ตอนที่ 483
บทที่ 877-878
October 22, 2026
บทที่ 877 : ใครบ้างจะล่วงรู้จิตใจของหลิงยู่? เวลานี้ที่โต๊ะของหลิงหยุนเหลือกันอยู่เพียงหกคนเท่านั้นนอกจากตัวเขาเองแล้ว ก็มีหนิงหลิงยู่ กงเสี่ยวลู่ เสี่ยวเม่ยหนิง หลงหวู่ แล้วก็เฉิงเมี่ยน สำหรับเรื่องในคืนนี้ผู้ที่เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงในการรวบรวมเพื่อนๆ ให้มาช่วยหลิงหยุนที่นี่ ก็คือฉางหลิงกับเฉิงเมี่ยน ถังเมิ่งได้จัดการเปิดห้องให้พวกเธอทั้งคู่แต่ฉางหลิงนั้นดูเหมือนจะอารมณ์ไม่สู้ดีนัก และหลังจากที่เข้าไปในห้องพักแล้วก็ไม่ยอมออกมาอีกเลย กงเสี่ยวลู่ดูเหมือนสัมผัสได้ถึงสิ่งนี้ เธอจึงเป็นฝ่ายเข้าไปพูดคุยกับฉางหลิงในห้องอยู่ครู่หนึ่ง แต่ต่อมากงเสี่ยวลู่ก็ไม่สามารถต้านทานการคะยั้นคะยอของเด็กนักเรียนได้จึงต้องตามทุกคนลงไปที่ห้องจัดเลี้ยง หลังจากลงมาที่ห้องจัดเลี้ยงชั้นสามแล้ว เธอจึงขอให้เกาเฉินเฉินขึ้นไปอยู่เป็นเพื่อนฉางหลิง เกาเฉินเฉินก็ยินดีไปอย่างเต็มใจเพราะในฐานะหัวหน้าชั้นที่หายตัวไปกว่าสามเดือน แม้กระทั่งสอบเอนทรานซ์ก็ยังไม่ได้เข้าสอบ เวลานี้เพื่อนๆในห้องต่างก็มารวมตัวอยู่ที่นี่กันเกือบหมด โดยธรรมชาติเพื่อนๆ จึงต้องไตร่ถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย แต่เกาเฉินเฉินเองก็กระอักกระอ่วนที่จะตอบ.. นอกจากนั้นแล้วเกาเฉินเฉินกับฉางหลิงยังเป็นเพื่อนสนิทกันอีกด้วย ตอนนี้ครอบครัวของฉางหลิงกำลังมีปัญหา เมื่อกงเสี่ยวลู่ขอร้อง เธอจึงรีบวิ่งออกไปจากห้องจัดเลี้ยงทันที แต่ทันทีที่เกาเฉินเฉินวิ่งออกมาเหมี่ยวเสี่ยวเหมาก็วิ่งตามออกมาด้วยทันที เธอกับฉางหลิงเองก็นั่งโต๊ะติดกันมาตลอดสามเดือน จึงมีความสนิทสนมกันพอสมควร อีกอย่าง.. เหมี่ยวเสี่ยวเหมาก็ไม่ชอบเสียงอึกทึกหนวกหูภายในงานเลี้ยงด้วย ทั้งคู่จึงไปหาฉางหลิงที่ห้องด้วยกัน ทางด้านหลิงหยุนที่เพิ่งชนแก้วกับเพื่อนร่วมห้องอีกหนึ่งชุดก็ได้วางแก้วเปล่าลงด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ เขามองเฉิงเมี่ยนที่ดูเหมือนจะกำลังอึดอัด.. วันนี้เฉิงเมี่ยนไม่ได้แต่งหน้าทาปากเธอนั่งอยู่ท่ามกลางสาวงามอย่างหนิงหลิงยู่ เสี่ยวเม่ยหนิง และหลงหวู่ ทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่มั่นใจอย่างมาก “นี่น้องเมีย..