ตอนที่ 455
บทที่ 821-822
October 22, 2026
บทที่ 821 : เหตุผลที่พวกเจ้าต้องตาย! ทันทีที่ประตูห้องโดยสารเปิดออกและคลื่นความร้อนจากภายนอกก็แผ่ซ่านเข้ามาด้านในทันที.. เวลานี้ด้านนอกมีรถสีดำแปดคันจอดเรียงรายอยู่แต่ละคันจะมีชายร่างใหญ่ยืนอยู่ด้านข้างคันละหนึ่งคน และดูเหมือนว่ารถทั้งหมดนั้นจะมาจอดรออยู่นานแล้ว คนทั้งหมดที่มารอรับนั้นคือคนของแก๊งมังกรเขียวทั้งสิ้นก่อนที่ถังเมิ่งจะขึ้นมาบนเครื่องบินส่วนตัวลำนี้ เขาก็ได้โทรสั่งการทุกอย่างไว้เรียบร้อยแล้ว หลิงหยุนกลับมาจิงฉูคราวนี้เขาไม่ได้แจ้งใครล่วงหน้าเลย เพียงแค่สั่งถังเมิ่งให้จัดการส่งคนมารับที่สนามบินเท่านั้น เวลานี้หลิงหยุนไม่ใช่ผู้โดยสารธรรมดาทั่วไปอีกแล้วเขาใช้ช่องทางพิเศษของสนามบินที่มีไว้สำหรับบุคคลระดับสูงของประเทศนี้เท่านั้น และช่องทางพิเศษนี้ก็ไม่ต้องผ่านระบบการตรวจสอบใดๆทั้งสิ้น ช่องทางพิเศษที่ว่านี้คนธรรมดาทั่วไปไม่เพียงไม่เคยได้เห็น แต่ยังไม่เคยได้ยินด้วยซ้ำไป! แม้คนทั่วไปจะเคยเห็นบุคคลระดับสูงหลายคนเดินออกมาจากสนามบินแต่พวกเขาก็ไม่เคยได้รู้ว่าคนพวกนี้เดินออกมาจากช่องทางใหนหลังจากที่ลงจากเครื่องแล้ว.. ระหว่างที่หลิงหยุนเดินออกจากช่องทางพิเศษของสนามบินจิงฉูนั้นหลี่ยี่เฟิงในฐานะพ่อเมืองถึงกับมาต้อนรับด้วยตัวเอง ไม่เช่นนั้นรถทั้งแปดคันที่จอดรอเมื่อครู่นั้นคงจะไม่สามารถขับเข้าไปจนถึงลานจอดสนามบินได้อย่างแน่นอน และนี่คือการอธิบายคำว่า‘สิทธิพิเศษ’ ได้ชัดเจนที่สุด! หลิงหยุนเป็นคนแรกที่เดินออกมาจากห้องโดยสารของเครื่องและเมื่อก้าวเท้าแตะพื้นสนามบิน เขาก็มองสำรวจไปรอบๆ พร้อมกับอุทานออกมา “โอ้โห..ดึกขนาดนี้แล้วยังมีเครื่องบินมากมายถึงขนาดนี้เชียวรึ” และตอนนี้ก็เป็นเวลาสี่ทุ่มครึ่ง.. ที่ลานกว้างใหญ่แห่งนี้มีเครื่องบินตั้งแต่ลำขนาดกลางไปจนถึงขนาดใหญ่จอดเรียงรายอยู่เต็มไปหมดและมีอยู่แทบทุกสายการบิน บางลำก็กำลังเตรียมตัวที่จะเทคออฟ และก็มีอีกหลายลำที่กำลังจะลงจอดเช่นกัน.. ตามมาด้วยถังเมิ่งเหลียงเฟิงอี้ กงเสี่ยวลู่ แล้วก็คนอื่นๆ รวมทั้งพอลที่หิ้วร่างของไห่ซานมาด้วย ในขณะที่เจสเตอร์หิ้วร่างของเฉินเจี้ยนกุ่ยกับเฉินเซินมาคนละข้างพร้อมกัน.. เมื่อลงมาถึงพื้นด้านล่างแล้วถังเมิ่งมองผ่านแสงไฟในสนามบินไป ก็พบกับภาพที่เกาเฉินเฉินกำลังพยุงร่างของฉางหลิงเดินตามออกมา เขาถึงกับอ้าปากหวอด้วยความอัศจรรย์ใจ และได้แต่แอบคิดในใจว่า ‘พี่หยุนนี่สุดยอดจริง!