ตอนที่ 478
บทที่ 867-868
October 22, 2026
บทที่ 867 : เพื่อนนักเรียน! และเรื่องที่จะสามารถสร้างความสุขและปลื้มปิติให้กับฉียวี่เจินนั้น คงจะไม่มีอะไรดีไปกว่าเรื่องที่ฉีเสี่ยวชิงสามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้ หลิงหยุนจึงเลือกที่จะบอกข่าวดีนี้กับฉียวี่เจินหลังจากที่ได้รักษาอาการป่วยให้กับเธอแล้ว.. “พ่อหนุ่ม..นี่เป็นเรื่องจริงใช่มั๊ย ขอบคุณพ่อหนุ่มมากเลยนะ!” ฉียวี่เจินทั้งตื่นเต้นทั้งมีความสุขในเวลานั้นเธอเองก็ไม่รู้จะพูดอะไรได้ดีไปกว่าการขอบคุณหลิงหยุน.. หลิงหยุนช่วยฉีเสี่ยวชิงไว้และยังรักษาอาการป่วยให้กับฉียวี่เจินทันทีที่ได้พบหน้ากัน ถึงแม้สิ่งเหล่านี้จะเป็นเรื่องเล็กน้อยมากสำหรับหลิงหยุน แต่สำหรับครอบครัวของฉียวี่เจินแล้ว มันคือความซาบซึ้งใจที่ยิ่งใหญ่มาก! “ท่านป้าครับ..อีกแล้วนะครับ! เมื่อครู่ผมเพิ่งจะบอกว่าไม่ต้องเกรงใจ แล้วก็ไม่ต้องมีพิธีรีตรอง ขอบคุณผมบ่อยๆแบบนี้ ผมเขินแย่เลยนะครับ..” ระหว่างที่มองฉียวี่เจินซึ่งกำลังตื่นเต้นดีใจอยู่นั้นจู่ๆหลิงหยุนก็นึกถึงนางฉินจิวยื่อขึ้นมา และได้แต่แอบคิดว่าหากนางได้รู้ว่าเขากับหนิงหลิงยู่สอบเอนทรานซ์ได้คะแนนดีเช่นนี้ นางเองก็คงจะปลื้มปิติไม่น้อยเช่นกัน! และทันทีที่ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวหลิงหยุนก็พบว่าตนเองอยากจะเดินทางไปยังสำนักกระบี่เทวะบนเขาเทียนซัน เพื่อไปพาแม่ของเขากลับมาด้วยตัวเอง! หลิงหยุนตัดสินใจภายในเสี้ยววินาทีแต่ไม่แสดงปฏิกิริยาใดๆออกไป เขาเพียงแค่ยิ้มและพูดต่อว่า “ท่านป้า..ผมเปิดห้องไว้ให้ท่านป้ากับเสี่ยวชิงไว้แล้ว ถ้ายังไงคืนนี้นอนค้างที่โรงแรมก่อน ส่วนผมจะไปรับตัวหงเอ๋อมาที่นี่ ครอบครัวจะได้อยู่กันพร้อมหน้าพร้อมตาอีกครั้ง!” ฉียวี่เจินได้ยินก็ถึงกับอึ้งไปเธอรีบยกมือขึ้นเช็ดน้ำตาที่เปียกหน้า และหันไปมองรอบๆตัวด้วยสีหน้าท่าทางที่ตื่นตระหนก ก่อนจะพูดออกมาอย่างเคอะเขิน “นอน..นอนที่นี่เหรอ!” ฉียวี่เจินได้แต่คิดในใจว่าเงินเดือนของเธอทั้งเดือนยังไม่พอจ่ายค่าห้องสำหรับโรงแรมหรูหราห้าดาวแบบนี้เลย! หลิงหยุนเองก็เฉลียวฉลาดเพราะทันทีที่เห็นสีหน้าของฉียวี่เจิน เขาก็เข้าใจถึงความวิตกกังวลของเธอได้ในทันที จึงตอบกลับด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้ม “ท่านป้า..โรงแรมนี้เป็นโรงแรมของผมเอง! ท่านป้าไม่ต้องห่วงเรื่อง..” “ห๊ะ..