ตอนที่ 445
บทที่ 801 -802
October 22, 2026
บทที่ 801 : ฟ่านลู่ปิง! ในเมืองหลวงอย่างปักกิ่ง..การที่เด็กหนุ่มเพลย์บอยจากครอบครัวร่ำรวย และมีอิทธิพลมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันนั้น ได้กลายเป็นเรื่องธรรมดาของเมืองแห่งนี้ไปแล้ว และภาพของการใช้ชีวิตผู้อื่นเป็นเครื่องต่อรองหลังความขัดแย้งเพื่อแก้ปัญหานั้นก็เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นเป็นปกติเช่นกัน เพราะการจะสังหารใครสักคนในเมืองหลวงเช่นนี้ก็ต้องดูตาม้าตาเรือ และรู้จักสอบถามฐานะของฝ่ายตรงข้ามด้วย เพระหากไปเจอเข้ากับตระกูลใหญ่เข้าแล้วล่ะก็ ไม่เพียงแค่ตนเองจะเอาชีวิตไม่รอด แม้แต่ครอบครัวของพวกเขาก็จะต้องถูกทำลายถึงขั้นสาบสูญไปจากประเทศนี้เลยก็ว่าได้.. ประเทศจีนมีประชากรนับพันล้านคน..และมากมายหลายครั้งที่ครอบครัวคนธรรมดาในประเทศได้หายสาบสูญไปอย่างเงียบๆ ไร้ซึ่งร่องรอยใดๆ ดังนั้น..การที่หลิงหยุนตบหน้าไห่ซานซึ่งเป็นบอดี้การ์ดของเฉินเซินจนลอยละลิ่วออกไป หรือตะโกนใส่หน้าเฉินเซินหลายครั้งนั้น เด็กหนุ่มเพลย์บอยทั้งสี่คนต่างก็คิดว่าหลิงหยุนคงต้องการสั่งสอนเท่านั้น และไม่เชื่อว่าหลิงหยุนคิดจะฆ่าเฉินเซินจริงๆ อย่าว่าแต่ไม่เชื่อเลย..พวกเขาทั้งสี่คนไม่คิดเรื่องนี้ด้วยซ้ำไป! ระหว่างนั้นเฉินเซินเองก็ยกมือขึ้นชี้ไปทางหนุ่มเพลย์บอยทั้งสี่คนเพื่อขอให้พวกเขาช่วยยืนยันกับหลิงหยุนอีกแรง เด็กหนุ่มเพลย์บอยทั้งสี่คนจึงรีบพยักหน้าเป็นการบอกกับหลิงหยุนว่า ตระกูลเฉินนั้นมีอำนาจอิทธิพลที่ยิ่งใหญ่มากจริงๆ! เด็กหนุ่มเพลย์บอยทั้งสี่คนติดตามเฉินเซินมานานและรู้จักนิสัยใจคอของเฉินเซินดีว่า หากพวกมันทำให้เฉินเซินไม่พอใจ เฉินเซินคงจะต้องหาเรื่อง และครอบครัวของพวกมันก็จะต้องเดือดร้อนด้วย “ใช่ๆพวกเราทั้งสี่คนเป็นพยานให้ได้!” “ไม่ว่านายอยากได้อะไร..รับรองว่าคุณชายเฉินต้องจัดหามาให้นายอย่างแน่นอน!” “นี่เพื่อน..นายคงจะไม่เคยได้ยินชื่อของคุณชายเฉินมาก่อน เขาเป็นถึงนายน้อยสามแห่งตระกูลเฉินเชียวนะ!” เด็กหนุ่มทั้งสี่คนต่างก็นึกแปลกใจไม่น้อยที่หลิงหยุนไม่รู้จักตระกูลที่ยิ่งใหญ่อย่างตระกูลเฉินพวกเขาจึงย้ำคำว่าตระกูลเฉินแห่งปักกิ่งให้หลิงหยุนรับรู้หลายรอบมาก.. แต่น่าเสียดายที่หลิงหยุนไม่แม้แต่จะหันไปมองหนุ่มเพลย์บอยทั้งสี่คนเขาทำหูทวนลม และไม่สนใจคำพูดไร้สาระของพวกมัน แต่กลับหันไปทางฟ่านลู่ปิงซึ่งนั่งอยู่ในรถหรูแทน พร้อมกับรอยยิ้มบางๆ ทางด้านฟ่านลู่ปิงซึ่งอยู่ในรถนั้นก็กำลังนั่งหายใจแรงด้วยความโมโห.. ฟ่านลู่ปิงเป็นถึงดาราที่มีชื่อเสียงสื่อทุกสำนักต่างก็ต้องการทำข่าวของเธอ วันนี้เธอยอมมาทานข้าวกับเฉินเซิน แต่เฉินเซินกลับทำเหมือนเธอเป็นผู้หญิงขายตัว ที่จะสามารถขายหรือยกให้ใครต่อใครได้ เธอจึงไม่อาจทนนิ่งเฉยต่อไปได้อีก.. แต่ถึงแม้จะทนไม่ได้..