อเห็นสิ่งของที่วางอยู่บนโต๊ะด้านหน้า แล้วเกาเฉินเฉินก็ถึงกับนิ่งอึ้งไป..ของสองสิ่งที่หลิงหยุนนำออกมาวางไว้นั้นเป็นเพียงของธรรมดาๆ และไม่มีราคาค่างวดอะไร แต่กลับเป็นสิ่งของที่เกาเฉินเฉินคุ้นเคยอย่างมากเพราะมันคือสิ่งของของเธอเอง!ชิ้นหนึ่งก็คือดิกชันนารีของเธอส่วนอีกชิ้นหนึ่งก็คือไดอารี่ของเธอ!ที่ผ่านมานั้นแม้แหวนพื้นที่จะมีของจุอยู่เต็มไปหมดจนแทบไม่มีที่ว่างแต่หลิงหยุนก็ไม่เคยคิดที่จะโยนของสองสิ่งนี้ทิ้งเลยสักครั้ง“นี่มัน..”เกาเฉินเฉินร้องออกมาได้เพียงเท่านั้นนัยน์ตาของเธอก็พล่ามัวไปด้วยน้ำตาที่เอ่อล้นขึ้นมา“หลิงหยุน..นี่นายเอาของพวกนี้ติดตัวไว้ตลอดเลยเหรอ”และแน่นอนว่าของทั้งสองสิ่งที่หลิงหยุนนำออกมานั้นก็ทำให้เกาเฉินเฉินซาบซึ้งกินใจมากยิ่งขึ้น..“มันเปรียบเสมือนหัวใจของผม!”หลิงหยุนยิ้มอ่อนโยน และตอบเกาเฉินเฉินกลับไปด้วยความรักช่างเป็นฉากโรแมนติกที่สร้างเซอร์ไพร์และความประทับใจให้กับเกาเฉินเฉินได้อย่างมากและแน่นอนว่าหลิงหยุนก็สามารถพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้เสมอ..