ตอนที่ 437
บทที่ 785-786
October 22, 2026
บทที่ 785 : ฝันร้าย! “เฮ้อ..อย่าว่าแต่นาย ฉันเองยังห้ามไม่ได้เลย!” จากนั้นสองคนพี่น้องต่างก็เงียบไปทั้งครู่มองตากันครู่หนึ่ง แล้วต่างคนก็ต่างหัวเราะออกมาพร้อมกัน “คนอื่นยังไม่เท่าไหร่แต่เซียนเอ๋อกับหนิงน้อยนี่สิ!” หลิงหยุนครุ่นคิดครู่หนึ่งจึงยิ้มพร้อมพูดขึ้นมาว่า“แต่ฉันพอมองเห็นคนที่จะมาช่วยฉันเรื่องนี้ได้แล้ว..” “ใครเหรอพี่หยุน!”ถังเมิ่งร้องถามด้วยความประหลาดใจ “ก็น้าหญิงไงล่ะ!” เพราะฉินตงเฉี่วยมีทั้งสถานะและความอาวุโสอยู่ในตัว! ถังเมิ่งตบหน้าขาเสียงดังป้าบพร้อมกับร้องออกมาอย่างดีใจ“จริงด้วย.. ฉันลืมน้าฉินไปได้ยังไง” ความจริงแล้วถังเมิ่งไม่ได้ลืมนึกถึงฉินตงเฉี่วยเลยเพียงแต่ทั้งสถานะและความอาวุโสของนาง ทำให้ถังเมิ่งสึกหวาดกลัว และไม่กล้าที่จะอยู่ใกล้นางต่างหาก ถังเมิ่งจะไปหานางก็เฉพาะเวลาที่มีเรื่องของหลิงหยุนเท่านั้น “ตอนนี้สถานการณ์ในปักกิ่งค่อนข้างตึงเครียดไม่เหมะที่จะให้สาวๆมา เพราะจะยิ่งวุ่นวายมากขึ้น..” เพียงแค่ช่วยเกาเฉินเฉินออกมาก็วุ่นวายมากพอแล้วหากเหล่าเทพธิดาของเขามาที่นี่อีก หลิงหยุนคงต้องวุ่นจนไม่มีเวลาทำอะไรแน่ๆ หลิงหยุนเรียกโทรศัพท์มือถืออกมาจากแหวนพื้นที่และรีบกดโทรหาหนิงหลิงยู่ทันทีโดยไม่สนว่าจะเป็นเวลากี่โมง เพราะหลิงหยุนรู้ดีว่าน้องสาวของเขานั้นน่าจะยังไม่หลับ และก็จริงอย่างที่หลิงหยุนคาดเดาเพราะโทรศัพท์มือถือดังเพียงแค่ครั้งเดียว หนิงหลิงยู่ก็กดรับสายทันที และน้ำเสียงที่ตื่นเต้นก็ดังขึ้นที่ปลายสาย “พี่ใหญ่!” “หลิงยู่..ตอนนี้พี่ยังไม่เสร็จธุระในปักกิ่งเลย แต่เพราะผลคะแนนสอบเอนทรานซ์ของพี่ทำให้เซียนเอ๋อ และหนิงน้อยต่างก็กังวลใจมาก พี่ได้ข่าวว่าทั้งคู่จะเดินทางมาปักกิ่งวันนี้ เธอช่วยไปบอกน้าหญิงให้จัดการห้ามทุกคนไม่ให้มาที่นี่ด้วย เพราะจะยิ่งสร้างความวุ่นวายให้กับพี่!” “ค่ะพี่ใหญ่..” หนิงหลิงยู่รู้ว่าพี่ชายของเธอนั้นคงต้องยุ่งมากจริงๆไม่เช่นนั้นคงไม่โทรหาเธอกลางดึกเช่นนี้ เธอจึงรีบตกปากรับคำทันที “พี่มีข่าวดีจะบอกเธอด้วย..พี่ช่วยเกาเฉินเฉินออกมาได้แล้ว เวลานี้เฉินเฉินปลอดภัยดีแล้ว! ได้ข่าวว่าฉางหลิงเองก็กำลังจะมาปักกิ่งเหมือนกัน ดีล่ะ.. ทั้งคู่จะได้พบหน้ากันซะที!” ฉางหลิงและเกาเฉินเฉินต่างไม่เพียงนั่งโต๊ะติดกันมานานถึงสามปีแต่ทั้งคู่ยังเป็นเพื่อนสนิท และค่อนข้างรู้ใจกันอย่างมาก และคนแรกที่เกาเฉินเฉินถามถึงก็คือฉางหลิง หลิงหยุนรู้สึกว่าหากฉางหลิงมาก็จะช่วยให้เกาเฉินเฉินกลับคืนสู่สภาพปกติได้เร็วยิ่งขึ้น “อืมม..” หนิงหลิงยู่เพียงแค่ทำเสียงรับรู้อยู่ในลำคอแต่กลับไม่พูดอะไรมาก “หลิงยู่..อย่าลืมว่าต้องค่อยๆฝึกไปทีละขั้นตอนนะ อย่ารีบร้อนที่จะก้าวหน้ามากนัก! เพราะยิ่งพื้นฐานแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ ในวันข้างหน้าก็จะสามารถก้าวหน้าได้รวดเร็วมากขึ้นเท่านั้น เธอเข้าใจใช่มั๊ย” หลิงหยุนไม่ลืมที่จะกำชับหนิงหลิงยู่ด้วยความเป็นห่วงก่อนที่จะวางสายไป.. “พี่ใหญ่..พี่อยู่ที่นั่นก็ต้องระวังตัวให้มากๆนะ..” หนิงหลิงยู่บอกหลิงหยุนด้วยความเป็นห่วง หลิงหยุนตอบกลับไปยิ้มๆ“ได้.. พี่จะระวังตัวให้มาก! เธอช่วยบอกน้าหญิงแทนพี่ด้วยว่า.. ไว้พี่เสร็จธุระที่นี่แล้วจะรีบกลับจิงฉูทันที เอาล่ะ.. พี่ต้องวางสายก่อนนะ แล้วเธอก็รีบไปพักผ่อนได้แล้ว..” หลังจากที่วางสายจากหนิงหลิงยู่แล้วหลิงหยุนก็ปิดโทรศัพท์ทันทีโดยไม่สนใจข้อความที่ยังไม่ได้อ่านมากมาย “พี่หยุน..หลายวันนี้พี่อยู่ปักกิ่งคนเดียว คงมีเรื่องหนักใจมาสินะ!” ถังเมิ่งจัดการจุดบุหรี่สูบและร้องถามหลิงหยุนด้วยสีหน้าจริงจัง.. “อืมม..” หลิงหยุนไม่จำเป็นต้องสร้างภาพต่อหน้าถังเมิ่งเขาถอนหายใจยาวก่อนจะตอบกลับไปอย่างเหนื่อยล้า “มากทีเดียว!” หลิงหยุนไม่เพียงมีแรงกดดันที่สูงแต่ยังมีภาระหนักอึ้งที่เขาต้องแบกรับไว้บนบ่าอีกด้วย! ในการต่อสู้กับศัตรูนั้นหากหลิงหยุนไม่มีกระบี่โลหิตแดนใต้ ไม่มีกระบี่มังกรขาว หรือดาบพายุที่ทรงอานุภาพแล้วล่ะก็ เขาก็ยากที่จะเอาชนะ หรือสังหารยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-7 ได้อย่างแน่นอน! และหากหลิงหยุนไม่ได้ฝึกวิชาดาราคุ้มกายเขาก็คงไม่มีสิ่งวิชาป้องกันตัวที่ทรงอานุภาพ และคงยากที่จะต้านทานแม้แต่ยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-5 ได้ด้วยซ้ำไป