ตอนที่ 454
บทที่ 819 -820
October 22, 2026
บทที่ 819 : กลับบ้าน! จัดการกับสัตว์นรกก็ต้องใช้วิธีการเยี่ยงสัตว์นรกที่โหดเหี้ยมไม่ต่างกัน.. “เจ้าอย่าได้ทำรุนแรงนักเดี๋ยวมันจะตายซะก่อน!” หลิงหยุนร้องบอกในระหว่างที่มองภาพที่แสนโหดเหี้ยมนั้น “ข้าบอกเจ้าให้เอาบุญ..เครื่องบินลำนี้กำลังมุ่งหน้าสู่เมืองจิงฉู มณฑลเจียงหนาน ระหว่างที่ข้ายังไม่ฆ่าเจ้านั้น เจ้าก็ภาวนาให้ตระกูลเฉินส่งคนมาช่วยเจ้าก็แล้วกัน..” หลิงหยุนพูดทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงเย็นชาก่อนจะหันหลังเดินกลับออกจากห้องไป.. ด้วยคำพูดประโยคสุดท้ายของหลิงหยุนเขามั่นใจว่าเฉินเจี้ยนกุ่ยจะเพียงแค่ดูดเลือดเฉินเซิน และทำให้มันกลายเป็นแวมไพร์เท่านั้น แต่มันจะไม่ดูดเลือดเฉินเซินจนตายไปอย่างแน่นอน.. และนี่คือวิธีการที่เฉินเจี้ยนกุ่ยใช้กับเกาเฉินเฉินเพื่อให้เธอมีเหตุผลที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป และไม่ชิงฆ่าตัวตายไปเสียก่อน หลิงหยุนกำลังใช้วิธีการเดียวกับเฉินเจี้ยนกุ่ยเพื่อเป็นการแก้แค้นให้กับเกาเฉินเฉินแต่ต่อให้เฉินเซินต้องตายไปจริงๆ หลิงหยุนก็ไม่สนใจ เพราะเขายังมีไห่ซานอยู่อีกทั้งคน เมื่อหลิงหยุนกลับออกมา..เขาก็พบว่าเกาเฉินเฉินกำลังมองมาทางห้องยิมอยู่พอดี และใบหน้างดงามของเธอก็ปรากฏร่องรอยของความเคียดแค้นเกลียดชัง -เฉินเฉิน..เวลานี้ศัตรูอยู่ในเงื้อมือของเราแล้ว คุณไม่ต้องกังวลใจไป รอให้ผมสามารถปรุงยาสำหรับรักษาคนในครอบครัวของคุณให้ได้ก่อน เมื่อถึงเวลานั้น.. คุณอยากจะแก้แค้นกับมันยังไงก็เชิญ!- หลิงหยุนส่งกระแสจิตบอกเกาเฉินเฉินด้วยสีหน้าอ่อนโยนและเมื่อสัมผัสได้ถึงความอ่อนโยน และความเป็นห่วงเป็นใยจากหลิงหยุน เกาเฉินเฉินก็รู้สึกอบอุ่นหัวใจขึ้นมาทันที และค่อยๆสงบลงในที่สุด จากนั้น..หลิงหยุนก็ส่งกระแสจิตบอกกับเจสเตอร์ว่า -เจสเตรอ์..เจ้าไปจับตามองเฉินเจี้ยนกุ่ยอยู่ที่หน้าห้องยิม อย่าให้เกิดอะไรผิดพลาดขึ้นได้!– หากเฉินเจี้ยนกุ่ยได้ดื่มเลือดเข้าไปแล้วเกิดมีเรี่ยวมีแรงขึ้นมา และสามารถคลายจุดที่เขาสกัดไว้ได้แล้วล่ะก็ คงจะเป็นปัญหาใหญ่โตอย่างแน่นอน เพราะตอนนี้พวกเขากำลังอยู่บนเครื่องบินที่บินอยู่เหนือท้องฟ้าถึงหนึ่งหมื่นเมตร.. “ครับเจ้านาย..”