ตอนที่ 443
บทที่ 797-798
October 22, 2026
บทที่ 797 : กำลังจะเกิดเรื่อง! ส่วนฉางหลิงที่นั่งอยู่ข้างหลิงหยุนนั้นก็ถึงกับใจเต้นตึกตักเมื่อแอบมองภาพของเหลียงเฟิงอี้กับหลิงหยุน แต่แล้วเธอก็รีบหันใบหน้าที่แดงก่ำนั้นไปทางเกาเฉินเฉินทันที “เฉินเฉิน..พวกเรารีบลงจากรถกันดีกว่า!” ฉางหลิงดูละล้าละลังแล้วรีบผลักร่างของเกาเฉินเฉินให้ออกไปด้านนอกทันทีที่รถจอด.. เกาเฉินเฉินถูกฉางหลิงผลักและเซ้าซี้ให้รีบลงไปจากรถเธอจึงรีบเปิดประตูพร้อมกับโผล่หน้าออกไปสูดอากาศภายนอกรถด้วยความโล่งใจ พร้อมกับแอบคิดในใจว่ารอดตายเสียที! “หลิงหยุนนี่บ้าบิ่นจริงๆเลย!กล้าทำกิริยาแบบนั้นกับน้าเล็กด้วย..” “แต่น้าหญิงก็เหลือเกิน..เสื้อผ้ามีตั้งเยอะตั้งแยะก็ไม่ใส่ แต่กลับใส่ชุดแบบนี้ออกมา แล้วผู้ชายที่ใหนจะทนได้!” ทันทีที่ฉางหลิงออกมาจากรถได้แล้วเธอก็เป็นฝ่ายลากแขนเกาเฉินเฉินออกไปพร้อมกับกระซิบกระซาบอย่างไม่พอใจ.. แต่หลิงหยุนนั้นกลับไม่ใส่ใจแม้แต่น้อยว่าใครจะคิดอย่างไรเขายังคงนั่งนิ่งอยู่ในท่าเดิม และเปิดจิตหยั่งรู้สำรวจไปรอบบริเวณ จากนั้นจึงพูดกับกงเสี่ยวลู่ที่นั่งอยู่ด้านหน้าว่า “ครูกงครับ..ลงไปกินข้าวกันก่อนดีกว่า คุณเองก็น่าจะหิวแล้ว!” กงเสี่ยวลู่หันหลังไปมองหลิงหยุนจากนั้นจึงหันมองผ่านกระจกรถพร้อมกับจ้องมองรูปร่างของเหลียงเฟิงอี้ที่เดินออกจากรถไปก่อน.. และสิ่งที่กงเสี่ยวลู่จ้องบนเรือนร่างของเหลียงเฟิงอี้นั้นก็คือชุดแซกรัดรูปนั่นเอง! เหลียงเฟิงอี้สวมชุดที่รัดสะโพกและเอวคอดเล็กชุดนี้แม้จะไม่ได้มีราคาอะไรมากมาย แต่เมื่อยู่บนเรือนร่างที่มีส่วนเว้าส่วนโค้งงดงามของเหลียงเฟิงอี้ ก็ดูมีราคาขึ้นมาทันที.. แต่แล้วแววตาของกงเสี่ยวลู่ก็เปลี่ยนไปทันทีเมื่อสังเกตเห็นก้นของเหลียงเฟิงอี้นั้น กระโปรงเป็นรอยยับที่เกิดจากการนั่งทับบนตักของหลิงหยุน.. กงเสี่ยวลู่จ้องมองสะโพกและเอวเล็กที่เดินบิดไปมาของเหลียงเฟิงอี้ที่ดูเย้ายวนและน่าค้นหานั้นแล้ว ก็ได้แต่นึกอิจฉา.. “เฮ้อ..เป็นผู้หญิงที่เซ็กซี่มากจริงๆ” กงเสี่ยวลู่ได้แต่ถอนหายใจแต่แล้วก็รีบหันไปถามหลิงหยุนราวกับนึกอะไรขึ้นมาได้ “หลิงหยุน.. เมื่อครู่เธอทำร้ายคนพวกนั้น แน่ใจนะว่าพวกเขาจะไม่ตามเรามาที่นี่” คำถามของกงเสี่ยวลู่นั้นบ่งบอกว่าเธอยังคงกังวลกับเรื่องนี้อย่างมาก! หลิงหยุนมีเรื่องกับคนมากมายจริงๆ! เมื่อหลิงหยุนได้ฟังคำถามที่เต็มไปด้วยความห่วงใยของกงเสี่ยวลู่เขาก็ได้แต่ยิ้มออกมาพร้อมตอบกลับไปว่า.. “ผมว่าคุณทำใจให้สบายจะดีกว่า..