ตอนที่ 441
บทที่ 793 -794
October 22, 2026
บทที่ 793 : ดุเด็ดเผ็ดมัน! “พี่หยุน..ดูเหมือนจะมีคนสะกดรอยตามพวกเรามา!” ถังเมิ่งรีบเลี้ยวรถไปตามคำสั่งของหลิงหยุนและเหยียบเร่งออกไปทันที แต่ถึงกระนั้นรถทั้งห้าคันก็ยังคงไล่ตามหลังรถแลนด์โรเวอร์มาไม่หยุด และไม่มีทีท่าว่าจะลดความเร็วลงเลยแม้แต่น้อย “อะไรนะ!แล้วนี่พวกเราจะทำยังไงกันดี?” นี่เป็นครั้งแรกที่กงเสี่ยวลู่เคยเผชิญหน้ากับเรื่องราวแบบนี้เธอจึงรีบหันกลับไปมองด้านหลังด้วยแววตา และท่าทางที่ตื่นตระหนกตกใจ! หลิงหยุนได้ยินเช่นนั้นจึงหันกลับไปตอบกงเสี่ยวลู่ด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย และไม่มีท่าทีตื่นตระหนกแต่อย่างใด “ก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกมันต้องการอะไร..” จากนั้นหลิงหยุนก็หันไปสั่งถังเมิ่ง“นายขับไปหาที่ที่ผู้คนไม่พลุกพล่าน แล้วฉันจะลงไปคุยกับพวกมันเอง ดูซิว่าพวกมันต้องการอะไรกันแน่” กงเสี่ยวลู่ที่นั่งใจเต้นจนแทบหลุดออกจากร่างนั้นรีบร้องขัดขึ้นมาทันที “หลิงหยุน.. ครูว่าพวกเราควรจะไปที่ที่มีคนอยู่เยอะๆมากกว่านะ พวกมันจะได้ไม่กล้าทำอะไร แล้วเราก็จะได้เรียกตำรวจมาช่วยได้!” หลิงหยุนกับถังเมิ่งได้ฟังถึงกับนิ่งเงียบและได้แต่คิดในใจว่าเผชิญหน้ากับศัตรูอย่างตระกูลเฉินนั้น ต่อให้เรียกตำรวจมาก็ไม่มีประโยชน์อะไร! จนถึงตอนนี้..วิธีแก้ปัญหาของกงเสี่ยวลู่ก็ยังคงต้องเป็นการกระทำที่ไม่ผิดกฏหมายอีกเช่นเคย ซึ่งก็คือการเรียกตำรวจ! แต่หลิงหยุนนั้นกลับถนัดในเรื่องของการใช้กำลังในแก้ปัญหาเสียมากกว่า.. ถังเมิ่งขับไปจนถึงถนนเล็กๆเส้นหนึ่งในช่วงเวลาบ่ายที่แดดค่อนข้างแรงเช่นนี้ จึงไม่มีผู้คนเดินสัญจรไปมามากนัก ถนนเส้นนี้จึงค่อนข้างเงียบสงบ.. “ทุกคนอยู่แต่ในรถและห้ามใครลงจากรถหากไม่ได้รับอนุญาตจากผม!” หลิงหยุนสั่งด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดจากนั้นรอยยิ้มน่ากลัวก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของเขาก่อนจะเปิดประตู และก้าวลงจากรถไป.. ทันทีที่เท้าสัมผัสพื้นดินหลิงหยุนก็เอี้ยวตัวกลับไปมองรถทั้งห้าคันที่กำลังไล่ตามมาติดๆ กงเสี่ยวลู่ที่นั่งอยู่ภายในรถได้แต่จ้องมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยสีหน้าตื่นตระหนกเมื่อเห็นชายร่างใหญ่มากกว่ายี่สิบคนเดินลงมาจากรถทั้งห้าคันพร้อมกัน มือทั้งสองข้างของเธอกำแน่นจนซีดขาว และแทบหายใจไม่ออก ก่อนจะร้องถามเกาเฉินเฉินกับถังเมิ่งว่า “เฉินเฉิน..ถังเมิ่ง.. อย่าบอกนะว่าหลิงหยุนจะมีเรื่องกับคนพวกนั้น!” ถังเมิ่งผ่านเหตุการณ์ลักษณะนี้มาหลายครั้งหลายคราแล้วเขาจึงหันไปมองกงเสี่ยวลู่พร้อมกับพูดปลอบใจ “ครูกงครับ..