ตอนที่ 480
บทที่ 871 -872
October 22, 2026
บทที่ 871 : ลางสังหรณ์! “พี่หลิงหยุน!” เมื่อเห็นหลิงหยุนเดินเข้ามาในห้องร่างของไป๋เซียนเอ๋อก็พุ่งเข้าใส่อ้อมแขนของเขาอย่างรวดเร็ว จนเห็นเป็นเพียงเงาสีขาวที่พุ่งเข้าไปเท่านั้น คืนนี้ไป๋เซียนเอ๋อรู้สึกไม่ดีนักจึงรับประทานอาหารได้น้อยมาก นั่นเพราะหลิงหยุนวิ่งไปโน่นมานี่อยู่ตลอด ไม่มีเวลาได้อยู่ใกล้นาง อีกทั้งยังไม่ให้นางติดตามไปใหนต่อใหนด้วย แต่โชคดีที่หนิงหลิงยู่กับเหมี่ยวเสี่ยวเหมานั้นคอยประกบไป๋เซียนเอ๋อไว้เพราะรู้ว่าหลิงหยุนนั้นยุ่งมากในวันนี้ ไม่เช่นนั้นนางคงจะไม่ยอมอยู่ห่างจากหลิงหยุนแน่ เมื่อเห็นไป๋เซียเอ๋อซุกเข้าไปในอ้อมแขนของหลิงหยุนเช่นนั้นทั้งหลินเมิ่งหาน เหยาลู่ และมู่หลงเฟยจื่อ ต่างก็มองด้วยแววตาความหึงหวง แต่ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ สาวงามคนอื่นๆต่างก็รู้สึกอิจฉาที่ไป๋เซียนเอ๋อสามารถโอบกอดหลิงหยุนได้ทุกที่ทุกโอกาสโดยไม่มีปัญหาใดๆ และสำหรับหลินเมิ่งหานกับเหยาลู่ที่ต่างก็ฝึกฝนจนเข้าสู่ขั้นโฮ่วเทียน-9แล้วนั้น ทั้งคู่จึงสามารถมองออกว่ากำลังภายในของไป๋เซียนเอ๋อนั้นไม่ธรรมดา และหากเทียบกับไป๋เซียนเอ๋อแล้ว ทั้งสองคนก็ยังไม่ถึงหนึ่งในสิบของไป๋เซียนเอ๋อด้วยซ้ำไป! หลินเมิ่งหานกับเหยาลู่จึงทำได้เพียงแค่เหลือบมองทั้งคู่เก็บซ่อนความรู้สึกที่ต้องการจะโผเข้าหาอ้อมกอดของหลิงหยุนไว้ จากนั้นหลินเมิ่งหานจึงตอบหลิงหยุนไปว่า “คนอื่นๆออกไปสังสรรค์กับเพื่อนๆรวมทั้งครูกงด้วย!” “อ่อ..” หลิงหยุนฟังแล้วจึงค่อยรู้สึกโล่งใจเพราะทั้งหนิงหลิงยู่ เสี่ยวเม่ยหนิง เกาเฉินเฉิน หลงหวู่ และเหมี่ยวเสี่ยวเหมานั้น ทุกคนก็ล้วนแล้วแต่เป็นคนดังของโรงเรียนมัธยมจิงฉูทั้งสิ้น ในเมื่อเพื่อนๆมาถึงที่นี่ทั้งที พวกเธอก็คงต้องลงไปร่วมสนุกด้วย! “ถ้างั้นก็ดี..ผมคิดว่ามีปัญหาอะไรกันซะอีก!” หลิงหยุนตอบกลับไป “หลิงหยุน..