ตอนที่ 446
บทที่ 803-804
October 22, 2026
บทที่ 803 : ไม่รอด! เฉินเซินนั้นไม่เข้าใจว่าเหตุใดหลิงหยุนจึงให้เวลากับมันและยอมให้เพื่อนๆของมันโทรเรียกคนมาช่วย และไม่รู้แม้กระทั่งว่าในสายตาของหลิงหยุนนั้น ตัวมันเองก็ไม่ต่างจากซากศพเดินที่ได้เท่านั้น! หลังจากที่มาถึงปักกิ่งหลิงหยุนก็ได้บุกเข้าไปถล่มคฤหาสน์ตระกูลเฉินด้วยตัวเอง และลงมือสังหารเฉินไห่คุนกับเฉินเจี้ยนจื่อตาย อีกทั้งยังจับตัวเฉินเจี้ยนกุ่ยไว้ ไม่เพียงเท่านั้น.. ยอดฝีมือตระกูลเฉินมากมายหลายร้อยคน รวมทั้งนินจาญี่ปุ่น และเหล่าแวมไพร์อีกมากมาย ต่างก็ถูกหลิงหยุนสังหารตายเช่นกัน ในเมื่อเป็นเช่นนี้..ยังจำเป็นที่หลิงหยุนจะต้องปิดบังตัวตนอีกอย่างนั้นหรือ อีกทั้งหลิงหยุนไม่ต้องการใช้ชีวิตในเมืองหลวงแบบหลบๆซ่อนๆเขาจึงได้ประกาศตัวให้ตระกูลเฉินได้รู้ว่าเขาคือหลิงหยุนแห่งจิงฉู! แต่แน่นอนว่าหลิงหยุนไม่เปิดเผยฐานะนายน้อยสี่แห่งตระกูลหลิงให้ผู้ใดล่วงรู้ไม่ใช่เพราะเขาหวาดกลัวว่าจะมีภัยอันตรายมาถึงตนเอง แต่เขาเป็นห่วงชีวิตของหลิงเสี่ยวพ่อของเขามากกว่า จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่รู้ว่าหลิงเสี่ยวเป็นตายร้ายดีอย่างไร หลิงเสี่ยวยังคงหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย และไร้ซึ่งข่าวคราวใดๆ! ระหว่างนั้น..เฉินเซินก็รีบตะกายลุกขึ้นจากพื้นอย่างทุกลักทุเล เมื่อลุกขึ้นมาได้ก็ประกาศใส่หน้าหลิงหยุนอย่างห้าวหาญ “ไม่ต้องห่วง..ฉันไม่หนีแน่! แต่แกช่างไร้เหตุผลสิ้นดี ฉันด่าแกโดยไม่ตั้งใจเพียงแค่ไม่กี่คำ แกถึงกับต้องเอาชีวิตของฉันเลยงั้นเหรอ! ในปักกิ่งใช่ว่าจะฆ่าจะแกงกันได้ง่ายๆ!” เฉินเซินไม่เพียงตะโกนใส่หน้าหลิงหยุนแต่มันยังต้องการสร้างขวัญกำลังใจให้กับตนเอง และเด็กหนุ่มเพลย์บอยทั้งสี่คนอีกด้วย แต่นับว่าเป็นความโชคร้ายของเฉินเซินอย่างยิ่งหากมันรู้ว่าเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าเวลานี้ คือคนที่มันสั่งให้ไห่ซานไปจ้างหวังเล่ยให้ขับรถพ่วงชนจนตายแล้วล่ะก็.. มันจะไม่มีทางพูดออกมาเช่นนี้แน่! “ฉันจะเข้าไปข้างในพร้อมกับแกและจะต้องรู้ให้ได้ว่าเพราะอะไรแกถึงต้องการเอาชีวิตของฉัน!” เฉินเซินไม่เพียงไม่ยอมหนี..แต่ยังเดินนำหลิงหยุนเพื่อที่จะเข้าไปในร้านด้วย การที่เฉินเซินต้องการจะแสดงความห้าวหาญต่อหน้าหลิงหยุนนั้นนับว่าเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างมาก! หลิงหยุนเพียงแค่แสยะยิ้มเขาปล่อยให้เฉินเซินเดินนำหน้าไป สายตาที่แหลมคมของหลิงหยุนนั้นมองเห็นแม้กระทั่งแววตสำนึกผิดของเฉินเซิน และเมื่อครู่หากหลิงหยุนไม่ยั้งมือเฉินเซินคงไม่สามารถลุกขึ้นมาเดินแบบนี้ได้แน่.. “อยากจะเข้าไปก็เชิญ..