ตอนที่ 444
บทที่ 799 -800
October 22, 2026
บทที่ 799 : วันซวย! ถนนด้านนอกหน้าประตูนั้นไม่ได้กว้างขวางใหญ่โตอะไรมากมีขนาดเพียงแค่ให้รถสองคันวิ่งสวนกันได้เท่านั้น และรถหรูที่เฉินเซินขับมานั้นก็จอดอยู่ที่หน้าประตูทางเข้า ระหว่างนั้น..สายตาของฟ่านลู่ปิงซึ่งนั่งอยู่ในรถหรู ก็กำลังจับจ้องอยู่ที่ร่างของหลิงหยุนซึ่งอยู่ที่หน้าประตูเช่นกัน และใบหน้างดงามที่ซ่อนอยู่ภายใต้แว่นกันแดดอันใหญ่นั้นก็ถึงกลับเปลี่ยนไปทันที! แม้ว่าหลิงหยุนจะยืนอยู่ในจุดที่ร่มเงาและแสงแดดส่องเข้าไปไม่ถึง แต่ภาพของชายร่างสูงสง่างาม สวมแว่นกันแดดที่เผยให้เห็นเพียงแค่จมูกโด่งเป็นสัน และริมฝีปากที่คมชัดได้รูป กับรอยยิ้มบางๆนั้น ก็เป็นที่ดึงดูดสายตาของผู้คนอย่างมาก ในสายตาของฟ่านลู่ปิงนั้น..ชายหนุ่มผู้นี้ไม่ต่างจากแสงสว่างในห้องที่มืดมิด! ‘เด็กหนุ่มนี้หน้าตาหล่อเหลามากจริงๆ!’ และนี่คือความรู้สึกของฟ่านลู่ปิงที่มีต่อหลิงหยุน.. ตลอดทางมานั้นฟ่านลู่ปิงแทบไม่อยากจะสนใจเฉินเซินที่ทั้งยะโสโอหังและช่างโอ้อวด! แต่เมื่อ แต่ทันทีที่สายตาของเธอกระทบเข้ากับร่างสง่างามของหลิงหยุน เธอก็ไม่สามารถละสายตาจากเขาได้อีกเลย.. และแน่นอนว่า..นั่นคือเสน่ห์ของหลิงหยุนที่เขามั่นอกมั่นใจนักหนา! ‘หรือจะเป็นพนักงานเสริฟคนใหม่ของที่ร้าน!’ แววตของฟ่านลู่ปิงเป็นประกายขึ้นมาทันทีในระหว่างที่จ้องมองหลิงหยุนจากนั้นจึงรีบหันไปถามเฉินเซิน.. “คุณชายเฉินคะ..ปกติร้านนี้จะเปิดบริการเพียงแค่ครั้งละหนึ่งโต๊ะไม่ใช่เหรอคะ” เฉินเซินได้ยินจึงหันหน้าไปทางเบาะหลังแววตาร้ายกาจนั้นได้เปลี่ยนเป็นแววตาที่อ่อนโยนพร้อมกับรอยยิ้มที่มีเสน่ห์แทน “ใช่ครับ..นั่นเป็นกฎของที่นี่! แล้ววันนี้ผมก็ได้ให้คนมาจองไว้ก่อนแล้ว..” ฟ่านลู่ปิงโปรยยิ้มก่อนที่ริมฝีปากคู่งามนั้นจะเผยอพร้อมกับพูดเสียงเบา.. “แต่ฉันเพิ่งได้ยินคุณพูดว่ามีรถคันอื่นมาจอดก่อนแล้วไม่ใช่เหรอคะ..!” เฉินเซินได้ฟังถึงกับนึกขุ่นเคืองอยู่ในใจและได้แต่แอบคิดว่า ‘ไอ้หน้าใหนกันที่มันกล้ามากินอาหารร้านนี้ นี่มันคิดว่ามันเป็นใคร ช่างไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง!’ แต่เฉินเซินกลับยิ้มอย่างมั่นใจและตอบฟ่านลู่ปิงกลับไปว่า “ผมก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นรถของใคร แต่คุณไม่ต้องห่วง เดี๋ยวผมจะให้คนไล่พวกมันออกจากร้านให้หมด!” ในขณะที่เฉินเซินดูเหมือนจะรีบร้อนและอยากจะจัดการกับฟ่านลู่ปิงให้เร็วที่สุดนั้น ฟ่านลู่ปิงเองก็กำลังสนอกสนใจหลิงหยุน และกำลังคิดว่าเธอจะสามารถติดต่อหลิงหยุนได้อย่างไร แต่ฟ่านลู่ปิงนั้นยังไม่รู้ตัวว่า..