โรงแรมของเธองั้นเหรอ!” ฉียวี่เจินถึงกับร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจและถามออกมาอย่างตะกุกตะกักโดยไม่รอให้หลิงหยุนพูดจบด้วยซ้ำ.. “นะ..นี่เธอไม่ได้ล้อเล่นใช่มั๊ย!” ระหว่างนั้นเองถังเมิ่งก็เดินออกมาจากลิฟท์อีกตัวพอดี เขาจึงยิ้มและตอบคำถามแทนหลิงหยุน “ท่านป้าครับ..อย่าได้เกรงใจไปเลย! อยู่ที่นี่ให้สบายอกสบายใจก่อน อีกอย่างตอนนี้ข้างนอกฝนก็ตกหนักมากด้วย!” และนับตั้งแต่ที่ตี้เสี่ยวอู่ฝึกวิชานั้นเขาก็ยิ่งพูดจาน้อยลงไปเรื่อยๆ ตั้งแต่เดินตามหลิงหยุนกับฉียวี่เจินมาตลอดทางนั้น เขาก็ไม่พูดอะไรเลยแม้แต่คำเดียว จนกระทั่งถังเมิ่งออกมา และช่วยพูดแทนหลิงหยุน.. หลิงหยุนหันไปพูดกับถังเมิ่งด้วยความโล่งใจ“นายไปเรียกพนักงานมาเปิดประตูห้องที!” ระหว่างที่อยู่หน้าห้องจัดเลี้ยงชั้นห้านั้นคีย์การ์ดได้ถูกส่งให้กับฉีเสี่ยวชิงไปแล้ว แต่เขายังจำเบอร์ห้องได้ และตอนนี้พวกเขาก็อยู่บนชั้นนั้นแล้ว แต่ไม่สามารถเข้าห้องได้ “ได้พี่หยุน..ฉันจะไปจัดการให้เดี๋ยวนี้!” ถังเมิ่งปลีกตัวออกไปส่วนหลิงหยุนก็พาฉียวี่เจินเดินตรงไปที่ห้องพัก.. และหลังจากที่พนักงานมาเปิดห้องให้แล้วเขาก็พาฉียวี่เจินเข้าไปในห้อง และได้สั่งให้พนักงานจัดเตรียมอาหารชั้นดีมาส่งให้เธอที่ห้องโดยเร็วที่สุด จากนั้นหลิงหยุนก็หันไปพูดกับฉียวี่เจินว่า“ท่านป้า.. ระหว่างที่รออาหารมาส่ง ท่านป้าก็พักผ่อนให้หายเหนื่อยก่อน ไว้เสี่ยวชิงกินข้าวเสร็จแล้ว ผมจะพาเธอมาพบท่านป้าเอง..” หลิงหยุนยังมีเรื่องที่ต้องไปจัดการหลังจากที่สั่งการทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว เขาก็ขอตัว และพาถังเมิ่งกับตี้เสี่ยวอู๋เดินออกมาจากห้องทันที ฉียวี่เจินยืนมองไปรอบๆห้องสูทหรูหราของโรงแรมแม้กระทั่งหลิงหยุนเดินออกจากห้องไปแล้ว เธอก็ยังไม่กล้านั่ง และได้แต่พึมพำออกมาเสียงเบา “พ่อหนุ่ม..เธอช่างอ่อนโยนแล้วก็มีเมตตานัก! ครอบครัวของเราจะตอบแทนเธอได้ยังไง” ระหว่างที่อยู่ในลิฟท์ถังเมิ่งก็ร้องถามหลิงหยุน.. “พี่หยุน..ข้างนอกฝนตกหนักมาก พี่จะออกไปรับน้องสาวของฉีเสี่ยวชิงตอนนี้จริงๆน่ะเหรอ!” หลิงหยุนพยักหน้าพร้อมกับตอบไปว่า“ฉันเองก็ไม่รู้ว่าอาการของฉีเสี่ยวหงเป็นยังไงบ้าง แล้วก็กำลังอยู่ในอันตรายแค่ใหน? ฝนแค่นี้จะเป็นอะไรไป?!” “เสี่ยวอู๋..นายขึ้นไปชั้นห้าดูว่าฉีเสี่ยวชิงกินข้าวอิ่มหรือยัง รอจนเธอกินข้าวอิ่ม แล้วค่อยพาเธอไปพบแม่ที่ห้องพัก!” “ถังเมิ่ง..