ตอนที่ 458
บทที่ 827-828
October 22, 2026
บทที่ 827 : บัญชีเก่ากับบัญชีใหม่! ในยุคสมัยนี้อาชีพและหน้าที่การงานเปรียบเสมือนดวงตาของผู้คน และแน่นอนว่าตำแหน่งเลขานุการนี้ก็ไม่ธรรมดาเลยทีเดียว หลิวจิ้งปิงจึงนับว่ามีหน้าที่การงานที่ดีมากคนหนึ่ง.. ก่อนหน้านี้หลิวจิ้งปิงยังคิดว่าสิ่งที่หลิงหยุนทำนั้นช่างไร้ความน่าเชื่อถือและไร้สาระมากเกินไป! แต่เมื่อเขาได้เห็นกับตาตัวเองว่ามีการนำชื่อนักเรียนคนอื่นมาใส่แทนชื่อของหลิงหยุนในกระดาษคำตอบนั้น เขาก็เข้าใจได้ทันทีว่าเพราะเหตุใดเด็กหนุ่มทั้งสามคนจึงต้องทำอะไรแบบนี้.. นอกเหนือจากหนึ่งคะแนนที่ถูกหักจากวิชาสังคมศาสตร์ทั้งวิชาคณิตศาสตร์ วิชาภาษาอังกฤษ และวิชาภาษาจีนก็ล้วนได้คะแนนเต็มหมด ด้วยผลคะแนนที่เป็นเลิศเช่นนี้ คนที่ทำการโกงโดยคิดว่าจะไม่สามารถมีคนจับได้นั้น นับว่าโง่เกินกว่าที่จะจินตนาการได้จริงๆ แต่ถึงกระนั้น..หลิวจิ้งปิงก็คิดไม่ถึงว่าหลิงหยุนจะสามารถจัดการกับปัญหาในครั้งนี้ได้อย่างเรียบง่ายเช่นนี้! เพราะจนถึงตอนนี้หลิวจิ้งปิงยังรู้สึกเหมือนกับกำลังอยู่ในความฝันเพียงแต่ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในฝันครั้งนี้ดูเหมือนจริงมากจนเกินไปเท่านั้นเอง! แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่กำลังสร้างความวุ่นวายปั่นป่วนอยู่ตรงหน้าเขานั้นก็คือผู้ที่สมควรจะได้คะแนนสอบเอนทรานซ์สูงเป็นอันดับหนึ่งของมณฑลเจียงหนานในปีนี้! หลิงหยุนจัดการเก็บกระดาษคำตอบที่มีคะแนนสูงสุดของตนเองไว้ในขณะที่หลู่กวนหวังถึงกับนั่งคอตกคล้ายคนที่กำลังติดคุกติดราราง ผลการสอบเอนทรานซ์นั้นเป็นเรื่องที่ผู้คนในประเทศนี้ต่างก็ให้ความสนใจ และจับตามอง ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าผลการสอบเอนทรานซ์นั้นเปรียบเสมือนสะพานของเด็กนักเรียนจำนวนนับไม่ถ้วน ที่จะใช้ข้ามไปเพื่อกำหนดชะตาชีวิตของตนเอง อีกทั้งยังเปรียบเสมือความหวังของครอบครัวอีกหลายครอบครัวด้วย! แต่การที่จู่ๆนักเรียนที่ได้คะแนนสอบเอนทรานซ์เป็นศูนย์คะแนน กลับกลายมาเป็นผู้ที่ควรจะได้คะแนนสูงสุดเช่นนี้ แม้แต่หลิวจิ้งปิงที่ทำงานในสำนักงานการศึกษามาหลายปี ก็ยังถึงกับตกใจจนแทบช็อค เพราะเป็นเรื่องที่เขาเองก็ไม่เคยพบเจอมาก่อนเช่นกัน! “นักเรียนหลิงหยุน..