อย่าไปสนใจขยะพวกนั้นเลย รับรองได้ว่าภายในสิบวันนี้พวกมันไม่กล้ากลับมายุ่งกับผมแน่..” “แต่ถ้าพวกมันกล้ามายุ่งกับผมอีก..ก็จะต้องมีจุดจบแบบเดียวกัน!” น้ำเสียงของหลิงหยุนนั้นแม้แจะฟังดูราบเรียบเหมือนไม่มีอะไรแต่ก็แฝงไว้ด้วยความมั่นอกมั่นใจที่ทำให้ผู้ฟังเกิดความรู้สึกปลอดภัยได้อย่างบอกไม่ถูก หลิงหยุนช่างเป็นผู้ที่มีความสามารถในการหาเรื่องใส่ตัวเองได้มากจริงๆ!แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นผู้ที่แข็งแกร่ง และเก่งกาจอย่างที่หาใครเทียบได้ยากเช่นกัน กงเสี่ยวลู่ได้ฟังคำตอบของหลิงหยุนแล้วก็รู้สึกโล่งอกราวกับหินก้อนใหญ่ในอกได้ถูกยกออกไป เธอพยักหน้ารับรู้แล้วเปิดประตูรถเดินออกไปทันที “พี่หยุน..เราจะกินกันที่นี่จริงๆน่ะเหรอ” หลังจากที่หญิงสาวทั้งสี่เดินลงจากไปแล้วถังเมิ่งที่นั่งทำเป็นหูหนวกตาบอดมาตลอดทาง ก็หันไปถามหลิงหยุน “ตอนนี้เกาเฉินเฉินอยากกินอะไรพวกเราก็กินอันนั้นล่ะ!” หลิงหยุนนั้นเข้าใจความต้องการของเกาเฉินเฉินดีถึงแม้จะรู้ว่าการที่เกาเฉินเฉินมาปรากฏตัวต่อหน้าสาธารณชนเช่นนี้จะเป็นอันตรายอย่างมาก แต่เขาก็ยอม! และหน้าที่รักษาความปลอดภัยก็เป็นหน้าที่ของเขา..เกาเฉินเฉินนั้นต้องตกอยู่ในสภาพที่ตกอกตกใจ และหวาดกลัวมานานถึงสามเดือน จนน้ำหนักลงไปเป็นสิบกิโลกรัม อีกทั้งยังต้องเผชิญหน้ากับโศกนาฏกรรมของตระกูลอีก.. เวลานี้หลิงหยุนพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับทุกสิ่งเพื่อคุ้มครองเกาเฉินเฉินให้ปลอดภัย.. “นายขับรถไปจอดที่ลานจอดรถก่อนแล้วค่อยตามเข้าไป..” หลิงหยุนร้องบอกถังเมิ่ง แล้วเปิดประตูรถเดินตามหญิงสาวทั้งสี่ไป “ร้านตกแต่งได้สวยงามมากทีเดียว..”หลิงหยุนอดที่จะเอ่ยชมไม่ได้ ภายในร้านมีสวนร่มรื่นที่แม้ว่าจะไม่ใหญ่โตนักแต่ก็มีต้นไม้ดอกไม้อยู่เต็มไปหมด ร้านอาหารเล็กๆแห่งนี้โอบล้อมไปด้วยตึกระฟ้าสูงตระหง่าน และหากมองลงมาจากที่สูงจะดูคล้ายกับว่าผู้คนที่อยู่ด้านล่างกำลังเดินอยู่ในก้นบ่อลึก.. แต่ตึกสูงระฟ้าเหล่านั้นก็ได้ช่วยบดบังความวุ่นวายและเสียงหนวกหูจากด้านนอกไว้ อีกทั้งต้นไม้สีเขียวรอบร้านก็ช่วยลดอุณหภูมิที่ร้อนระอุลง ทำให้ผู้คนที่อยู่ภายในร้านสัมผัสได้ถึงความสงบร่มเย็นแทน.. หลิงหยุนเดินสำรวจสภาพแวดล้อมของร้านไปอย่างช้าๆและเดินไปอีกเพียงแค่สองสามก้าว หลิงหยุนก็ไปหยุดอยู่ตรงหน้าเกาเฉินเฉินกับฉางหลิงที่ยืนรออยู่ “หลิงหยุน..