แค่เดี๋ยวเดียวก็ทำให้ฉางหลิงถึงกับหมดเรี่ยวหมดแรงได้ขนาดนี้เชียวเหรอ!’ ก่อนหน้านี้เหลียงเฟิงอี้ยังไม่เห็นสภาพของฉางหลิงในใจของเธอก็นึกเป็นห่วงหลานสาวอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อได้เห็นสภาพของฉางหลิงกับตา ก็ถึงกับสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง.. “นี่..ขนาดอยู่บนเครื่องบิน สองคนนั้นยังจะ..” เหลียงเฟิงอี้ถึงกับกัดฟันกรอดและพูดกับหลิงหยุนด้วยน้ำเสียงรอดไรฟัน “ฉันต้องสะสางเรื่องนี้กับเธอแน่!” หลิงหยุนกรอกตาไปมาอย่างไม่ใส่ใจและแสร้งทำเป็นไม่ได้ยินในสิ่งที่เหลียงเฟิงอี้พูด สายตาของหลิงหยุนจับจ้องอยู่ที่เครื่องบินที่กำลังวิ่งอยู่บนรันเวย์ และถึงกับตกใจในความเร็วของเครื่องบิน สองคนสุดท้ายที่ตามลงมาก็คือนักบินกับผู้ช่วยนักบินหลิงหยุนยิ้มให้พร้อมกับเอ่ยทักทาย “พวกคุณทั้งคู่คงเหนื่อยมากเลยสินะ..” ทั้งคู่ต่างก็รู้ดีดีว่าหลิงหยุนเป็นใครจึงไม่กล้าที่เสียมารยาท และการที่พวกเขาทั้งสองคนได้ขับเครื่องบินให้กับทายาทตระกูลหลิงเช่นนี้ ก็นับว่าเป็นเกียรติกับพวกเขาทั้งคู่อย่างมากแล้ว.. หลิงหยุนหันไปร้องบอกทุกคนที่เดินตามหลังมา“เอาล่ะ.. ขึ้นรถกันได้แล้ว ออกจากสนามบินก่อนแล้วค่อยว่ากัน” หลิงหยุนถังเมิ่ง เกาเฉินเฉิน และฉางหลิง ทั้งสี่คนนั่งรถคันแรก จากนั้นรถทั้งแปดคันก็เคลื่อนขบวนออกจากสนามบินจิงฉูทันที “พี่หยุน..พวกเราจะไปที่ใหนกันเหรอ” ถังเมิ่งที่นั่งอยู่ด้านข้างคนขับหันหลังมาถามหลิงหยุนซึ่งนั่งอยู่เบาะหลัง “จะไปใหนเล่า..ก็บ้านฉันไง” เมื่อกลับมาถึงจิงฉูหลิงหยุนก็กระตือรือร้นอย่างมากที่จะได้เห็นหญ้าหยิน-หยาง และหญ้าน้ำลายมังกรของตนเองว่าป่านนี้พวกมันจะโตขนาดใหนแล้ว ผ่านไปครึ่งชั่วโมง..รถทั้งแปดคันก็มาจอดอยู่ที่หน้าบ้านของหลิงหยุน! “ถังเมิ่ง..นายจัดการหาโรงแรมที่ดีที่สุดให้กับกัปตันกับผู้ช่วยของเขาพักด้วย!” หลังจากนั้นหลิงหยุนก็เปิดจิตหยั่งรู้สำรวจไปรอบๆบริเวณพร้อมกับเดินไปหากงเสี่ยวลู่ “ครูกงครับ..คืนนี้ครูจะพักที่ใหนครับ” กงเสี่ยวลู่ถอนหายใจก่อนจะตอบไปว่า“ความจริง.. ครูยังอยากจะคุยกับเธอเรื่องผลการสอบเอนทรานซ์ แต่นี่ก็ดึกมากแล้ว คงจะกลับไปที่โรงเรียนก่อน แล้วพรุ่งนี้ครูจะมาหาเธออีกครั้ง!” หลิงหยุนขมวดคิ้ว“นี่ก็ห้าทุ่มแล้ว โรงเรียนน่าจะปิดประตูแล้ว ผมว่าครูพักที่บ้านผมจะไม่ดีกว่าเหรอครับ ที่บ้านยังมีห้องว่าง..” กงเสี่ยวลู่รีบขัดขึ้นด้วยใบหน้าแดงก่ำ“ไม่ดีกว่า.. ครูจะกลับโรงเรียน!” เมื่อหลิงหยุนเห็นว่ากงเสี่ยวลู่ยืนกรานเสียงแข็งเช่นนั้นเขาจึงไม่ต้องการเซ้าซี้อีก