เธอก็ต้องอดทนอดกลั้นอยู่ดี! เพราะเธอเองก็ไม่กล้าฟ้องเฉินเซิน และไม่กล้าที่จะมีเรื่องกับตระกูลเฉิน.. ทางด้านเด็กหนุ่มเพลย์บอยทั้งสี่คนเห็นหลิงหยุนไม่สนใจตนเองและทำราวกับว่าพวกมันเป็นอากาศธาตุ ก็ได้แต่นึกโมโห.. “ก็แค่ฟ่านลู่ปิง..ซุปเปอร์สตาร์แล้วยังไง!” เกาเฉินเฉินพูดขึ้นมาทันที..ในเมื่อตระกูลของเธอก็เป็นถึงหนึ่งในเจ็ดตระกูลใหญ่แห่งปักกิ่ง จำเป็นที่เธอต้องเห็นฟ่านลู่ปิงอยู่ในสายตาด้วยอย่างนั้นหรือ “ฟ่านลู่ปิงงั้นเหรอหน้าตาก็สวยดีอยู่หรอก แต่ดูเหมือนตัวจริงจะอ้วนไปหน่อย..” เหลียงเฟิงอี้ก็พึมพำออกมาอย่างมั่นใจเช่นกัน มีเพียงกงเสี่ยวลู่กับฉางหลิงเท่านั้นที่ยังคงนิ่งเงียบและในฐานะที่เป็นครู กงเสี่ยวลู่จึงรู้สึกไม่พอใจกับคำพูดประโยคสุดท้ายของเฉินเซินนัก.. ‘อยากทำอะไรกับเธอมากกว่านั้นก็ได้อย่างงั้นเหรอ’ ทางด้านฉางหลิงก็ได้แต่ยืนจ้องมองไปทางรถหรูที่ฟ่านลู่ปิงนั่งอยู่เธอใฝ่ฝันที่เข้าเรียนทางด้านสื่อต่างๆ และในวันข้างหน้าก็จะต้องพบเจอกับดารานักแสดงมากมาย ดังนั้นในเวลานี้ที่เธอกำลังจะได้พบกับฟ่านลู่ปิงซึ่งเป็นดาราระดับซุปเปอร์สตาร์เช่นนี้ จึงแทบอธิบายความรู้สึกของเธอออกมาไม่ได้ “ฟ่านลู่ปิงอยู่ในรถจริงๆเหรอไม่น่าเชื่อว่าจะมาเจอตัวจริงที่นี่..” แววตาของฉางหลิงเต็มไปด้วยความตื่นเต้น.. “แม่เจ้าโว้ย..” ทางด้านถังเมิ่งเมื่อได้ยินว่าฟ่านลู่ปิงมาที่นี่ด้วยก็ได้แต่ร้องอุทานออกมาพร้อมกับแอบคิดในใจว่าเป็นบุญตาของเขาจริงๆ! มีเพียงหลิงหยุนเท่านั้นที่ยังคงยืนสงบนิ่งไม่พูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียวเพราะหนึ่ง.. เขาไม่รู้ว่าฟ่านลู่ปิงเป็นดาราระดับซุปเปอร์สตร์ และสอง.. เขาเห็นฟ่านลู่ปิงนั่งอยู่ในรถตั้งนานแล้ว หลิงหยุนได้แต่คิดในใจว่าผู้หญิงคนนี้สวยเพราะเครื่องสำอางค์ แต่หากลบเครื่องสำอางออก สาวงามรอบตัวเขาล้วนสวยงกว่ามากมาย หลิงหยุนเองก็ได้ยินคำพูดของเหลียงเฟิงอี้อย่างชัดเจนและค่อนข้างเห็นด้วยกับเธอว่าฟ่านลู่ปิงนั้นอวบไปเล็กน้อยแต่จะว่าไปแล้ว..ทั้งเหลียงเฟิงอี้ หลินเมิ่งหาน และเฉิงเม่ยเฟิงนั้น ล้วนแล้วแต่สวยงามกว่าฟ่านลู่ปิงทั้งสิ้น และรูปร่างของเหลียงเฟิงอี้ก็ดีกว่าฟ่านลู่ปิงด้วยและนับว่าเป็นความโชคร้ายของฟ่านลู่ปิงที่เฉินเซินดันพูดออกมาว่าจะให้เธอไปกินข้าวกับหลิงหยุน หรือแม้แต่จะไปทำอะไรกันต่อก็ย่อมได้ มีหรือที่หญิงสาวทั้งสี่คนจะพอใจ..หลิงหยุนก้มหน้าลงไปพูดกับเฉินเซินซึ่งนอนอย่างน่าสังเวชอยู่บนพื้น“ฉันคงรับข้อเสนอนี้ไม่ได้.. เห็นมั๊ยว่าสาวๆเริ่มไม่พอใจกันแล้ว!”เฉินเซินได้แต่เงยหน้าขึ้นมองสาวสวยทั้งสี่คนที่เพิ่งมาถึงและยืนอยู่ข้างกายหลิงหยุนด้วยความตกตะลึง มันถึงกับทำหน้าตกใจ และได้แต่คิดในใจว่า‘ไม่น่าเชื่อ..