ตอนที่ 474
บทที่ 859-860
October 22, 2026
บทที่ 859 : ช่วยชีวิตคน! เวิ่นเสี่ยวหยาช่างน่าสงสารนัก..เธอไม่รู้ว่าสาวงามทั้งหมดนั้นล้วนแล้วแต่ติดตามหลิงหยุนมาตั้งแต่แรก หากเธอรู้ว่าสาวงามทั้งหมดนี้เป็นผู้หญิงของหลิงหยุน เธอคงจะไม่กล้าเข้ามายั่วยวนหลิงหยุนอย่างเปิดเผยเช่นนี้! ระหว่างที่ยืนอยู่บนเวทีนั้นเวิ่นเสี่ยวหยาเองก็แอบกังวลใจว่าสาวงามเหล่านี้จะสนอกสนใจหลิงหยุนเช่นกัน และเกรงว่าพวกเธอเหล่านั้นจะมาแย่งหลิงหยุนไป เธอจึงรีบตรงเข้ามาเสนอตัวให้หลิงหยุนอย่างหน้าไม่อายเช่นนี้! แต่ความจริงกลับโหดร้ายยิ่งกว่าเมื่อผลปรากฏว่าเธอกลับต้องกลายเป็นผู้ที่อับอายขายหน้าจากการถูกเหล่าสาวงามพูดจาถากถาง.. เหล่าสาวงามของหลิงหยุนไม่เพียงพูดจากถากถางแต่ยังจงใจมายืนเคียงข้างเธอพร้อมกับมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า ภาพที่เห็นจึงไม่ต่างจากไก่บ้านที่หาญเทียบกับพญาหงษ์! แต่ทั้งหมดก็ล้วนแล้วแต่เป็นผลจากการกระทำของตัวเธอเองทั้งนั้นเธอจึงต้องได้รับความอับอายเช่นนี้! หลิงหยุนมองเวิ่นเสียวหยาที่ยืนเลิ่กลั่กด้วยความรู้สึกขันแต่แล้วก็ยักไหล่พร้อมกับพูดขึ้นว่า.. “กรูกันออกมาทำไมกัน!” หนิงหลิงยู่หัวเราะนิดหน่อยและตอบหลิงหยุนไปเพียงแค่ประโยคเดียวสั้นๆ “พี่ใหญ่คะ.. น้าหญิงกำลังจะขึ้นมาแล้ว!” และนับว่าได้ผลอย่างยิ่งทันทีที่ได้ยินชื่อฉินตงเฉี่วย ไม่เพียงหลิงหยุนเท่านั้นที่เงียบไป แม้แต่หญิงสาวคนอื่นๆ ต่างก็พากันนิ่งไม่พูดไม่จาอีกเลย “อะแฮ่ม..” หลิงหยุนกระแอมเบาๆและรีบหันไปสั่งถังเมิ่ง “นี่นายมัวทำอะไรอยู่ ยังไม่รีบไปจัดการเคลียร์ห้องวีไอพีอีก จะให้ทุกคนยืนอยู่แบบนี้หรือยังไง?!” ต่อหน้าสาวงามที่กำลังโมโหเช่นนี้ถังเมิ่งไม่กล้าพูดอะไรแม้แต่คำเดียว และรีบร้องบอกหลิงหยุนว่า “ฉันจัดการเรียบร้อยแล้วพี่หยุน.. เข้าไปข้างในกันได้เลย!” ระหว่างที่ทุกคนกำลังพูดคุยกันอยู่นั้นพนักงานเสริฟสิบกว่าคนก็ได้เข้าไปจัดการทำความสะอาดห้องวีไอพีจนเกือบจะเรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้ห้องสวีทสุดหรูของโรงแรมระดับห้าดาวมักจะต้อนรับแขกทุกคนคืนนี้มีงานเลี้ยงขนาดใหญ่และพวกเขาพร้อมที่จะหยุด ไม่จำเป็นต้องล้างข้อมูลชั่วคราว “ทุกคน..