ตอนที่ 473
บทที่ 857-858
October 22, 2026
บทที่ 857 : ชัยชนะที่แท้จริง! สิ่งที่จำเป็นต้องพูดหลิงหยุนก็ได้พูดไปหมดแล้ว เขาจึงคร้านที่จะพล่ามไร้สาระอีก.. กู่เหลียนเฉิงนั่งอยู่ในสภาพก้มหน้าและมือเท้าพื้นอย่างสิ้นหวัง แต่แล้วจู่ๆ เขาก็คลานไปเกาะขาถังเมิ่งและดึงชายกางเกงไว้แน่นพร้อมกับอ้อนวอนขอ.. “คุณชายถัง..ถึงยังไงเจ้าฟะก็เป็นเพื่อนนักเรียนของคุณนะ ฉันไหว้ล่ะนะ.. ได้โปรดไว้ชีวิตของเขาด้วย!” หลิงหยุนนั้นพูดถูก..ไม่มีประโยชน์อะไรที่กู่เหลียนเฉิงจะอ้อนวอนขอหลิงหยุน เพราะถึงอย่างไรหลิงหยุนก็ไม่มีทางหวั่นไหวอย่างแน่นอน ดังนั้นถังเมิ่งจึงเปรียบเสมือนฟางเส้นสุดท้ายของกู่เหลียนเฉิง ถังเมิ่งเองก็เพิ่งจะสงบสติอารมณ์ลงได้เขาจัดการหยิบบุเหรี่ออกมาจุดสูบ และดูดควันเข้าปอดอย่างแรง จากนั้นจึงพ่นควันออกมาอย่างสบายใจ แล้วจึงก้มหน้าลงมองกู่เหลียนเฉิงที่อยู่แทบเท้าตัวเอง “วันนี้เพิ่งจะมาสำนึกงั้นเหรอ!” ถังเมิ่งพูดขึ้นด้วยท่าทางไม่ยี่หระพร้อมกับพ่นควันบุหรี่ออกมาอีกรอบแล้วจึงพูดต่อว่า “เอาล่ะ..ผมให้เวลาคุณหนึ่งอาทิตย์ในการนำตัวลูกชายของคุณมาให้ผม! ผมรับปากว่าจะไม่ฆ่ามัน เพราะเวลานี้พ่อของผมเองก็ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานรักษาความมั่นคง ใช่ว่าผมจะสามารถฆ่าคนได้ตามใจชอบ แต่ถึงยังไงผมก็ต้องแก้แค้นที่มันเคยทำกับผมไว้ แล้วหลังจากที่ผมปล่อยมันไปแล้ว ถ้ามันไม่มายุ่งกับผมก่อน ผมก็จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับมันเหมือนกัน!” ถังเมิ่งเกลียดเสียเจิ้นเหยินกับกู่หยุนฟะเข้ากระดูกดำและหนี้เลือดในครั้งนี้ถึงอย่างไรก็ต้องชดใช้ด้วยเลือด! “นี่นับว่าผมปราณีที่สุดแล้ว!ถ้าคุณยังคิดว่ามันไม่ยุติธรรมพอ ก็สามารถยกเลิกข้อเสนอทุกอย่างที่พูดมาก่อนหน้านี้ได้ จากนั้นพวกเราสองฝ่ายก็มาสู้กันแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน..” แต่เพียงแค่นั้นก็สร้างความประหลาดใจให้กับกู่เหลียนเฉิงอย่างมากแล้วเพราะเขาเองก็ไม่คิดไม่ฝันว่าถังเมิ่งจะไม่คิดเอาชีวิตของกู่หยุนฟะตั้งแต่แรก และดูเหมือนจะต้องการเพียงแค่หักแขนหักขาลูกชายของเขาเป็นการแก้แค้นเท่านั้น! แววตาหดหู่สิ้นหวังของกู่เหลียนเฉิงเป็นประกายขึ้นมาวูบหนึ่งจากนั้นจึงรีบพยักหน้ารับปากทันที! “ยุติธรรมแล้ว..