เจ้าของร้านเป็ดปักกิ่งนี้แซ่ซัน ต้นตระกูลของเขาเคยเป็นเจ้าหน้าที่ห้องเครื่องในสมัยราชวงศ์ชิง และมีหน้าที่ปรุงพระกระยาหารให้องค์ฮ่องเต้ แล้วสูตรเป็ดปักกิ่งของร้านนี้ก็ถูกถ่ายทอดจากบรรพชนสู่รุ่นต่อรุ่น..” เกาเฉินเฉินอธิบายรายละเอียดให้หลิงหยุนฟังด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม..“อ่อ..ที่แท้ก็มีประวัติยาวนานนี่เอง! มิน่าคุณถึงได้อยากมากินที่นี่นัก ผมเองก็อยากลิ้มรสอาหารฮ่องเต้เหมือนกัน..” หลิงหยุนตอบกลับยิ้มๆระหว่างที่เกาเฉินเฉินอธิบายนั้นดวงตางดงามของเหลียงเฟิงอี้ก็จ้องมองหลิงหยุนราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ..แต่หลิงหยุนกลับแสร้งทำเป็นไม่เห็นและไม่สนใจ!“รีบเข้าไปข้างในกันดีกว่า..หวังว่าในร้านจะไม่มีคนรอกินอยู่นะ ไม่งั้นพวกเราคงต้องเปลี่ยนไปกินร้านอื่น..”เกาเฉินเฉินร้องบอกพร้อมกับดึงมือฉางหลิงเข้าไปในร้านทันที..หลิงหยุนขมวดคิ้วพร้อมกับร้องถามเกาเฉินเฉิน“ให้ทางร้านเสริมโต๊ะไม่ได้เหรอ ดีกว่าต้องย้ายไปกินร้านอื่น”เกาเฉินเฉินหันไปมองหลิงหยุนพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เชฟซันจะทำอาหารแค่วันละสองโต๊ะเท่านั้น โต๊ะหนึ่งตอนกลางวัน ส่วนอีกโต๊ะตอนเย็น แล้วคนที่จะมากินอาหารที่นี่ได้นั้น ก็ต้องเป็นคนที่มีฐานะไม่ธรรมดาเท่านั้น ต่อให้โทรจองล่วงหน้าก็ไม่มีโอกาสจะได้กิน..”หลิงหยุนเพียงแค่พึมพำออกมาว่า“อ่อ.. ที่แท้ก็ฝีมือเชฟใหญ่!”สำหรับคนอื่นอาจจะเห็นเป็นเชฟใหญ่แต่กลับเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับหลิงหยุน เพราะค่ารักษาของเขาครั้งละสามแสนหยวน ยังมีคนยอมจ่ายเลย!“ค่าอาหารโต๊ะละเท่าไหร่เชียว”หลิงหยุนถามด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ“มันไม่ใช่เรื่องเงิน..การกินอาหารร้านนี้ไม่ได้มีความหมายแค่กินให้อิ่ม กินให้อร่อย แต่มันยังเป็นการบ่งบอกฐานะของคนกินด้วย ถ้าเป็นร้านอาหารที่ใครมีเงินก็เข้าไปกินได้ มันจะพิเศษตรงใหนกันล่ะ!”หลิงหยุนถึงกับพูดอะไรไม่ออกและได้แต่คิดว่า ‘เฮอะ.. เจ้ายังไม่เคยลิ้มรสอาหารที่ปรุงด้วยน้ำลายมังกรของข้าน่ะสิ!’เมื่อคิดถึงเรื่องนี้หลิงหยุนก็ได้แต่ยิ้มเหยียดระหว่างที่รอถังเมิ่งซึ่งกำลังวิ่งตามมา..ระหว่างนั้นหลิงหยุนและคนอื่นๆ ก็ได้ยินเสียงพูดดังขึ้นว่า..“ไม่ทราบว่ามาทานอาหารกับเหรอครับ ถ้าใช่.. ทางเราต้องขออภัยด้วยนะครับ เพราะมีแขกจองโต๊ะไว้แล้ว!”ชายวัยกลางคนอายุราวสามสิบปีแม้จะแต่งตัวเรียบร้อย และพูดจาสุภาพ แต่สีหน้าท่าทางก็เฉยเมยบ่งบอกว่าไม่ต้อนรับลูกค้า..