เธอไม่ต้องเป็นห่วง ไม่ว่าเธอจะต้องพบเจอกับเหตุการณ์ใดต่อไป ฉัน – หลิวจจิ้งปิงจะเป็นพยานให้กับเธอเอง” หลิวจิ้งปิงตัดสินใจพูดออกไปเช่นนั้นทั้งที่ไม่รู้เลยว่าการตัดสินใจของตนเองในครั้งนี้ จะทำให้เกิดปัญหากับหน้าที่การงานของหรือไม่ หรือถนนเส้นนี้ของตนเองจะสดใสมากขึ้น.. เขาเองก็ไม่อาจรู้ได้จริงๆ! ถังเมิ่งกับตี้เสี่ยวอู๋ต้องช่วยกันหิ้วปีกหลู่กวนหวังคนละข้างและพยุงกลับไปที่รถ เพราะเวลานี้หลู่กวนหวังแขนขาอ่อนแรงจนไม่สามารถเดินได้ด้วยตนเอง หลิงหยุนขึ้นไปนั่งข้างคนขับ ส่วนถังเมิ่ง หลิวจิ้งปิง และหลู่กวนหวังขึ้นไปนั่งที่เบาะหลัง จากนั้นตี้เสี่ยวอู๋ก็ขับรถกลับไปที่สำนักงานการศึกษาประจำเมืองจิงฉูทันที.. “ทุกคนมัวมุงดูอะไรกันกลับไปทำงานตามปกติได้แล้ว..” เมื่อหลิวจิ้งปิงกลับไปที่สำนักงานการศึกษาเขาก็สั่งให้เจ้าหน้าที่ทุกคนกลับไปทำงานตามปกติของตนเอง เวลานี้..ในห้องทำงานของผู้อำนวยการได้ถูกปิดประตูไว้ หลิงหยุนถังเมิ่ง และตี้เสี่ยวอู๋ ทั้งสามคนนั่งยิ้มอยู่บนโซฟาราวกับว่าที่นี่เป็นห้องทำงานของตนเอง ส่วนหลู่หวนหวังที่กำลังหวาดกลัวสุดขีดนั้นนั่งคอตกอยู่บนพื้นห้อง.. เครื่องปรับอากาศที่เย็นเฉียบนั้นยิ่งทำให้พื้นกระเบื้องเย็นยะเยือกมากขึ้น แต่หลู่กวนหวังกลับรู้สึกราวกับว่านั่งอยู่บนเตาร้อนๆ หลู่กวนหวังรู้ตัวว่าทุกอย่างคงต้องจบสิ้นภายในวันนี้แน่เขาคิดไม่ถึงจริงๆว่าหน้าที่การงานในฝันของตนเอง จะต้องจบสิ้นภายในเวลาที่รวดเร็ว และกะทันหันเช่นนี้! จังหวะที่หลิ่วจิ้งปิงสงบสติอารมณ์ได้แล้วเขาจึงยกมือขึ้นเคาะประตูห้อง และเปิดเข้ามานั้น หลิงหยุนก็กำลังพูดกับหลู่กวนหวังด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม “ผู้อำนวยการหลู่..ถ้าคุณฉลาดพอ ผมคิดว่าถึงเวลาแล้วที่คุณจะต้องเล่าความจริงทั้งหมดออกมา!” แม้ว่าจะอยู่ในห้องทำงานของตนเองแต่ราศีของความเป็นผู้อำนวยการก็ได้ดับไปแล้ว ผมที่เคยใส่น้ำมันและหวีเรียบจนเป็นเงาอย่างพิถีพิถันนั้น เวลานี้กลับตกลงมาปิดบังใบหน้าไว้อย่างน่ารำคาญ จนต้องยกมือขึ้นปัดออกพร้อมกับพยักหน้าที่ซีดเซียว “ฉันยอมเล่าแล้ว..ฉันจะเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟัง!” ตี้เสี่ยวอู๋ตะโกนสั่งทันที“จะนั่งพูดอะไรตรงนั้น.. มาพูดหน้ากล้องนี่!” เวลานี้มีกล้องทั้งหมดสองตัวตัวหนึ่งคือของเลขานุการหลิ่วจิ้งปิงที่นำมา ส่วนอีกอันเป็นโทรศัพท์มือถือของถังเมิ่ง.. หลู่กวนหวังถึงกับเหงื่อกตก“คือเรื่องทั้งหมดมีอยู่ว่า.. ผู้อำนวยการกองการศึกษาประจำมณฑลเจียงหนานที่ชื่อหลี่จิ่วเจียงเป็นคนขอให้ฉันช่วย..” ภายใต้ความหวาดกลัวเช่นนี้มีหรือที่หลู่กวนหวังจะกล้าปิดบังอะไรอีก เขาเล่าเรื่องทั้งหมดให้หลิงหยุนฟังโดยไม่มีปิดบังเลยแม้แต่นิดเดียว และทุกอย่างก็เป็นไปตามที่หลิงหยุนกับคนอื่นๆคาดเดาไว้ตั้งแต่ต้น และคนที่อยู่เบื้องหลังแผนการครั้งนี้ทั้งหมดก็คือหลี่จิ่วเจียงนั่นเอง! กล้องในมือของหลิวจิ้งปิงถึงกับสั่นและใบหน้าของเขาก็ซีดเผือด เขารู้สึกชาไปทั่วทั้งร่าง และได้แต่คิดในใจว่า ‘พระเจ้า..นี่เขากำลังเป็นพยานให้กับเรื่องอื้อฉาวระดับใหนของวงการการศึกษากันแน่!’ ผู้อำนวยการกรมการศึกษาประจำมณฑลเจียงหนานเองก็เคยมาที่นี่และหลิวจิ้งปิงเองก็เคยไปต้อนรับ.. ยิ่งไปกว่านั้นเขาเองก็เคยไปเข้าร่วมประชุม และรายงานผลการทำงานของสำนักงานการศึกษาให้หลี่จิ่วเจียงฟังหลายครั้งหลายครา เขาจึงรู้จึกเบื้องหน้าเบื้องหลังของหลี่จิ่วเจียงเป็นอย่างดี! หลี่จิ่วเจียงนั้นใหญ่โตและมีอิทธิพลไม่เบา พี่ชายของเขาก็คือหลี่ซันเจียงซึ่งเป็นพ่อของหลี่เทียน และมีตำแหน่งเป็นถึงรองนายกเทศมนตรีของมณฑลเจียงหนาน! คงไม่มากไปที่จะพูดว่าทั้งคู่ต่างก็เป็นคนที่มีทั้งอำนาจและอิทธิพล! หลิวจิ้งปิงทั้งหวาดกลัวแล้วก็กังวลในเวลาเดียวกันเพราะความจริงแล้วภารกิจของเขาในเช้าวันนี้ก็คือการช่วยหลู่กวนหวังจัดเตรียมงานเลี้ยงฉลองที่จะจัดขึ้นในเย็นนี้ เพื่อแสดงความยินดีกับหลานชายของหลี่จิ่วเจียงซึ่งก็คือหลี่เทียนนั่นเอง! หลานชายของผู้อำนวยการกรมการศึกษาประจำมณฑลเจียงหนานได้คะแนนสอบเอนทรานซ์สูงสุดเช่นนี้นับว่าเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับเมืองจิงฉู แน่นอนว่าพวกเขาจะต้องจัดงานเลี้ยงฉลองประกาศให้ทุกคนได้รู้ และเตรียมมอบของขวัญชิ้นโตให้.. หลู่กวนหวังเปิดโปงหลี่จิ่วเจียงจนหมดสิ้นและหลังจากที่บันทึกคำสารภาพไว้เรียบร้อยแล้ว หลิงหยุนก็สั่งให้หลิวจิ้งปิงกับถังเมิ่งเก็บอุปกรณ์ทั้งหมด และขอให้หลิวจิ้งปิงออกจากห้องไปก่อน หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับพูดกับหลู่กวนหวังว่า“ดีมากที่ยอมเล่าออกมาหมดทุกอย่าง.. ผมพอใจมาก!” หลู่กวนหวังไม่มีเรี่ยวแรงที่จะลุกขึ้นยืนได้จึงนั่งเอนกายอยู่ที่พื้นพร้อมกับใช้แขนทั้งสองข้างพยุงตัวไว้ แล้วอ้อนวอนหลิงหยุนว่า“หลิงหยุน..