ยุติธรรมมากด้วย! ขอบคุณคุณชายถังสำหรับความปราณีในครั้งนี้!” ในที่สุดกู่เหลียนเฉิงก็สามารถช่วยชีวิตลูกชายตนเองไว้ได้แม้ว่าจะต้องถูกหักแขนหักขาก็ถือซะว่าเกิดอุบัติเหตุ.. ถังเมิ่งรู้ว่ากู่เลียนเฉิงจะต้องทำตามที่รับปากอย่างแน่นอนเขาจึงไม่แยแสกู่เหลียนเฉิงอีก แต่หันไปยกมือข้างที่คีบบุหรี่ขึ้นชี้ไปทางเสียเจิ้นติงที่ยังคงยืนนิ่งไม่พูดไม่จา.. “ลูกคุณด้วย!” ถังเมิ่งวางท่าทางใหญ่โต.. ความแข็งแกร่งและเก่งกาจของหลิงหยุนนั้นได้เปิดโลกทัศน์ของถังเมิ่งให้กว้างขึ้น ทำให้เขามองเห็นโลกอีกด้านที่ไม่เคยมีโอกาสได้เห็นมาก่อน ถังเมิ่งจึงสามารถเข้าใจทุกอย่างได้ค่อนข้างรวดเร็ว หลังจากที่หันไปสั่งเสียเจิ้นติงแล้วถังเมิ่งก็โบกมือที่หนีบบุหรี่ขึ้นพร้อมกับร้องสั่งเสียเจิ้นติงกับกู่เหลียนเฉิง “พวกคุณออกไปได้แล้ว!” ถังเมิ่งพูดกับคนใหญ่คนโตของเมืองจิงฉูทั้งสองคนด้วยท่าทางราวกับกำลังคุยอยู่กับกุ๊ยข้างถนน.. ถังเมิ่งปล่อยเสียเจิ้นติงและกู่หยุนฟะกลับไปแต่ในขณะเดียวกันก็หันไปขยิบตาให้กับอาปิง และดูเหมือนอาปิงก็พยักหน้าอย่างเข้าใจกัน ใบหน้าของเสียเจิ้นติงนั้นซีดเซียวและดูเคร่งเครียดริมฝีปากเม้มเข้าหากันแน่น แต่ก็ไม่พูดอะไรแม้แต่คำเดียว เขาเพียงแค่โน้มตัวลงช่วยพยุงร่างของกู่เหลียนเฉิงที่คุกเข่าอยู่กับพื้นให้ลุกขึ้นอย่างทุกลักทุเล ทั้งสองคนต่างก็พยุงกันเดินก้มหน้าออกไปจากห้องจัดเลี้ยง อาปิงไม่กล้านิ่งเฉยเขาพาพี่น้องแก๊งมังกรเขียวสี่คนแอบตามทั้งสองคนไปด้วยตัวเอง ส่วนถังเมิ่งยังคงยืนดูดบุหรี่นิ่งพร้อมกับจ้องมองอาปิงพาลูกน้องเดินออกไปจากห้องจัดเลี้ยง.. หลังจากที่ทั้งหมดเดินหายลับตาไปแล้วถังเมิ่งก็ทิ้งก้นบุหรี่ในมือ และหันไปพูดกับหลิงหยุน “พี่หยุน..ขอบคุณมาก!” ถึงแม้ถังเมิ่งจะพูดเพียงสั้นๆแค่นั้นแต่เขาก็รู้อยู่เต็มอกว่าที่เขามีวันนี้ได้ก็เพราะหลิงหยุน! นับว่าเขาเลือกข้างได้ถูกต้อง.. หลิงหยุนเพียงแค่ยกมือขึ้นตบบ่าถังเมิ่งและตอบไปว่า “นายเป็นน้องชายของฉันนะ จะต้องขอบคุณฉันทำไมกัน ตอนนี้ไปทำงานได้แล้ว!” ณตอนนี้ศัตรูของพวกเขาก็ถูกจัดการจนหมดแล้ว แต่เรื่องยังไม่จบเพียงแค่นั้น ในห้องจัดเลี้ยงยังมีแขกเหรื่ออีกสามร้อยกว่าคน และเวลานี้ทุกคนต่างก็มีสีหน้างุนงง หวาดกลัว แล้วก็ไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรต่อไป พวกเขาไม่รู้ว่าควรจะกลับ หรือว่าอยู่ต่อดี.. แต่ตราบใดที่มีถังเมิ่งอยู่เรื่องแบบนี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร! ถังเมิ่งหันหลังเดินกลับไปที่เวทีและขึ้นไปยืนอยู่ด้านหลังไมโครโฟน เขายกมือขึ้นส่งสัญญาณให้แขกในห้องทุกคนอยู่ในความสงบ จากนั้นจึงยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นว่า.. “แขกผู้มีเกียรติทุกท่านครับ..ผมรู้ว่าวันนี้ทุกท่านมาวันนี้ก็เพื่อจะมาแสดงความยินดีให้กับนักเรียนที่สอบได้คะแนนสูงสุดในเจียงหนาน แต่ตอนนี้นักเรียนที่สวมรอยก็ถูกจับตัวไปแล้ว แต่ไม่เป็นไรครับ.. ในเมื่อผู้ที่ได้คะแนนสูงสุดตัวจริงก็อยู่ในงานนี้ด้วยแล้ว!”เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ถังเมิ่งก็หันไปมองหลิงหยุนก่อนจะพูดต่อว่า “คืนนี้.. ผม – ถังเมิ่ง ขอเป็นเจ้าภาพเลี้ยงฉลองให้กับหลิงหยุนพี่ชายของผมเอง!”“แขกผู้มีเกียรติทุกท่านคงจะรู้แล้วว่าโรงแรมไคเฉวียนนี้เป็นของพี่หยุนขอให้ทุกท่านรับประทานอาหารให้อร่อย ผมรับรองว่าอาหารที่จะนำมาเสริฟในคืนนี้ จะเป็นอาหารที่ใช้แต่วัตถุดิบชั้นดี!”“และขอแจ้งทุกท่านไว้ก่อนว่าคืนนี้จะไม่มีการรับซองใดๆทั้งนั้น หากทุกคนต้องการมอบของขวัญให้กับพี่หยุน ขอแค่ร่วมกันดื่มฉลองให้พี่หยุนเป็นของขวัญก็พอแล้วครับ..”ถังเมิ่งพูดยังไม่ทันจบประโยคดี..เสียงปรบมือก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งห้องจนดังกลบเสียงของสายฝนที่ยังคงกระหน่ำอยู่ด้านนอก!นี่เป็นครั้งแรกที่แขกในงานหลายคนเพิ่งจะได้พบเจอหลิงหยุนเป็นครั้งแรกพวกเขาจะพลาดโอกาสดีๆเช่นนี้ได้อย่างไรกันน่าขัน..ตอนนี้มีใครบ้างที่จะไม่เห็นแก่หน้าถังเมิ่งกับหลิงหยุน“เป็นเกียรติกับพวกเราอย่างมาก!”“นี่เป็นงานเลี้ยงฉลองนะจะไม่รับซองแดงได้อย่างไรกัน คุณต้องรับถึงจะถูก..”“ถูกต้อง..นี่เป็นงานเลี้ยงฉลองให้กับนักเรียนที่ได้คะแนนสูงสุดทั้งที ยังไงก็ต้องรับซองแดงถึงจะถูกต้อง!”“หลิงหยุนเป็นนักเรียนที่ได้คะแนนสูงสุดตัวจริง!เจ้าหลี่เทียนนี่ช่างชั่วช้าจริงๆ!”และเพียงไม่นาน..บรรยากาศภายในห้องจัดเลี้ยงก็เปลี่ยนเป็นอบอวลด้วยความยินดียิ่งกว่าเมื่อครั้งที่ฉลองให้กับคนตระกูลหลี่หลายสิบเท่า!ถังเมิ่งยืนฟังเสียงปรบมือที่ดังสนั่นไปทั่วทั้งห้องและเวลานี้ก็เพิ่งจะสองทุ่มครึ่งเท่านั้น ล่าช้ากว่ากำหนดมาเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้นช่างง่ายดายและไม่ซับซ้อน!