แต่ห้ามเข้าทางประตู!” หลิงหยุนยิ้มเหยียดก่อนจะสะบัดขาเตะเข้าที่ก้นของเฉินเซินอย่างรวดเร็ว.. ปัง! “โอ๊ย!” เฉินเซินกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวดมันรู้สึกราวกับว่าทวารหนักกำลังฉีกออกจากกัน และร่างของมันก็ลอยละลิ่วข้ามกำแพงเข้าไปยังสวนหน้าร้าน ก่อนจะร่วงลงกระแทกกับพื้นอิฐที่อยู่ด้านใน เฉินเซินร่วงลงไปในสภาพที่แขนขาและใบหน้าทิ่มลงกับพื้น จากนั้นก็ไม่สามารถขยับเขยื้อนตัวได้อีกเลย นั่นเพราะครั้งนี้หลิงหยุนได้จัดการจี้จุดของมันสองสามจุด เพื่อไม่ให้มันสามารถหนีไปใหนได้นั่นเอง “พวกเราเข้าไปกินข้าวกันได้แล้ว..” หลังจากที่จับตัวเฉินเซินและไห่ซานไว้แล้วหลิงหยุนก็เดินผ่านหน้าฟ่านลู่ปิงที่กำลังยืนหน้าซีดหน้าเซียว และเด็กหนุ่มเพลย์บอยทั้งสี่คนเข้าไปด้านในอย่างไม่แยแส.. เมื่อครู่เด็กหนุ่มเพลย์บอยทั้งสี่คนได้โทรรายงานตระกูลเฉินแล้วอีกทั้งยังโทรเรียกเพื่อนๆของพวกมันมาอีกด้วย ไม่เว้นแม้กระทั่งตำรวจ! และหลิงหยุนก็ได้ยินทุกอย่างชัดเจน แต่ก็ไม่ได้ห้ามปรม ตรงกันข้าม.. เขากำลังรอให้ทุกคนมารวมตัวกันที่นี่แทน ในเมื่อตอนนี้เป็นเวลากลางวันแสกๆหลิงหยุนจึงต้องการให้วันนี้เป็นวันที่ตระกูลเฉินได้เห็นว่าความแข็งแกร่งที่แท้จริงนั้นเป็นเช่นใด และเมื่อต้องเผชิญหน้ากับสิ่งที่เรียกว่า‘ความแข็งแกร่งที่แท้จริง’ต่อให้ต้องเผชิญหน้ากับตระกูลที่มีอิทธิพล หรือมีเครือข่ายคอนเน็คชั่นที่ดี หรือแม้แต่กฎหมายบ้านเมือง ทุกสิ่งที่พูดมานี้ก็จะกลายเป็นสิ่งไร้ค่าไร้ราคาทันที! เว้นเสียแต่ว่า..วันนี้ยอดฝีมือที่เก่งกาจของตระกูลเฉินจะมาที่นี่ด้วยตัวเอง ไม่เช่นนั้นใครก็ยากที่จะต้านทานหลิงหยุนได้! แต่ในตระกูลเฉินจะมียอดฝีมือที่เก่งกาจอยู่จริงอย่างนั้นหรือและต่อให้มีจริง.. ตระกูลเฉินจะยอมให้ยอดฝีมือที่เก่งกาจเหล่านั้นมาช่วยเด็กหนุ่มเพลย์บอยไม่ได้เรื่องอย่างเฉินเซินเชียวหรือ? อีกทั้งเวลานี้ตระกูลเฉินก็กำลังวุ่นวายจากการถูกหลิงหยุนปั่นหัวอยู่ไม่น้อยมีปัญหาอีกมากมายที่พวกมันก็ยังไม่สามารถสะสางได้ทัน แล้วเช่นนี้ยอดฝีมือที่เก่งกาจของตระกูลเฉินจะยอมปรากฏตัวกลางวันแสกๆอย่างนี้หรือ เฉินไห่คุนเคยบอกกับหลิงหยุนว่าตระกูลเฉินนั้นมียอดฝีมือที่ล้ำเลิศอยู่ทั้งหมดสามคนที่จะสามารถสังหารหลิงหยุนได้ หลิงหยุนก็ได้สังหารเฉินเจี้ยนจื่อไปแล้วหนึ่งคนเมื่อกลางดึก วันนี้เขาจึงไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแม้แต่น้อย หลิงหยุนไม่สนใจด้วยว่ายอดฝีมือที่เก่งกาจของตระกูลเฉินที่เหลืออีกสองคนนั้นจะใช่คนในตระกูลเฉินหรือไม่ด้วยซ้ำไป! หลิงหยุนเดินเข้าไปในร้านด้วยท่าทางสงบนิ่งสบายๆราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ส่วนเหลียงเฟิงอี้ก็เพียงแค่ชายตามองฟ่านลู่ปิงก่อนจะยิ้มเยาะ แล้วเดินสะบัดผมยาวบิดสะโพกตามหลิงหยุนเข้าไปในร้านทันที ทางด้านกงเสี่ยวลู่เองก็หันไปมองฟ่านลู่ปิงกับเด็กหนุ่มเพลย์บอยทั้งสี่คนก่อนจะถอนหายใจพร้อมกับส่ายหน้าไปมา แล้วเดินตามเข้าไปด้านในเช่นกัน “ฉางหลิง..