นายกลับไปที่ชั้นห้า ฉันต้องหายตัวไปจากงานเลี้ยงอีกนาน ถ้าหลิงยู่กับหนิงน้อยหาฉันไม่พบ ทั้งคู่อาจจะกังวลแล้วก็กระวนกระวายใจมาก นายอยู่จัดการดูแลงานเลี้ยงที่นี่!” ถังเมิ่งพยักหน้าพร้อมกับร้องถามออกไป“แล้วพี่ล่ะพี่หยุน!”หลิงหยุนตอบกลับยิ้มๆ“ไม่ต้องห่วงฉัน!”หลังจากที่ถังเมิ่งกับตี้เสี่ยวอู๋ขึ้นไปชั้นห้าแล้วหลิงหยุนก็กดลิฟท์ไปที่ชั้นสี่ และเดินตรงไปที่ห้องพักของฉินตงเฉี่วยทันที“เจ้าเด็กดื้อ..ดูเหมือนเวลาทั้งคืนคงยังไม่พอให้เจ้าใช้สินะ! แม้แต่ข้าวก็ยังไม่มีเวลาได้กิน!”เมื่อเห็นหลิงหยุนเดินเข้ามาฉินตงเฉี่วยก็หันหลังกลับมา คิ้วของนางขมวดเข้าหากันพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ทั้งเห็นใจแล้วก็ขุ่นเคืองใจ..หลิงหยุนเองก็ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเช่นกัน“น้าหญิง.. ท่านเองก็ยังไม่ได้ทานอะไรเลย เหตุใดจึงไม่ขึ้นไปข้างบนเล่า หรือเป็นเพราะชั้นห้ามีผู้คนมากมายจนเกินไป..”ฉินตงเฉี่วยนั้นไม่ชอบความวุ่นวายและภายในงานเลี้ยงที่มีผู้คนพลุกพล่านเช่นนี้ แน่นอนว่านางคงจะไม่ลงไปร่วมรับประทานอาหารด้วยอย่างแน่นอนหลิงหยุนรู้ว่าฉินตงเฉี่วยน่าจะรู้สึกหิวมากแล้วเขาจึงพูดขึ้นว่า “ถ้าเช่นนั้นคืนนี้ข้าจะลงมือทำอาหารให้น้าหญิงทานเอง!”เมื่อเห็นหลิงหยุนยกเรื่องทำอาหารมาอ้างฉินตงเฉี่วยก็เดินเข้าไปหาหลิงหยุนทันที พร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้นจิ้มที่หน้าผากของเขาเบาๆ“นี่..เจ้ายังกล้ามายกเรื่องทำอาหารให้ข้ากินอีกมาอ้างอีกเหรอ เจ้าคงไม่เชื่อสินะว่าข้าจะลงโทษเจ้าจริงๆ!”หลิงหยุนรู้ดีว่าเพราะเหตุใดฉินตงเฉี่วยจึงได้โกรธเขาจึงรีบทันที “น้าหญิง.. ท่านก็รู้ว่าข้าหยอกเย้าท่านเล่นเท่านั้น ข้าเองก็ยอมรับผิดแล้วนี่!”ฉินตงเฉี่วยจ้องหน้าหลิงหยุนนิ่งนานแต่จู่ๆใบหน้างดงามนั้นก็เปลี่ยนเป็นแดง นางเม้มริมฝีปากแน่นก่อนจะพูดขึ้นว่า“เจ้าอย่าคิดว่าครั้งนี้จะรอด..ไว้กลับถึงบ้านข้าค่อยคิดบัญชีกับเจ้า!”หลิงหยุนได้แต่แอบคิดในใจว่าดูเหมือนครั้งนี้ฉินตงเฉี่วยจะโกรธจริง และไม่กล้าเอาเรื่องทำอาหารมาบ่ายเบี่ยงความผิดอีก..“น้าหญิง..แล้วเหตุใดคืนนี้ป้าเม่ยจึงไม่มากับท่านด้วยล่ะ”ฉินตงเฉี่วยรู้สึกว่าตนเองพุ่งเข้ามาประชิดตัวหลิงหยุนมากจนเกินไปจึงรีบก้าวถอยหลังออกไปสองก้าว และตอบไปว่า“นางกลับไปตระกูลฉินแล้ว!”จากนั้น..ฉินตงเฉี่วยปรับสีหน้าให้เรียบเฉย และพูดกับหลิงหยุนด้วยน้ำเสียงจริงจัง..-เจ้าเด็กดื้อ..เจ้าไปพบตระกูลหลิงมาแล้ว ครั้งนี้เจ้าต้องไปเจียงหนานพบคนตระกูลฉินบ้าง!