เจสเตอร์พยักหน้ารับคำสั่ง หลิงหยุนกลับไปนั่งลงบนเก้าอี้โดยสารตัวเดิมจากนั้นจึงยกมือขึ้นประสานกันวางไว้บนหลังศรีษะ พร้อมกับเอนกายลงนอนอย่างสบายอกสบายใจ ส่วนสายตาก็จ้องมองเหลียงเฟิงอี้อย่างเปิดเผย น่าแปลกที่ตั้งแต่ขึ้นมาบนเครื่องเหลียงเฟิงอี้ก็เอาแต่นั่งเงียบไม่พูดอะไร และไม่แม้แต่จะหันมามองหลิงหยุน อีกทั้งยังไม่มีปฏิกิริยาใดๆต่อสิ่งที่ได้พบเห็นและได้ยินได้ฟัง ทำให้หลิงหยุนนึกประหลาดใจไม่น้อย.. ‘ก็ดี!ข้าจะได้มองเจ้าอย่างนี้จนกว่าพอใจ..’ สายตาของหลิงหยุนกวาดขึ้นกวาดลงอยู่ที่เรือนร่างของเหลียงเฟิงอี้และกำลังดื่มด่ำกับรูปร่างที่สมส่วนไร้ที่ติของเธอ ในบรรดาสาวสวยทั้งสี่คนบนห้องโดยสารของเครื่องบินลำนี้เหลียงเฟิงอี้นับว่าเป็นผู้ที่มีรูปร่างสมส่วนไร้ที่ติที่สุด อีกทั้งยังเป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์มาก แต่ละท่วงท่าของการก้าวเดินนั้น แม้แต่ผู้หญิงด้วยกันเห็นยังต้องกลืนน้ำลาย.. เมื่อสัมผัสได้ว่าสายตาของหลิงหยุนกำลังจ้องมองมาทางตนเองนั้นเหลียงเฟิงอี้ที่กำลังนั่งจิบไวน์แดง ก็ถึงกับหัวใจเต้นระรัวขึ้นมาพร้อมกับหน้าแดงขึ้นมาทันที กงเสี่ยวลู่กับเหลียงเฟิงอี้นั้นอายุไล่เลี่ยกันและขณะนี้เธอกำลังนั่งอยู่ข้างเหลียงเฟิงอี้ จึงรู้สึกกระอักกระอ่วนทำสีหน้าไม่ถูก.. หลังจากที่จ้องมองเรียวขาคู่งามของเหลียงเฟิงอี้ครู่หนึ่งแล้วหลิงหยุนก็ต้องพยายามฝืนความรู้สึกที่ต้องการใช้เนตรหยิน-หยางของตนเอง จนต้องแกล้งหาวออกมาพร้อมกับรำพึงรำพันว่า “วันนี้ทั้งเหนื่อยทั้งปวดหลังไม่รู้ว่าต้องนั่งบนเครื่องนี่อีกนานแค่ใหน!” “ฉางหลิง..ตามเข้าไปช่วยนวดหลังให้ผมหน่อยสิ!” พูดจบ..หลิงหยุนก็ลุกขึ้นเดินตรงไปยังห้องนอนที่ตกแต่งไว้อย่างสวยงาม และเป็นพื้นที่ส่วนตัว “เอ่อ..” ฉางหลิงได้ยินถึงกับหน้าแดงก่ำไปจนถึงใบหูมือทั้งสองข้างถูกับหน้าตักของตนเองไปมา และดูจากท่าทางของฉางหลิงแล้ว ดูเหมือนเธอเองก็ไม่อยากจะปฏิเสธ.. “ตาบ้า!ชอบพูดให้คนอื่นทำหน้าไม่ถูกตลอดเลย..” ฉางหลิงทั้งเขินอายและมีท่าทีกระอักกระอ่วน แต่ในใจนั้นแทบอยากจะวิ่งตามหลิงหยุนไปในทันที.. ถังเมิ่งดูเหมือนจะมีท่าทีปกติที่สุดเขาแสร้งทำเป็นหูหนวกตาบอด แล้วหันไปมองวิวนอกหน้าต่างที่มีแต่ความมืดมิดด้วยความสนอกสนใจ.. ‘พี่หยุนนี่นะปวดหลัง’ถังเมิ่งไม่มีทางเชื่ออย่างเด็ดขาด! เกาเฉินเฉินเองก็ได้แต่ยิ้มหลังจากที่เหลือบมองครูประจำชั้นแล้ว เธอก็รีบใช้ข้อศอกกระทุ้งสีข้างของฉางหลิงพร้อมกับกระซิบว่า “หลิงหยุนเรียกเธอ..