ตอนที่ 475
บทที่ 861-862
October 22, 2026
บทที่ 861 : ของขวัญแสดงความยินดี! ในเมื่อหลิงหยุนสามารถเรียกตำแหน่งผู้ที่ได้คะแนนสอบเอนทรานซ์สูงสุดประจำมณฑลเจียงหนานกลับคืนมาแล้วสิ่งสำคัญสำหรับกงเสี่ยวลู่ต่อจากนี้ก็คือ จัดการให้หลิงหยุนรีบยืนยันตัวตนกับมหาวิทยาลัยที่ต้องการจะเข้าเรียน เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่ไม่คาดคิดตามมาอีก.. “ฉีเสี่ยวชิง..นี่ก็ประกาศผลสอบเอนทรานซ์ผ่านมาหลายวันแล้ว เธอได้ ทำการยืนยันตัวตนกับมหาวิทยาลัยที่ต้องการเข้าเรียนแล้วหรือยังแล้วสนใจจะเข้าเรียนที่ใหนล่ะ?” กงเสี่ยวลู่หัวเราะอย่างมีความสุขและดูเป็นห่วงเป็นใยฉีเสี่ยวชิงราวกับเป็นนักเรียนของตนเอง ฉีเสี่ยวชิงกัดริมฝีปากนิ่งไปครู่หนึ่งจึงตอบไปว่า“ยังเลยค่ะ!” หลายวันมานี้เธอต้องเผชิญกับฝันร้ายมาโดยตลอดและเป็นเรื่องที่ส่งผลต่อชีวิต และอนาคตของเด็กสาวอายุเพียงสิบเจ็ดสิบแปดปีเท่านั้น นี่จะเป็นประสบการณ์ชีวิตที่ฉีเสี่ยวชิงคงไม่อาจลืมเลือนไปได้ตลอดชีวิต เธอไม่อยากจะคิดถึงเรื่องเลวร้ายที่ผ่านมาอีกเพราะหากหลิงหยุนไม่มาปรากฏตัวในคืนนี้ ผลที่เกิดขึ้นกับตัวเธอก็คงจะเลวร้ายอย่างมาก เธอทำหน้าตาเลิ่กลั่กบ่งบอกว่าไม่ต้องการพูดถึงเรื่องเหล่านี้อีก แต่น่าเสียดายที่กงเสี่ยวลู่ไม่ทันสังเกตุเห็นไม่เช่นนั้นเธอคงจะไม่ถามเรื่องนี้ขึ้นมาอย่างแน่นอน! กงเสี่ยวลู่ได้ฟังก็พยักหน้าแต่กลับสังเกตุเห็นดวงตาแดงก่ำและบวมเปล่งของฉีเสี่ยวชิง เธอจึงรีบส่งยิ้มให้และพูดขึ้นว่า “ไม่เป็นไรๆเรื่องนั้นไม่ใช่ปัญหาอะไร ถ้ายังไม่ได้จัดการ เดี๋ยวครูจะจัดการยืนยันกับทางมหาวิทยาลัยให้พร้อมกับหลิงหยุนเลยก็แล้วกัน!” ในยุคสมัยนี้..เพียงแค่โทรศัพท์มือถือเครื่องเดียวก็สามารถทำทุกอย่างได้แล้ว และเพียงแค่ล็อคอินเข้าไปในเวปไซด์ของมหาวิทยาลัยที่คะแนนสอบถึง และต้องการจะเข้าเรียน การยืนยันตัวนก็สามารถทำให้เสร็จสิ้นได้ภายในเวลาไม่กี่นาที ฉีเสี่ยวชิงเงียบกริบแต่ก็เหลือบตาขึ้นมองท่าทีของหลิงหยุน และดูเหมือนว่าตั้งแต่หลิงหยุนปรากฏตัวขึ้น ฉีเสี่ยวชิงก็ดูจะยึดเอาหลิงหยุนเป็นที่พึ่งไปเสียทุกอย่าง หลิงหยุนหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข“เป็นคำแนะนำที่ดีมากครับ คืนนี้นักเรียนที่สอบได้ที่หนึ่งและที่สองของสายศิลป์ และที่หนึ่งของสายวิทย์จะยืนยันตัวตนเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเจียงหนานพร้อมๆกัน..” ฉีเสี่ยวชิงเห็นหลิงหยุนยอมรับข้อเสนอของครูกงเธอก็ยิ้มออกมาได้ในที่สุด กงเสี่ยวลู่และถังเมิ่งก็ถึงกับหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขเช่นกัน มู่หลงเฟยจื่อที่ยืนอยู่เหลือบมองหลิงหยุนแล้วยกมือขึ้นชี้ไปทางฝูงชนที่อยู่หน้าประตูพร้อมกับถามขึ้นอย่างงุนงง “คนพวกนั้นยืนทำอะไรกันพวกเขาเป็นแขกของหลี่จิ่วเจียงไม่ใช่เหรอ? ทำไมถึงยังอยู่ในงานไม่กลับไปอีกล่ะ?” มู่หลงเฟยจื่อนั้นเป็นผู้ประเมินและออกแบบเครื่องเพชรที่มีชื่อเสียงในวงการจิวเวลรี่ทั่วโลกเธออาศัยอยู่ในฮ่องกงมาตลอดหลายปี และต้องติดต่อกับบริษัทจิวเวลรี่ยักษ์ใหญ่และคนดังหลายคน เธอจึงค่อนข้างคุ้นเคยกับชนชั้นสูง และงานเลี้ยงหรูหราแบบนี้ หลิงหยุนรู้ว่ามู่หลงเฟยจื่อไม่ชอบอะไรที่โกลาหลวุ่นวายไม่เช่นนั้นเธอคงไม่รออยู่ที่ชั้นสี่ และรอจนกระทั่งถึงตอนนี้จึงได้ขึ้นมาอย่างแน่นอน หลิงหยุนจึงตอบกลับไปยิ้มๆ “พวกเขาอยากจะให้ซองแดงผมเพื่อแสดงความยินดีกับนักเรียนที่ได้คะแนนสอบสูงสุดยังไงล่ะ..ผมก็เลยต้องสนองความต้องการของพวกเขาหน่อย!” มู่หลงเฟยจื่อถึงกับค้อนใส่หลิงหยุนพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เฮอะ.. มีเงินตั้งมากมายแล้ว ยังอยากจะได้อีกเหรอ” หลิงจ้องตามู่หลงเฟยจื่อพร้อมกับตอบไปว่า“นี่พี่มู่หลง.. คุณน่ะไม่เคยมีชีวิตที่ยากจนมาก่อน คุณไม่รู้หรอกว่าชีวิตที่ขาดแคลนเงินทองนั้นมันลำบากยากเย็นแค่ใหน เนื้อที่จะได้กินแต่ละครั้งยังเล็กกว่าขาของยุงซะอีก..” มู่หลงเฟยจื่อกรีดร้องออกมาอย่างโมโหทันทีหน้าอกของเธอกระเพื่อมขึ้นลงเพราะหายใจแรงพร้อมกับทำเสียงดุหลิงหยุนว่า “นี่..ใครเป็นพี่ของเธอ!” มู่หลงเฟยจื่อนั้นไม่ชอบให้หลิงหยุนเรียกเธอว่าพี่ต่อหน้าสาธารณชนเช่นนี้.. แล้วเสียงหัวเราะของทุกคนก็ดังขึ้นทำให้บรรยากาศภายในชั้นห้าอบอวลไปด้วยความสุข และสงบอย่างแท้จริง “ถ้ารู้ว่าชั้นห้าสนุกสนานแบบนี้ฉันขึ้นมาตั้งนานแล้วล่ะ!” เสียงพูดังขึ้นมาจากมุมด้านหนึ่งและเมื่อทุกคนหันไปมอง ก็พบซ่งเจิ้งหยางกำลังเดินเข้าพอดี ตามมาด้วยมู่หลงเวิ่นฉี เซียนพนันหยก เถ้าแก่ฮั่น แล้วก็ครูใหญ่จาง ทุกคนต่างก็เดินตรงเข้ามาหาหลิงหยุน และหัวเราะออกมาอย่างมีความสุข หลิงหยุนเห็นเช่นนั้นจึงรีบเอ่ยทักทายขึ้นทันที.. “ลุงซ่ง..