น้องสาวของฉีเสี่ยวชิงเป็นยังไงบ้าง” หลังจากนั้นเหยาลู่ก็เอ่ยปากถามถึงฉีเสี่ยวหงขึ้นมาใบหน้างดงามของเธอนั้นแสดงออกถึงความเป็นห่วงเป็นใยอย่างชัดเจน ความจริงแล้วเหยาลู่อยากจะเรียกหลิงหยุนว่าสามี แต่เพราะที่นี่มีมู่หลงเฟยจื่อกับไป๋เซียนเอ๋ออยู่ด้วย เธอจึงคิดว่าไม่เหมาะสมที่จะเรียกหลิงหยุนเช่นนั้น หากมีเพียงหลินเมิ่งหานอยู่ในห้องเหยาลู่ก็คงจะเรียกหลิงหยุนไปตามที่ใจต้องการ อีกทั้งเหยาลู่กับหลินเมิ่งหานก็มักจะไปมาหาสู่กันบ่อยๆ และทั้คู่ก็คุ้นเคยสนิทสนมกันดี จึงแทบไม่ต้องพูดหรืออธิบายอะไรให้มากความ หลิงหยุนตอบกลับยิ้มๆ“เธอดีขึ้นแล้ว! ผมกับน้าหญิงเพิ่งไปรับเธอมาจากโรงพยาบาล และได้พาเธอไปส่งให้แม่แล้ว” “ดีจังเลย..” เหยาลู่ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกแต่แล้วก็พูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงและสีหน้าโกรธเกรี้ยว “พูดแล้วก็อดโมโหไม่ได้!ระหว่างที่กินอาหารกันอยู่ ฉันเองก็เพิ่งจะได้ยินเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นกับฉีเสี่ยวชิง ฉันเองยังแทบทนไม่ได้ อยากจะไปจัดการกับเจ้าคนชั่วหลี่เทียนด้วยตัวเองด้วยซ้ำไป!” หลิงหยุนพยักหน้าแต่ไม่พูดอะไรและได้แต่คิดว่าเหยาลู่กับฉีเสี่ยวชิงนั้นเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนเหมือนกัน เธอจึงเข้าใจความยากลำบากของการเกิดมาในครอบครัวที่ยากจนได้เป็นอย่างดี ดังนั้นเมื่อได้ยินได้ฟังเรื่องราวที่น่าเศร้าของฉีเสี่ยวชิง เธอจึงรู้สึกแค้นใจแทน และต้องการไปแก้แค้นให้กับฉีเสี่ยวชิง “ผมจัดการทำให้มันหมดสภาพไปแล้ว!” หลิงหยุนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยขณะที่เดินเข้าไปนั่งจากนั้นจึงหันไปมองมู่หลงเฟยจื่อที่ยังคงนั่งนิ่งไม่พูดไม่จา แต่ปากก็ถามออกไปว่า.. “นี่ทุกคนกินอิ่มกันหมดแล้วหรือยัง” มู่หลงเฟยจื่อถึงกับตื่นเต้นดีใจจนใบหน้าเป็นสีแดงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าสายตาของหลิงหยุนนั้นจับจ้องมาที่ตนเองในขณะที่ปากก็เอ่ยถามทุกคน เธอจึงพยักหน้าพร้อมกับจ้องมองหลิงหยุนกลับไป แต่ก็ไม่พูดอะไรเช่นเคย.. หลินเมิ่งหานยิ้มและตอบกลับมาว่า“พวกเราทุกคนอิ่มกันหมดแล้วล่ะ มีแต่นายที่ยุ่งจนไม่มีเวลาแม้แต่จะกินข้าว..” แต่หลิงหยุนตอบกลับไปว่า“ผมกินอาหารแค่สองมื้อต่อวันก็เพียงพอแล้ว! เอาล่ะ.. ถ้าพวกคุณสองคนกินอิ่มแล้ว ก็รีบกลับบ้านไปก่อนได้เลย!” หลิงหยุนตัดสินใจกัดฟันบอกออกไปเช่นนั้นทั้งที่หลินเมิ่งหานกับเหยาลู่นั้นเป็นผู้หญิงเพียงสองคนที่เขามีอะไรด้วย