ได้โปรดยกโทษให้ฉันด้วยเถิดนะ! ไม่ใช่ว่าฉันต้องการจะทำแบบนี้.. แต่หลี่จิ่วเจียงเป็นหัวหน้าระดับสูงของฉัน ฉันไม่สามารถปฏิเสธคำขอของเขาได้จริงๆ!”“เอาล่ะ..ตอนนี้ก็บอกผมมาตามตรงว่าลูกชายของคุณหลู่เจิ้งเทียนไปมุดหัวอยู่ที่ใหน”หลิงหยุนตั้งใจที่จะจัดการกับหลู่เจิ้งเทียนทันทีหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจนี้..เมื่อครั้งที่หลิงหยุนเจรจาเรื่องเงินเดิมพันกับเสียเจิ้นเหยินและกู่หยุนฟะนั้นหลิงหยุนได้เรียกร้องค่าเสียหาย ค่ารักษาพยาบาล และค่าตกใจจากหลู่เจิ้งเทียนเป็นจำนวนเงินสองแสนหยวน และหลิงหยุนก็ได้มอบเงินก้อนนี้ให้กับหลิวลี่ไปแล้วด้วย!ความจริงแล้วหลิงหยุนคิดว่าเรื่องที่ผ่านมาระหว่างเขากับหลู่เจิ้งเทียนนั้นเป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเขาก็แค่หาเรื่องเรียกร้องเงินสองแสนกับหลู่เจิ้งเทียน เพื่อให้เป็นบทเรียนเท่านั้น หลู่เจิ้งเทียนจะได้ไม่กล้าไปรังแกคนอื่นๆอีกแต่ถึงกระนั้นหลู่เจิ้งเทียนกลับเคียดแค้นหลิงหยุนและเมื่อหลิงหยุนลงไปที่ก้นหลุมยักษ์ แล้วหายตัวไปจากจิงฉูหลายวัน มันก็ได้ร่วมมือกับกู่หยุนฟะและเสียเจิ้นเหยินรังแกหนิงหลิงยู่ และยังทำร้ายถังเมิ่งจนเกือบพิการ!แต่เมื่อหลิงหยุนกลับมาปรากฏตัวอีกครั้งพวกมันทั้งสามคนต่างก็หวาดกลัวจนทำตัวเองให้หายสาบสูญไปจากจิงฉูทันทีหลิงหยุนเองก็คร้านที่จะใส่ใจกับเรื่องเล็กๆน้อยๆเพียงแค่นี้เพราะเขายังมีภารกิจมากมายหลายอย่างที่ต้องไปจัดการ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าหลิงหยุนจะลืมบัญชีความแค้นครั้งนี้ไปแล้วและครั้งนี้ยังมีหลู่กวนหวังเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดขึ้นมาอีกหนึ่งคนหลิงหยุนจึงต้องการคิดบัญชีทั้งหมดรวบยอดในคราวเดียว“เอ่อ..ละ.. ลูกชายของฉันงั้นเหรอ!”หลู่กวนหวังถึงกับพูดตะกุกตะกักและหน้าซีดยิ่งกว่าเดิม..ถังเมิ่งพูดด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน“ลุงหลู่ครับ.. ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของลุงรวมหัวกับกู่หยุนฟะและเสียเจิ้นเหยิน พาคนมารุมทำร้ายผมจนเกือบพิการ บัญชีนี้ผมต้องเอาคืนอย่างแน่นอน!”เมื่อพูดถึงหลู่เจิ้งเทียน..ถังเมิ่งก็รู้สึกโกรธแค้นขึ้นมาทันที แต่หลู่เจิ้งเทียนก็เป็นเพียงแค่ผู้สมรู้ร่วมคิดเท่านั้น แต่ตัวการสำคัญที่ทำร้ายร่างกายเขาก็คือเสียเจิ้นเหยิน..“ได้โปรดเถิด..ฉันขอร้องล่ะ ปล่อยลูกชายของฉันไปเถอะนะ!”หลู่กวนหวังหวาดกลัวว่าลูกชายของตนเองจะได้รับอันตรายจึงต้องยอมโขกหัวกับพื้น เพื่อขอร้องให้หลิงหยุนปล่อยลูกชายของตนเองไปหลิงหยุนตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ในเมื่อรู้ว่าจะต้องเป็นเช่นนี้ แล้วทำทำไม”“ตลอดสามปีในโรงเรียนมัธยมจิงฉูลูกชายของคุณทำร้ายผม และรังแกผมไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง ผมแค่ขอให้เขาจ่ายค่าทำขวัญให้ผมเป็นเงินจำนวนสองแสนหยวน จุดประสงค์ก็เพื่อให้บทเรียนกับเขาเท่านั้นเอง วันนั้นผมเองก็ได้พูดกับเขาอย่างชัดเจนแล้วว่า.. เรื่องระหว่างผมกับเขาขอให้จบลงเพียงเท่านั้น!”“แต่พอผมไม่อยู่จิงฉูลูกชายของคุณก็ร่วมมือกับเสียเจิ้นเหยินและกู่หยุนฟะ ทำร้ายร่างกายน้องชายของผมจนเกือบพิการ คุณตอบมาสิว่าสมควรที่ผมจะต้องคิดบัญชีกับเขามั๊ย”“พวกมันอยากจะหนีก็หนีไป..ผมถือคติว่าล้างแค้นสิบปียังไม่สาย!”“แต่คุณก็ไม่จำเป็นต้องกังวลมากจนเกินไปลูกชายของคุณเป็นเพียงแค่ผู้สมรู้ร่วมคิดเท่านั้น พวกเราคงจะไม่ใจร้ายกับเขานัก แต่ถึงอย่างไรเขาก็ต้องได้รับบทเรียนบ้าง ผู้อำนวยการหลู่.. คุณคิดเห็นอย่างไรกับเรื่องนี้”หลู่กวนหวังตกใจและตอบกลับไปอย่างตะกุกตะกัก“ถ้างั้น.. บะ.. แบบนี้ดีมั๊ยถังเมิ่ง.. เธอต้องการเงินเท่าไหร่ ฉันยินดีที่จะจ่ายให้ตามที่เธอเรียกร้อง ขอแค่เธอยอมปล่อยลูกชายของฉันไปก็พอ!”ถังเมิ่งได้ฟังจึงหันกลับไปมองหลิงหยุน..หลิงหยุนถึงกับทำเสียงขึ้นจมูกเขารู้ว่าหลู่กวนหวังรับราชการมานานหลายปี ย่อมต้องได้รับผลประโยชน์มามากมายเมื่อคิดว่าการที่หลู่เจิ้งเทียนสามารถทำตัวกร่างอยู่ในโรงเรียนมัธยมจิงฉูนั้นหากไม่ใช่เพราะมีพ่อของมันถือหางสนับสนุนอยู่เช่นนี้ มีหรือที่มันจะกล้าทำตัวอันธพาลเช่นนั้น!หลิงหยุนไม่ตอบแต่เพียงแค่มองถังเมิ่ง และความหมายในสายตาของหลิงหยุนก็บ่งบอกอย่างชัดเจนว่า เขายกให้ถังเมิ่งเป็นผู้ตัดสินใจในครั้งนี้!