ตอนที่ 457
บทที่ 825 -826
October 22, 2026
บทที่ 825 : ผู้อำนวยการสำนักงานการศึกษาประจำเมืองจิงฉู! “ดูเหมือนว่าวิชาดาราคุ้มกายที่ฉันสอนให้นายไปคงจะไม่ทำให้ฉันต้องเสียแรงเปล่าสินะ.. นับว่าก้าวหน้าไปมากเลยทีเดียว!’ หลิงหยุนดูเหมือนจะพอใจกับความก้าวหน้าของตี้เสี่ยวอู๋เป็นอย่างมาก.. ตี้เสี่ยวอู๋เองไม่ตอบอะไรแต่แววตาของเขานั้นเต็มไปด้วยความตื่นเต้น แล้วขาที่ทั้งใหญ่และยาวนั้นก็ก้าวเข้าไปหาหลิงหยุนทันที มือซ้ายของหลิงหยุนดึงผ้าปิดหน้าออกเผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลา และลักยิ้มแก้มซ้ายที่สั่นระริกอย่างน่ามอง.. ภายใต้แสงสลัวจากไฟถนนร่างสองร่างก็กระโดดเข้าหากัน.. “พี่หยุน..นี่จะฆ่าฉันหรือไงเนี่ย!” “เข้าไปคุยกันในบ้านดีกว่า..” แล้วทั้งคู่ต่างก็เดินกลับเข้าไปในบ้านเลขที่-1ทันที.. “ว่าไงคนบ้า..กลับบ้านได้แล้วเหรอ เป็นไงบ้างล่ะ.. วันนี้ก้าวหน้าไปถึงขั้นใหนแล้ว? หลายวันมานี้ฉันไม่ได้มาส่งข้าวส่งปลาให้นายเลย นึกว่าอดตายไปแล้ว..” ถังเมิ่งหยอกเย้าอย่างดีอกดีใจหลังจากที่สามพี่น้องได้กลับมารวมตัวกันอีกครั้ง.. “เจ้าบ้านี่!นายคิดว่าฉันไม่กล้าจับนายโยนลงไปในสระน้ำรึไง!” ตี้เสี่ยวทำเสียงแข็งใส่ถังเมิ่ง “พี่หยุน..ดูสิ! เสี่ยวอู๋มันกล้าข่มขู่ฉันด้วย!” ดูแหมือนถังเมิ่งจะไม่กลัวคำข่มขู่ของตี้เสี่ยวอู๋จริงๆแต่ก็รีบฟ้องหลิงหยุนทันที.. “นั่นเป็นเรื่องของพวกนายสองคนที่ต้องไปแคลียร์กันเองฉันไม่เกี่ยว!” หลิงหยุนพูดยิ้มๆ และทำเป็นไม่สนใจ ถังเมิ่งได้ฟังก็นิ่งไปครู่หนึ่งคล้ายกำลังครุ่นคิดอะไรสักอย่างแต่แล้วก็ถามขึ้นลอยๆว่า “พี่หยุน..พี่มีวิชาอะไรที่เจ๋งๆสักวิชามั๊ย สอนให้ฉันบ้างสิ!” หลิงหยุนเดินเข้าไปในบ้านพร้อมตอบกลับไปยิ้มๆ“ก็พอจะมีนะ.. วิชาเจ๋งๆที่นายอยากเรียน!” แววตาของถังเมิ่งเป็นประกายและรีบร้องถามออกมาอย่างตื่นเต้น “วิชาอะไรเหรอพี่หยุน” หลิงหยุนทำเสียงลากยาว“วิชานิทรา!” ถังเมิ่งตอบกลับมาด้วยสีหน้าจริงจัง“วิชานิทรางั้นเหรอ! ชื่อฟังดูแปลกจัง ว่าแต่มันฝึกด้วยการนอนหรือเปล่า?!” หลิงหยุนยิ้มพร้อมตอบกลับไปว่า“ถูกต้อง! วิชานี้นะฝึกช่วงกลางวันดีที่สุดเลย ไปนอนแล้วก็ฝันเอาว่าเป็นยอดฝีมืออยู่ยงคงกะพัน!” ถังเมิ่งได้ฟังจึงรู้ว่าหลิงหยุนแกล้งล้อเขาเล่น“พี่หยุน..