ไม่ต้องตื่นเต้นตกใจไปครับ ผมว่าเรารอดูอะไรสนุกๆกันดีกว่า!” แม้แต่เกาเฉินเฉินเองก็พูดกับเสี่ยวลู่ด้วยสีหน้าท่าทางที่สงบนิ่งและไม่มีท่าทีตื่นตกใจเลยแม้แต่น้อย “ครูกงค่ะ..อย่ากังวลไปเลยค่ะ หลิงหยุนไม่เป็นอะไรแน่!” ภาพที่หลิงหยุนต่อสู้กับศัตรูอย่างดุเดือดท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมาอย่างหนักนั้นยังคงประทับอยู่ในใจของเกาเฉินเฉินอย่างยากที่จะลืมเลือนได้ และเวลานี้.. ในสายตาของเกาเฉินเฉิน หลิงหยุนก็เปรียบเสมือนเทพเจ้าแห่งสงครามผู้กล้าหาญชาญชัย! ภายนอกรถแลนโรเวอร์.. ชายร่างใหญ่ทั้งหมดยี่สิบสองคนกำลังยืนจ้องมองหลิงหยุนด้วยสายตาที่ดุดันราวกับว่าพวกมันกำลังจ้องเหยื่ออันโอชะที่อยู่ตรงหน้า ชายร่างใหญ่สองคนที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้านั้นอยู่ด้านหน้าของชายฉกรรจ์ทั้งยี่สิบคนที่ยืนเรียงรายห่างจากหลิงหยุนไปราวหกเมตร และหนึ่งในสองก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากขึ้นก่อน “พ่อหนุ่ม..เมื่อครู่เจ้าทำร้ายคนของเราอยู่ที่ด่านสกัดรถใช่หรือไม่” หลิงหยุนเพียงแค่ยิ้มและพยักหน้า แต่ไม่พูดอะไรมาก.. “พ่อหนุ่ม..ดูจากการแต่งตัวของเจ้าแล้วคงจะไม่ใช่คนธรรมดาสินะ! ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็น่าจะรู้ว่าปักกิ่งมีกฏระเบียบเช่นใด เหตุใดจึงปฏิเสธไม่ทำตามเล่า” และในที่สุดหลิงหยุนก็ตอบกลับไปด้วยสีหน้าเฉยเมยไม่แยแส“ข้าไม่รู้!” หัวหน้าอีกคนดูเหมือนจะโกรธมากมันตอบหลิงหยุนกลับไปด้วยน้ำเสียงที่สั่น “พ่อหนุ่ม.. อย่าเล่นลิ้นนักเลย!” ท่ามกลางรังสีสังหารที่แผ่ซ่านออกมาจากชายฉกรรจ์ร่างใหญ่ทั้งยี่สิบสองคนนั้นแต่หลิงหยุนกลับมองทุกคนด้วยแววตาเหยียดหยัน.. หากหลิงหยุนแสดงสีหน้าท่าทางเย่อหยิ่งจองหองและท้าทายเหล่ายอดฝีมือตระกูลเฉินก็คงจะไม่โกรธเคืองถึงเพียงนี้ แต่ลักษณะท่าทางและแววตาของหลิงหยุนนั้น กลับมีเพียงความเฉยเมยและสงบนิ่ง บ่งบอกว่าไม่เห็นคนตระกูลเฉินอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อย แววตาของหลิงหยุนเวลานี้ ไม่ต่างจากการจับยอดฝีมือตระกูลเฉินแก้ผ้าล่อนจ้อนให้ได้รับความอับอายเลยแม้แต่น้อย.. หลิงหยุนเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยและตอบกลับไปว่า “พวกเจ้าหยุดพล่ามไร้สาระแล้วเข้าเรื่องเลยดีกว่า! บอกมา.. พวกเจ้าขับรถไล่ตามข้ามาแบบนี้ ต้องการอะไรกันแน่ รีบๆพูดมา.. ข้ามีธุระต้องไปทำ ไม่อยากเสียเวลากับพวกเจ้า!” เมื่อเห็นว่าหลิงหยุนมองพวกมันไม่อยู่ในสายตาเช่นนี้ชายผู้เป็นหัวหน้าก็ถึงกับร้องตะโกนออกมาอย่างโมโห.. “เจ้าหนู..ข้าไม่สนใจว่าเจ้าจะเป็นใคร และเป็นลูกหลานตระกูลใด ในเมื่อเจ้าทำร้ายคนของเรา ก็ต้องกลับไปกับพวกเรา!” หลิงหยุนยิ้ม..เขาเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยพร้อมกับยกมือสองข้างขึ้นวางที่ท้ายทอย แล้วตอบกลับไปว่า “งั้นรึ!นี่ข้าเพิ่งจะรู้ตัวว่ามีความผิดเพียงเพราะไปเตะสุนัขของพวกเจ้าเข้า!” “นี่เจ้า..!”หัวหน้าทั้งสองคนร้องตะโกนออกมาด้วยความโมโหอย่างพร้อมเพรียงกันทั้งสองคนมองหน้ากันก่อนที่หนึ่งในนั้นจะพูดขึ้นว่า“เจ้าหนู..ดูเหมือนเจ้าจะไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงสินะ!”ผู้ที่เป็นหัวหน้าทั้งสองคนล้วนอยู่ในขั้นเซียงเทียน-3ส่วนยอดฝีคนอื่นๆอีกยี่สิบคนก็ล้วนแล้วแต่อยู่ในขั้นเซียงเทียนแล้วเช่นกัน ในช่วงที่หลิงหยุนจัดการกับยอดฝีมือของตระกูลเฉินตรงด่านตรวจนั้น พวกมันก็พอคาดเดาได้ว่าหลิงหยุนน่าจะเป็นยอดฝีมือคนหนึ่ง และระดับกำลังภายในก็ไม่น่าจะเกินขั้นโฮ่วเทียน-7เพียงแต่พวกมันไม่รู้ว่าหลิงหยุนเป็นคนของตระกูลใหนเท่านั้นจึงไม่กล้าที่จะเสียมารยาทกับหลิงหยุนมากนัก..แต่กลับคิดไม่ถึงว่าหลิงหยุนจะไม่เห็นพวกเขาซึ่งเป็นยอดฝีมือของตระกูลเฉินอยู่ในสายตาเลยแม้แต่น้อยอีกทั้งยังแสดงออกว่าไม่ต้องการพูดจากับพวกเขา และยินดีที่จะมีเรื่องกับพวกเขาเสียมากกว่า..และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆหลิงหยุนไม่ต้องการพูดจาใดๆกับยอดฝีมือเหล่านี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเป็นคนของตระกูลเฉิน!หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยพร้อมตอบกลับไปว่า“เสียใจด้วย.. ข้าไม่จำเป็นต้องมีมารยาทกับพวกเจ้า!”หัวหน้าทั้งสองคนหันไปมองหน้ากันอีกครั้งและครั้งนี้ดูเหมือนทั้งคู่จะเห็นตรงกันว่า.. ต้องสังหารหลิงหยุน!“จัดการกับมัน..”หนึ่งในสองร้องสั่งทันทีสิ้นคำสั่งของยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-3ลูกน้องที่อยู่ด้านหลังทั้งสี่คนก็พุ่งออกมา และกระโดดเข้าหาจู่โจมหลิงหยุนทันที!“แย่แล้ว!”ภายในรถแลนด์โรเวอร์..กงเสี่ยวลู่ที่นั่งเงียบ และพูดอะไรไม่ออกมาโดยตลอดระหว่างที่สองฝ่ายกำลังเผชิญหน้ากันนั้น ก็ถึงกับกรีดร้องออกมาทันทีเมื่อเห็นว่ากำลังจะมีการปะทะกันเกิดขึ้น!เพียะ..เพียะ.. เพียะ.. เพียะ..เสียงฝ่ามือใหญ่ของหลิงหยุนปะทะเข้ากับใบหน้าของยอดฝีมือทั้งสี่คนที่จู่โจมเข้ามาดังสนั่นไปทั่วทั้งบริเวณ..ยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนยังไม่ทันเข้าถึงตัวหลิงหยุนด้วยซ้ำไปแต่กลับถูกหลิงหยุนตบหน้าจนเห็นดาวเห็นเดือนเต็มไปหมดผู้ที่เป็นหัวหน้าทั้งสองคนถึงกับตกตะลึง..เพราะแม้แต่สายตาของยอดฝีมือขั้นเซียงเทียนอย่างพวกมัน ยังไม่สามารถจับภาพได้ทัน นับว่าการเคลื่อนไหวของหลิงหยุนนั้นรวดเร็วมากและยากที่จะประเมินได้!‘ไม่นะ..