ความคิดที่จะได้ครอบครองหลิงหยุนนั้นเป็นความคิดที่ผิดพลาดอย่างสิ้นเชิง! เฉินเซินนั้นสังเกตเห็นหลิงหยุนที่ยืนอยู่หน้าประตูแล้วแต่เขาคิดว่านั่นคือบริกรของทางร้านที่ออกมาต้อนรับ.. หลังจากตอบฟ่านลู่ปิงไปแล้วเฉินเซินก็ผลักประตูเดินลงมาจากรถทันที บอดี้การ์ดของเฉินเซินที่เดินลงมาจากรถก่อนหน้านั้น กำลังจ้องมองหลิงหยุนอย่างระมัดระวัง แต่ทันทีที่เฉินเซินก้าวออกมาจากรถ มันก็รีบเรียกชื่อเฉินเซินด้วยท่าทางเคารพนบนอบ “นายน้อยเฉิน!” “ไห่ซาน..แกไปบอกเด็กเสริฟนั่นว่าให้รีบไล่คนที่อยู่ในร้านออกไปให้หมด วันนี้ที่ร้านจะต้องมีโต๊ะของฉันเพียงโต๊ะเดียวเท่านั้น!” แม้ว่าเฉินเซินจะก้าวลงมาจากรถแล้วแต่เขาก็ไม่แม้แต่จะชายตามองไปทางหลิงหยุน.. “ครับ..นายน้อยเฉิน!” บอดี้การ์ดของเฉินเซินนั้นมีชื่อว่าไห่ซานหลังจากที่ได้รับคำสั่ง มันก็เดินตรงไปหาหลิงหยุนทันทีพร้อมกับร้องสั่งว่า.. “ฟังนะ..ฉันไม่สนใจว่าข้างในจะมีใครนั่งกินอาหารอยู่บ้าง แต่ฉันจะให้เวลาแกสองนาที.. จัดการไล่แขกที่อยู่ข้างในออกไปให้หมด!” “ไอ้คนปากเหม็น..หยุดพล่ามไร้สาระได้แล้ว!” ถังเมิ่งได้ยินคำสั่งของไห่ซานก็โกรธมากจึงรีบร้องตะโกนสวนกลับไปทันที! ก่อนหน้านั้นถังเมิ่งเองก็โมโหอยู่แล้วจึงได้วิ่งออกมาข้างนอก แต่เมื่อได้ยินคำพูดจองหองของไห่ซาน เขาก็ยิ่งโมโหมากขึ้น! ประกอบกับได้ยินหลิงหยุนบอกว่าคนที่มาเป็นศัตรูของหลิงหยุนกับเกาเฉินเฉินด้วย ถังเมิ่งก็ยิ่งทวีความเดือดดาลมากขึ้น.. เสียงตะโกนของถังเมิ่งดังไปทั่วทั้งบริเวณเฉินเซิน ฟ่านลู่ปิง และหนุ่มเพลย์บอยในรถทั้งสี่คนต่างก็ได้ยินกันอย่างชัดเจน ทุกคนคิดไม่ถึงว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนี้ เด็กหนุ่มเพลย์บอยทั้งสี่คนรีบวิ่งลงจากรถ และตรงเข้าไปหาถังเมิ่งทันที.. “หมอนั่นเป็นใคร..” “น่าสนุกแล้วสิ..” “ฮ่า..ฮ่า..” เด็กหนุ่มเพลย์บอยทั้งสี่คนนั้นคิดไม่ถึงว่าจะได้พบเจอกับเรื่องสนุกตื่นเต้นเช่นนี้และได้แต่คิดว่าหมอนี่เป็นใครกันแน่ถึงได้กล้าต่อล้อต่อเถียงกับพวกมันแบบนี้! และสำหรับหนุ่มเพลย์บอยที่คุ้นเคยกับการทะเลาะเบาะแว้งเช่นนี้ในปักกิ่งนอกเหนือจากเรื่องตื่นเต้นกับการได้เชยชมสาวงามแล้ว ก็มีเรื่องการข่มเหงรังแกผู้อื่นนี่ล่ะที่จะทำให้พวกมันรู้สึกสนุกได้! โดยเฉพาะอย่างยิ่งการข่มเหงรังแกคนที่มาจากเมืองอื่น.. “น้องสามน้องสี่ น้องห้า.. พวกเรารีบไปดูอะไรสนุกๆกันดีกว่า!”