นี่พี่ล้อฉันเล่นเหรอเนี่ย!” หลิงหยุนกับตี้เสี่ยวอู๋ต่างก็หัวเราะออกมาเสียงดังพร้อมกันตามมาด้วยเสียงหัวเราะของถังเมิ่ง หลังจากที่พี่ชายน้องชายทั้งสามคนหัวเราะกันครู่ใหญ่แล้วหลิงหยุนก็ถามตี้เสี่ยวอู๋ว่า “เสี่ยวอู๋.. นายรู้ได้ยังไงว่าเป็นฉัน!” ตี้เสี่ยวอู๋เกาศรีษะพร้อมตอบกลับมาซื่อๆ“ฉันเห็นแววตาของพี่ ฉันก็จำได้ทันที..” หลิงหยุนถึงกับอึ้งไปและได้แต่พึมพำออกมา “โอ้โห.. ขนาดนั้นเลยเหรอ!” ตี้เสี่ยวอู๋พยักหน้าจริงจัง“จริงนะพี่หยุน! แววตาของพี่ไม่เหมือนใคร!” แววตาของหลิงหยุนนั้นหยิ่งผยองและไม่หวาดกลัวต่อสิ่งใดในโลก แววตาของหลิงหยุนมีความปรารถนาแต่ก็ดูสงบนิ่ง และในความสงบนิ่งนั้น ก็ให้ความรู้สึกอ้างว้างโดดเดี่ยว! ตี้เสี่ยวอู๋เองก็อยู่กับหลิงหยุนมานานจึงสามารถจดจำได้ทันทีที่เห็น! หลิงหยุนกางนิ้วชี้กับนิ้วโป้งออกวางไว้ใต้คางจากนั้นจึงหันไปทางเถังเมิ่งกับตี้เสี่ยวอู๋พร้อมกับพูดขึ้นว่า “ที่สำคัญ..หล่อไม่เหมือนใครด้วยใช่มั๊ยล่ะ” ถังเมิ่งกับตี้เสี่ยวอู๋พยักหน้าหงึกๆเป็นไก่จิกข้าว ก่อนจะพูดออกมาพร้อมกันว่า “อืมม.. หล่อไม่มีใครเหมือนจริงๆ!” หลังจากได้ฟังคำตอบของน้องชายทั้งคู่หลิงหยุนก็ถึงกับหัวเราะจนตัวงอ และคราวนี้ถึงกับน้ำหูน้ำตาเล็ดเลยทีเดียว สิบนาทีต่อมา.. ตี้เสี่ยวอู๋ก็พูดกับหลิงหยุนว่า“พี่หยุน.. กลับมาแล้วทำไมถึงไม่โทรบอกฉันล่ะ!” ถังเมิ่งทำหน้าเย้ยหยันเต็มที่พร้อมกับพูดแขวะตี้เสี่ยวอู๋“เชอะ.. นายเคยดูโทรศัพท์มือถือของตัวบ้างรึเปล่า แบตหมดหรือยังก็ไม่รู้?” ตี้สี่ยวอู๋ถึงกับอึ้งไปแต่แล้วก็ร้องอุทานออกมาราวกับเพิ่งนึกขึ้นได้ “จริงด้วย! โทรศัพท์มือถือของฉันอยู่ที่ใหน ฉันเอาไปทิ้งไว้ที่ใหนแล้ว?” ถังเมิ่งหันไปพูดกับหลิงหยุนยิ้มๆ“พี่หยุน.. ดูสิเสี่ยวอู๋ฝึกวิชาจนเป็นบ้าไปแล้ว!” หลิงหยุนเพียงแค่พยักหน้าแต่ในใจนั้นแอบคิดว่าตี้เสี่ยวอู๋หลงใหลในการฝึกวรยุทธยิ่งนัก ทุกวินาทีของเขาทุ่มเทให้กับความก้าวหน้าในการฝึกวรยุทธเท่านั้นจริงๆ หลิงหยุนหันไปพูดกับตี้เสี่ยวอู๋ด้วยน้ำเสียงจริงจัง“เสี่ยวอู๋.. นายต้องค่อยเป็นค่อยไป อย่ารีบร้อนที่จะก้าวหน้ามากนัก ยิ่งพื้นฐานของนายมั่นคงมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งเป็นผลดีต่อการฝึกฝนในวันข้างหน้ามากท่านั้น..” ตี้เสี่ยวอู๋พยักหน้ารับคำอย่างเชื่อฟัง“พี่หยุน.. ฉันเข้าใจ!” หลิงหยุนตอบกลับไปยิ้มๆ“ดูท่าอีกไม่กี่วันนายคงจะสามารถเข้าสู่ขั้นโฮ่วเทียน-7 