ตอนที่ 456
บทที่ 823-824
October 22, 2026
บทที่ 823 : สมบัติล้ำค่าหรือ?! หลิงหยุนรู้ว่าเฉินเซินนั้นหวาดกลัวมากเขายกมือขึ้นห้ามเฉินเซินพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน “เจ้าหยุดสรรเสริญเยินยอข้าได้แล้ว..” หลังจากนิ่งไปครู่หนึ่งหลิงหยุนก็ถามเฉินเซินว่า“เจ้าลองคิดใคร่ครวญดูให้ดีว่า.. ไม่มีหลักฐานอะไรเลยจริงๆงั้นหรือ” เฉินเซินก้มหน้าลงทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพึมพำออกมาว่า“จะว่ามีก็มี.. จะว่าไม่มีก็ไม่มี..” “หลังจากที่หลิงห่าวรู้ว่านายยังไม่ตายมันก็ขอเช็คยี่สิบล้านนั่นกลับคืนไป มันบอกว่าจะอาไปจ้างคนอื่นแทน แต่มันก็ให้เช็คฉันมาสองล้านเป็นค่าเสียเวลา..” “แต่เช็คสองล้านนั่นฉันใช้นอนกับนางแบบแค่คืนเดียวก็หมดแล้วเงินเล็กน้อยแค่นั้นฉันไม่สนใจหรอก ก็เลยวางทิ้งๆขว้างๆไว้..” หลิงหยุนถามขึ้นมาทันที“เยี่ยมมาก.. แล้วเช็คนั่นอยู่ที่ใหน” เฉินเซินเปิดเผยเรื่องของหลิงห่าวจนหมดเปลือกมันถอนใจพร้อมกับตอบไปว่า “ตอนนั้นฉันเองก็ไม่ได้สนใจว่าวางไว้ที่ใหน แต่น่าจะอยู่ในห้องนอนแถวๆโต๊ะข้างหัวเตียง หรือไม่ก็ในลิ้นชัก ฉันเองก็จำไม่ได้..” หลิงหยุนพอใจอย่างมากกับท่าทีของเฉินเซิน“เจ้าทำได้ดีมาก.. ยังมีอะไรจะพูดอีกหรือไม่” เฉินเซินกลืนน้ำลายอึกใหญ่พร้อมกับแลบลิ้นเลียริมฝีปากของตนเองมันจ้องมองหลิงหยุนด้วยแววตาอ้อนวอน “ฉัน..ฉันอยากดื่มเลือด..” หลิงหยุนโคจรลมปราณผ่านปลายนิ้วทำการจี้จุดของเฉินเซินไว้ แล้วทำเสียงเย้ยหยัน “เจ้านี่ตระกละชะมัด! เพิ่งจะเป็นแวมไพร์ได้ไม่เท่าไหร่ ก็กระหายเลือดซะแล้ว!” เฉินเซินพยายามจะพูดแต่กลับพบว่าตนเองถูกสกัดจุด และไม่สามารถพูดได้อีก.. ในเวลานั้นเองคลิปในโน๊ตบุ๊คที่หลิงหยุนเปิดไว้ก็เล่นมาถึงจุดสำคัญพอดี และมีคนอีกหนึ่งคนปรากฏขึ้นบนหน้าจอ หลิงหยุนสัมผัสได้ถึงอันตรายจากบุคคลผู้นี้.. หลิงหยุนชี้ไปที่คนผู้นั้นพร้อมกับหันไปถามไห่ซาน“ตอนนั้นเจ้าจับตามองข้าอยู่นาน เจ้าสังเกตเห็นคนผู้นี้บ้างหรือไม่” ไห่ซานจ้องมองหน้าจอคอมพิวเตอร์และกำลังรื้อฟื้นความทรงจำของตนเอง “เห็น..คนผู้นี้เป็นยอดฝีมือขั้นโฮ่วเทียน-3 ข้าสังเกตุเห็นมันตั้งแต่อยู่ในร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่นั่นแล้ว แต่หลังจากที่จับตามองอยู่นาน ก็ไม่พบความผิดปกติอะไร ดูเหมือนแค่จะมาเล่นอินเทอร์เน็ตตามปกติ ข้าก็เลยไม่ใส่ใจ!” ‘ยอดฝีมือขั้นโฮ่วเทียน-3งั้นรึ’ ไม่แปลก..ด้วยความสามารถของข้าเวลานั้น หากมันจู่โจมข้า ข้าก็คงต้องตาย! หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่นานหลิงหยุนก็คาดเดาว่าคนผู้นี้น่าจะเป็นคนที่หลิงห่าวส่งมาสังเกตการณ์ด้วยตัวเอง และดูเหมือนจะเป็นคนของตระกูลหลิงอีกด้วย! ‘ไม่แน่ว่า..