ผมบอกให้ลุงขึ้นมาตั้งแต่แรก แต่ลุงไม่ขึ้นมาเองนะครับ น่าเสียดาย.. ก็เลยพลาดไม่ได้เห็นเหตุการณ์สำคัญไป! แต่ผมว่าถ้าเมื่อครู่ลุงซ่งอยู่ด้วยแล้วล่ะก็.. คงจะน่าดูน่าชมมากกว่านั้นเยอะ!” เวลานี้ซ่งเจิ้งหยางนั้นสนิทสนมกับหลิงหยุนและถังเมิ่งมากจนแทบไม่ต้องมีพิธีรีตรองอะไรกนอีกแล้วซ่งเจิ้งหยางขยับลูกปัดในมือพร้อมกับตอบหลิงหยุนไปว่า “เฮ้อ..หลี่จิ่วเจียงมันรนหาที่ตายเองแท้ๆ พวกเราต่างก็รู้อยู่แล้วว่ามันจะมีจุดจบยังไง และคงยากที่จะได้ผุดได้เกิดอีกแน่! สู้รอให้เรื่องราวสงบ แล้วลุงค่อยขึ้นมาแสดงความยินดีกับเธอจะดีกว่า!” ระหว่างที่พูดซ่งเจิ้งหยางก็หันไปมองมู่หลงเวิ่นฉีที่อยู่ข้างๆแล้วจึงหันไปถามหลิงหยุนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“หลิงหยุน..เธอลองเดาสิว่าครั้งนี้เฒ่ามู่หลงจะให้อะไรเธอเป็นของขวัญ”มู่หลงเวิ่นฉีจ้องมองหลิงหยุนอย่างมีความสุขพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เฒ่าซ่ง.. แล้วทำไมคุณไม่บอกหลิงหยุนไปล่ะว่าคุณจะให้อะไรเป็นของขวัญ!”หลิงหยุนเป็นคนช่วยชีวิตของมู่หลงเวิ่นฉีไว้เมื่อครั้งที่หลิงหยุนเปิดคลินิกสามัญชนนั้น มู่หลงเวิ่นฉีไม่ทราบข่าว และไม่ได้ส่งของขวัญไปให้เขาในวันนั้น ทำให้มู่หลงเวิ่นฉีรู้สึกไม่สบายใจมาโดยตลอด และเวลานี้ด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับมู่หลงเฟยจื่อ หลิงหยุนจึงเรียกมู่หลงเวิ่นฉีเป็นปู่ ครั้งนี้หลิงหยุนสอบได้คะแนนสูงเป็นที่หนึ่งของเจียงหนาน มู่หลงเวิ่นฉีจึงรู้สึกยินดี และได้จัดเตรียมของขวัญไว้ให้กับหลิงหยุน และดูเหมือจะไม่ธรรมดาเสียด้วย!ซ่งเจิ้งหยางได้ฟังก็หัวเราะอย่างมีความสุขและพูดขึ้นว่า “ฮ่า.. ฮ่า.. มู่หลงคุณไม่ต้องมาย้อนผมเลย รับรองว่าของขวัญของผมไม่น้อยหน้าคุณแน่ๆ ไม่งั้นผมก็ขายหน้าแย่..”