แต่เกาเฉินเฉินยังคงยืนด้วยท่าทางสงบนิ่งพร้อมตอบกลับไปยิ้มๆ “ขอโทษนะคะ.. รบกวนคุณช่วยไปบอกเชฟซันด้วยว่าคนจากตระกูลเกามาทานอาหาร”“อะไรนะตระกูลเกาเหรอครับ?”ชายวัยกลางคนผู้นั้นได้ฟังก็ถึงกับตกใจแล้วรีบส่งยิ้มให้เกาเฉินเฉิน และโค้งตัวลงคำนับพร้อมตอบกลับไปว่า“ถ้าอย่างนั้นรบกวนรอประเดี๋ยวนะครับผมจะเข้าไปเรียนเชฟซันก่อน!”ทันทีที่ชายผู้นั้นเดินออกไปหลิงหยุนก็หันไปถามถังเมิ่งว่า “ถังเมิ่ง.. นายว่าคลินิกของฉันทำแบบนี้บ้างจะดีมั๊ย ฉันว่ามันดูขลังดีนะ!”หลิงหยุนรู้สึกไม่พอใจอย่างมากแม้ต้นตระกูลของเขาไม่ได้เป็นพ่อครัวในสมัยราชวงศ์ชิง แต่เขาเองก็เป็นถึงเซียนหมออมตะ..ถังเมิ่งมองหลิงหยุนพร้อมกับแอบคิดในใจว่า..หลิงหยุนบ้าไปแล้วหรือยังไง“ทำไม..นี่นายว่าไม่ดีเหรอ! ฮ่า.. ฮ่า..” หลิงหยุนหัวเราะร่าขณะที่เดินเข้าไปในร้านทันทีที่เข้าไปในร้าน..หลิงหยุนก็สังเกตเห็นสีหน้าที่ไม่สู้ดีนักของกงเสี่ยวลู่ ใบหน้าของเธอซีดเซียว ดวงตานิ่งเรียบ และริมฝีปากเริ่มสั่นหลิงหยุนนึกประหลาดใจในท่าทางผิดปกติของกงเสี่ยวลู่แต่เขาก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกมา..“ร้านอาหารที่นี่ตกแต่งแปลกจังฉันไม่เคยเห็นมาก่อนเลย..”หลิงหยุนถามขึ้นพร้อมกับหันไปมองผนังโต๊ะ และเก้าอี้ที่ใช้ตกแต่งภายในร้าน..แต่หลิงหยุนพูดยังไม่ทันจบทุกคนก็หัวเราะกันคิกคัก และถังเมิ่งก็พูดขึ้นมาว่า“พี่หยุน..ไม่แปลกหรอกที่พี่จะไม่เคยเห็น เพราะพี่ไม่ค่อยได้ดูทีวี!”ภายในร้านตกแต่งเลียนแบบพระราชวังในสมัยต้าชิงซึ่งมีทั้งรูปมังกรแกะสลัก และข้าวของเครื่องใช้โบราณ หากหลิงเคยดูละครย้อนยุค หรือเคยไปเที่ยวชมพระราชวังต้องห้าม เขาก็คงจะไม่รู้สึกตื่นเต้นถึงเพียงนี้ระหว่างที่รออยู่ภายในร้านนั้นหลิงหยุนและคนอื่นๆก็นั่งลงที่เก้าอี้ และชายคนเดิมก็เดินออกมาพูดกับเกาเฉินเฉินว่า“คุณผู้หญิง..พอดีวันนี้มีแขกจองโต๊ะมาแล้ว ตอนนี้เชฟซันเองก็กำลังเตรียมอาหารให้กับแขกท่านนี้อยู่ จึงไม่สามารถออกมาต้อนรับคุณได้..”ฉางหลิงที่นั่งฟังอยู่จึงถามขึ้นมาอย่างแปลกใจ“นี่บ่ายโมงครึ่งแล้ว ใครกันนะที่จะมาทานอาหารตอนนี้”ชายหนุ่มผู้นี้รู้จักกฎของร้านดีจึงไม่ยอมเปิดเผยชื่อแขกที่จะมาทานอาหาร เขาเพียงแค่ยิ้มและบอกกับเกาเฉินเฉินว่า“แต่เชฟซันบอกว่าครอบครัวของคุณมาทานอาหารที่นี่เป็นประจำจึงจะทำให้กับคุณเป็นพิเศษครับ..”“ขอเชิญทุกท่านทางนี้ครับ..”ชายวัยกลางคนยกมือขึ้นผายไปทางด้านตะวันตกของร้าน