ยังไม่รีบไปอีก!” ฉางหลิงสูดลมหายใจเพื่อสงบสติอารมณ์แล้วรีบตอบกลับไปอย่างยากลำบาก “เขาพูดเล่นน่ะ.. ฉันไม่ไปหรอก เธอไปสิ!” เกาเฉินเฉินยิ้มมุมปากก่อนที่จะกระซิบบอกฉางหลิงว่า “ไม่ไปแล้วเธอจะเสียใจ! ฉันจะบอกอะไรให้.. หลายวันมานี้หลิงหยุนต้องเผชิญหน้าระหว่างความเป็นความตายหลายต่อหลายครั้ง ผ่านการต่อสู้มาครั้งแล้วครั้งเล่า เขาคงจะเหนื่อยล้ามากจริงๆนั่นล่ะ..” ที่เกาเฉินเฉินอธิบายออกมาอย่างยืดยาวนั้นก็เพื่อจะบอกกับฉางหลิงว่าหลิงหยุนนั้นคงจะเหน็ดเหนื่อยเมื่อยล้าอย่างมากจริงๆ “ถ้าเธอไม่ไปฉันไปเองนะ” เกาเฉินเฉินพูดพร้อมกับทำท่าจะลุกขึ้นยืน.. ฉางหลิงที่หน้าแดงก่ำรีบคว้าแขนเกาเฉินเฉินไว้ก่อนจะลุกขึ้นพร้อมตอบกลับด้วยความเขินอาย “ฉันไปเองก็ได้..”พูดจบ..ฉางหลิงก็ลุกขึ้นเดินก้มหน้าไปอย่างอายๆ แล้วรีบวิ่งตามหลิงหยุนเข้าไปในห้องนอนทันทีการที่ฉางหลิงทำเช่นนี้..เธอไม่ได้ต้องการที่จะแย่งหลิงหยุนมาจากเกาเฉินเฉิน แต่เธอทำเพราะเหตุผลสองข้อ..เหตุผลข้อแรกคือ..เธอคิดถึงหลิงหยุนมาก คิดถึงจากเบื้องลึกของหัวใจ เมื่อได้ยินว่าหลิงหยุนผ่านความเป็นความตายมาหลายครั้ง เธอจึงรู้ว่าหลิงหยุนนั้นเหนื่อยล้ามากจริงๆเหตุผลข้อที่สอง..เมื่อคืนที่ฉางหลิงกับเกาเฉินเฉินได้มีโอกาสอยู่ด้วยกันตามลำพังนั้น ความเป็นเพื่อนสนิทก็กลับมาเหมือนเดิม ทั้งคู่ต่างก็เปิดใจบอกเล่าความรู้สึกของตนเองที่มีต่อหลิงหยุนให้อีกฝ่ายล่วงรู้ และหลังจากที่ทั้งคู่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนกันแล้ว ต่างคนต่างก็รู้ว่าความสัมพันธ์ของอีกฝ่ายกับหลิงหยุนได้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นแล้ว..นอกจากนี้..ฉางหลิงยังได้รู้ว่าเกาเฉินเฉินกับหลิงหยุนอยู่ในห้องเพรสซิเดนท์สูทของโรงแรมโกลเดนท์เซ็นจูรี่เมื่อคืนก่อนหน้านี้ตามลำพังสองคนอีกด้วยในบรรดาหญิงสาวทั้งสี่คนในห้องโดยสารนี้เหลียงเฟิงอี้ก็เป็นน้าของฉางหลิง กงเสี่ยวลู่ก็เป็นครูประจำชั้นของพวกเธอทั้งสองคน ส่วนเกาเฉินเฉินก็ยังต้องฟื้นฟูสภาพร่างกาย ในเมื่อตอนนี้หลิงหยุนต้องการ ‘การนวด’ เพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าแล้ว หากไม่เรียกฉางหลิงไปช่วยแล้ว จะให้เขาเรียกหาใครได้เล่า!