ตอนที่ 484
บทที่ 879-880
October 22, 2026
บทที่ 879 : หลิงหยุนยอมสิโรราบ! “อาปิง..นายรู้มั๊ยว่าปกติตี้เสี่ยวอู๋ไปฝึกวิชาที่ใหน” หลิงหยุนถามขึ้นเพราะเห็นว่าตี้เสี่ยวอู๋ไปส่งมู่หลงเฟยจื่อแล้วแต่จนป่านนี้ก็ยังไม่กลับมาที่โรงแรม และได้โทรบอกหลิงหยุนว่าเขาจะไปฝึกวิชาต่อที่ริมฝั่งแม่น้ำจิงฉู ทุกๆเที่ยงคืนระดับน้ำในแม่น้ำจิงฉูจะเพิ่มสูงขึ้น และเป็นเวลาที่เหมาะแก่การฝึกวิชานู่เตามากที่สุด ตี้เสี่ยวอู๋จึงมักจะออกไปฝึกวิชาที่นั่นทุกคืน และไมว่าลมฝนใดๆ ก็ไม่สามารถหยุดยั้งเขาได้! “รู้ครับพี่หยุน!” อาปิงนั้นรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างหลิงหยุนกับตี้เสี่ยอู๋ดีตี้เสี่ยวอู๋ออกไปฝึกวิชาทุกคืนเช่นนี้ อาปิงเองก็ได้ตามเขาออกไปด้วยเสมอๆ เขาจึงรู้ดีว่าตี้เสี่ยวอู๋จะไปฝึกวิชาที่ใหนบ้าง หลิงหยุนพยักหน้าและสั่งอาปิงไปว่า “งั้นก็ดี! นายส่งพี่น้องของเราสักสองสามคนไปหาเสี่ยวอู๋ที่นั่น แล้วรอจนกระทั่งเสี่ยวอู๋ฝึกวิชาเสร็จ ค่อยให้พวกเขาตามเสี่ยวอู๋กลับไป ก่อนกลับ.. อย่าลืมโทรหาฉันด้วย!” หลิงหยุนนั้นไม่ได้ห่วงตนเองและจากบทเรียนเรื่องฉีเสี่ยวชิง ทำให้เขาต้องใส่ใจในการคุ้มครองคนรอบตัวให้มากขึ้น นั่นเพราะมีเพียงตัวเขาเท่านั้นที่รู้ว่าหลังจากกลับมาจิงฉูครั้งนี้ เขาได้นำศัตรู และอันตรายกลับมาจากปักกิ่งด้วยมากมายเพียงใด แม้ว่าเขาจะไม่ได้ตั้งใจก็ตาม! “ครับพี่หยุน!” จากนั้น..อาปิงจึงรีบสั่งการให้พี่น้องแก๊งมังกรเขียวหกคนที่เคยตามตี้เสี่ยวอู๋ไปยังบริเวณฝึกวิชา และรู้จักสถานที่ดีเป็นผู้รับภารกิจนี้ไป ฉินตงเฉี่วยไม่เคยเห็นหลิงหยุนเตรียมรับมือกับศัตรูจริงจังเช่นนี้จึงได้แต่ร้องถามขึ้นด้วยความสงสัย “เจ้าเด็กดื้อ..นี่มันเกิดอะไรขึ้น” หนิงหลิงยู่เกาเฉินเฉิน และคนอื่นๆ ต่างก็จ้องมองหลิงหยุนด้วยความกังวลใจ และต้องการรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ หลิงหยุนไม่ต้องการให้หญิงสาวเหล่านั้นรู้สึกวิตกกังวลเขาจึงยิ้มและตอบไปว่า “ก็ไม่มีอะไรนี่น้าหญิง.. ช่วงนี้เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อในการฝึกวิชาของเสี่ยวอู๋ เขาสามารถเข้าสู่ขั้นโฮ่วเทียน-7 ได้อยู่ตลอดเวลา ข้าเกรงว่าหากไม่ควบคุมดูแลให้ดี อาจจะเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นกับเสี่ยวอู๋ได้!” และถึงแม้ว่านี่คือข้ออ้างของหลิงหยุนแต่ก็อยู่บนพื้นฐานของความจริง! เพราะหลิงหยุนรู้วาตี้เสี่ยวอู๋นั้นกระตือรือร้น และอยากที่จะแข็งแกร่งมากเพียงใด แต่การฝึกฝนต้องค่อยเป็นค่อยไปตามขั้นตอน ไม่สามารถเร่งรัดเอาได้ตามใจชอบ! “อ่อ..นึกว่าเรื่องอะไร!” หนิงหลิงยู่ฟังแล้วก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก แต่ฉินตงเฉี่วยกลับไม่คิดเช่นนั้นและไม่เชื่อคำพูดของหลิงหยุน.. ฉินตงเฉี่วยจ้องมองหลิงหยุนนิ่งพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เจ้าเด็กดื้อ.. ดูเหมือนตั้งแต่กลับจากปักกิ่ง เจ้าจะห้าวหาญน้อยลงไปมาก!” หลิงหยุนสัมผัสได้ว่าคำพูดของฉินตงเฉี่วยนั้นกำลังจะสื่ออะไรบางอย่างเขาจึงไม่ปฏิเสธ และได้แต่หัวเราะก่อนจะตอบไปว่า “น้าหญิง..