และต่อให้หลิงหยุนใกล้จะเข้าสู่ขั้นพลังชี่ได้ทุกเมื่อ แต่ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหากหลิงหยุนจะตามสองสาวกลับไปเล่นจ้ำจี้ในห้องนอน แต่ด้วยสาเหตุที่ตั้งแต่หลิงหยุนกลับมาจากปักกิ่งนั้นเขายังไม่ได้กลับเข้าไปหาฉินตงเฉี่วยที่บ้านในอ่าวจิงฉูเลย และนั่นทำให้นางไม่พอใจอย่างมาก เวลานี้ฉินตงเฉี่วยเองก็อยู่ที่โรงแรมด้วย หากหลิงหยุนยังไม่กลับไปอีก นางก็คงจะต้องอารมณ์เสียมากอย่างแน่นอน! อีกทั้งเขาเองก็ยังมีอีกหลายเรื่องที่จะต้องปรึกษาหารือและขอคำแนะนำจากฉินตงเฉี่วยด้วย.. ยิ่งไปกว่านั้นเวลานี้ก็ยังมีเพื่อนนักเรียนของเขาอีกมากมายรออยู่ในโรงแรม หากหลิงหยุนไม่เข้าไปร่วมสังสรรด้วย ก็คงจะไม่ใช่เรื่องดีอย่างแน่นอน ทันทีที่หลิงหยุนบอกออกไปว่าให้หญิงสาวทั้งสองกลับบ้านไปก่อนนั้นสีหน้าของเหยาลู่กับหลินเมิ่งหานก็เปลี่ยนไปทันที แววตาของทั้งสองคนบ่งบอกว่ารู้สึกผิดหวังอย่างมาก แม้แต่หลิงหยุนเองก็ยังไม่กล้าสบตาที่เต็มไปด้วยความเศร้าสร้อยผิดหวังนั้นของพวกเธอ.. หลินเมิ่งกับเหยาลู่นั้น..หญิงสาวทั้งสองคนมาที่งานเลี้ยงในคืนนี้ เพราะมีจุดประสงค์เพื่อจะมารับประทานอาหารที่นี่อย่างนั้นหรือ! เหยาลู่นั้นเป็นหญิงสาวหัวอ่อนและมีมารยาทเรียบร้อย แต่หลินเมิ่งหานกลับลุกขึ้นพูดกับหลิงหยุนด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจมาก “กลับก็กลับสิ!เหยาลู่พวกเรากลับกันเถอะ!” น้ำเสียงของหลินเมิ่งหานนั้นบ่งบอกว่าโกรธหลิงหยุนมากจริงๆ “ห๊ะ!”เหยาลู่ถึงกับงุนงงและตกตะลึงเธอมองหน้าหลินเมิ่งหานที แล้วจึงหันไปมองหลิงหยุน..“ยังจะนั่งมองอะไรอยู่อีกไปกันได้แล้ว! ตอนนี้เขากลายเป็นคนใหญ่คนโตไปแล้ว ไม่ต้องห่วงว่าเขาจะไม่มีที่ไปหรอกน่า?!”หลินเมิ่งหานร้องบอกเหยาลู่ที่ยังคงตกตะลึงใบหน้าของเหยาลู่เปลี่ยนเป็นซีดขาว และหายใจถี่ เพราะเวลานี้เธอเองก็รู้สึกราวกับคนกำลังอกหัก!“พี่หลิน..คือ..”เหยาลู่ลุกขึ้นยืน..แต่ท่าทางของเธอคล้ายกับคนที่ไม่สามารถตัดสินใจได้ หลินเมิ่งหานนั้นเฝ้าคิดถึงแต่หลิงหยุนทุกวัน เธอจึงสามารถเข้าใจได้ว่าเพราะเหตุใดหลินเมิ่งหานจึงต้องโกรธเกรี้ยวถึงเพียงนี้ แต่จะให้เธอลุกตามหลินเมิ่งหานไปเช่นนี้ ก็ไม่ใช่วิสัยที่เธอจะทำได้!