เด็กนั่นดูเหมือนจะอายุยังไม่ถึงยี่สิบด้วยซ้ำไป เหตุใดจึงสามารถตบหน้ายอดฝีมือขั้นเซียงเทียนได้ง่ายๆ ราวกับเด็กแบบนั้น!’แต่เรื่องที่น่าหวาดกลัวกว่ากลับไม่ใช่เรื่องนี้แต่เป็นเรื่องที่จนถึงเวลานี้ยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-3 ทั้งสองคน ยังไม่สามารถมองเห็นขั้นกำลังภายในของหลิงหยุนได้เลย!อีกทั้งในสายตาของพวกมันทั้งสองคนหลิงหยุนก็ดูไม่แตกต่างจากเด็กวัยรุ่นธรรมดาทั่วไป จะมีที่โดดเด่นที่สุดก็เห็นจะเป็นใบหน้าที่หล่อเหลาของเขาเท่านั้น!“ข้าจะฆ่าเจ้า!”ยอดฝีมือที่ถูกหลิงหยุนตบหน้าให้ได้รับความอัปยศอดสูนั้นถึงกับกรีดร้องออกมาด้วยความโมโห..“เจ้ามีความสามารถงั้นรึ..”หลิงหยุนทำเสียงเย้ยหยันก่อนจะกระโดดขึ้นและฟาดหน้าแข้งของตนเองเข้ากับก้านคอของยอดฝีมือผู้นั้นทันที..ปัง!ยอดฝีมือผู้นั้นไม่มีโอกาสแม้แต่จะหลบและทันทีที่ขาของหลิงหยุนปะทะเข้ากับก้านคอของยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน ร่างสูงใหญ่นั้นก็ลอยละลิ่วออกไปไกลก่อนจะตกลงไปแน่นิ่งอยู่ที่พื้น..และนี่คือเท้าวายุที่มีอานุภาพรุนแรงไม่ต่างจากหมัดปีศาจเถียนกังที่ทรงพลังของหลิงหยุนแต่เพราะไม่ต้องการสังหารผู้คนในเวลากลางวันแสกๆเช่นนี้ หลิงจึงใช้พละกำลังภายในที่เทียบเท่ากับขั้นเซียงเทียน-1 เท่านั้น“ทุกคนบุกเข้าไปจัดการกับมันพร้อมกัน..”หลิงหยุนเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยขณะที่จ้องมองเหล่ายอดฝีมือทั้งยี่สิบเอ็ดคนที่เหลือหงายฝ่ามือขึ้นฟ้าอยู่ในท่าพร้อมเตรียมตัวจู่โจม..และเวลานี้สีหน้าของผู้ที่เป็นหัวหน้าทั้งสองคนก็เริ่มไม่สู้ดีนักตอนนี้ทั้งคู่เพิ่งจะรู้ว่าเพราะเหตุใดหลิงหยุนจึงไม่ต้องการเจรจาใดๆ นั่นเพราะพวกมันล้วนเป็นเพียงแค่มดปลวกในสายตาของหลิงหยุนนั่นเอง“ดูเหมือนเด็กนี่จะซ่อนกำลังภายในที่แท้จริงไว้พี่หลิ่วพวกเราจะทำยังไงดี”หนึ่งในผู้ที่เป็นหัวหน้าร้องถามความเห็นของอีกคน..แต่อีกฝ่ายกัดฟันตอบกลับไปว่า“ยังไงก็ต้องลองประมือกับมันดู..”หลังจากนั้นยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-3 ผู้นั้นก็เดินลมปราณขั้นสุด และกำหมัดขวาตรงเข้าชกใส่ร่างของหลิงหยุนทันที!“อยากลองดีสินะ!”หลิงหยุนทำเสียงเย้ยหยันพร้อมกับยกมือขึ้นคว้าข้อมือของยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-3แล้วออกแรงบีบผ่านนิ้วมือของตนเอง..แกร๊ก..เสียงกระดูกแตกซึ่งเกิดจากการที่หลิงหยุนออกแรงบีบข้อมือของยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-3อย่างแรง“อ๊าก..”จากนั้นหลิงหยุนกระโดดม้วนตัวถอยห่างออกไปปล่อยให้เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังไปทั่วบริเวณ!“เจ้าเด็กนั่นร้ายกาจกว่าที่พวกเราคิดไว้มาก!ทุกคนอย่าให้มันหนีไปได้..”