ตอนที่ 477
บทที่ 865-866
October 22, 2026
บทที่ 865 : ลาภก้อนโต! “ลุงซ่งครับ..ช่วงนี้ผมไม่ได้เดือดร้อนเงิน คุณลุงให้เงินผมทำไมกัน” หลิงหยุนตอบกลับไปยิ้มๆแม้ปากจะพูดออกไปอย่างมีมารยาทเช่นนั้น แต่มือของหลิงหยุนก็รีบยื่นออกไปรับเช็ค และรีบเก็บเข้าไปในกระเป๋ากางเกงทันที! ตั้งแต่เดิมพันไว้กับเสียเจิ้นเหยินและกู่หยุนฟะมานั้นในที่สุดก็ได้เวลาที่เขาจะได้ครอบครองเงินเดิมพันหนึ่งร้อยล้านหยวนเสียที! เมื่อครั้งที่มีการประกาศผลสอบเอนทรานซ์และปรากฏว่าคะแนนสอบของหลิงหยุนเป็นศูนย์นั้น กู่เหลียนเฉิงก็ได้ส่งคนไปพบซ่งเจิ้งหยางเช่นกัน ครั้งนั้นซ่งเจิ้งหยางกระวนกระวายใจอย่างมาก และรีบโทรหาหลิงหยุนทันที หลิงหยุนยังไม่ให้ซ่งเจิ้งหยางมอบเช็คหนึ่งร้อยล้านหยวนให้ เพราะในสัญญาระบุไว้ว่าต้องให้ทางมหาวิทยาลัยหยานจิงตอบรับกลับมาก่อน จึงจะถือเป็นผลแพ้ชนะได้! ซ่งเจิ้งหยางนั้นเข้าใจความหมายในคำพูดของหลิงหยุนได้ดีและได้แจ้งกับคนของกู่เหลียนเฉิงด้วยเหตุผลเดียวกับที่หลิงหยุนบอกตัวเอง ตอนนี้..หลิงหยุนได้ยืนยันตัวตนเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยหยานจิงแล้ว และภายในเวลาสิบวันจึงจะได้รับจดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัย หลิงหยุนนั้นรอได้ แต่เป็นซ่งเจิ้งหยางที่รอไม่ได้! ซ่งเจิ้งหยางเป็นคนที่เข้าใจดีว่าตีเหล็กต้องตีตอนร้อน..หลิงหยุนเพิ่งจะกำจัดศัตรูไปได้ และเพิ่งจะยืนยันตัวตนเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยหยานจิง หากเขาไม่มอบเงินหนึ่งร้อยล้านหยวนให้หลิงหยุนในช่วงเวลาที่น่ายินดีเช่นนี้ จะให้รอมอบตอนที่ได้รับจดหมายจากทางมหาวิทยาลัย ถึงตอนนั้นทุกอย่างก็คงสายไปแล้ว! ซ่งเจิ้งหยางไม่ใช่คนโง่! “ลุงซ่ง..ถ้าทางมหาวิทยาลัยหยานจิงไม่ส่งจดหมายตอบรับกลับมา ผมก็ไม่คืนเงินหนึ่งร้อยล้านนี้ให้นะครับ..” หลิงหยุนอารมณ์ดีมากในตอนนี้และตั้งใจหยอกล้อซ่งเจิ้งหยาง.. ซ่งเจิ้งหยางเองก็หัวเราะพร้อมตอบกลับไปว่า“ฮ่า.. ฮ่า.. ฟังนะหลิงหยุน! ถ้าทางมหาวิทยาลัยหยานจิงไม่ส่งจดหมายตอบรับมาให้เธอ ฉันนี่ล่ะจะใช้เงินหนึ่งร้อยล้านของตัวเองซื้อรถไปปิดล้อมมหาวิทยาลัยไว้เลย!” “โอ้โห..” หลิงหยุนได้ฟังถึงกับร้องอุทานออกมาเขารู้ว่าซ่งเจิ้งหยางนั้นสามารถทำได้อย่างที่พูด และได้แต่แอบคิดในใจว่าซ่งเจิ้งหยางก็เป็นคนเลือดร้อนไม่เบาเลยทีเดียว แล้วรีบยกนิ้วโป้งให้ซ่งเจิ้ยหยางแทนคำชม! ทั้งห้องอบอวลไปดวยเสียงหัวเราะแม้แต่มู่หลงเวิ่นฉีเองก็ถึงกับเอ่ยปากหยอกเย้าซ่งเจิ้งเหยาง “เฒ่าซ่ง..อายุคุณก็ไม่น้อยแล้วนะ ยังจะทำตัวเหมือนเด็กหนุ่มอายุยี่สิบไปได้! พูดอะไรออกมาก็ไม่รู้ ช่างไร้สาระจริงๆ!” ซ่งเจิ้งหยางตอบกลับยิ้มๆ“นี่เฒ่ามู่หลง.. คุณว่าผมพูดจาไร้สาระงั้นเหรอ คิดดูสิว่าหลิงหยุนได้คะแนนสอบเป็นอันดับหนึ่งของเจียงหนาน หากมหาวิทยาลัยหยานจิงปฏิเสธ ผมเองก็คงยอมไม่ได้เหมือนกัน!” เมื่อทุกคนเห็นมู่หลงเวิ่นฉีกับซ่งเจิ้งหยางงัดข้อกันเองเช่นนี้ทุกคนต่างก็หัวเราะออกมาอย่างมีความสุข ภายในห้องจึงอบอวลไปด้วยบรรยากาศแห่งความปิติยินดี ถังเมิ่งวางสายจากอาปิงแล้วเดินกลับมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม เขาหันไปพูดกับซ่งเจิ้งหยางเป็นคนแรก “ลุงซ่งครับ..เดี๋ยวนี้มหาวิทยาลัยก็เปลี่ยนไปเยอะ ” “ลุงซ่งครับ..เดี๋ยวนี้การสอบเอนทรานซ์ไม่เหมือนสมัยก่อนแล้วนะครับ! มหาวิทยาลัยใหนก็อยากจะได้เด็กที่สอบได้คะแนนสูงสุดไปเรียนด้วยอยู่แล้ว..” “ความจริงแล้ว..คะแนนสอบของพี่หยุนนั้นแทบไม่ต้องไปยื่นแสดงความจำนงเข้ามหาวิทยาลัยด้วย เพราะมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียงแทบจะยื่นข้อเสนอพร้อมเงื่อนไขพิเศษให้พี่หยุนด้วยซ้ำ เพื่อให้พี่หยุนเข้าไปเรียนที่นั่น เพราะอย่างพี่หยุนนี่นับว่าเป็นทรัพยากรบุคคลชั้นเยี่ยมของพวกเขา!” “อย่าว่าแต่จะเลือกเรียนได้ตามสบายเลยเผลอๆนะ อาจจะไม่ต้องจ่ายค่าหน่วยกิตด้วยซ้ำไป!” ครั้งนี้ซ่งเจิ้งหยางเป็นฝ่ายพึมพำกับตัวเอง“อ่อ.. เดี๋ยวนี้มหาวิทยาลัยเป็นอย่างนี้ไปหมดแล้วเหรอ” หลิงหยุนฟังแล้วก็ได้แต่พยักหน้าหงึกๆและแอบคิดว่าที่นี่ก็ไม่ต่างจากโลกบ่มเพาะที่ต่างก็พากันแย่งนักบ่มเพาะที่เข้าขั้นอัจฉริยะ.. หลังจากที่ถังเมิ่งพูดกับซ่งเจิ้งหยางจบแล้วเขาก็หันไปพูดกับหลิงหยุน “พี่หยุน.. กู่เหลียนเฉิงได้เซ็นสัญญาโอนทรัพย์สินทั้งหมดมูลค่ากว่าสามพันห้าร้อยล้านหยวนให้แล้ว ตอนนี้สัญญาอยู่ที่อาปิง ฉันว่ากู่เหลียนเฉิงต้องไม่กล้าตุกติกแน่..” ยิ่งพูดถังเมิ่งก็ยิ่งตื่นเต้นและเสียงก็เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ และทุกคนในห้องต่างก็ได้ยินกันหมด