เข้าไปในห้องกันดีกว่า!” หลิงหยุนยกมือขึ้นโบกเรียกทุกคนให้เดินนำหน้าเขาไปและระหว่างนั้นหนิงหลิงยู่ก็รีบดึงแขนหลิงหยุนไว้ หลิงหยุนส่งสัญญาณให้ถังเมิ่งเดินนำสาวงามคนอื่นๆเข้าไปในห้องวีไอพีก่อนเมื่อทุกคนเดินไปกันจนหมดแล้ว เขาจึงหันมาถามหนิงหลิงยู่ “มีอะไรเหรอ!” หนิงหลิงยู่ชะโงกหน้ามองไปทางประตูทางเข้าห้องจัดเลี้ยงแล้วหันมาพูดกับหลิงหยุนว่า “พี่ใหญ่..พี่ลืมฉีเสี่ยวชิงไปแล้วเหรอ เธอยังยืนอยู่ที่หน้าห้องจัดเลี้ยงเลย ฉันเรียกเธอให้เข้ามา แต่เธอก็ไม่ยอม..” หนิงหลิงยู่กับฉีเสี่ยวชิงนั้นเป็นเด็กสาวที่เรียนเก่งทั้งคู่และต่างคนต่างก็เป็นที่หนึ่งในโรงเรียนของตนเอง ก่อนที่จะสอบเอนทรานซ์จริงนั้น โรงเรียนทั้งหมดในเมืองจิงฉูได้จัดให้มีการทดสอบทดใหญ่ถึงสามครั้ง และผลปรากฏว่าทั้งคู่ต่างก็ผลัดกันได้ที่หนึ่งที่สองอยู่แบบนี้มาตลอด ยิ่งไปกว่านั้นทั้งสองคนก็ยังเป็นหญิงสาวที่มีหน้าตางดงามทั้งคู่ และมาจากครอบครัวที่ลำบากยากจนเหมือนกัน หลังจากที่หลิงหยุนช่วยฉีเสี่ยวชิงแล้ว ทั้งคู่จึงได้กลายเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันได้ในทันที แน่นอนว่าหลิงหยุนไม่ได้หลงลืมฉีเสี่ยวชิงอย่างแน่นอนเพียงแต่ต่อหน้าสาวงามเจ้าอารมณ์ทั้งหลาย เขาจึงไม่กล้าพูดถึงฉีเสี่ยวชิง และแสร้งทำเป็นโง่ไปจะดีกว่า! “เอ่อ..พี่เองก็ไม่สนิทสนมกับเธอซะด้วยสิ!” หลิงหยุนแสร้งทำเป็นทำตัวไม่ถูกและยกมือขึ้นเกาศรีษะขณะที่ตอบหนิงหลิงหยู่.. “อะไรกัน..พี่ช่วยเธอไว้ตั้งสองครั้งแล้ว ยังจะไม่สนิทสนมกันอีกเหรอ เธอกำลังรอขอบคุณพี่อยู่ด้านนอก ครอบครัวของเธอกำลังลำบากมากเลย ฉันเพิ่งจะคุยกับเธอมา!” หนิงหลิงยู่นั้นสงสารและเห็นใจในความทุกข์ของฉีเสี่ยวชิงมากแม้ว่าเวลานี้เธอเองจะเป็นคนมีฐานะเงินทองแล้ว แต่หนิงหลิงยู่ก็ไม่เคยลืมช่วงเวลาที่ทุกข์ยากที่ผ่านมาของตนเอง “งั้นเหรอ..แล้วเกิดอะไรขึ้นกับครอบครัวของเธอบ้างล่ะ แม่ของเธอเป็นอะไรมากมั๊ย? แล้วน้องสาวป่วยเป็นโรคอะไร?” หลิงหยุนได้รับปากฉีเสี่ยวชิงว่าจะช่วยแม่และน้องสาวของเธอและนี่ก็ถึงเวลาแล้ว.. หนิงหลิงยู่เล่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ“แม่ของฉีเสี่ยวชิงไม่ได้เป็นอะไร แต่ถูกหลี่เทียนจับตัวไป ตอนนี้เธอเองก็ไม่รู้ว่ามันจับแม่ของเธอไปไว้ที่ใหน ส่วนน้องของเธอที่ยังอยู่ในวัยเรียน ตั้งแต่วันที่หลี่เทียนจับตัวเธอมา น้องเธอก็ล้มป่วยหนัก!” หลี่เทียนนั้นรู้ว่าฉีเสี่ยวชิงจะต้องไม่ยอมแต่โดยดีแน่จึงได้จับแม่ของเธอมาเพื่อข่มขู่ให้เธอยอมทำตามความต้องการของมัน..