นักบินกับผู้ช่วยที่ท่านปู่ส่งมา อาจจะรู้จักมันก็ได้..’ หลิงหยุนตัดสินใจที่จะหาโอกาสไปพบคนทั้งคู่เพื่อสอบถามและหากนักบินทั้งสองคนไม่รู้จัก เขาก็จะกลับไปถามเหล่ากุ่ย.. หากคนผู้นั้นเป็นคนของตระกูลหลิงจริงๆเหล่ากุ่ยจะต้องรู้จักอย่างแน่นอน! คำสารภาพของเฉินเซินในคลิปที่หลิงหยุนอัดไว้เช็คจำนวนสองล้าน รวมทั้งไห่ซาน และคนที่หลิงห่าวส่งมา ทั้งหมดนี้จะเป็นหลักฐาน และพยานบุคคลที่ดีที่สุดสำหรับหลิงหยุน! หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจแล้วหลิงหยุนจึงสั่งให้เจสเตอร์เข้ามานำตัวเฉินเซินกับไห่ซานออกไปไว้ด้านนอกเช่นเดิม! “หลิงห่าว..หลิงห่าว.. ข้ารู้สึกว่าเจ้าเป็นคนที่มีปัญหามาตั้งนาน แต่คิดไม่ถึงว่าสิ่งที่ข้าคิดจะเป็นจริง!” “ในเมื่อเจ้าไร้เมตตากับข้าเช่นนี้ก็อย่าตำหนิว่าข้าไร้ซึ่งความเป็นธรรมเลย!” ภายในห้องนั่งเล่น..หลิงหยุนนั่งนิ่งอยู่บนโซฟาเพียงลำพัง และกำลังรื้อฟื้นความทรงจำในอดีต.. ในที่สุดหลิงหยุนก็เข้าใจว่าเพราะเหตุใดตลอดหลายเดือนมานี้จึงมีนักฆ่ามากมายที่วนเวียนมาตามสังหารเขาไม่จบไม่สิ้น! ครั้งแรกก็คือเฉินเซินส่วนครั้งที่สองก็คือมือนักฆ่าสายเหลืองขององค์กรนักฆ่าที่ชื่อหลี่ยี่กับเจียวเฟย ครั้งที่สามก็คือฉวนจี๋กับฉวนจิ่ว แล้วก็มือสไนเปอร์อีกสี่คน ครั้งที่สี่ก็คือนักฆ่าระดับปฐพีที่ชื่อตี้ปา ครั้งที่ห้าก็คือในคืนวันเชงเม้ง เป็นนักฆ่าที่ชื่อเทียนจิ่ว เทียนสือเอ้อ และเทียนสือซัน! และด้วยพลังอมตะที่พู่กันจักรพรรดิถ่ายทอดให้หลิงหยุนจึงสามารถสังหารนักฆ่าระดับสวรรค์ทั้งสามคนได้ การลอบสังหารหลิงหยุนจึงได้จบลง.. “ที่แท้เจ้าก็กลัวว่าข้าไปแย่งตำแหน่งผู้นำตระกูลกับเจ้านี่เอง..” หลิงหยุนนึกรังเกียจหลิงห่าวอย่างมากเพียงแค่ต้องการกำจัดคู่ต่อสู้ หลิงห่าวถึงกับไม่สนใจความผูกพันทางสายเลือด และความเป็นพี่น้อง แต่ยิ่งสั่งฆ่าหลิงหยุนมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำให้หลิงหยุนแข็งแกร่งขึ้นรวดเร็วมากขึ้นกว่าเดิมมาก อีกทั้งนักฆ่ามากมายที่หลิงห่าวส่งมา ก็ถูกหลิงหยุนสังหารตายจนหมดเกลี้ยง! สำหรับหลิงห่าวซึ่งเห็นหลิงหยุนเป็นคู่แข่งนั้นยิ่งได้เห็นหลิงหยุนแข็งแกร่งมากขึ้นเท่าไหร่ หลิงห่าวก็ยิ่งกระวนกระวายร้อนใจมากขึ้นเท่านั้น ด้วยเหตุนี้การสังหารหลิงหยุน จึงเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เขาสามารถนอนหลับได้อย่างโล่งใจ.. “ข้าต้องขอบคุณนักฆ่าที่เจ้าส่งมาสินะ!ถ้าไม่ใช่เพราะพวกมันตามล่าสังหารข้าเช่นนี้ ข้าคงไม่เร่งฝึกฝนจนก้าวหน้าได้รวดเร็วถึงเพียงนี้..” “ในเมื่อผ่านมาห้าครั้งเจ้ายังไม่สามารถฆ่าข้าได้..