เมื่อครั้งที่หลิงหยุนเปิดคลินิกสามัญชนนั้นซ่งเจิ้งหยางก็ได้ใส่ซองให้เขาถึงสองล้าน และด้วยความสัมพันธ์ระหว่างเขากับซ่งเจิ้งหยางในเวลานั้น เงินจำนวนสองล้านจึงนับว่าไม่น้อยเลยทีเดียวหลิงหยุนฟังแล้วงก็ได้แต่ยกมือขึ้นเกาศรีษะพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ผมว่าอย่าพูดถึงเรื่องของขวัญจะดีกว่า ทุกท่านให้เกียรติมาในงานครั้งนี้ก็นับว่ามากพอแล้ว ผมยังจะกล้ารับของขวัญไว้อีกเหรอครับ ผมไม่สามารถรับไว้ได้จริงๆ..”แต่เมื่อหันไปเห็นคิ้วที่ขมวดแน่นของมู่หลงเวิ่นฉีและสายตาที่กำลังจ้องมองมา หลิงหยุนก็รีบหุบปากทันทีในขณะที่เซียนพนันหยกและเถ้าแก่ฮั่นก็ได้แต่ยืนยิ้ม..ซ่งเจิ้งหยางพูดขึ้นว่า“หลิงหยุน.. นับจากนี้เธอก็จะเปลี่ยนจากเด็กนักเรียนมัธยมเข้าสู่ชีวิตในมหาวิทยาลัยแล้วนะ นับว่าเป็นอีกหนึ่งเหตุการณ์ครั้งใหญ่ที่น่าจดจำของชีวิต ใครบ้างที่จะไม่เลี้ยงฉลองยินดี ยิ่งไปกว่านั้นเธอเองก็ยังได้คะแนนสูงสุดแบบนี้ เป็นไปไม่ได้หรอกที่พวกเราจะไม่มาแสดงความยินดีกับเธอ!”พูดกันตามความจริงแล้วชีวิตของหลิงหยุนหลังจากนี้ไป จุดหมายของเขาก็คือปักกิ่งไม่ใช่จิงฉู เขาจึงไม่ต้องการของขวัญอะไรจากคนเหล่านี้ต่อจากนี้ไปคนเหล่านี้ก็ล้วนแล้วแต่จะต้องกลายเป็นคนกันเองแล้วทั้งนั้นเขายังจะต้องการของขวัญอะไรอีกเล่าเมื่อเห็นหลิงหยุนยังคงยืนนิ่งถังเมิ่งจึงรีบพูดขึ้นว่า “พี่หยุน.. อย่ายืนคุยกันตรงนี้เลย เข้าไปข้างในแล้วค่อยคุยกันจะดีกว่า!”น่าขัน..ถังเมิ่งรู้ว่าหลิงหยุนให้ส่วนลดในการขายหยกจักรพรรดิกับหออวี้ติงเซียนของเซียนพนันหยกสูงมาก ทำให้เซียนพนันหยกสามารถทำกำไรได้หลายร้อยล้านหยวน และถึงแม้ถังเมิ่งจะไม่พูดอะไรออกมา แต่ก็รู้สึกเจ็บปวดหัวใจไม่น้อย และในเมื่อตอนนี้เขามีโอกาสที่จะเอาคืน เขาจึงไม่ยอมให้หลิงหยุนปฏิเสธการรับของขวัญอย่างแน่นอน!สำหรับหลิงหยุนแล้ว..เวลานี้เขาได้แวมไพร์มาเป็นบริวารถึงห้าตน และเพียงแค่ทรัพย์สินเงินทองของไวส์เคานต์พอล ก็สามารถซื้อทีมบาสเก็ตบอล NBA ทั้งทีมได้เลยทีเดียว เขาจึงไม่สนใจเรื่องของขวัญมากนัก!เพียงแต่..ตอนนี้ทรัพย์สินของพอลยังไม่ตกถึงมือของเขาเท่านั้นเอง!ที่ผ่านมาถังเมิ่งใช้จ่ายเงินไปมากมายกับเรือยอร์ชหรูสองลำที่หลิงหยุนต้องการทั้งหมดใช้เงินไปร่วมสี่ร้อยล้านหยวน และหลิงหยุนยังเคยเปรยว่าต้องการจะซื้อเครื่องบินส่วนตัว และสร้างโรงงานหลอมโลหะอีก..