ได้แล้วสินะ! นี่จะเป็นด่านสุดท้ายของขั้นโฮ่วเทียน และค่อนข้างสำคัญ ฉันจะช่วยนายเอง!” ตี้เสี่ยวอู๋ได้ฟังถึงกับตื่นเต้นและดีอกดีใจจนอย่างมากจนลืมที่จะเอ่ยขอบคุณหลิงหยุน! ถังเมิ่งฟังแล้วก็ได้แต่นึกอิจฉาอยู่ในใจ.. แต่แล้วตี้เสี่ยวอู๋ก็ร้องถามออกมาอย่างแปลกใจ“พี่หยุน.. พี่เพิ่งสั่งให้ถังมิ่งนำสมุนไพรจำนวนมากไปส่งให้ที่ปักกิ่ง แล้วทำไมพี่ถึงกลับมาจิงฉูล่ะ เสร็จธุระทางนั้นแล้วเหรอ? หรือว่าเกิดอะไรขึ้นที่จิงฉู?”ถังเมิ่งรีบเหน็บขึ้นมาทันที“นายมัวแต่บ้าฝึกวิชาทั้งวี่ทั้งวันจะไปรู้อะไร! ก็คะแนนสอบเอนทรานซ์ของพี่หยุนน่ะสิ.. ได้ศูนย์ทุกวิชา! แต่หลังจากที่สืบดูแล้ว ผลสอบของพี่หยุนจริงๆ ควรจะเป็นคะแนนสูงสุดของเจียงหนานาด้วยซ้ำไป!”ตี้เสี่ยวอู๋ได้ฟังถึงกับกระโจนลุกขึ้นจากโซฟาด้วยสีหน้าขมึงทึงพร้อมกับร้องตะโกนออกมาอย่างโมโห“แล้วมันกลายเป็นศูนย์ไปได้ยังไง”หลิงหยุนรีบโบกมือให้ตี้เสี่ยวอู๋นั่งลงตามเดิมก่อนจะหัวเราะและพูดออกมาว่า “เรื่องแค่นี้เอง.. ธุระที่ปักกิ่งของฉันก็เพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น! ที่ฉันกลับมาจิงฉูคราวนี้ก็เพื่อสะสางเรื่องนี้ล่ะ หลังจากเสร็จสิ้นแล้ว ฉันก็จะพานายไปปักกิ่งพร้อมกันกับฉันด้วย!”ตี้เสี่ยวอู๋ที่ก้นยังไม่ทันถึงโซฟาดีเมื่อได้ยินว่าหลิงหยุนจะพาเขาไปปักกิ่งด้วย ก็ถึงกับลุกพรวดขึ้นมาอย่างตื่นเต้นอีกครั้งเมื่อถังเมิ่งรู้ว่าตนเองจะถูกทิ้งไว้ที่จิงฉูคนเดียวก็ร้องออกมาด้วยความอิจฉา “ทำไมนายจะต้องตื่นเต้นอะไรขนาดนั้นด้วย! ไม่เคยไปปักกิ่งหรือยังไง? ทำเป็นตื่นเต้นไปได้ ปักกิ่งก็งั้นๆล่ะ!”ตี้เสี่ยวอู๋ขยิบตาให้ถังเมิ่งพร้อมกับตอบไปว่า“ทำตัวเป็นองุ่นเปรี้ยวไปได้!”ถังเมิ่งตอบกลับอย่างโมโห“ไอ้บ้า.. นี่นายกำลังพูดอยู่กับใครรู้มั๊ย”ตี้เสี่ยวอู๋กรอกตาไปมาพร้อมกับตอบไปว่า“ฉันจะบอกอะไรให้.. นายเองก็ไม่ต่างจากฉันหรอก วันๆก็คอยดูแต่เงินทั้งวันว่าได้มากเท่าไหร่แล้ว..”สองพี่น้องเถียงกันไปก็เถียงกันมา..หลิงหยุนมองทั้งคู่ทะเลาะกันยิ้มๆแล้วจึงพูดขึ้นว่า “เอาล่ะ.. เลิกทะเลาะกันได้แล้ว! ฉันว่าพวกนายสองคนรีบไปพักผ่อนจะดีกว่า อย่าลืมว่าพรุ่งนี้ไม่ใช่วันหยุด!”ถังมิ่งฟังแล้วไม่เข้าใจจึงถามขึ้นมาทันที“พรุ่งนี้ไม่ใช่วันหยุด.. แล้วยังไงเหรอพี่หยุน!”หลิงหยุนแสยะยิ้มก่อนจะตอบกลับไปว่า“ในเมื่อไม่ใช่วันหยุด.. พรุ่งนี้พวกเราสามคนก็ต้องตื่นไปทำงานตั้งแต่เก้าโมงเช้าไงล่ะ โดยเริ่มจากสำนักงานการศึกษาประจำเมืองจิงฉูก่อน!”