ได้คะแนนสอบเอนทรานซ์เท่าไหร่ แล้วยื่นเรื่องเข้าเรียนมหาวิทยาลัยใหนล่ะ?” หลิงหยุนพูดจาโผงผางเช่นนี้เพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ ทันทีที่เสียงเรียก‘น้องเมีย’ ดังขึ้น ร่างบอบบางของหนิงหลิงยู่ถึงกับสั่นสะท้าน กงเสี่ยวลู่เองก็เช่นกัน ในขณะที่เสี่ยวเม่ยหนิงนั่งกัดริมฝีปากล่างแน่น ส่วนหลงหวู่นั่นจิกเท้าเกร็ง และหันขวับไปมองเฉิงเมี่ยนด้วยสายตาเย็นชาทันที การที่หลิงหยุนร้องตะโกนเรียกเฉิงเมี่ยนว่า‘น้องเมีย’ ต่อหน้าหญิงสาวทุกคนนั้น เท่ากับเป็นการประกาศฐานะของเฉิงเม่ยเฟิงต่อหน้าพวกเธอ! แต่เวลานี้เฉิงเม่ยเฟิงไม่ได้อยู่ตรงนี้ด้วย!ไม่มีใครรู้ว่าเธออยู่ที่ใหน และสิ่งเดียวที่หลิงหยุนรู้ก็คือชื่อ ‘อารามจิ้งซิน..’ แต่เพราะวันนี้เฉิงเม่ยเฟิงไม่ได้อยู่ในงานเลี้ยงร่วมยินดีกับเขาด้วยหญิงสาวที่ควรจะต้องอยู่กับเขาในเวลาเช่นนี้กลับไม่ได้อยู่! หลิงหยุนที่กึ่งเมาถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความอึดอัด.. แม้ว่าเฉิงเมี่ยนจะไม่งดงามเหมือนกับเฉิงเม่ยเหิงแต่แก้มและเอวที่คอดเล็กไม่เหมือนหญิงสาวคนใหนนั้น ก็ช่างคล้ายคลึงกับเฉิงเม่ยเฟิงมาก ทำให้หลิงหยุนรู้สึกราวกับได้เห็นเงาของเฉิงเม่ยเฟิงในร่างของเฉิงเมี่ยน หลิงหยุนกำลังคิดถึงเฉิงเม่ยเฟิง.. “นี่!”เฉิงเมี่ยนได้แต่ทำเสียงไม่พอใจนักเมื่อได้ยินหลิงหยุนเรียกตนเองเช่นนั้น เฉิงเมี่ยนจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาของหลิงหยุนใจหนึ่งก็ไม่อยากให้เขาเรียกเธอว่าน้อยเมียอีก แต่อีกใจก็ยังอยากให้เรียกเช่นนั้น! เวลานี้เธอจึงรู้สึกสับสน และขัดแย้งอยู่ภายในใจอย่างมาก เพราะการที่หลิงหยุนเรียกเธอว่า‘น้องเมีย’ นั้น ย่อมเป็นการแสดงออกถึงความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างเธอกับเขาขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ในใจเฉิงเมี่ยนเองก็รู้สึกดีใจและมีความสุขเช่นกัน เธอจึงตอบหลิงหยุนกลับไปเสียงเบา “ขาดอีกยี่สิบคะแนนก็จะได้เต็มฉันก็เลยเลือกเรียนคณะเภสัชกรรม มหาวิทยาลัยเจียงหนาน!” “โอโห..