เข้าไปข้างในกันดีกว่า!”“นี่มันฟ่านลู่ปิงเชียวนะ!ดูเหมือนหลิงหยุนจะเปลี่ยนไป..”ถังเมิ่งเป็นคนสุดท้ายที่เดินตามหลิงหยุนเข้าไปและก่อนที่จะเดินเข้าประตูไปนั้น เขาก็หันไปยิ้มเย้ยเด็กหนุ่มเพลย์บอยพร้อมกับผิวปาก แล้วยกมือขึ้นชี้หน้าพวกมันทั้งสี่คน“นี่น้องๆระหว่างที่พวกพี่กำลังกินข้าวกันอยู่ พวกแกก็รีบโทรเรียกคนมาให้เยอะๆเลยนะ ยิ่งมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดี แต่ฉันจะบอกอะไรให้รู้ไว้.. ไอ้คนแซ่เฉินนั่นไม่รอดแน่!”ถังเมิ่งนั้นมั่นใจในตัวหลิงหยุนเต็มร้อยและรู้ว่าหลิงหยุนไม่มีทางพ่ายแพ้อย่างแน่นอน..ท้ายที่สุดถังเมิ่งก็หันไปมองฟ่านลู่ปิงพร้อมกับถอนหายใจและส่ายหน้าไปมา ก่อนจะหันหลังเดินกลับเข้าไปข้างในเช่นกัน“นี่มันอะไรกัน!ในโลกมีคนแบบนี้จริงๆน่ะเหรอ?!”ฟ่านลู่ปิงที่ยืนเงียบมานานในที่สุดก็พึมพำออกมาเบาๆ สายตาของเธอนั้นบ่งบอกว่าแทบไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่เกิดขึ้นและในที่สุดเธอก็เพิ่งรู้ตัวว่าการที่คิดว่าหลิงหยุนเป็นเพียงเด็กหนุ่มหน้ามน และคิดที่จะครอบครองเขานั้น ช่างเป็นความคิดที่ผิดพลาด และน่าขันที่สุด! เพราะจากเหตุการณ์เมื่อครู่ ไม่เพียงหลิงหยุนจะไม่เห็นเธออยู่ในสายตา แต่เขายังจงใจทำให้เธอต้องได้รับความอับอายอีกด้วย การกระทำของหลิงหยุนเมื่อครู่ ไม่ต่างจากการจับเธอแก้ผ้าต่อหน้าสาธารณชน..ฟ่านลู่ปิงแทบไม่อยากจะเชื่อว่าในประเทศนี้มีคนที่รู้สึกว่าการได้พูดคุยกับเธอนั้นเป็นเรื่องที่ไร้สาระและเสียเวลาอยู่ด้วย! ช่างเป็นวิธีการสร้างความอัปยศให้กับเธอได้อย่างโหดร้ายเย็นชาอย่างมาก..และการที่ฟ่านลู่ปิงพึมพำออกมาว่า‘มีคนเช่นนี้อยู่จริงๆหรือ’ ก็ยังมีอีกหนึ่งความหมาย.. เธอเคยได้ยินมาว่าในประเทศจีนนั้น มีคนที่กำลังภายในแข็งแกร่งเหมือนในภาพยนต์และละครอยู่จริงๆ แต่ตอนนั้นเมื่อได้ฟังเธอกลับหัวเราะเพราะคิดว่ามันเป็นเรื่องที่น่าตลกสิ้นดี!แต่เวลานี้..เธอกลับได้พบเห็นด้วยตาตัวเอง!ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะตบหน้าชายร่างใหญ่และเตะใครสักคนให้ลอยขึ้นฟ้าได้สูงกว่าสี่เมตร จนลอยละลิ่วไปกลางอากาศ.. จะต้องมีพละกำลังมากแค่ใหนจึงจะทำเช่นนั้นได้บุคลิกและความแข็งแกร่งที่น่าอัศจรรย์ของหลิงหยุนไม่มีวันเลยที่ฟ่านลู่ปิงจะลืมเลือนไปจากชีวิตได้!