แม้กระทั่งมู่หลงเวิ่นฉี ซ่งเจิ้งหยางและคนอื่นๆต่างก็มีสีหน้าเลิ่กลั่ก! หลิงหยุนเองก็คิดไว้อยู่แล้วว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร“ก็ถ้ากู่เหลียนเฉิงกล้าตุกติกแม้แต่น้อย ถึงตอนนั้นเทพองค์ใหนก็ช่วยมันไม่ได้!” “แล้วฉันขอเตือนนายไว้ก่อนนะว่าอย่าทำอะไรเกินเลยจนกลายเป็นผลร้ายย้อนกลับมาหาตัวเอง!” ถังเมิ่งตอบกลับพร้อมกับยิ้มกว้าง“พี่หยุน.. ไม่ต้องห่วงน่า! ฉันก็ไม่ฆ่าพวกมันหรอก! ฉันก็ลูกศิษย์ของปู่มู่หลงกับลุงซ่งนะ ไม่เชื่อถามดูได้เลย!” ถังเมิ่งช่างเป็นเด็กเฉลียวฉลาด..เขาเข้าใจความหมายในคำพูดของหลิงหยุนดี และรีบจัดการโยนเผือกร้อนในมือให้กับมู่หลงเวิ่นฉี และซ่งเจิ้งหยางทันที แต่คิดไม่ถึงว่าซ่งเจิ้งหยางจะตอบกลับมาง่ายๆ“หลิงหยุน.. เธอไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องนี้ สองสามวันนี้พวเราก็ไม่ได้มีงานที่ตลาดค้าของเก่า และว่างอยู่พอดี พวกเราสองคนจะช่วยถังเมิ่งจัดการเรื่องพวกนี้เอง หลังจากที่จัดการโอนทรัพย์สินเรียบร้อยแล้ว พวกเราก็จะช่วยหาทีมบริหารมืออาชีพมาดูแลธุรกิจให้ด้วย” เดี๋ยวนี้คนร่ำรวยที่ส่วนใหญ่มักจะจ้างทีมงานมืออาชีพมาบริหารกิจการของตนเอง ส่วนพวกเขาก็มักจะอยู่เบื้องหลังเท่านั้น และคอยดูทิศทางการลงทุน ซึ่งซ่งเจิ้งหลายนั้นเข้าใจดี และเมื่อบริกรเริ่มนำอาหารขึ้นมาเสริฟทุกคนในห้องต่างก็พูดคุยเรื่องของหลี่จิ่วเจียง เรื่องประสบการณ์ในปักกิ่งของหลิงหยุน แล้วก็เรื่องอื่นๆอีกมากมาย ไม่ช้า..อาปิงก็เดินเข้ามาในห้องวีไอพี และรีบส่งมอบสัญญาฉบับนั้นให้หลิงหยุน “พี่หยุน.. นี่เป็นสัญญาโอนทรัพย์สินมูลค่าสามพันห้าร้อยล้านของกู่เหลียนเฉิง ฉันได้อ่านอย่างละเอียดแล้วไม่มีปัญหาอะไร!”หลิงหยุนหยิบสัญญามาและพยักหน้าที่เรียบเฉยจากนั้นก็โยนสัญญาให้กับถังเมิ่งโดยไม่อ่านแม้แต่ตัวเดียว “งานใหญ่ของนายมาแล้ว!”ทรัพย์สินมูลค่สามพันห้าร้อยล้านมีทั้งที่ดินที่พัฒนาแล้วและยังไม่พัฒนา บริษัทอสังหาริมทรัพย์ โรงแรม เงินในบัญชีธนาคาร แล้วก็ธุรกิจอื่นๆอีก นี่นับว่าเป็นเรื่องที่ท้าท้ายถังเมิ่งอย่างมาก!หลิงหยุนไม่ได้รู้สึกอะไร..