หรือจะพูดง่ายๆก็คือว่า..หลิงหยุนนั้นผลาญเงินเก่งมาก!แต่นี่ถังเมิ่งเองก็ยังไม่รู้เรื่องที่หลิงหยุนโอ้อวดกับลุงของเขาไว้ว่าเขาจะสร้างคฤหาสน์หลังใหม่ให้กับตระกูลหลิงด้วยเงินของตัวเองและหากถังเมิ่งรู้เรื่องนี้เข้าเขาคงจะลงไปนอนเกลือกกลิ้งกับพื้นด้วยความเสียดายอย่างแน่นอนแต่จู่ๆครูใหญ่จางก็ก้าวเดินขึ้นมาข้างหน้า เขายิ้มให้กับหลิงหยุนพร้อมกับพูดขึ้นว่า “หลิงหยุน.. ฉันว่าเธอคงจะมีอะไรต้องทำอีกมากมาย เอาเป็นว่าเรื่องยื่นเรื่องยืนยันตัวตนเข้ามหาวิทยาลัย เดี๋ยวฉันจะเป็นคนจัดการให้เธอเอง!”ในช่วงที่อยู่โรงเรียนนั้นหลิงหยุนเองก็ได้กลายเป็นที่ชื่นชมของนักเรียนทั่วทั้งโรงเรียน และได้สร้างชื่อเสียงให้กับโรงเรียนมัธยมจิงฉูอีกด้วย ตอนนี้หลิงหยุนเรียนจบแล้ว สิ่งสุดท้ายที่เขาพอจะทำให้หลิงหยุนได้ก็คือ การยื่นเรื่องยืนยันตัวตนเข้ามหาวิทยาลัยที่หลิงหยุนต้องการ!ทั้งเขาและกงเสี่ยวลู่ก็เห็นตรงกันว่าต้องรีบจัดการเรื่องนี้ให้กับหลิงหยุน!“แขกผู้มีเกียรติทุกท่าน..ตอนนี้ทุกท่านรู้แล้วหรือยังว่าผู้ที่ทำคะแนนสอบเอนทรานซ์ได้สูงสุดของมณฑลเจียงหนานคือใคร”ระหว่างที่เดินเข้าไปในห้องจัดเลี้ยงนั้นทุกคนก็เห็นพิธีกรชายขึ้นไปยืนอยู่บนเวที ในมือถือไมโครโฟน และกำลังเรียกความสนใจจากแขกเหรื่อที่อยู่ในห้องจัดเลี้ยง“เขาก็คือหลิงหยุนนั่นเอง!”สิ้นเสียงประกาศชื่อของหลิงหยุน..เสียงปรบมือก็ดังสนั่นขึ้นทั่วทั้งห้อง“เสียงปรบมือยังเบาไปครับ..ขอเสียงปรบมือดังกว่านี้อีก!”เมื่อพิธีกรชายเห็นหลิงหยุนเดินเข้ามาพร้อมกับแขกอีกมากมายก็รีบยกไมโครโฟนประกาศว่า..“หลิงหยุนเดินเข้ามาแล้วครับ..”เสียงปรบมือดังสนั่นขึ้นจนกลบเสียงฝนที่ยังคงกระหน่ำอยู่ด้านนอกอีกครั้ง!“โอ้โห..นี่มันวิมานหรือยังไงกัน ถึงได้มีแต่สาวงามเต็มไปหมด!”เสียงพูดดังแทรกเสียงปรบมือขึ้นมาเมื่อหลิงหยุนเดินเข้ามาพร้อมกับกงเสี่ยวลู่ที่อยู่ทางด้านซ้ายและมู่หลงเฟยจื่อที่อยู่ทางด้านขวา ทำให้หลิงหยุนตกเป็นจุดสนใจอีกครั้ง!ครูใหญ่จางกับถังเมิ่งเดินอยู่ด้านหน้าระหว่างทางครูใหญ่จางก็กระซิบกระซาบอะไรบางอย่างกับถังเมิ่ง ถังเมิ่งรีบพยักหน้าและรีบวิ่งตรงไปที่ห้องวีไอพีทันที..