“ช่างเป็นผู้ชายที่หากได้ยากจริงๆ!”ฟ่านลู่ปิงจ้องมองแผ่นหลังของหลิงหยุน และใบหน้าซีดขาวก็เริ่มแดงก่ำก่อนหน้านี้เธอภาคภูมิใจในความเป็นซุปเปอร์สตาร์ที่ได้ไปเดินพรมแดงในงานInternational Film Festival ความจองหองนี้ทำให้เธอพูดกับหลิงหยุนด้วยท่าทางยะโสโอหังแต่หลังจากที่ถูกหลิงหยุนสบประมาทให้ได้อับอายเช่นนี้เธอจึงตระหนักได้ว่าความจริงแล้วเธอเองก็เป็นเพียงแค่ผู้หญิงตัวเล็กๆคนหนึ่งเท่านั้นตอนนี้หลิงหยุนและเพื่อนๆของเขาก็เข้าไปในภัตตาคารแล้วส่วนเฉินเซินกับบอดี้การ์ดของเขาก็ถูกเตะลอยเข้าไปอยู่ภายในสวนด้านใน ฟ่านลู่ปิงจึงไม่รู้ว่าตนเองควรจะทำอะไรดีแต่แน่นอนว่าเธอจะไม่ยอมกลับออกไปตามคำแนะนำของหลิงหยุนแน่เพราะถึงแม้เรื่องในวันนี้จะไม่เกี่ยวกับเธอ แต่เธอก็นับว่าเป็นพยานในที่เกิดเหตุคนหนึ่ง เธอจึงยังไม่สามารถไปใหนได้..ฟ่านลู่ปิงได้แต่คิดว่าวันนี้ช่างเป็นวันที่โชคร้ายของเธอจริงๆจากนั้นจึงยกแว่นกันแดดในมือขึ้นสวม แล้วเดินกลับเข้าไปนั่งรอในรถหรูเช่นเดิม“เห้ย..คิดไม่ถึงว่าหมอนั่นจะเก่งถึงขนาดนี้ ฉันไม่กล้ามีเรื่องกับมันแล้ว!”“นั่นสิ..ขนาดตระกูลเฉินมันยังไม่กลัวเลย! หรือว่ามันจะไม่รู้จักอำนาจอิทธิพลของตระกูลเฉินกันแน่!”“เฮ้อ..ครั้งนี้คุณชายเฉินเจอปัญหาใหญ่เข้าแล้วจริงๆ แต่พวกเราก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากรอคนมาช่วย..”“ตำรวจกำลังจะมาถึงแล้วรอดูว่าตำรวจจะช่วยอะไรได้บ้าง..!”เด็กหนุ่มเพลย์บอยทั้งสี่คนได้แต่บ่นพึมพำและเดินวนไปวนมาพร้อมกับคอยเงี่ยหูฟังว่าจะมีคนมาบ้างหรือยังด้วยฐานะภูมิหลังของเด็กหนุ่มทั้งสี่นั้นล้วนแล้วแต่เป็นรองและเป็นลูกไล่ของเฉินเซินทั้งสิ้น เมื่อเกิดเรื่องกับเฉินเซินเช่นนี้ พวกมันจึงไม่สามารถช่วยอะไรได้ นอกจากโทรขอความช่วยเหลือ และรอคอยเท่านั้นภายในสวนด้านในร้าน..ชายวัยกลางคนอายุราวสามสิบปีคนเดิมกำลังยืนตกตะลึงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และได้แต่ร้องบอกหลิงหยุนว่“นะ..นายท่าน! ท่านกำลังจะทำให้ที่นี่มีปัญหาใหญ่เกิดขึ้น..”ผู้ที่สามารถมารับประทานอาหารที่ร้านนี้ได้นั้นจะต้องเป็นชนชั้นสูงและค่อนข้างมีฐานะเท่านั้น ดังนั้นการได้มานั่งรับประทานอาหารที่ร้านนี้ จึงหมายถึงหน้าตา ฐานะ และบารมี นับว่าเป็นการตลาดที่ยอดเยี่ยมอย่างมากทีเดียว!บทที่ 804 : กินฟรี!หลิงหยุนจ้องมองชายวัยกลางคนที่กำลังขมวดคิ้วและมีสีหน้ากระวนกระวายใจด้วยท่าทีสงบนิ่ง แต่ในใจกลับนึกขันก่อนจะถามขึ้นว่า“ปัญหาอะไรเรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับทางร้านสักหน่อย.. แล้วทางร้านจะมีปัญหาได้ยังไงกัน?”