เก่งเหมือนกันนี่! ขอแสดงความยินดีด้วย!” หนิงหลิงยู่นั้นเรียนห้องเดียวกับเฉิงเมี่ยนเธอจึงรู้ดีว่าปกติคะแนนสอบของเฉิงเมี่ยนนั้นจะไม่ได้สูงนัก แต่คะแนนสอบเอนทรานซ์กลับต่ำจากคะแนนเต็มเพียงแค่ยี่สิบคะแนน ทำให้เธออดที่จะประหลาดใจไม่ได้! แต่ถึงกระนั้น..หลังจากที่หายตกใจ หนิงหลิงยู่ก็รีบแสดงความยินดีกับเฉิงเมี่ยนด้วยความจริงใจทันที! มหาวิทยาลัยเจียงหนานเป็นหนึ่งในสามมหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดของประเทศจีนเลยทีเดียวการที่เฉิงเมี่ยนสามารถเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยเจียงหนานได้เช่นนี้ หนิงหลิงยู่ย่อมต้องแสดงความยินดีกับเธอ แต่เฉิงเมี่ยนนั้นรู้ดีกว่าใครๆว่าเพราะเหตุใดคะแนนสอบเอนทรานซ์ของเธอจึงได้สูงอย่างไม่น่าเชื่อเช่นนี้ เธอจึงรู้สึกกระดากใจ และได้แต่บอกหนิงหลิงยู่ไปตามความจริง “เอ่อ..ความจริงแล้วเป็นเพราะพี่เขย คะแนนสอบของฉันถึงได้ออกมาดีมากขนาดนี้!” เฉิงเมี่ยนนั้นเรียกหลิงหยุนว่า‘พี่เขย’ อย่างสนิทปากเช่นนี้ ก็เพื่อจะข่มเสี่ยวเม่ยหนิงกับหลงหวู่ และเป็นการบอกกับหญิงสาวทั้งสองคนทางอ้อมว่า – ถึงพี่สาวของฉันไม่อยู่ แต่ฉันก็ยังอยู่ทั้งคน คิดจะมาแย่งพี่เขยฉันไปน่ะเหรอ.. อย่าได้ฝันไป! และนี่คืออุปนิสัยของเฉิงเมี่ยนที่ยากจะเปลี่ยนได้! แม้แต่หนิงหลิงยู่ที่ได้ยินเฉิงเมี่ยนเรียกหลิงหยุนว่าพี่เขยก็ถึงกับหน้าแดงก่ำอย่างไม่มีสาเหตุ และลมปราณภายในร่างกายก็เริ่มปั่นป่วนไปหมด “เกิดอะไรขึ้น!” หลิงหยุนที่นั่งอยู่ข้างหนิงหลิงยู่นั้นเมื่อสังเกตเห็นความผิดปกติของเธอ ก็สามารถเดาได้ทันทีว่าลมปราณภายในร่างกายของเธอกำลังปั่นป่วนอย่างรุนแรง และหากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ อาจจะเกิดธาตุไฟแตกซ่านจนกลายเป็นมารได้ อีกอย่าง.. พรุ่งนี้หนิงหลิงยู่ก็น่าจะเข้าสู่ขั้นโฮ่วเทียน-9 ได้แล้ว เขาจะไม่ยอมให้เป็นเช่นนั้นอย่างแน่นอน! หลิงหยุนรีบวางฝ่ามือข้างขวาลงบนแผ่นหลังของหนิงหลิงยู่ทันทีและรีบถ่ายเทพลังชี่ของตนเองเข้าไประงับลมปราณที่กำลังปั่นป่วนของหนิงหลิงยู่! จนกระทั่งมั่นใจว่าหนิงหลิงยู่มีอาการดีขึ้นแล้วหลิงหยุนจึงค่อยๆ ถอนฝ่ามือออกจากแผ่นหลังของเธอ และได้แต่แอบคิดในใจว่า ‘นี่มันเกิดอะไรขึ้นเหตุใดลมปราณภายในร่างกายของหนิงหลิงยู่จึงได้ปั่นปวนมากถึงเพียงนี้? นางเร่งฝึกฝนรวดเร็วเกินไปงั้นรึ? แต่ก็ไม่น่าจะเป็นไปได้..’