หมอนี่มีสาวสวยอยู่รอบตัวมากมายขนาดนี้เชียวเหรอ’นับว่าเป็นข้อเท็จจริงไม่น้อยที่ดาราส่วนใหญ่ไม่ได้สวยไปกว่าผู้หญิงสวยแต่ไม่ได้เป็นดาราที่มีชื่อเสียงเลย เพราะแม้แต่สี่หนุ่มเพลย์บอยเองก็เคยพบเจอสาวสวยมากมายที่ไม่ได้อยู่ในแวดวงบันเทิงเลยแม้แต่คนเดียวอย่างเช่นหลิงซิ่วและหลิงซวี่แห่งตระกูลหลิงเป็นต้น ทั้งคู่ต่างก็เป็นสองในสิบสาวงามแห่งปักกิ่ง แต่ก็ไม่เคยเฉียดเข้าวงการบันเทิงเลยแม้แต่น้อยหนุ่มเพลย์บอยทั้งสี่คนเองก็เพิ่งสังเกตเห็นหญิงสาวทั้งสี่คนที่เพิ่งมาถึงพวกมันถึงกับหันไปมองหน้ากัน และร้องอุทานออกมา“แม่เจ้า!สวยจนตาค้างเลย..”ทันทีที่ได้ฟังคำพูดของหลิงหยุนเฉินเซินก็เป็นฝ่ายเอ่ยปากขอโทษหลิงหยุนอีกครั้ง และแทบไม่กล้าพูดถึงฟ่านลู่ปิงอีกเลย“เอ่อ..ถ้าฉันพูดอะไรผิดไป ฉันขอโทษ! เอาเป็นว่านายอยากได้อะไรก็บอกฉันมาได้เลย แล้วฉันจะจัดการให้..”เวลานี้ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ต่างก็ตั้งหน้าตั้งตารอฟังว่าหลิงหยุนจะต้องการอะไรเป็นข้อแลกเปลี่ยนกันแน่..หลิงหยุนยิ้มกว้างจนเห็นฟันขาวจากนั้นจึงพูดด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ “เอาล่ะ.. ในเมื่อแกเป็นคนขอให้ฉันยื่นข้อเสนอเอง ฉันก็ยินดี..”“เต็มที่เลยเพื่อน..นายบอกมาได้เลยว่าอยากได้อะไร ไม่ต้องเกรงใจ.. ฉันพร้อมจะหามาให้นายถ้านายต้องการ!”เฉินเซินกระตือรือร้นอยากจะออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด..หลิงหยุนฉีกยิ้มกว้างขึ้นกว่าเดิมอีกแล้วจึงพูดขึ้นว่า “ฟังนะ.. ฉันต้องการชีวิตของแก!”เฉินเซินชะงักไปทันทีและรู้สึกเสียวสันหลังอย่างบอกไม่ถูก..“อะไรนะ!”“นี่มัน..”“ห๊ะ!”เด็กหนุ่มเพลย์บอยทั้งสี่คนรวมทั้งฟ่านลู่ปิงต่างก็ร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ..“ห๊ะ..ทำอย่างนั้นไม่ได้!” กงเสี่ยวลู่เองก็ร้องออกมาอย่างตกใจ และรีบร้องห้ามในฐานะครู“นี่..เธอพูดเล่นใช่มั๊ย!”เหลียงเฟิงอี้ในฐานะแพทย์ที่มีหน้าที่ช่วยชีวิตคนก็ถึงกับร้องอุทานออกมาอย่างตกใจเช่นกันส่วนฉางหลิงได้แต่ยืนนิ่งด้วยความตกใจ..มีเพียงเกาเฉินเฉินกับถังเมิ่งเท่านั้นที่ยังคงอยู่ในอาการสงบนิ่งและรู้ว่าหลิงหยุนจะทำตามที่เขาพูดจริงๆฟ่านลู่ปิงนั้นเมื่อได้ยินว่าหลิงหยุนต้องการชีวิตของเฉินเซินและดูเหมือนจะไม่ได้พูดเล่น เธอก็ไม่อาจทนนิ่งเฉยต่อไปได้อีก และได้แต่คิดว่าหากวันนี้หลิงหยุนฆ่าเฉินเซินตายจริงๆ เธอเองก็ต้องโดนหางเลขไปด้วยอย่างแน่นอน..ฟ่านลู่ปิงสูดลมหายใจลึกจากนั้นจึงเปิดประตู และเดินตรงเข้าไปหาหลิงหยุนทันที เมื่อมาถึงเธอก็ถอดแว่นกันแดดออก และพูดกับเขาว่า“ขอโทษ..ฉันชื่อฟ่านลู่ปิง! ขอให้เห็นแก่หน้าฉัน เลิกพูดเล่นแบบนี้ได้แล้ว!”