ถังเมิ่งหันไปมองหลิงหยุนพร้อมกับกระซิบเสียงเบาว่า“พี่หยุน.. จะรับซองแดงดีมั๊ย!”แม้เสียงปรบมือจะดังสนั่นไปทั่วทั้งห้องแต่ถังเมิ่งก็รู้ว่าหลิงหยุนจะต้องได้ยินคำถามของเขาอย่างแน่นอน..หลิงหยุนยักไหล่พร้อมกับพูดขึ้นว่า“ในเมื่อเป็นความต้องการของทุกท่าน ผมก็ยินดีที่จะรับไว้ครับ!”“ถังเมิ่ง..จัดการเตรียมเจ้าหน้าที่มารับซองด้วย!”เพราะหากไม่รับ..ก็คงไม่ใช่หลิงหยุนตัวจริงอย่างแน่นอน!ถังเมิ่งยิ้มและร้องตะโกนบอกพนักงานเสริฟ“เอาล่ะ.. คุณทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยทั้งหมดในห้องนี้ แล้วก็จัดหาคนมาทำหน้าที่รับซองด้านนอกให้ด้วย..”พนักงานเสริฟร้องตอบถังเมิ่งด้วยความตื่นเต้นดีใจ“ครับ.. ผมจะจัดการตามที่คุณถังสั่งให้เรียบร้อย!”ระหว่างที่เดินลงมาด้านล่างนั้นถังเมิ่งก็หันไปสั่งต่อ “แขกบางส่วนอยู่ในห้องวีไอพี คุณช่วยจัดหาคนเข้าไปต้อนรับด้วย..”พนักงานเสริฟหันมาบอกถังเมิ่งว่า“ครับคุณถัง.. แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะมีพนักงานไม่พอ!”ถังเมิ่งหันไปมองพร้อมกับสั่งว่า“เรียกพนักงานเสริฟจากชั้นอื่นให้มาช่วย!”หลังจากที่หัวหน้าพนักงานเสริฟคนใหม่ออกไปทำงานตามคำสั่งถังเมิ่งเองก็เดินไปหาหลิงหยุนกับตี้เสี่ยวอู๋ เขาตีหน้าเศร้าพร้อมกับพูดขึ้นว่า“พี่หยุน..ฉันเสียเงินซื้อโรงแรมนี่ไปตั้งห้าร้อยล้าน! ฉันคงนอนไม่หลับอีกนาน..”หลิงหยุนฟังแล้วก็ทำโกรธทั้งขำแล้วตี้เสี่ยวอู๋ก็พูดขึ้นว่า “นายนี่.. ห่วงแต่เรื่องเงิน!”แล้วหลิงหยุนก็พยักเพยิดหน้าชี้ไปทางแขกพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ดูท่าทางคืนนี้ฉันจะได้รับซองแดงมากกว่าหลี่จิ่วเจียงอีก!”“ใหนยังจะมีทรัพย์สินแล้วก็เงินสดของหลู่กวนหวังอีกแล้วก็ของกู่เหลียนเฉิงอีกเป็นพันล้าน วันเดียวมีรายได้มหาศาลแบบนี้ นายยังจะเสียดายอีกเหรอ!”“ที่สำคัญ..แขกในคืนนี้ก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนมีหน้ามีตาในสังคม และจะมีประโยชน์กับเราอย่างมากในวันข้างหน้า นี่ต่างหากคือชัยชนะที่แท้จริง!”“ฉันว่าผ่านไปไม่ถึงครึ่งปีนายจะได้กำไรจากโรงแรมอีกเป็นร้อยล้าน!”“นี่..แล้วเรื่องเช็คยี่สิบล้านนั่นล่ะ อย่าบอกนะว่าจะยึดของฉันไปจริงๆ!”ถังเมิ่งหัวเราะพร้อมกับตอบไปว่า“ฮ่า.. ฮ่า.. พี่หยุน! รับรองว่าพ่อของฉันคืนให้แน่นอน!”