การระมัดระวังตัวย่อมเป็นสิ่งที่ดีไม่ใช่รึ!” ฉินตงเฉี่วยยิ้มแต่ก็ไม่ตัดสินใจเชื่อนางกวาดสายตาไปทั่วห้องพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ถ้าเช่นนั้นพวกเราก็ไม่ควรค้างคืนที่นี่สินะ! ถ้าเช่นนั้นเจ้าจะกลับบ้านไปพร้อมกับข้าได้รึยัง!” ในที่สุดฉินตงเฉี่วยก็เป็นฝ่ายเสนอให้กลับบ้านหนิงหลิงยู่กับไป๋เซียนเอ๋อนั้นดูเหมือนจะไม่มีปฏิกิริยาอะไร แต่เกาเฉินเฉิน เสี่ยวเม่ยหนิง และหลงหวู่ ทั้งสามคนนั้นกลับมีสีหน้ากระอักกระอ่วน.. ก่อนที่เพื่อนนักเรียนร้อยกว่าคนจะมาถึงที่โรงแรมหญิงสาวทั้งสามคนก็ได้รับประทานอาหารกันจนอิ่มหนำสำราญแล้ว และได้เตรียมใจที่จะอยู่กับหลิงหยุนในคืนนี้ และสิ่งที่หญิงสาวทั้งสามคนคิดนั้น ก็แสดงออกมาทางใบหน้าอย่างชัดเจน.. มีเพียงเหมี่ยวเสี่ยวเหมาเท่านั้นที่ยังคงนิ่งเงียบและเอาแต่เล่นกับเจ้าทองอ้วนโดยไม่สนใจอะไร.. “เอ่อ..” หลิงหยุนถึงกับอึ้งไปครู่ใหญ่..เขาได้แต่คิดว่าเวลานี้ถึงแม้อันตรายจะยังไม่ปรากฏตามที่เขาสังหรณ์ใจ แต่มันก็ยังคงไม่จางหายไป.. การที่ฉินตงเฉี่วยจะให้หลิงหยุนกลับไปบ้านที่อ่าวจิงฉูพร้อมกับนางในคืนนี้หลิงหยุนก็คงต้องทำตาม แต่เกาเฉินเฉิน เสี่ยวเม่ยหนิง และหลงหวู่เล่า.. เขาจะทำเช่นไรกับหญิงสาวทั้งสามคนดี หากจะพาทั้งสามคนกลับไปที่บ้านในอ่าวจิงฉูด้วยก็เกรงว่าฉินตงเฉี่วยจะไม่พอใจ และไม่ยินยอม! แต่ตอนนี้ทั้งสามสาวยังคงจ้องหน้าเขานิ่งและในแววตาของทุกคนก็บ่งบอกความรู้สึกออกมาอย่างชัดเจน และหากดูไม่ออกก็คงจะโง่มากแล้ว! หลิงหยุนไม่กล้าที่จะสบตาหญิงสาวทั้งสามคนจึงได้แต่ยกมือขึ้นเกาศรีษะพร้อมกับตอบอ้ำๆอึ้งๆ “คือ..” “ฮึ่ม..” เสียงคำรามในลำคอดังออกมาจากหญิงสาวทั้งสามคนและนั่นเป็นการส่งสัญญาณเตือนหลิงหยุนว่า -ถ้าคืนนี้นายไม่ไปส่งพวกฉันกลับบ้าน ฉันจะจัดการกับนายแน่!– แต่จู่ๆเหมี่ยวเสี่ยวเหมาก็หันกลับมา และตรงเข้าไปหาเสี่ยวเม่ยหนิงโดยไม่สนใจใคร พร้อมกับพูดขึ้นว่า.. “หนิงน้อย..คืนนี้เราสองคนออกมานานแล้ว นี่ก็ดึกมากแล้วด้วย พวกเรารีบกลับกันดีกว่าก่อนที่ท่านปู่จะเป็นห่วง!” น้ำเสียงของเหมี่ยวเสี่ยวเหมานั้นไม่ใช่น้ำเสียงของการต่อรองแต่เป็นน้ำเสียงของการสั่ง.. หลิงหยุนฟังแล้วก็ได้แต่คิดในใจว่า‘เสี่ยวเหมา.. เจ้าช่างเป็นคนดีนัก วันหน้าข้าต้องตอบแทนน้ำใจเจ้าแน่!’เสี่ยวเม่ยหนิงได้ฟังก็ได้แต่นิ่งเงียบและระล้าระลังไม่อยากจากหลิงหยุน เหมี่ยวเสี่ยวเหมาเป็นพี่สาวของเธอ และคอยเฝ้าดูแลเธอมาตลอดหลายเดือน เวลานี้เหมี่ยวเสี่ยวเหมายกท่านปู่ขึ้นมาอ้าง หากเธอปฏิเสธ.. ก็คงจะเป็นหลานที่ไม่ดีนัก!เมื่อคิดได้เช่นนี้เด็กสาวตัวแสบก็ได้แต่ร้องออกมาอย่างไม่พอใจนัก “ถ้างั้นก็รีบไปสิ!”