และถึงแม้พอลที่นั่งอยู่ตรงนั้นอยากจะเสนอตัวช่วยนวดให้ แต่มันก็ไม่กล้าที่จะพูดออกมาอย่างแน่นอน เพราะรู้ตัวดีว่าหากมันพูดออกไปเช่นนั้นจริงๆ คงจะถูกหลิงหยุนจับโยนออกนอกเครื่องบินอย่างแน่นอน!-ปิดประตูด้วย..-เมื่อเห็นฉางหลิงวิ่งตามเข้ามาในห้องแล้วหลิงหยุนก็ส่งกระแสจิตสั่งให้ฉางหลิงปิดประตูห้อง ฉางหลิงตื่นเต้นจนแทบลืมหายใจ..ฉางหลิงเดินบิดเอวเข้าไปปิดประตูห้องนอนอย่างว่าง่ายพร้อมกับล็อคประตูจากด้านในหัวใจของเธอเต้นแรงอีกครั้งระหว่างที่ร้องถามว่า..“หลิงหยุน..อย่าบอกนะว่านายต้องการจะ..”เดิมทีหลิงหยุนไม่ได้วางแผนที่จะกลับไปจิงฉูในคืนนี้และได้แอบกระซิบบอกฉางหลิงให้อาบน้ำรอเขาอยู่ที่ห้อง ฉางหลิงเองก็เฝ้ารอว่าหลิงหยุนจะกลับมาอยู่กับเธอที่โรงแรม และมีคืนที่ไม่อาจลืมเลือนด้วยกันกับหลิงหยุน แต่แล้วเธอก็ต้องผิดหวัง เมื่อหลิงหยุนต้องเตรียมการเพื่อกลับจิงฉูแทนฉางหลิงคิดไม่ถึงว่าจู่ๆหลิงหยุนจะกล้าเรียกเธอให้ไปนวดต่อหน้าน้าเล็ก แล้วก็เพื่อนๆ!นี่ไม่ต่างจากการที่หลิงหยุนเรียกฉางหลิงเข้ามานอนด้วยหรอกหรือแต่ความจริงแล้วฉางหลิงนั้นคิดมากเกินไป!เวลานี้หลิงหยุนใกล้จะเข้าสู่ขั้นพลังชี่แล้วหากเขาบ่มเพาะเคียงคู่กับใครสักคนในเวลานี้ เขาจะต้องเข้าสู่ขั้นพลังชี่อย่างแน่นอน!และการที่หลิงหยุนเลือกที่จะไม่เข้าสู่ขั้นพลังชี่ในเวลานี้ก็เพราะเกรงว่าจะเกิดบททดสอบจากสวรรค์ขึ้น!เพราะเมื่อครั้งที่อยู่บนเกาะเตียวหยูนั้นหลังจากที่เขาเข้าสู่ขั้นปรับร่างกาย-7 ก็ได้เกิดบททดสอบจากสวรรค์ที่น่าสยดสยองขึ้นกับเขาเช่นกัน และบททดสอบนั้นก็น่าสะพรึงกลัวอย่างมาก จนหลิงหยุนต้องใช้ของวิเศษทั้งหมดที่มีเพื่อต้านทานพลังอสุนีบาตที่รุนแรงจากเมฆหลากสี จึงสามารถรอดกลับมาได้..เมื่อเข้าสู่ขั้นปรับร่างกาย-8และขั้นปรับร่างกาย-9 นั้น หลิงหยุนไม่ต้องเผชิญกับบททดสอบใดๆ แต่ครั้งนี้คือการเข้าสู่ขั้นพลังชี่ซึ่งไม่ใช่การข้ามผ่านระดับขั้นเล็กๆ แต่เป็นการข้ามเข้าสู่ขั้นใหญ่!ความจริงหลิงหยุนพอจะคาดเดาได้ว่าบททดสอบจากสวรรค์ชุดเล็กนั้นน่าจะเกิดขึ้นในช่วงเริ่มต้นของด่านกลางในแต่ละขั้น ซึ่งในขั้นพลังชี่นี้ก็คือขั้นจตุพลังชี่ (ขั้นพลังชี่-4) นั่นเองแต่จากประสบการณ์บนเกาะเตียวหยูทำให้หลิงหยุนไม่กล้าเสี่ยง เพราะบททดสอบจากสวรรค์ของเขานั้นค่อนข้างแปลกประหลาด..ดังนั้นแม้ว่าหลิงหยุนจะเรียกฉางหลิงมานวดจริง แต่ก็ไม่ได้ต้องการจะมีอะไรกับฉางหลิงบนเครื่องบินเช่นกัน..