หลิงหยุนได้แต่นึกกังวลใจและเกรงว่าหนิงหลิงยู่จะต้องเผชิญกับความยากลำบากในการฝึกฝน และได้แต่คิดว่าจากนี้เขาต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดข้อผิดพลาดขึ้นได้อีก..หลังจากที่หลิงหยุนถอนฝ่ามือขวาออกจากแผ่นหลังของเธอแล้วหนิงหลิงยู่ก็รีบผลุนผลันลุกขึ้นจากเก้าอี้ทันทีพร้อมกับร้องบอกหลิงหยุนว่า“พี่ใหญ่คะ..ฉันรู้สึกเบื่อๆ ขอออกไปข้างนอกก่อนนะคะ!”หลิงหยุนมองหน้าหนิงหลิงยู่ด้วยความกังวลใจจึงได้แต่ส่งกระแสจิตบอกกับเธอว่า-หลิงยู่..สิ่งสำคัญของการฝึกฝน ยิ่งเข้าใกล้ที่จะสู่ขั้นต่อไปมากเท่าไหร่ ก็จะต้องยิ่งทำจิตใจให้สงบนิ่งนะ..-ยิ่งหลิงหยุนพูดมากเท่าไหร่หนิงหลิงยู่ก็ยิ่งรู้สึกปั่นป่วนใจมากขึ้นเท่านั้น เธอจึงเพียงแค่พยักหน้าเงียบๆ และไม่ตอบอะไร หลิงหยุนจึงพูดต่อว่า“เซียนเอ๋อก็อยู่บนห้องชั้นสี่กับน้าหญิงเธอขึ้นไปพักผ่อนข้างบนหน่อยจะดีกว่า!”หนิงหลิงยู่พยักหน้าอีกครั้งและไม่แม้แต่จะร่ำลาใคร เธอลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินออกไปทันที และใช้มังกรพรางร่างหายออกไปจากห้องจัดเลี้ยงอย่างรวดเร็วทันทีที่ออกไปจากห้องได้แล้วน้ำตาของหนิงหลิงยู่ก็ไหลพราก “พี่ใหญ่.. ฉันตั้งใจที่จะทำข้อสอบเอนทรานซ์ผิดไปบ้าง เพื่อให้เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ และจะได้บอกความลับในใจของฉันให้พี่รู้ นี่พี่ไม่รู้สึกอะไรเลยหรือยังไง”และนี่คือสิ่งที่อยู่ในใจหนิงหลิงยู่..จู่ๆหนิงหลิงยู่เปลี่ยนไปกะทันหันเช่นนี้ เฉิงเมี่ยนและทุกคนต่างก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติ เฉิงเมี่ยนจึงได้แต่ถามออกไปอย่างกระวนกระวายใจ“พี่เขย..หลิงยู่เป็นอะไร!”จิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนเวลานี้จับอยู่ที่หนิงหลิงยู่เขาเห็นเธอวิ่งร้องไห้ออกไปข้างนอก ในใจก็รู้สึกงุนงงสับสน และได้แต่ขมวดคิ้วพร้อมกับส่ายหน้า“ไม่มีอะไร..เธอคงจะกำลังคิดถึงแม่..”และนี่คือเหตุผลเพียงข้อเดียวที่หลิงหยุนคิดออก..หลังจากที่หนิงหลิงยู่ไปถึงห้องอย่างปลอดภัยแล้วหลิงหยุนจึงค่อยถอนจิตหยั่งรู้กลับมา เหงื่อเย็นไหลชุ่มเต็มแผ่นหลัง และถึงกับสร่างเมาทันที“คณะเภสัชกรรมมหาวิทยาลัยเจียงหนานงั้นเหรอ! เก่งมากเลย..”