จากนี้ไปก็จะเป็นคราวของข้าที่จะต้องฆ่าเจ้าบ้างแล้ว!” เมื่อรู้ว่าใครคือผู้ที่ต้องการสังหารตนเองแล้วหลิงหยุนก็รู้สึกราวกับได้ยกก้อนหินที่ทับอยู่บนอกของตนเองออก การมีศัตรูนั้นไม่น่ากลัว.. แต่ที่น่ากลัวคือการที่ไม่รู้ว่าศัตรูของตนเองคือใครต่างหาก!หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจในการสอบสวนหาความจริงแล้วหลิงหยุนก็ลุกขึ้นเดินไปที่สวนด้านหลัง ซึ่งเป็นที่ที่เขาได้ย้ายหญ้าหยิน หญ้าหยาง และหญ้าน้ำลายมังกรมาปลูกไว้หลิงหยุนจ้องมองหญ้าทั้งสามต้นอย่างมีความสุข..“ดูเหมือนว่าเซียนเอ๋อกับเสี่ยวเหมาจะดูแลพวกเจ้าอย่างดีสินะ!พวกเจ้าถึงได้เจริญเติบโตงอกงามได้ถึงเพียงนี้!”ทั่วบริเวณลานบ้านของหลิงหยุนเวลานี้มีพลังชีวิตจากสมุนไพรทั้งสามต้นอยู่เต็มไปหมด แต่แน่นอนว่าต้นที่สามารถปลดปล่อยพลังชีวิตออกมาได้มากที่สุดก็คือหญ้าน้ำลายมังกรนั่นเอง..แต่ถึงกระนั้น..หลิงหยุนก็เลือกที่จะยังไม่ดูดซับเอาพลังชีวิตเข้าไปในเวลานี้ เพราะจุดตันเถียนที่แสนแปลกประหลาดของเขานั้น ดูเหมือนจะใหญ่โตและแข็งแกร่งมาก พลังชีวิตเพียงแค่นี้จึงยังไม่เป็นประโยชน์อะไรกับเขามากนัก..อีกทั้งเวลานี้จุดตันเถียนของเขาก็ยังมีพลังวนหยิน-หยางก่อตัวอยู่ทำให้สามารถผลิตพลังหยินและหยางได้อย่างต่อเนื่อง หลิงหยุนเดินลมปราณด้วยวิชาพลังลับหยิน-หยางพร้อมกับพึมพำขึ้นว่า“เอาล่ะ..ข้าจะช่วยให้พวกเจ้าเติบโตได้เร็วยิ่งขึ้น!”หลิงหยุนใช้วิชาพลังลับหยินหยางโคจรลมปราณหยางและลมปราณหยินบริสุทธ์ แล้วจัดการถ่ายเทลมปราณทั้งสองไปยังหญ้าหยางและหญ้าหยิน จากนั้นจึงทำการหยดน้ำลายมังกรลงในหญ้าน้ำลายมังกรต่อไปหลิงหยุนยืดตัวตรงพร้อมกับจ้องมองหญ้าหยินหญ้าหยาง และหญ้าน้ำลายมังกร แต่แล้วจู่ๆก็นึกถึงวิชาพฤกษาขจีขึ้นมาได้หลังจากใคร่ครวญอยู่นาน..ในที่สุดหลิงหยุนก็ส่ายหน้าเปลี่ยนใจ และได้แต่คิดว่าเวลานี้ตนเองยังไม่เข้าสู่ขั้นปฐมพลังชี่เลย การใช้วิชาพฤกษาขจีมาเร่งการเจริญเติบโตของสมุนไพรทั้งสามต้นนี้ จึงยังไม่สมควรนัก..“แต่ปราณเสวียนกับปราณหวงอาจจะมีผลต่อการเจริญเติบโตของสมุนไพรทั้งสามต้นนี้ก็เป็นได้..”“ลองดูดีกว่า..”เมื่อคิดได้เช่นนี้หลิงหยุนก็เริ่มโคจรลมปราณเสวียน และลมปราณหวงภายในจุดตันเถียนของตนเอง จากนั้นลมปราณทั้งสองก็ค่อยๆ กระจายออกจากร่างของหลิงหยุนไปทั่วทั้งสวนภายในบ้านทันทีหลิงหยุนเปิดจิตหยั่งรู้ออกดูจึงพบว่าเวลานี้ลมปราณเสวียน และลมปราณหวงได้กระจายออกจากร่างของตนเอง และหญ้าพลังชีวิตทั้งสามต้นก็กำลังดูดซับเข้าไปอย่างรวดเร็วราวกับต้นไม้ที่แห้งเหี่ยวมานาน และเพิ่งมีโอกาสได้สัมผัสกับน้ำที่ชุ่มฉ่ำ..“นี่มัน..”หลิงหยุนไม่สามารถสงบนิ่งได้อีกต่อไป..