แต่ถังเมิ่งนั้นรู้สึกราวกับได้ขุมสมบัติขนาดใหญ่ เขากำหนังสือสัญญาแน่น และรีบเก็บไว้กับตัว และถ้ายัดเข้าไปในท้องได้ถังเมิ่งคงจะทำไปแล้วและด้วยทรัพย์สินจำนวนสามพันห้าร้อยล้านนี้แน่นอนว่าบริษัทเทียนตี้คอร์ปอเรชั่นของถังเมิ่งก็จะสามารถก่อตั้งได้ เช่นนี้แล้วจะไม่ให้เขาตื่นเต้นดีใจได้อย่างไรเล่าหลังจากที่เห็นหลิงหยุนกับถังเมิ่งได้สัญญาฉบับนี้ไปแล้วมู่หลงเวิ่นฉีกับซ่งเจิ้งหยางก็ได้แต่มองตากัน และต่างก็คิดตรงกันว่า – หลิงหยุนได้เปลี่ยนไปแล้ว!ระหว่างนั้นโทรศัพท์ของถังเมิ่งก็ดังขึ้นอีกครั้งเขาจัดการรับสาย และหลังจากพูดเพียงแค่สองสามคำก็วางสายไป แล้วจึงหันไปบอกหลิงหยุนว่า“พี่หยุน..รถตำรวจที่ไปรับแม่ของฉีเสี่ยวชิงมาถึงโรงแรมแล้ว!”หลังจากที่ได้ฟัง..หลิงหยุนก็รีบลุกขึ้นยืน เขายิ้มและเอ่ยขอโทษทุกคน “อาวุโสทุกท่าน ผมมีธุระต้องไปจัดการ เชิญทุกท่านดื่มกินกันก่อนเลย ไม่ต้องรอผม!”มู่หลงเวิ่นฉีหัวเราะและตอบไปว่า“เธอไปจัดการธุระของเธอเถอะหลิงหยุน พวกเราลงจะมือกันก่อน ไม่รอเธอแล้ว!”“อาปิง..นายอยู่ที่นี่คอยรินเหล้าให้กับอาวุโสทุกท่านด้วย!”จากนั้นหลิงหยุนก็พาถังเมิ่งและตี้เสี่ยวอู๋เดินตามออกไปซ่งเจิ้งหยางได้แต่พึมพำออกมา “เฮ้อ.. เดี๋ยวนี้หลิงหยุนยุ่งมากจริงๆ ตอนนี้แม้จะกินข้าวกับเขาสักมื้อก็ยังไม่มีเวลา..”มู่หลงเวิ่นฉีหัวเราะออกมาอย่างมีความสุขพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ผมเข้าใจความรู้สึกของคุณนะ เฟยจื่อเองก็บอกผมว่าหากไม่ใช่เพราะเรื่องผลสอบเอนทรานซ์ หลิงหยุนก็คงจะยังไม่กลับจิงฉู อย่าน้อยใจไปเลย!”ซ่งเจิ้ยหยางจ้องมองอาหารที่วางอยู่เต็มโต๊ะไปหมดพร้อมกับพูดขึ้นว่า“แต่ฉันยังไม่ได้ให้ของขวัญเขาเลย..”มู่หลงเวิ่นฉีส่ายหน้ายิ้มๆ“มันไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนอะไรนี่! พรุ่งนี้ค่อยให้ก็ยังไม่ช้าเกินไป!”เซียนพนันหยกรีบพูดเสิรมว่า“เอาล่ะ.. ตอนนี้ก็เหลือแต่คนแก่ๆอย่างพวกเราแล้ว มา.. ดื่มๆๆ”อาปิงรีบลุกขึ้นรินเหล้าให้บรรดาอาวุโสทันที..…..ถังเมิ่งได้สั่งให้พนักงเปิดห้องที่ดีที่สุดให้สองคนแม่ลูกแล้ว..หลังจากเดินลงมาจากเวทีแล้วบรรดาสาวงามของหลิงหยุนก็ได้ไปนั่งรวมกันอยู่ในห้องวีไอพีอีกห้องหนึ่ง รวมทั้งมู่หลงเฟยจื่อกับกงเสี่ยวลู่ด้วย ภายในห้องจึงมีแต่หญิงสาวที่ล้วนงดงามดั่งเทพธิดา..แต่ถึงกระนั้นหลิงหยุนกลับเดินผ่านไปเฉยๆ“พี่หยุน..พี่ไม่เข้าไปเรียกฉีเสี่ยวชิงให้ไปด้วยกันเหรอ”“ไม่ดีกว่า..