ในที่สุดหลิงหยุนก็หันกลับมาพูดกับเฉิงเมี่ยนเขารู้ดีว่าที่เฉิงเทียนให้ลูกสาวคนโตเรียนด้านการเงินและบัญชี แล้วให้ลูกสาวคนสุดท้องเรียนเภสัชกรรมนั้น ก็เพื่อให้ลูกสาวทั้งสองคนมาดูแลกิจการของตนเองต่อไป“ครั้งนี้คุณทำได้ดีมาก!”ระหว่างที่พูดหลิงหยุนก็หยิบเช็คออกมาพร้อมกับเขียนจำนวนเงินหกสิบล้านลงไปจากนั้นจึงยื่นเช็คให้กับเฉิงเมี่ยน“คืนนี้คุณไม่ต้องกลับบ้านให้ค้างที่โรงแรม และช่วยจัดการมอบเงินคนละห้าแสนให้กับเพื่อนๆทุกคนด้วย!”กงเสี่ยวลู่นั้นเห็นหลิงหยุนแจกเงินเพื่อนๆจำนวนมากเช่นนี้ ก็รู้สึกไม่ดีนัก แต่ตอนที่เธอมาถึงห้องจัดเลี้ยงนั้น หลิงหยุนก็ได้ประกาศออกไปแล้ว เธอจึงไม่สามารถห้ามปรามได้ทันแต่ในที่สุดกงเสี่ยวลู่ก็อดรนทนไม่ได้จนต้องพูดออกมา“หลิงหยุน.. พวกเขายังเป็นแค่เด็กนักเรียนอายุสิบเจ็ดสิบแปดปีเท่านั้น เธอให้เงินก้อนโตกับพวกเขาไปในคราวเดียวแบบนี้ ไม่กลัวว่าพวกเขาจะเอาเงินไปกินไปเที่ยวเล่นงั้นเหรอ”“ถ้าพวกเขาทำอย่างนั้นก็เท่ากับทำร้ายตัวเอง!”ประโยคสุดท้ายของหลิงหยุนนั้นหนักแน่นและเป็นความจริงอย่างที่สุด..จากนั้นหลิงหยุนก็ลุกขึ้นยืนเขายิ้มเล็กน้อยแล้วพูดต่อว่า “หรือถ้าครูกงว่าง.. ก็อยู่กำกับเฉิงเมี่ยนให้เธอโอนเงินเข้าบัญชีพ่อแม่ของเพื่อนๆทุกคนก็ได้นะครับ ผมไม่ขัด!”จากนั้นหลิงหยุนก็พูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังนัก“ทุกคนต่างก็มีวิถีชีวิตของตนเอง ผมก็แค่ทำในสิ่งที่ควรทำ ส่วนเรื่องอื่นนั้น อยู่นอกเหนือการควบคุมของผม!”เสี่ยวเม่ยหนิงทำเสียงกระซิบเบาๆ“เฮ้อ.. พ่อคนมีเหตุมีผล!”หลิงหยุนทำตาดุใส่เสี่ยวเม่ยหนิงจนเธอหวาดกลัว และรีบกลืนคำพูดที่เหลือกลับลงไปทันที“ทุกคน..งานเลี้ยงต้องมีวันเลิกรา! ฉันจะต้องไปดูฉางหลิงต่อ พวกนายดื่มกันตามสบาย!”หลิงหยุนร่ำลาเพื่อนๆในงานทุกคน จากนั้นจึงเดินออกจากห้องขึ้นลิฟท์ไปหาฉางหลิงหยทันที“ฉางหลิง..นี่คุณทานข้าวเย็นบ้างหรือยัง”ฉางหลิงร้องไห้โฮขึ้นมาอีกครั้งดวงตาทั้งสองข้างของเธอเวลานี้ทั้งแดงและบวม เธอส่ายหน้าไปมาพร้อมกับตอบไปว่า“หลิงหยุน..พ่อแม่ของฉัน.. พวกเขา.. พวกเขาหย่ากันแล้ว!”บทที่ 878 : ศักดิ์ศรีของผู้ชาย?