และสั่งให้คนของแก๊งมังกรเขียวไปส่งกงเสี่ยวลู่ที่โรงเรียนมัธยมจิงฉูทันที เหลียงเฟิงอี้กับกงเสี่ยวลู่นั่งอยู่ในรถคันเดียวกันแต่เพราะบ้านอยู่คนละเส้นทาง เหลียงเฟิงอี้จึงเดินลงจากรถมา และสายตาของเธอก็จ้องหน้าหลิงหยุนด้วยความขุ่นเคือง หลิงหยุนฉีกยิ้มให้กับเหลียงเฟิงอี้พร้อมกับถามขึ้นว่า“แล้วคุณล่ะ หรือว่าคุณอยากจะ..” เหลียงเฟิงอี้ไม่รอให้หลิงหยุนพูดจบเธอรีบพูดขัดขึ้นมาทันที “ฉันไม่มีอะไรต้องห่วงเธอนี่.. บ้านของฉางหลิงอยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก ฉันจะพาฉางหลิงกลับบ้าน!” หมู่บ้านที่ฉางหลิงอยู่นั้นก็อยู่บนถนนเส้นเดียวกันนี้และอยู่ห่างจากบ้านของหลิงหยุนไปเพียงไม่กี่กิโลเมตร หลิงหยุนใคร่ครวญครู่หนึ่งคืนนี้เขาจะทำการสอบปากคำเฉินเซิน จึงไม่เหมาะที่ฉางหลิงจะอยู่ที่บ้านเลขที่-1 ในคืนนี้ ดังนั้นเขาจึงไม่เซ้าซี้ และได้จัดการสั่งให้รถไปส่งเหลียงเฟิงอี้กับฉางหลิงที่บ้าน.. “เจ้าเด็กวายร้าย!เรื่องของเธอยังไม่จบแค่นี้แน่ รอให้เธอจัดการเรื่องสอบเอนทรานซ์เรียบร้อยก่อน แล้วคอยดูว่าฉันจะจัดการกับเธอยังไง!” เหลียงเฟิงอี้ช่วยพยุงฉางหลิงไปขึ้นรถและหันไปพูดกับหลิงหยุนด้วยน้ำเสียงขุ่นเคืองใจ จากนั้น..ถังเมิ่ง เกาเฉินเฉิน พอล เจสเตอร์ พร้อมด้วยผู้โชคร้ายทั้งสามคนของตระกูลเฉิน ก็เดินเข้าไปในบ้านเลขที่-1 ของหลิงหยุนทันที หลิงหยุนเปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจดูภายในบ้านก็พบว่าภายในบ้านไม่มีผู้ใดอยู่..“ตี้เสี่ยวอู๋ไม่อยู่ในบ้านงั้นรึ!”ทันทีที่ลงจากรถหลิงหยุนก็สัมผัสได้ว่าพลังชีวิตภายในสวนด้านในเริ่มเข้มข้นขึ้นอีกครั้ง มันคือพลังชีวิตจากหญ้าหยิน หญ้าหยาง และหญ้าน้ำลายมังกรนั่นเองจากนั้นหลิงหยุนก็หันมองไปทางตลาดค้าของเก่าพร้อมกับพูดยิ้มๆ“ดูท่าเซียนหยกจะสั่งหินชุดใหม่มาแล้วสินะ ถึงได้มีพลังชีวิตมากมายเพียงนี้!”ถังเมิ่งเดินถือกุญแจบ้านตามมาพร้อมกับพูดขึ้นว่า“พี่หยุน.. ปกติเวลานี้ตี้เสี่ยวอู๋จะไปอยู่ที่ริมทะเลสาบ จะกลับมาอีกทีก็ประมาณตีสอง..”หลิงหยุนเองก็คาดเดาเช่นนั้นเขาพยักหน้าอย่างพอใจ “หมอนี่จริงๆเลย.. ทำตามที่ฉันสั่งไว้ทุกอย่าง!”หลังจากรถที่เหลือทั้งหมดขับเข้าไปในบ้านแล้วทุกคนก็เดินลงมาจากรถ..“เจสเตอร์..ทิ้งพวกมันสามคนไว้ที่สวนก่อน ส่วนเจ้าตามข้าเข้าไปในบ้าน!”“ถังเมิ่ง..นี่ก็ดึกมากแล้ว นายให้พี่น้องของเรากลับไปพักผ่อนก่อนเถอะ!”