และยิ่งไปกว่านั้นหากหลิงหยุนไม่มีวิชาพลังมังกรไม่มียันต์ขุมพลัง ไม่มีน้ำลายมังกรที่จะทำให้เขามีกำลังภายในที่แข็งแกร่งแล้วล่ะก็ อย่าว่าแต่แวมไพร์ขั้นมาร์ควิส ขั้นเคาน์ และไวส์เคานต์เลย แม้แต่แวมไพร์ขั้นบารอน เขาก็คงจะไม่สามารถเอาชนะได้แน่.. และหากหลิงหยุนไม่มีสิ่งที่พูดมาทั้งหมดนั้นความสามารถของเขาคงอยู่ในระดับเดียวกับยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-4 เท่านั้น ไม่เพียงหลิงหยุนจะมีศัตรูมากมายแต่พ่อของเขาหลิงเสี่ยวก็ยังคงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย อีกทั้งตระกูลหลิงเองก็ยังอยู่ในขั้นวิกฤติ และต้องการการปกป้องคุ้มครองจากเขา.. เรื่องสำคัญอีกหนึ่งเรื่องที่ทำให้หลิงหยุนต้องเดินทางมาที่ปักกิ่งนั้นก็คือหลิงหยุนต้องการที่จะสืบหาตัวผู้ที่จ้างวานองค์กรนักฆ่าให้ส่งคนไปสังหารตนเอง แต่ศัตรูซึ่งอยู่ในที่ลับเช่นนี้ก็ใช่ว่าจะหาพบได้ภายในวันสองวันเสียเมื่อไหร่.. หลิงหยุนอาจจะดูสบายๆไม่มีทีท่าทุกข์ร้อนใจต่อหน้าคนอื่น แต่ภาระและแรงกดดันที่เขาต้องแบกรับนั้น ทำให้เขาแทบหายใจไม่ออกเช่นกัน ทุกวันนี้หลิงหยุนแทบไม่มีเวลาได้ฝึกฝนกำลังภายใน และจิตใจ เรื่องนี้นับว่าเป็นปัญหาที่หลิงหยุนต้องหาทางแก้ไขโดยเร็วที่สุด.. ถังเมิ่งเป็นน้องชายของหลิงหยุนและเปรียบเสมือนพยาธิในท้องของเขา ทั้งคู่จึงแทบไม่ต้องพูดอะไรกันมากมาย และเพียงแค่มองตาก็สามารถเข้าใจความรู้สึกของอีกฝ่ายได้อย่างถูกต้อง สองสามวันที่ผ่านมาหลิงหยุนวุ่นวายอยู่กับเรื่องของเกาเฉินเฉินจนแทบไม่มีเวลาโทรหาถังเมิ่ง ถังเมิ่งจึงเข้าใจได้ดีว่าหลิงหยุนอยู่ปักกิ่งคนเดียวเช่นนี้ คงต้องเผชิญกับเรื่องที่หนักหนาสาหัสพอสมควร ถังเมิ่งไม่สามารถช่วยอะไรได้จึงได้แต่พูดออกไปว่า “พี่หยุน.. ใหนๆพี่ก็ช่วยเกาเฉินเฉินออกมาได้แล้ว ถ้าไง.. ถอยกลับไปจิงฉูก่อนดีมั๊ย แล้วค่อยคิดหาหนทางกันใหม่?”หลิงหยุนอึ้งไปเล็กน้อยเขายกมือขึ้นตบบ่าถังเมิ่งด้วยความซาบซึ้งใจ แล้วจึงตอบกลับไปยิ้มๆ“ให้ฉันถอยแล้วก็หนีงั้นเหรอถังเมิ่ง.. นายจำไว้ให้ดี เวลานี้ในพจนานุกรมของฉันไม่มีสองคำนี้!”