หลิงหยุนได้ฟังก็ถึงกับโมโหจนควันออกหูพร้อมกับคำรามออกมา“เจ้าเด็กนี่มันชั่วช้าเกินคนจริงๆ!”หนิงหลิงยู่พยักหน้าเห็นด้วยและเล่าต่อ “น้องของเธอชื่อฉีเสี่ยวหง ตอนนี้เพิ่งจะอายุสิบห้าปี ความจริงแล้วก็เป็นคนที่สุขภาพแข็งแรงดี แต่นับจากวันที่ฉีเสี่ยวชิงถูกจับตัวมา น้องสาวของเธอก็ล้มป่วย ฟังจากที่ฉีเสี่ยวชิงเล่า เธอบอกว่าน่าจะเป็นเพราะฝีมือของหมอผีที่หลี่เทียนพาไปด้วยในวันนั้น จนป่านนี้ผ่านไปสามวันแล้วน้องสาวของเธอยังไม่ได้สติเลย!”หลิงหยุนได้ฟังก็แล้วก็รู้สึกโมโหอย่างที่สุดพร้อมกับกัดฟันกรอด“ไม่ใช่หมอผีที่ใหนหรอก แต่น่าจะเป็นยอดฝีมือตระกูลซันสามคนนั่นต่างหากที่ทำร้ายน้องสาวของเธออย่างโหดเหี้ยม! นี่แม้แต่เด็กสาวพวกมันก็ยังไม่ละเว้นเลยเหรอนี่!”หลิงหยุนข่มความโกรธและถามขึ้นว่า“แล้วตอนนี้ฉีเสี่ยวหงอยู่ที่ใหน”หนิงหลิงยู่ตอบกลับไปว่า..“เห็นว่าหลี่เทียนส่งไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลเจียงหนาน และเป็นผู้จ่ายค่ารักษาพยาบาลทั้งหมดให้..”“เอาล่ะ..เธอเข้าไปในห้องวีไอพีก่อน แล้วอย่าลืมบอกถังเมิ่งให้รีบตามพี่ไปด้วยล่ะ!”หลิงหยุนสั่งทิ้งท้ายและถือโอกาสจับบ่าหนิงหลิงยู่อย่างสนิทสนม และเดินตรงไปหาฉีเสี่ยวชิงด้วยความเป็นห่วงหนิงหลิงยู่ยืนนิ่งดวงตาจับจ้องอยู่ทีแผ่นหลังของหลิงหยุน และแววตาทั้งคู่นั้นก็เปี่ยมไปด้วยความรักความเสน่หา หนิงหลิงยู่มองเช่นนั้นอยู่นานพร้อมกับยิ้มออกมาเล็กน้อยเธอยืนมองจนกระทั่งหลิงหยุนเดินตรงไปถึงที่หน้าห้องจัดเลี้ยงและเลี้ยวหายไป หนิงหลิงยู่จึงเดินเข้าไปในห้องวีไอพีหลิงหยุนเดินตามหาฉีเสี่ยวชิงและในที่สุดก็พบเธอรออยู่ด้านนอกซึ่งมีแขกเหรื่ออยู่มากมาย ทุกคนต่างก็พากันนำซองแดงไปมอบให้เจ้าหน้าที่ ส่วนหลิงหยุนก็เดินตรงเข้าไปหาฉีเสี่ยวชิงฉีเสี่ยวชิงที่อยู่ในชุดราตรีสีม่วงยังคงยืนนิ่งอยู่ที่มุมหนึ่งแถวหน้าประตูใบหน้าของเธอสงบนิ่ง แต่ไม่เย็นชาเช่นเคย และคิ้วที่ขมวดแน่นเข้าหากันตลอดเวลานั้น ก็คลายลงจนไม่เหลือให้เห็นอีกดูเหมือนเธอกำลังครุ่นคิดอะไรสักอย่างจนลืมโลกภายนอกรอบๆตัวใบหน้านิ่งสงบนั้นดูราวกับรูปปั้นของเทพธิดา“ทำไมคุณถึงไม่เข้าไปด้านใน”หลิงหยุนจ้องมองเด็กสาวที่ดูเศร้าสร้อยและกำลังเป็นทุกข์แต่ยังสามารถสงบนิ่งได้อย่างน่าทึ่ง และไม่รู้ว่าควรเริ่มต้นอย่างไรดี..