หลังจากสั่งการไปแล้วหลิงหยุนก็พาเกาเฉินเฉินเดินขึ้นไปยังห้องนอนชั้นสองของตนเองทันทีที่เข้าไปในห้องนอนของหลิงหยุนเกาเฉินเฉินก็ร้องถามออกมาทันที “หลิงหยุน.. นายทำอะไรฉางหลิงงั้นเหรอ เธอถึงได้มีสภาพแบบนั้น ตอนฉันเข้าไปฉางหลิงดูหมดเรี่ยวหมดแรง ไม่มีแม้แต่แรงจะหายใจด้วยซ้ำ..”หลิงหยุนหัวเราะร่วนแล้วตอบกลับไปว่า “ก็คืนก่อนนั้น.. คุณแต่งตัวยั่วยวนผมซะขนาดนั้น! ใครจะไปทนไหวล่ะ ผมก็เลย..”แน่นอนว่าหลิงหยุนกำลังพูดโกหก..ความจริงนั้นเป็นเพราะรูปร่างเซ็กซี่เย้ายวนของเหลียงเฟิงอี้ต่างหากที่ทำให้เลือดในกายของเขาเดือดพล่านถึงเพียงนั้น!เกาเฉินเฉินยิ้มเอียงอายพร้อมกับยกกำปั้นชกไปที่แขนของหลิงหยุน“บ้าเหรอ! ฉันไม่ใช่เครื่องปั้นดินเผาสักหน่อย ถึงจะแตะต้องไม่ได้..”หลิงหยุนหัวเราะพร้อมตอบกลับไปว่า“ทำไม! คุณหึงผมเหรอ? ถ้างั้นคืนนี้ก็เข้าหอด้วยกันเลยดีมั๊ย?”เกาเฉินเฉินตอบกลับอย่างบ้าดีเดือด“เข้าหอเหรอ! อย่าคิดว่าฉันไม่กล้านะ?!”หลิงหยุนถึงกับเหงื่อตก..และรีบตอบกลับด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เฉินเฉิน.. คุณต้องใช้เวลาฟื้นฟูร่างกายอย่างน้อยหนึ่งเดือน ไม่เพียงแค่ต้องฟื้นฟูสภาพร่างกาย แต่ยังต้องฟื้นฟูสภาพจิตใจอีกด้วย หลังจากที่ทุกอย่างกลับเป็นปกติแล้ว เราสองคนถึงจะ..”ถึงเวลานั้น..พวกเขาสองคนจะได้บ่มเพาะเคียงคู่กัน!เกาเฉินเฉินได้ฟังถึงกับใจเต้นอย่างแรงและร่างของเธอก็ถึงกับอ่อนยวบยาบราวกับไม่มีกระดูกยังไงยังงั้น..“นี่เป็นห้องนอนของผมเอง..ตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว นอนหลับฝันดีนะ! คืนนี้ผมยังมีอะไรต้องทำต่อ..”หลังจากที่หลิงหยุนพูดอะไรกับเกาเฉินเฉินอีกสองสามคำแล้วเขาก็จุมพิตเกาเฉินเฉินอย่างดื่มด่ำก่อนที่จะเดินออกจากห้องนอนไป“เจสเตอร์..ไปนำตัวเฉินเซินกับไห่ซานมาให้ข้าที่นี่!”เมื่อเดินลงบันได้มา..สีหน้าของหลิงหยุนก็เปลี่ยนเป็นดุดันขึ้นมาทันที!เจสเตอร์เดินหิ้วร่างของเฉินเซินกับไห่ซานเข้ามาในบ้านคนละข้าง..“เจ้านาย..ได้เวลาต้องฆ่าพวกมันแล้วใช่มั๊ย เรื่องแบบนี้.. ไม่ต้องถึงมือเจ้านายหรอก!”หลิงหยุนไม่สนใจคำพูดของเจสเตอร์แล้วตะโกนสั่งว่า “เจ้าออกไปเฝ้าอยู่ที่ประตูรั้วหน้าบ้าน ถ้าไม่มีคำสั่งของข้า ห้ามใครเข้ามาในบ้านโดยเด็ดขาด รวมทั้งถังเมิ่งด้วย!”“ครับเจ้านาย!”