ให้เธอกินอย่างมีความสุขจะดีกว่า การได้พบแม่จะทำให้เธอรู้สึกเสียใจ พวกเราจัดการดูแลแม่ของเธอก่อน รอให้ฉีเสี่ยวชิงกินอิ่มเสียก่อน แล้วค่อยให้ทั้งคู่ได้พบหน้ากัน!”หลิงหยุนเปิดจิตหยั่งรู้สำรวจดูและพบว่าหญิงสาวทุกคนในห้องเริ่มรับประทานอาหารกันแล้ว เขาจึงไม่อยากรบกวน และพาถังเมิ่งกับตี้เสี่ยวอู๋ไปด้วยตัวเองทันทีบทที่ 866 : รักษาอาการป่วย!หลิงหยุนถังเมิ่ง และตี้เสี่ยวอู๋ ทั้งสามเดินขึ้นลิฟท์ลงไปที่ชั้นล่างของโรงแรม และทันทีที่ก้าวเข้าไปในลิฟท์ หลิงหยุนก็เปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจดูทันทีและด้วยพลังของจิตหยั่งรู้ในขั้นปรับร่างกาย-9ของหลิงหยุนนั้น ก็ทำให้เขาสามารถมองเห็นชั้นล่างของโรงแรมไคเฉวียนทั้งชั้นได้อย่างชัดเจนที่ล็อบบี้ชั้นล่างของโรงแรมไคเฉวียนนั้นตกแต่งด้วยหินอ่อนและวัสดุสีทองจึงให้ความรู้สึกโอ่อ่าหรูหราแก่ผู้พบเห็น แต่เพราะเวลานี้พนักงานหลายคนต่างก็ขึ้นไปช่วยดูแลแขกที่ห้องจัดเลี้ยงชั้นห้า พนักงานที่ล็อบบี้จึงมีอยู่ค่อนข้างบางตารถของเจ้าหน้าที่ตำรวจจอดอยู่ที่หน้าประตูโรงแรมและเวลานี้ตำรวจนอกเครื่องแบบสองนายก็กำลังพาหญิงสาววัยกลางคนที่ดูพื้นๆไม่โดดเด่นอะไร มายืนรออยู่ที่โซฟาภายในโรงแรม และทั้งคู่ก็ได้บอกให้หญิงวัยกลางคนนั่งลงพักผ่อนที่โซฟาเสียก่อน..ทั้งผมและช่วงบ่าของตำรวจนอกเครื่องแบบทั้งสองนายนั้นเปียกเป็นวงกว้างเห็นได้ชัดว่าเพิ่งเข้ามาจากด้านนอก และแทบไม่ต้องสงสัยว่าหญิงวัยกลางคนผู้นั้นก็คือแม่ของฉีเสี่ยวชิงนั่นเองหลังจากที่ใช้จิตหยั่งรู้สำรวจดูแล้วหลิงหยุนก็ถึงกับถอนหายใจ และรีบถอนจิตหยั่งรู้ออกมา แล้วร้องสั่งถังเมิ่งกับตี้เสี่ยวอู๋ทันที“เร่งฝีเท้าหน่อย!”ทั้งสามคนเร่งฝีเท้าให้เร็วขึ้นอีกและหลิงหยุนก็รีบเดินตรงดิ่งไปทางตำรวจนอกเครื่องแบบทั้งสองนายทันทีถังเมิ่งนั้นดูเหมือนจะรู้จักตำรวจนอกเครื่องแบบทั้งสองนายดีจึงรีบเดินเข้าไปทักทาย “ลุงหลี่.. ลุงโจว..”เจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งสองนายก็สังเกตเห็นคนทั้งสามที่เดินเข้ามาหาเช่นกันและรีบทักทายถังเมิ่งกลับถังเมิ่งเป็นคนโทรหากังหลิวหย่งเรื่องแม่ของฉีเสี่ยวชิงและกังหลิวหย่งก็ไม่รอช้า เขารีบจัดการตามคำบอกของถังเมิ่ง และส่งผู้ช่วยทั้งสองคนที่ถังเมิ่งรู้จักเป็นอย่างดีให้เป็นผู้ไปจัดการ