ฉางหลิงได้แต่ยืนหลับตาไม่กล้ามองกลับไปด้านหลังเธอยังคงยืนนิ่งหน้าแดง หายใจถี่ ตัวสั่นเทิ้ม..และจู่ๆฉางหลิงก็สัมผัสได้ถึงอ้อมแขนทรงพลังที่โอบกอดเธอมาจากด้านหลัง..“บอกผมมาตามตรงว่าคิดถึงผมมั๊ย”สูทของโรงแรมโกลเดนท์เซ็นจูรี่เมื่อคืนก่อนหน้านี้ตามลำพังสองคนอีกด้วยในบรรดาหญิงสาวทั้งสี่คนในห้องโดยสารนี้เหลียงเฟิงอี้ก็เป็นน้าของฉางหลิง กงเสี่ยวลู่ก็เป็นครูประจำชั้นของพวกเธอทั้งสองคน ส่วนเกาเฉินเฉินก็ยังต้องฟื้นฟูสภาพร่างกาย ในเมื่อตอนนี้หลิงหยุนต้องการ ‘การนวด’ เพื่อผ่อนคลายความเหนื่อยล้าแล้ว หากไม่เรียกฉางหลิงไปช่วยแล้ว จะให้เขาเรียกหาใครได้เล่า!และถึงแม้พอลที่นั่งอยู่ตรงนั้นอยากจะเสนอตัวช่วยนวดให้ แต่มันก็ไม่กล้าที่จะพูดออกมาอย่างแน่นอน เพราะรู้ตัวดีว่าหากมันพูดออกไปเช่นนั้นจริงๆ คงจะถูกหลิงหยุนจับโยนออกนอกเครื่องบินอย่างแน่นอน!-ปิดประตูด้วย..-เมื่อเห็นฉางหลิงวิ่งตามเข้ามาในห้องแล้วหลิงหยุนก็ส่งกระแสจิตสั่งให้ฉางหลิงปิดประตูห้อง ฉางหลิงตื่นเต้นจนแทบลืมหายใจ..ฉางหลิงเดินบิดเอวเข้าไปปิดประตูห้องนอนอย่างว่าง่ายพร้อมกับล็อคประตูจากด้านในหัวใจของเธอเต้นแรงอีกครั้งระหว่างที่ร้องถามว่า..“หลิงหยุน..อย่าบอกนะว่านายต้องการจะ..”เดิมทีหลิงหยุนไม่ได้วางแผนที่จะกลับไปจิงฉูในคืนนี้และได้แอบกระซิบบอกฉางหลิงให้อาบน้ำรอเขาอยู่ที่ห้อง ฉางหลิงเองก็เฝ้ารอว่าหลิงหยุนจะกลับมาอยู่กับเธอที่โรงแรม และมีคืนที่ไม่อาจลืมเลือนด้วยกันกับหลิงหยุน แต่แล้วเธอก็ต้องผิดหวัง เมื่อหลิงหยุนต้องเตรียมการเพื่อกลับจิงฉูแทนฉางหลิงคิดไม่ถึงว่าจู่ๆหลิงหยุนจะกล้าเรียกเธอให้ไปนวดต่อหน้าน้าเล็ก แล้วก็เพื่อนๆ!นี่ไม่ต่างจากการที่หลิงหยุนเรียกฉางหลิงเข้ามานอนด้วยหรอกหรือแต่ความจริงแล้วฉางหลิงนั้นคิดมากเกินไป!เวลานี้หลิงหยุนใกล้จะเข้าสู่ขั้นพลังชี่แล้วหากเขาบ่มเพาะเคียงคู่กับใครสักคนในเวลานี้ เขาจะต้องเข้าสู่ขั้นพลังชี่อย่างแน่นอน!และการที่หลิงหยุนเลือกที่จะไม่เข้าสู่ขั้นพลังชี่ในเวลานี้ก็เพราะเกรงว่าจะเกิดบททดสอบจากสวรรค์ขึ้น!เพราะเมื่อครั้งที่อยู่บนเกาะเตียวหยูนั้นหลังจากที่เขาเข้าสู่ขั้นปรับร่างกาย-7 ก็ได้เกิดบททดสอบจากสวรรค์ที่น่าสยดสยองขึ้นกับเขาเช่นกัน และบททดสอบนั้นก็น่าสะพรึงกลัวอย่างมาก จนหลิงหยุนต้องใช้ของวิเศษทั้งหมดที่มีเพื่อต้านทานพลังอสุนีบาตที่รุนแรงจากเมฆหลากสี จึงสามารถรอดกลับมาได้..