คัมภีร์เสวียนหวงนั้นเป็นวิชาบ่มเพาะที่สืบทอดมาจากบรรพบุรุษตระกูลหลิงและมีเพียงผู้สืบสายเลือดตระกูลหลิงเท่านั้นที่จะสามารถฝึกฝนได้‘ไม่นะ..มันน่าจะเรียกว่าพลังอมตะเส่วียนหวงเสียมากกว่า!’ หลิงหยุนร้องอุทานอยู่ในใจเงียบๆ..การฝึกวิชาตามคัมภีร์เสวียนหวงนี้เมื่อฝึกไปจนถึงบางช่วง ก็จะสามารถเปิดสมุดจักรพรรดิได้! และหลิงหยุนเองก็เคยเปิดได้โดยบังเอิญในระหว่างที่ฝึกตามคัมภีร์เสวียนหวงนี้มาก่อนเช่นกัน..“หรือนี่จะเป็นสมบัติล้ำค่าอีกชิ้น..ต้องใช่แน่ๆ!” หลิงหยุนร้องออกมาอย่างตื่นเต้นดีใจนับจากวันนี้ไป..คัมภีร์เสวียนหวงจะมีความสำคัญกับเขาเท่าๆกับวิชาพลังลับหยิน-หยาง!“โอย..”“อ๊าก..”เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังมาจากสนามหญ้าด้านนอกหลิงหยุนรีบหยุดการเดินลมปราณเสวียนหวง และรีบพุ่งไปที่สวนหน้าบ้านทันทีเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดเมื่อครู่นั้นเป็นเสียงร้องของเฉินเจี้ยนกุ่ยกับเฉินเซิน หลิงหยุนพบว่าพวกมันทั้งคู่ดูเหมือนจะกำลังทุกข์ทรมานจากความเจ็บปวดอย่างมาก แม้จะถูกสกัดจุดไว้ แต่ร่างของทั้งคู่ยังสามารถบิดไปมาอย่างรุนแรงได้!“นี่มันเกิดอะไรขึ้น”หลิงหยุนถึงกับยืนงง..เฉินเซินเพิ่งจะกลายเป็นแวมไพร์ได้ไม่นาน ไม่น่าจะกระหายเลือดจนทุรนทุรายมากมายถึงเพียงนี้ ส่วนเฉินเจี้ยนกุ่ยก็เพิ่งจะดื่มเลือดอิ่มไปไม่ใช่หรือ!หลิงหยุนจัดการถ่ายเทลมปราณผ่านนิ้วเพื่อทำการคลายจุดให้กับเฉินเจี้ยนกุ่ยแล้วใช้จิตหยั่งรู้สำรวจดูร่างกายของมันว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่!“สบายจังเลย..!”“โอ้ว..สบายมากจริงๆ!”ตรงข้ามเฉินเจี้ยนกุ่ยกับเฉินเซินก็คือร่างของพอลกับเจสเตอร์ ทั้งคู่ทำสีหน้าท่าทางผ่อนคลาย และมีความสุขอย่างมากราวกับเพิ่งแช่น้ำอุ่นในอ่างมา ใบหน้าหล่อเหลาของพวกมันทั้งคู่ดูสดชื่นอย่างมากทีเดียวที่เพิ่งจะอาบน้ำอุ่นเสร็จและกำลังรู้สึกสบาย และใบหน้าหล่อเหลาของมันกูดูสดชื่นอย่างมาก“เกิดอะไรขึ้นกับพวกเจ้าสองคน!เหตุใดสีหน้าของพวกเจ้าจึงดูสดชื่นเช่นนั้น?!”ดวงตาของหลิงหยุนจับจ้องอยู่ที่เฉินเจี้ยนกุ่ยแต่ปากกลับเอ่ยถามแวมไพร์ขั้นไวส์เคาน์อย่างพอลกับเจสเตอร์..“เจ้านาย..พวกเราสัมผัสได้ถึงพลังบางอย่างที่แสนสบายกำลังแทรกซึมเข้าสู่ร่างกายของพวกรา..”เจสเตอร์ร้องบอกหลิงหยุนทั้งที่ยังคงหลับตาอย่างสบาย..“นี่มันอะไรกันข้ารู้สึกอึดอัด แล้วก็ไม่สบายอย่างมาก..!” เฉินเจี้ยนกุ่ยที่ถูกคลายจุดถึงกับร้องตะโกนสวนออกมาทันทีหลิงหยุนได้แต่คิดในใจว่า‘หรือจะเป็นเพราะปราณเสวียนกับปราณหวง..!’เมื่อครู่หลิงหยุนเพิ่งเดินลมปราณเสวียนและลมปราณหวงแต่ผลปรากฏว่าแวมไพร์ทั้งสี่กลับมีปฏิกิริยาแตกต่างกัน..