“นี่เหยาลู่..เธอไม่ไปกับฉันงั้นเหรอ!”หลินเมิ่งหานร้องถามพร้อมกับกระแทกเท้าลงพื้นอย่างไม่พอใจเธอทั้งโกรธทั้งอาย และด้วยความไม่พอใจหลิงหยุน ร่างสะโอดสะองของหลินเมิ่งหานจึงพุ่งออกไปจากห้องวีไอพีอย่างรวดเร็ว“พี่หลิน..”เหยาลู่ร้องตะโกนเรียกทันทีและอยากจะวิ่งตามไป แต่ก็หันไปมองหน้าหลิงหยุนพร้อมกับพูดขึ้นว่า..“หลิงหยุน..คุณอย่าโกรธที่หลินเลยนะ!” เหยาลู่ไม่ลืมที่จะแก้ตัวแทนหลินเมิ่งหาน..แต่หลิงหยุนเพียงแค่ยิ้มและได้แต่คิดว่าเขาเองก็ผิดหวังเช่นกันที่พลาดโอกาสจะได้อยู่กับนางฟ้าทั้งสอง มีหรือที่เขาจะรู้สึกโกรธ!ผู้หญิงก็เป็นเช่นนี้กันทุกคน!หากไม่มีอารมณ์กระเง้ากระงอดเช่นนี้ ก็คงจะไม่ใช่ผู้หญิง!–คุณรีบตามเธอไปเถอะ.. อย่าปล่อยให้เธอกลับไปคนเดียว-หลิงหยุนเห็นเหยาลู่ยังคงยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูกจึงส่งกระแสจิตบอกเธอให้รีบตามหลินเมิ่งหานไปถึงแม้ว่าหลินเมิ่งหานจะเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นโฮ่วเทียน-9แล้ว และได้ฝึกวิชาฝ่ามือน้ำแข็งจนมีความสามารถในการปกป้องตัวเองได้ในระดับหนึ่ง แต่หลิงหยุนก็ยังไม่วางใจนัก เพราะเวลานี้เขาเองก็มีศัตรูที่ยังจ้องจะเอาชีวิตอยู่มากมาย และคนเหล่านั้นเมื่อเล่นงานเขาโดยตรงไม่ได้ ก็คงจ้องที่จะเล่นงานคนรอบตัวแทนตอนนี้เหยาลู่เองก็อยู่ในระดับกลางขั้นโฮ่วเทียน-9แม้ว่าจะยังไม่ได้เรียนวรยุทธการต่อสู้ แต่อย่างน้อยหากทั้งคู่อยู่ด้วยกัน ก็ยังพอที่จะช่วยเหลือดูแลกันและกันได้“อืมม!”เมื่อเหยาลู่เห็นว่าหลิงหยุนไม่ได้โกรธอะไรเธอก็รู้สึกโล่งใจ และรีบตามหลินเมิ่งหานออกไปทันที..มู่หลงเฟยจื่อที่นั่งนิ่งมาโดยตลอดเมื่อเห็นมู่หลงเฟยจื่อโกรธมากจนหนีกลับไปแบบนั้น เธอก็ถึงกับเลียริมฝีปากและถอนหายใจออกมาก่อนจะพูดขึ้นว่า“นี่..นายพูดอะไรออกไปรู้ตัวบ้างมั๊ย นายไม่ควรพูดจาตรงไปตรงมาแบบนั้น เพราะเป็นใครก็ตามที่ได้ฟังคำพูดแบบนั้น ก็คงต้องโกรธทุกคนนั่นล่ะ..”แม้ว่ามู่หลงเฟยจื่อจะไม่ได้ตำหนิหลิงหยุนออกไปตรงๆแต่น้ำเสียงก็บ่งบอกว่าในกรณีนี้หลิงหยุนเป็นฝ่ายผิดเต็มๆหลิงหยุนยังคงนั่งนิ่งเงียบอยู่ภายในห้องคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย เขายกมือขึ้นลูบหลังศรีษะของตนเองพร้อมกับพึมพำออกมาเบาๆ“มันไม่ใช่อย่างที่ทุกคนคิดเลยแม้แต่น้อย!