ในรถคันสุดท้าย..คุณชายสองเร่งเร้าให้น้องชายสามคนรีบลงจากรถไปดูเรื่องสนุกตื่นเต้น เพราะเกรงว่าจะพลาดเหตุการณ์น่าสนุกไปหลังจากที่ถูกถังเมิ่งพูดท้าทายเช่นนั้นไห่ซานก็รู้สึกเสียหน้าและโมโหจนหน้าดำหน้าแดง..ไห่ซานจ้องมองถังเมิ่งด้วยแววตาเย็นชาพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เจ้าหนู.. เจ้าพูดกับใคร”ถังเมิ่งยืนล้วงกระเป๋าทั้งสองข้างเขาจ้องไห่ซันกลับด้วยแววตาเหยียดหยันพร้อมกับพูดจายั่วยุ“ฉันก็พูดกับแกน่ะสิ!หูหนวกหรือยังไง ถ้าไม่ได้ยิน ก็เอียงหูมาใกล้ๆ”เฉินเซินเองเมื่อได้ยินคำพูดของถังเมิ่งก็ถึงกับหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธเช่นกัน..ฟ่านลู่ปิงที่เปิดกระจกลงเพื่อสังเกตุการณ์นั้นเมื่อได้เห็นถังเมิ่งตะโกนท้าทายไห่ซนอย่างไม่เกรงกลัวนั้น ก็ได้แต่คิดในใจว่า.. จะตีสุนัขก็ยังต้องดูเจ้าของ เด็กนั่นทำเช่นนี้ก็เท่ากับหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ!ไห่ซานหันไปมองเฉินเซินแทนการถาม..ถึงแม้มันจะโมโหถังเมิ่งอย่างมาก แต่มันเป็นบอดี้การ์ดของเฉินเซิน จึงต้องให้เฉินเซินเป็นผู้ตัดสินใจ“ในเมื่อมันอยากมีเรื่องกับฉันก็จัดให้มันก็แล้วกัน!”เฉินเซินจ้องมองถังเมิ่งด้วยแววตาเย็นชาพร้อมกับถามด้วยเสียงรอดไรฟัน..ถังเมิ่งกล้าพูดจาไม่ให้หน้าเฉินเซินเช่นนี้เขายังจะต้องเสียเวลาพูดจาไร้สาระอะไรอีก..ทันทีที่ได้รับคำสั่งจากเฉินเซินไห่ซานก็เดินแสยะยิ้มเข้าไปหาถังเมิ่งทันที!ไห่ซานนั้นเป็นยอดฝีมือขั้นโฮ่วเทียน-8หากจะจัดการกับถังเมิ่งก็ย่อมเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก..เพียะ!ทั้งเฉินเซินและคนอื่นๆต่างก็คิดว่าถังเมิ่งนั้นไม่ต่างจากหมูในอวย แต่ระหว่างที่ทุกคนกำลังงุนงงว่าเกิดอะไรขึ้นอยู่นั้น ร่างสูงใหญ่ก็ลอยละลิ่วออกมาไม่ต่างจากว่าว และกระแทกกับต้นไม้ขนาดใหญ่ก่อนที่จะตกลงบนพื้นในที่สุด!แต่เมื่อทุกคนได้สติ..และหันกลับไปมองจุดเดิมอีกครั้ง ทุกคนต่างก็เห็นถังเมิ่งยังคงยืนเอามือสองข้างล้วงกระเป๋าอยู่เหมือนเดิม ซึ่งไม่น่าจะใช่ผู้ที่ลงมือได้!“เห้ย..”“นี่มันอะไรกัน!”“นี่มันเกิดบ้าอะไรขึ้นวะ”ทุกคนต่างก็ตกตะลึงโดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กหนุ่มเพลย์บอยทั้งสี่คน ที่แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาของตัวเอง!ในเมื่อคนที่พวกมันอยากเห็นว่าถูกกระทืบนั้นยังคงยืนสบายดีอยู่เหมือนเดิมดังนั้นคนที่ลอยละลิ่วออกไปกระแทกกับต้นไม้ ก็ต้องเป็นบอดี้การ์ดของเฉินเซินอย่างแน่นอน..“กลางวันแสกๆยังคิดที่จะทำร้ายคนอื่นแบบนี้ ไม่โอหังไปหน่อยหรือไง”หลังจากที่ตบหน้าไห่ซานจนลอยละลิ่วออกไปแล้วหลิงหยุนก็ทำท่าปัดฝุ่นที่มือออกพร้อมกับพูดยิ้มๆในเมื่อศัตรูที่ตั้งใจจะสังหารอยู่ตรงหน้าแล้วหลิงหยุนจึงไม่จำเป็นต้องปราณีมันอีก ด้วยความแข็งแกร่งของหลิงหยุนที่เหนือกว่าไห่ซานหลายพันเท่านั้น เพียงแค่การตบแค่หนึ่งฉาดก็ทำให้ไห่ซานถึงกับไม่สามารถตอบโต้หลิงหยุนได้อีก..และแน่นอนว่าที่หลิงหยุนเพียงแค่ทำร้ายไห่ซานนั้นเพราะเขายังมีเรื่องที่จะต้องเค้นถามมันอีก ไม่เช่นนั้นเวลานี้ต่อให้มีสิบไห่ซานก็คงต้องตายไปทั้งหมดแล้ว!“นี่..นี่แก!”เฉินเซินนั้นอยู่ในระดับสูงสุดขั้นโฮ่วเทียน-6มันจึงไม่เห็นแม้กระทั่งว่าหลิงหยุนเดินมาตรงจุดนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่ ต่อเมื่อหลิงหยุนเอ่ยปากพูดเท่านั้น มันจึงได้มีปฏิกิริยาตอบโต้ได้..“แกไม่ใช่พนักเสริฟของที่ร้านหรอกเหรอ”เฉินเซินร้องถามอย่างโมโหและได้แต่แอบคิดอยู่ในใจว่า.. เหตุใดตนเองจึงได้โชคร้ายเช่นนี้เฉินเซินถูกสั่งให้อยู่แต่ในบ้านมานานและเพิ่งจะได้รับอนุญาตให้ออกมาข้างนอกได้ แต่ก็ต้องมาเจอเรื่องบ้าบอแบบนี้เข้า..‘ซวยชิบหาย!มาเจอตอเข้าหรือเปล่าก็ไม่รู้..!’สายตาของหลิงหยุนที่มองเฉินเซินนั้นไม่ต่างจากกำลังมองร่างที่ไร้วิญญาณ จากนั้นจึงยกมือขึ้นชี้หน้าเฉินเซินพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เมื่อครู่แกถามใช่มั๊ยว่ารถที่จอดอยู่นั่นของใครฉันจะบอกให้ว่า.. นั่นเป็นรถของฉันเอง!”นับว่าเฉินเซินนั้นโชคร้ายจริงๆ!หากไม่ใช่เพราะวันนี้เขามัวแต่วุ่นวายอยู่กับเรื่องของฟ่านลู่ปิง เขาก็คงจะรู้ว่าที่ด่านหน้าคฤหาสน์ตระกูลเฉินนั้นเกิดเรื่องอะไรขึ้นบ้าง และคงจะได้เห็นหน้าถังเมิ่งกับหลิงหยุนพร้อมทั้งรถแลนด์โรเวอร์ของทั้งคู่ และป่านนี้ก็คงจะไหวตัวโทรเรียกคนมาช่วยได้ทันแล้ว!ไห่ซานนั้นมีฝีมือเหนือกว่าเฉินเซินแต่เวลานี้เขากลับถูกหลิงหยุนตบจนกระเด็นลอยละลิ่วลงมานอนกองอยู่ที่พื้น แต่ถึงกระนั้นเฉินเซินก็ยังไม่สำเหนียก และยังไม่หยุดยะโสโอหังอีก..“แก..แกรู้มั๊ยว่าฉันเป็นใคร”เฉินเซินถามเสียงห้วน“รู้สิ!ก็เพราะฉันรู้ว่าแกเป็นใครไง.. ฉันถึงจะกระทืบแก!”หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบและยังไม่ทันที่จะสิ้นเสียงของหลิงหยุน ร่างของเขาก็ไปปรากฏอยู่ตรงหน้าเฉินเซินแล้ว