หลิงหยุนฝึกบ่มเพาะเพื่ออะไรอย่างนั้นหรือคำตอบก็คือเพราะเขาต้องการแข็งแกร่งแล้วก็แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น..หลิงหยุนต้องการที่จะผ่านบททดสอบจากสวรรค์ขั้นสุดท้ายให้ได้..และขนาดบททดสอบที่เหี้ยมโหดจากสวรรค์เขายังไม่หวาดกลัว แล้วเหตุใดเขาจึงต้องถอย หรือหนีอีกด้วยเล่าอีกทั้งหลิงหยุนต้องการก้าวสู่ความเป็นอมตะ!การฝึกบ่มเพาะของหลิงหยุนนั้นเป็นการฝึกที่เกี่ยวเนื่องกับจิตใจ หากเขาสร้างความคิดที่จะหนีแม้เพียงครั้งเดียวขึ้นมาในจิตใจ สภาพความแข็งแกร่งมั่นคงของจิตใจเขาก็จะไม่สมบูรณ์อีกต่อไป..เพราะแม้ว่าจะไม่ส่งผลมากมายกับหลิงหยุนในเวลานี้แต่จะส่งผลกระทบกับเขาอย่างมากในช่วงที่ต้องเผชิญบททดสอบสุดท้ายจากสวรรค์!หลิงหยุนล้มเหลวมาครั้งหนึ่งแล้วและไม่ต้องการที่จะล้มเหลวอีกเป็นครั้งที่สอง!หลิงหยุนตอบถังเมิ่งด้วยน้ำเสียงจริงจัง!ถังเมิ่งเองก็ดูเหมือนจะเข้าใจหลิงหยุนดีเขาดูดบุหรี่เข้าไปอึกใหญ่ ก่อนจะพยักหน้ารับรู้..หลิงหยุนกำลังลังเลใจว่าจะบอกเรื่องที่เขามาพบกับครอบครัวที่แท้จริงของตนเองให้ถังเมิ่งรู้ดีหรือไม่แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจที่จะยังไม่บอกใคร และตั้งใจว่าจะรอจนกว่าเขาจะหาพ่อของตนเองพบเสียก่อนหลิงหยุนไม่ต้องการเป็นต้นเหตุให้ถังเมิ่งต้องตกอยู่ในอันตรายและไม่ต้องการให้พ่อและตระกูลหลิงต้องตกอยู่ในอันตรายเช่นกัน และไม่ต้องการให้กระทบกับแผนการทั้งหมดที่เขาได้วางไว้“ไม่มีเรื่องอื่นแล้วใช่มั๊ยถ้าไม่มี.. นายก็กลับไปพักผ่อนได้! แล้วพรุ่งนี้ก็อย่าลืมมารับฉันไปที่สนามบินด้วยล่ะ!”ตอนนี้ก็ตีสามแล้วหลิงหยุนอาจจะสามารถทานทนได้ แต่ถังเมิ่งนั้นตาแดงก่ำ เพราะอดหลับอดนอนมานานถังเมิ่งพยักหน้าพร้อมกับบอกลาหลิงหยุนแล้วกลับขึ้นไปพักผ่อนบนห้องพักชั้นสิบกับพี่น้องแก๊งมังกรเขียวส่วนหลิงหยุนก็กลับไปที่ห้องเพรสซิเดนท์สูทและเริ่มนั่งขัดสมาธิฝึกฝนวิชาต่อ..……….เมื่อตะวันขึ้นสู่ขอบฟ้าเช้าวันใหม่ก็มาถึง..เวลาหกโมงเช้า..หลิงหยุนค่อยๆลืมตาขึ้นมองเกาเฉินเฉินที่นอนหลับใหลอยู่บนเตียง เขากระโดดมาข้างเตียงจัดการห่มผ้าให้เกาเฉินเฉินที่นอนขดตัวเพื่อไม่ให้เธอเย็นจนเป็นหวัด จากนั้นจึงเดินไปที่หน้าต่างหันหน้าไปทางตะวันออก และเริ่มฝึกวิชาดาราคุ้มกายหลิงหยุนให้ความระมัดระวังกับการฝึกวิชาดาราคุ้มกายเพื่อให้เข้าสู่ขั้นที่-3และรู้สึกว่าอีกไม่นานก็จะสามารถเข้าสู่ขั้นพลังชี่ได้แล้ว!