จู่ๆผมก็รู้สึกสังหรณ์ใจขึ้นมาว่าคืนนี้จะมีเรื่องไม่สู้ดีเกิดขึ้น! ผมก็เลยอยากให้ทุกคนกลับไปให้เร็วที่สุด..”จู่ๆหลิงหยุนก็รู้สึกว่าเรื่องราวทุกอย่างในคืนนี้นั้นมันจัดการได้ราบรื่นจนเกินไปยิ่งคิดเขาก็ยิ่งกระวนกระวายใจจนไม่อาจสงบจิตสงบใจได้อีกและลางสังหรณ์ของเขานั้นก็มักจะแม่นยำอย่างมาก!สิ่งที่หลิงหยุนรู้สึกกังวลกับสังคมของคนยุคสมัยนี้มีเพียงสองเรื่อง..เรื่องแรก..คือเรื่องของระบบการสื่อสารที่รวดเร็ว ข้อมูลในยุคนี้สามารถส่งต่อ และแลกเปลี่ยนกันได้อย่างสะดวก รวดเร็ว แล้วก็ง่ายจนเกินไป!เรื่องที่สอง..คือเรื่องของการเดินทางที่ระยะทางเป็นพันกิโลเมตร แต่กลับสามารถเดินทางโดยเครื่องบิน และใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมงเรื่องแรกทำให้จากนี้ต่อไปจะไม่มีความลับใดๆอีกและเรื่องที่สองนั้นจะทำให้ใครก็ตามที่คิดจะจัดการกับใครสักคน ก็สามารถเดินทางไปถึงตัวคนผู้นั้นได้อย่างรวดเร็ว!ครั้งนี้หลิงหยุนกลับมาถึงจิงฉูได้หนึ่งวันหนึ่งคืนแล้วหากศัตรูคิดที่จะจัดการกับเขาแล้วล่ะก็ ป่านนี้พวกมันก็คงจะมาถึงจิงฉูเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าศัตรูเหล่านี้จะยังไม่ลงมือ แต่เมื่อใดก็ตามที่พวกมันลงมือ.. ทุกอย่างจะถาโถมเข้ามาราวกับพายุเลยทีเดียว!เมื่อครั้งที่อยู่ในปักกิ่งนั้นหลิงหยุนมีเพียงตัวคนเดียว หากเขาไม่ต้องการจะเล่นด้วย เขาก็แค่หลบหนีไป! แต่ที่นี่คือจิงฉู หากศัตรูบุกมาถึงที่นี่ เขาคงหลีกเลี่ยงไม่ได้ นอกจากต้องสู้!แต่ปัญหาก็คือ..หลิงหยุนมีคนรอบตัวมากเกินไป และเขาก็ไม่สามารถคุ้มครองดูแลทุกคนได้หมด!มู่หลงเฟยจื่อเห็นท่าทางเหนื่อยล้าของหลิงหยุนก็ได้แต่รู้สึกสงสารเห็นใจ แต่ก็ไม่สามารถช่วยอะไรได้!“หลิงหยุน..นี่นายเหนื่อยมากเลยใช่มั๊ย ถ้าเหนื่อย.. ก็กลับไปบ้านพักผ่อนดีกว่า อย่าไปคิดอะไรมากเลย กลับไปนอนหลับพักผ่อนให้สบาย”หลิงหยุนเงยหน้าขึ้นมองสีหน้าที่เป็นห่วงเป็นใยของมู่หลงเฟยจื่อเขาก็รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาทันทีพร้อมกับยิ้มสดใสให้กับเธอ“ผมไม่เป็นอะไร!”