-เรื่องนี้นับว่าเป็นเรื่องสำคัญมากฉินตงเฉี่วยจึงต้องสื่อสารกับหลิงหยุนด้วยกระแสจิตฉินตงเฉี่วยเชื่อว่าหลิงหยุนจะต้องเข้าใจความหมายดี!เพราะหลิงหยุนนั้นเป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อแปดตระกูลใหญ่ในประเทศจีน ในเมื่อหลิงหยุนไปตระกูลหลิงและตระกูลเกามาแล้ว ครั้งนี้ก็ถึงคราวที่เขาจะต้องไปเจียงหนานเพื่อตระกูลฉินบ้าง!หลิงหยุนเองก็ตอบกลับด้วยกระแสจิตเช่นเดียวกัน–น้าหญิง..ท่านไม่ต้องกังวลใจเรื่องนี้ไป! ข้าต้องไปตระกูลฉินกับท่านเพื่อคาราวะท่านปู่แน่ แต่ขอข้าจัดการเรื่องยุ่งๆให้เรียบร้อยก่อน–หลิงหยุนตอบกลับไปอย่างไม่ลังเลทำให้ฉินตงเฉี่วยที่กำลังขุ่นเคืองใจนั้นถามกลับมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน..“เจ้ายังมีเรื่องยุ่งๆอะไรอีกงั้นรึ”หลิงหยุนก้าวเท้าเข้าไปใกล้ฉินตงเฉี่วยพร้อมกับตอบไปว่า..“ข้าต้องไปโรงพยาบาลรับคนคนหนึ่ง..!”ฉินตงเฉี่วยได้ฟังก็ยกนิ้วชี้ขึ้นจิ้มหน้าผากของหลิงหยุนอีกครั้งและดุไปว่า “เจ้าเที่ยวยุ่งเรื่องของผู้อื่นไปทั่ว นี่ถึงกับจะฝ่าสายฝนที่ตกหนักไปช่วยเด็กสาวที่ไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตัวเอง ข้าไม่เข้าใจเจ้าเลยจริงๆ!”“แต่เอาเถอะ..ข้าจะไปกับเจ้าด้วย!”หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับพูดไปว่า“น้าหญิง.. ข้างนอกฝนตกหนักเช่นนี้ ท่านไม่ต้องไปกับข้าก็ได้ ข้าออกไปเดี๋ยวเดียวก็กลับมา!”ฉินตงเฉี่วยเพียงแค่ยิ้มให้หลิงหยุนแต่ไม่พูดอะไรแต่จากสายตาและท่าทางของนางนั้น ทำให้หลิงหยุนไม่มีทางเลือกอื่น และได้แต่พยักหน้ายอมให้นางตามไปด้วย..ทั้งสองคนเดินออกจากห้องไม่นานก็มาถึงล็อบบี้ชั้นล่างของโรงแรมแต่เมื่อมองออกไปที่ด้านนอก หลิงหยุนก็ถึงกับอ้าปากค้างด้วยความตกใจ และกระทืบเท้าอย่างแรง!ที่จอดรถด้านนอกของโรงแรมไคเฉวียนเวลานี้มีร่มหลากหลายสีสันกางอยู่เต็มพื้นที่สี่เหลี่ยมราวกับดอกเห็ด!ภายใต้ร่มจำนวนมากมายนับไม่ถ้วนนั้นล้วนเป็นเด็กหนุ่มสาวที่มีอายุราวสิบเจ็ดหรือสิบแปดปี ทั้งหมดต่างก็ยืนกางร่มตัวเปียกอยู่ท่ามกลางสายฝนที่กระหน่ำลงมา..หลิงหยุนเปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจทันทีและแล้วเลือดในกายของเขาก็พลุ่งพล่านไปทั่วทั้งตัว เพราะเด็กสาวเหล่านั้นล้วนคุ้นหน้าคุ้นตาเขามาก..ฉินตงเฉี่วยเองก็สังเกตเห็นเช่นกันนางจึงถามขึ้นมาด้วยความตกใจ “นี่.. เหตุใดจู่ๆจึงได้มีผู้คนมาอออยู่หน้าโรงแรมมากมายเช่นนี้!”