ถังเมิ่งถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วพูดขึ้นอย่างช้าๆ “ในปีแรกของมัธยมปลาย.. ลูกชายของคุณข่มขืนเด็กนักเรียนหญิงคนหนึ่งในห้องเดียวกัน และเมื่อเด็กผู้หญิงคนนั้นตั้งท้อง มันก็บังคับให้ทำแท้ง และบังคับให้เด็กนักเรียนหญิงคนนั้นต้องย้ายโรงเรียน..”“พอขึ้นปีที่สองของมัธยมปลาย..หลู่เจิ้งเทียนกับกู่หยุนฟะก็ร่วมมือกันมอมเมายาเสพติดให้กับเด็กนักเรียนหญิงสองคน ท้ายที่สุดหนึ่งในนั้นถึงขั้นฆ่าตัวตาย เรื่องนี้คุณคิดว่าจะชดใช้ยังไง”“และในครึ่งปีแรกของมัธยมปลายปีที่สาม..หลู่เจิ้งเทียนได้ทำร้ายร่างกายนักเรียนชายในห้องเดียวกันคนหนึ่งจนขาหักทั้งสองข้าง เด็กนักเรียนชายคนนั้นต้องนอนเป็นคนพิการอยู่ที่โรงพยาบาลเกือบครึ่งปี แต่คุณกับจ่ายค่าเสียหายให้เขาเพียงแค่ห้าพันหยวน หนำซ้ำยังไล่เขาออกจากโรงเรียนอีกด้วย..”หลิงหยุนได้ฟังจนจบประกายสังหารก็ปรากฏขึ้นมาในแววตาของเขาวูบหนึ่ง..ถังเมิ่งย้ำด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจน“ลูกชายของคุณทำเรื่องชั่วช้า และโหดเหี้ยมขนาดนี้! ไม่ทราบว่าคุณจะชดใช้ยังไง”“คุณคิดว่าทั้งหมดที่ผมเล่ามานั้นควรต้องชดใช้เป็นจำนวนเงินเท่าไหร่จึงจะเหมาะสม ต่อให้คุณยอมชดใช้เป็นเงิน พวกเราก็ยังต้องคิดบัญชีกับลูกชายของคุณอยู่ดี..”ถังเมิ่งยังไม่โทรเรียกถังเทียนห่าวเพราะเมื่อใดที่เขาโทรเรียกถังเทียนห่าวมาที่นี่ เรื่องทั้งหมดก็จะเข้าสู่กระบวนการรับผิดชอบของสำนักงานรักษาความมั่นคงทันที และถึงตอนนั้นก็จะต้องมีการตรวจสอบเรื่องการคอรัปชั่นของหลู่กวนหวัง และหากพบว่ามีการคอรัปชั่นจริง ก็จะตามมาด้วยการยึดทรัพย์ทันที!และเรื่องก็จะสาวมาถึงตัวหลิงหยุนอย่างแน่นอน!ถังเมิ่งรู้ว่าหลิงหยุนไม่ชอบขั้นตอนและพิธีการอะไรพวกนั้น!เมื่อได้ฟังคำพูดของถังเมิ่งหลู่กวนหวังถึงกับหมดเรี่ยวหมดแรง และหมดหวัง แต่ถึงกระนั้นถังเมิ่งก็เปรียบเหมือนฟางเส้นสุดท้ายของเขา..“ได้โปรดเถิดนะ!ฉันยินดียกเงินทองทั้งหมดที่ฉันมีให้กับเธอก็ได้ แต่ปล่อยลูกชายของฉันไปเถิดนะ!”บทที่ 828 : ยึดทรัพย์!ที่หลู่กวนหวังต้องพูดออกไปเช่นนั้นก็เพราะในจังหวะที่เงยหน้าขึ้นนั้น เขาเหลือบเห็นรังสีสังหารที่วูบขึ้นในแววตาของหลิงหยุนพอดี