พูดจบหลิงหยุนก็สั่งถังเมิ่งให้กลับเข้าไปพักผ่อนส่วนเขากับตี้สี่ยวอู๋เดินไปที่สวนหน้าบ้าน และหลิงหยุนก็ให้คำแนะนำตี้เสี่ยวอู๋ในเรื่องของการเดินลมปราณ และสอนวรยุทธให้บ้าง..…………เวลาเก้าโมงเช้าของวันถัดมา..หลังจากที่หลิงหยุนถังเมิ่ง และตี้เสี่ยวอู๋อาบน้ำอาบท่า และรับประทานอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว ทั้งหมดก็ขับรถมุ่งหน้าไปยังสำนักงานการศึกษาประจำเมืองจิงฉูทันทีสำนักงานการศึกษาประจำเมืองจิงฉูนั้นตั้งอยู่ทางทิศตะวันออกของใจกลางเมือง และอยู่ห่างจากบ้านของหลิงหยุนไปเพียงแค่สี่กิโลเมตรเท่านั้น ทั้งหมดจึงใช้เวลาเดินทางเพียงแค่สิบนาทีก็ถึงที่หมายแล้ว“จอดๆพวกคุณมาทำอะไรที่นี่ไม่ทราบครับ”ร่างใหญ่โตของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสองคนเดินเข้ามาห้ามรถของหลิงหยุนไว้..เมื่อวานตอนเช้าแก๊งมังกรเขียวได้พาคนจำนวนมากมาปิดทางเข้าสำนักงานการศึกษาแห่งนี้ไว้ ทำให้เจ้าหน้าที่ และคนที่อยู่ภายในสำนักงานถึงกับอกสั่นขวัญแขวน วันนี้จึงต้องมีการรักษาความปลอดภัยที่เข้มข้นมากขึ้นตี้เสี่ยวอู๋โผล่หน้าออกมาจากหน้าต่างรถพร้อมกับตอบยิ้มๆ“พวกเรามาพบหลู่กวนหวัง หลีกทางให้พวกเราเข้าไปข้างในด้วย!”เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสองคนถึงกับมองหน้ากัน..หลู่กวนหวังเป็นถึงเจ้าหน้าที่ระดับสูงของสำนักงานการศึกษาแห่งนี้ แต่เด็กหนุ่มเหล่านี้กลับกล้าเรียกชื่อของผู้อำนวยการอย่างสนิทสนมเช่นนี้ พวกเขาเป็นใครกันนะหนึ่งในเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหันไปมองตี้เสี่ยวอู๋สองสามครั้งแล้วจึงถามขึ้นว่า “ไม่ทราบว่าคุณได้ทำการนัดหมายกับท่านผู้อำนวยการไว้หรือเปล่าครับ ผมขออนุญาตโทรแจ้งท่านก่อน..”หลิงหยุนกดกระจกลงพูดกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทันที“พวกเราไม่ได้นัดหมายมาก่อน แล้วพวกเราก็มาที่นี่เพื่อเคลียร์ปัญหากับส่วนตัวกับเขา ไม่จำเป็นต้องนัดหมายอะไร!”เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยมองหลิงหยุนด้วยสีหน้าเฉยชาแต่ดูเหมือนจะออกไปในทางไม่พอใจเสียมากกว่า แล้วจึงตอบกลับไปว่า“ไม่ได้นัดหมายไว้งั้นเหรอนี่คุณ.. ผู้อำนวยการไม่ใช่คนที่ใครคิดอยากจะพบก็สามารถพบได้ง่ายๆนะ!”หลิงหยุนตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ“ผมบอกว่าจะเข้าไปพบเขา ก็ต้องได้พบสิ! หลีกทางให้พวกเราเข้าไปได้แล้ว..”เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเห็นหลิงหยุนพูดจายะโสโอหังเช่นนี้ก็ยิ่งหงุดหงิดและหมดความอดทน เขาโบกมือห้ามพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ผู้อำนวยการกำลังประชุมอยู่ไม่สะดวกให้เข้าพบตอนนี้ ถ้าอยากจะพบกับท่านผู้อำนวยการ พวกคุณค่อยมาวันอื่นก็แล้วกัน”หลิงหยุนถามเสียงเย็นชา“จะให้พวกเราเข้าไปดีๆมั๊ย”เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทำสีหน้าเหยียดหยันและคร้านที่จะพูดกับหลิงหยุนต่อ..“งั้นก็ดี..”หลิงหยุนพูดจบก็หันไปสั่งตี้เสี่ยวอู๋“เสี่ยวอู๋.. ขับฝ่าเข้าไปเลย!”ตี้เสี่ยวอู๋ไม่ตอบอะไรแต่เหยียบคันเร่ง และรถก็พุ่งเข้าไปด้านในทันที..“นี่..นี่..”เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสองคนเห็นก็ได้แต่ยืนนิ่งด้วยความตกตะลึง..หลังจากจับเข้าไปแล้วรถของหลิงหยุนก็ไปจอดอยู่หน้าตึกสำนักงานการศึกษา..หลิงหยุนถังเมิ่ง ตี้เสี่ยวอู๋.. ทั้งสามคนเปิดประตูและเดินเรียงแถวลงมา จากนั้นทั้งหมดก็เดินเรียงแถวกันขึ้นไปที่ชั้นหนึ่งของอาคารทันที โดยไม่สนใจแม้แต่จะล็อคประตูรถระหว่างนั้น..หลิงหยุนก็ได้เปิดจิตหยั่งรู้สำรวจดูรอบๆ จากแผนผังของสำนักงานการศึกษานั้น ห้องของผู้อำนวยการจะอยู่ชั้นเจ็ด และหลิงหยุนก็สั่งให้กดลิฟท์ขึ้นไปที่ชั้นเจ็ดทันทีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสองคนต่างก็วิ่งตามหลิงหยุนกับเพื่อนๆมาแต่ก็ไม่ทันแล้ว และเห็นเพียงภาพที่ทั้งสามคนยืนอยู่ในลิฟท์โบกไม้โบกมือให้กับพวกเขาเท่านั้นเจ้าหน้าที่รักษาความปลดภัยทั้งสองคนมีสีหน้าตกใจอย่างมากและรีบคว้าวอล์กี้-ทอล์คกี้ขึ้นมาพร้อมกับร้องตะโกนใส่เครื่องสื่อสารด้วยความตกใจ“แย่แล้ว..มีเด็กอันธพาลสามคนขึ้นไปที่ชั้นเจ็ดแล้ว!”หลิงหยุนได้ยินถึงกับยิ้มเย็นพร้อมกับพึมพำออกมา“เฮ้อ.. คนพวกนี้ไม่มีเซอร์วิสมายด์เลยจริงๆ! ฉันก็แค่อยากจะไปพบผู้อำนวยการ แทนที่พาเข้าไปพบดีๆ แต่กลับห้ามซะนี่! แบบนี้ใช้ได้ที่ใหนกัน!”ถังเมิ่งและตี้เสี่ยวอู๋มองหน้ากันยิ้มๆและในไม่ช้าลิฟท์ก็ขึ้นมาจอดที่ชั้นเจ็ดพอดี..เด็กหนุ่มทั้งสามคนเดินออกมาจากลิฟท์หลิงหยุนใช้จิตหยั่งรู้สำรวจดูอีกครั้งพร้อมกับพูดเสียงเบา..