เจสเตอร์รับคำสั่งพร้อมกับพุ่งออกไปทันทีภายในบ้านจึงเหลือเพียงแค่หลิงหยุนเฉินเซิน แล้วก็ไห่ซาน พวกมันทั้งสองคนถูกเจสเตอร์โยนกองไว้กับพื้นก่อนจะพุ่งออกไปตามคำสั่งของหลิงหยุนหลิงหยุนเรียกโน๊ตบุ๊คออกมาจากแหวนพื้นที่จากนั้นจึงทำการเปิดคลิปวีดีโอที่ได้มาจากร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ ระหว่างนั้นหลิงหยุนก็เหลือบมองไห่ซานที่นอนหายใจระทวยอยู่บนพื้นด้วยสีหน้านิ่งเรียบ..แม้ว่าไห่ซานจะบาดเจ็บสาหัสอย่างหนักจนใกล้ตายแต่มันยังตายไม่ได้โดยเด็ดขาด..“นี่..เจ้าไม่ต้องทำเป็นแกล้งตายเลย ก่อนที่เจ้าจะตายเจ้าไม่อยากรู้หรือว่าเพราะเหตุใดข้าจึงจะสังหารพวกเจ้า”“เอาล่ะ.. คำตอบทุกอย่างอยู่ในคลิปพวกนี้แล้ว หลังจากที่ดูคลิปจบ พวกเจ้าสองคนจะเข้าใจเรื่องราวทั้งหมดทันที!”ระหว่างที่พูด..หลิงหยุนก็จัดการถ่ายเทลมปราณผ่านทางนิ้ว และทำการคลายจุดให้กับเฉินเซินและไห่ซาน เพื่อให้พวกมันสามารถขยับตัวดูคลิปวีดีโอได้อย่างถนัดหลิงหยุนจ้องมองคลิปวีดีโอที่กำลังเล่นไปเรื่อยๆด้วยแววตาเย็นชาจากนั้นจึงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก..“ในคืนวันที่27 มีนาคมปีนี้ พวกเจ้าทั้งสองคนอยู่ในจิงฉูใช่หรือไม่”“ไห่ซาน..เจ้าดูสิว่าคนในคลิปนั่นใช่เจ้าหรือไม่”“แล้วเจ้าก็เคยจ้างคนขับรถพ่วงที่ชื่อหวังเล่ยให้ขับรถชนเด็กหนุ่มร่างอ้วนที่อยู่ในคลิปนั่น.. ใช่หรือไม่”หลังจากได้ฟังคำถามของหลิงหยุนไห่ซานที่นั่งอยู่บนพื้นถึงกับหน้าซีดเผือดขึ้นมาทันที และร่างของมันก็แกว่งไปมาราวกับลูกตุ้ม..“เจ้า..นี่เจ้าเป็นใครกันแน่!”แววตาของไห่ซานเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสีหน้าของมันราวกับกำลังเห็นอะไรที่น่าสยดสยองอย่างมาก และร้องถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ..หลิงหยุนจ้องมองไห่ซานด้วยแววตาคมกริบและตอบมันด้วยน้ำเสียงเย็นชา..“ข้าก็คือเด็กอ้วนที่เจ้าสั่งฆ่าในวันนั้นไงล่ะ..ข้าชื่อหลิงหยุน!”บทที่ 822 : ความจริงถูกเปิดเผย!“เป็น..เป็นไปไม่ได้! เป็นไปไม่ได้อย่างแน่นอน!”แม้ว่าหลิงหยุนจะถูกรถทับในคืนนั้นแต่ในคืนถัดมาหลิงห่าวก็ได้โทรบอกเฉินเซินว่าหลิงหยุนยังไม่ตาย แต่เรื่องนี้เฉินเซินไม่ได้บอกให้ไห่ซานรู้..สำหรับคนระดับเฉินเซินนั้นลูกน้องของมันมีหน้าที่เพียงแค่ทำตามคำสั่งเท่านั้น ไม่จำเป็นต้องรู้ตื้นลึกหนาบางอะไรมากนักแววตาของไห่ซานเปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกตกใจสุดขีดปากของมันสั่นจนฟันกระทบกันไม่หยุด มันรู้สึกขนหัวลุกตั้งแต่หัวจรดเท้า พร้อมกับกรีดร้องออกมาอย่างตกใจราวกับเห็นผี..“ไม่..เจ้า.. เจ้าตายไปแล้วนี่!”