วิชาดาราคุ้มกายนั้นเป็นวิชาที่ฝึกฝนให้ก้าวหน้าได้ค่อนข้างยากต้องอาศัยความพยายามและความสม่ำเสมอ ที่สำคัญต้องใช้เวลา..หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมงหลิงหยุนก็ได้ยินเสียงกรีดร้องของเกาเฉินเฉินดังขึ้น..“อย่ามาแตะต้องตัวฉัน!”“เฉินเจี้ยนกุ่ย..ฉันจะฆ่าแก!”“ท่านพ่อ..ท่านแม่.. ท่านปู่..”“หลิงหยุน..นายอยู่ที่ใหน นายอยู่ที่ใหน..”“พูดไม่ได้..ต่อให้ตายก็พูดไม่ได้.. ไม่นะเฉินเฉิน.. เธอจะทำร้ายเขาไม่ได้..”เกาเฉินเฉินกำลังละเมอเพราะฝันร้าย!หลิงหยุนหยุดฝึกทันทีและวิ่งตรงไปหาเกาเฉินเฉินที่ดิ้นรนอยู่บนเตียงทันที เขายื่นมือออกไปกดไหล่ของเธอไว้อย่างอ่อนโยน และร้องเรียกอย่างอ่อนโยน“เฉินเฉิน..เฉินเฉิน..”คิ้วตรงของหลิงหยุนขมวดเข้าหากเม้มริมฝีปากแน่น และแววตาเต็มไปด้วยความโกรธเกรี้ยว‘ข้าอยากจะฉีกเนื้อเฉินเจี้ยนกุ่ยออกมาเป็นเชิ้นๆนัก!’แม้แต่ในฝัน..เกาเฉินเฉินก็ยังคอยเตือนตนเองไม่ให้บอกความลับของหลิงหยุนออกไป เพื่อปกป้องหลิงหยุนจากอันตราย!ตลอดสามเดือนที่ผ่านมาเธอต้องพบเจอกับอะไรมาบ้าง และต้องต่อสู้ลำพังเพียงคนเดียว!“ห๊ะ..”ทันทีที่ลืมตาขึ้น..เกาเฉินเฉินก็ร้องออกมาอย่างงุนงง ดวงตาที่จ้องมองหลิงหยุนด้วยความงุนงงนั้นยังคงมีน้ำเตาเอ่อล้นอยู่ทั้งสองข้าง จากนั้นเธอก็รีบโผเข้าหาอ้อมแขนของหลิงหยุนพร้อมกับพึมพำออกมา“น่าอายจัง..นี่ฉันร้องไห้อีกแล้วเหรอ!”“เฉินเฉิน..ไม่มีอะไรแล้ว ตอนนี้คุณปลอดภัยแล้ว มันเป็นแค่ฝัร้ายเท่านั้น!”หลิงหยุนยกมือขึ้นลูบแผ่นหลังของเกาเฉินเฉินอย่างอ่อนโยนราวกับกำลังปลอบปะโลมเด็กน้อยที่กำลังหวาดกลัวบทที่ 786 : กักรถ!“ไม่ใส่..ฉันไม่ใส่ชุดนั้นอีกแล้ว อย่ามาบังคับฉัน!”เกาเฉินเฉินเอามือกอดอกแน่นพร้อมกับร้องตะโกนปฏิเสธเมื่อหลิงหยุนขอให้เธอสวมเสื้อผ้าที่เธอถอดทิ้งไปเมื่อคืนนี้“เฉินเฉิน..ชุดพวกนั้นผมใช้ยันต์ธาราซักให้อีกครั้งจนสะอาดแล้ว ตอนนี้มันสะอาดสะอ้านไม่ต่างจากชุดใหม่เลยล่ะ..”