หากเทียบผลคะแนนของทุกสายนั้นคะแนนของหลิงหยุนนับว่าสูงเป็นอันดับหนึ่ง ฉีเสี่ยวชิงสูงเป็นอันดับสอง และหนิงหลิงยู่สูงเป็นอันดับสามและหากวัดไอคิวดูแล้วทั้งสามคนนี้น่าจะต้องไอคิวสูงกว่าคนธรรมดาทั่วไปอย่างแน่นอน!เมื่อฉีเสี่ยวชิงเห็นหลิงหยุนเดินออกมาหาตนเองเช่นนี้ท่าทีที่สงบนิ่งเมื่อครู่ได้มลายหายไปทันที และเปลี่ยนมาเป็นตื่นเต้นทำอะไรไม่ถูก แล้วใบหน้าก็เริ่มแดงก่ำ..ฉีเสี่ยวชิงก้มหน้าลงเล็กน้อยเพื่อซ่อนแววตาของตนเองจากหลิงหยุนและตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวล“สถานที่แบบนี้ไม่ค่อยเหมาะกับฉัน..”ถึงแม้ฉีเสี่ยวชิงจะบอกว่าสถานที่เช่นนี้ไม่เหมาะกับเธอ แต่จากรูปลักษณ์แล้ว เธอเองก็ไม่ด้อยไปกว่าใครในงานเลย เพียงแต่เธอไม่สนใจความหรูหราจอมปลอมนี้เสียมากกว่าหลิงหยุนชื่นชมในความสงบนิ่งเช่นนี้ของฉีเสี่ยวชิงเขาเดินเข้าไปใกล้พร้อมกับพูดขึ้นว่า“เรื่องที่คุณกำลังกังวลใจอยู่ไม่ต้องห่วงนะ.. ผมจะช่วยคุณเอง!”ฉีเสี่ยวชิงโน้มศรีษะลงพร้อมกับตอบไปว่า“หลิงหยุน.. ขอบคุณมาก!”แม้ว่าเสียงของเธอจะเบาแสนเบาแต่ก็เปี่ยมไปด้วยความจริงใจที่ไม่มีใครได้ยิน“แล้วก็ขอแสดงความยินดีที่ทำคะแนนสอบได้สูงสุดของมณฑลเจียงหนาน”แต่ดูเหมือนว่าคำพูดแสดงความยินดีอย่างเดียวคงจะยังไม่เพียงพอฉีเสี่ยวชิงจึงรวบรวมความกล้าเดินเข้าไปหาหลิงหยุนพร้อมกับยื่นมือออกไปให้หลิงหยุน หลิงหยุนรู้ดีว่าฉีเสี่ยวชิงแตกต่างจากเวิ่นเสี่ยวหยา เขาจึงรีบยื่นมือออกไปจับมือฉีเสี่ยวชิงพร้อมกับตอบยิ้มๆ“คุณเองก็เก่งไม่เบาเหมือนกันนี่!”ฉีเสี่ยวชิงถูกหลิงหยุนจับมือไว้เช่นนั้นก็รู้สึกตื่นเต้น แต่ก็ไม่กล้าดึงมือกลับ และปล่อยให้หลิงหยุนจับไว้เช่นนั้นพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อยฉีเสี่ยวชิงสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นและปลอดภัยจากฝ่ามือของหลิงหยุนอย่างไม่สามารถอธิบายออกมาเป็นคำพูดได้! และได้แต่คิดในใจว่าเด็กหนุ่มคนนี้เป็นผู้ที่ช่วยชีวิตเธอไว้จากอันตรายที่สุดในชีวิตของเธอถึงสองครั้งสองครา..“เอ่อ..ดูเหมือนจะยังคุยกันไม่เสร็จใช่มั๊ย เชิญคุยกันต่อเลย..”ทันทีที่หนิงหลิงยู่เข้าไปบอกถังเมิ่งก็รีบวิ่งออกมาทันทีและได้เห็นภาพหลิงหยุนกำลังจับมือฉีเสี่ยวชิงพอดี..ฉีเสี่ยวชิงรีบดึงมือออกและหน้าแดงนั่นก็เริ่มร้อนผ่าว แล้วรีบดึงมือกลับไปไขว้ไว้ที่ด้านหลังทันที