แต่ถึงแม้จะหงุดหงิดโมโหอย่างไรเสี่ยวเม่ยหนิงก็ไม่เสียมารยาท เธอหันไปเอ่ยลาทุกคนยกเว้นหลิงหยุน และรีบเดินตามเหมี่ยวเสี่ยวเหมาออกไปทันทีหลิงหยุนได้แต่รู้สึกโล่งอกแต่เขาก็ไม่ลืมที่จะส่งกระแสจิตบอกเหมี่ยวเสี่ยวเหมาว่า–ขอบคุณคุณมาก..ระมัดระวังตัวด้วย!-เหมี่ยวเสี่ยวเหมาตอบกลับมาว่า–นายเป็นหนี้ฉันหนึ่งครั้ง.. จำไว้ด้วย!-คนที่เป็นปัญหาที่สุดก็กลับไปแล้วที่เหลืออีกสองสาวนั้นจัดการได้ไม่ยาก หลิงหยุนหันไปสั่งอาปิง..“อาปิง..นายพาพี่น้องแก๊งมังกรเขียวตามไปด้วยสองคน แล้วรีบไปส่งหลงหวู่กลับบ้าน!”หลงหวู่ต้องการให้หลิงหยุนเป็นคนส่งเธอกลับบ้านแต่เมื่อฉินตงเฉี่วยอยู่ที่นี่ด้วย เธอจึงหวาดกลัว และไม่กล้าเรื่องมากแต่ถึงกระนั้นก็หันไปยิ้มให้กับเกาเฉินเฉินแล้วพูดขึ้นว่า“เฉินเฉิน..นี่ก็ดึกมากแล้ว! คืนนี้เธอไปนอนที่บ้านฉันไม่ดีกว่าเหรอ”ความจริงแล้วหากดูผิวเผินก็ดูเหมือนว่าหลงหวู่จะเชื้อเชิญเกาเฉินเฉินด้วยน้ำใสใจจริง แต่ความจริงแล้วเธอไม่อยากเปิดโอกาสให้เกาเฉินเฉินได้อยู่ตามลำพังกับหลิงหยุนต่างหากเล่า..หลิงหยุนเห็นเข้าถึงกับปวดหัวขึ้นมาทันทีเขาถอนหายใจพร้อมกับคิดว่านี่เป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ของเขา และดูเหมือนว่าความคิดของเขาเมื่อครั้งที่อยู่ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่นั้นจะถูกต้อง ‘ไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับผู้หญิง!’แต่ถึงแม้จะปวดหัวเพียงใดหลิงหยุนก็ไม่สามารถปล่อยเกาเฉินเฉินไปกับหลงหวู่ได้ เขาเพิ่งจะช่วยเธอออกมาจากถ้ำของเฉินเจี้ยนกุ่ย และไม่สามารถให้เธอไปเสี่ยวอันตรายได้อีก เพราะเกาเฉินเฉินยังคงเป็นที่ต้องการของเหล่าแวมไพร์ และตระกูลเฉิน!“หลงหวู่..คุณกลับไปได้เลย เกาเฉินเฉินไปกับคุณไมได้!”“นี่นาย!”หลงหวู่จ้องหลิงหยุนด้วยความโมโห..เกาเฉินเฉินจ้องมองหลิงหยุนด้วยแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักและเลือดในกายก็พลุ่งพล่านหลงหวู่สูดลมหายใจลึกก่อนจะพูดว่า“หลิงหยุน.. ฝากไว้ก่อนเถอะ!”จากนั้นก็หันไปพูดกับฉินตงเฉี่วย“น้าหญิง.. ฉันกลับก่อนนะคะ!”ฉินตงเฉี่วยพยักหน้ายิ้มๆและมองหลงหวู่ที่เดินกระฟัดกระเฟียดออกไป..หลิงหยุนรู้ว่าหลงหวู่ไม่พอใจอย่างมากแต่เขาไม่สามารถอธิบายให้หลงหวู่ฟังได้ในเวลานี้ จึงได้แต่ทำใจยอมรับกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น..หลังจากที่หลงหวู่ออกไปแล้วหลิงหยุนก็ขยิบตาให้อาปิง อาปิงพยักหน้าเงียบๆ และส่งสัญญาณให้พี่น้องแก๊งมังกรเขียวติดตามหลงหวู่ไป“น้าหญิง..ถ้าเช่นนั้นให้เฉินเฉินกลับไปกับพวกเราจะได้หรือไม่ นางอยู่ตัวคนเดียว ข้าห่วงความปลอดภัยของนาง!”หลิงหยุนบอกฉินตงเฉี่วยไปตามตรง..“ความจริงข้าเองก็ยังพูดไม่จบ..ข้าคิดว่าจะให้เจ้าชวนพวกนางทั้งหมดไปค้างคืนที่บ้านด้วยสักคืน แต่นี่เจ้ากลับไล่พวกนางกลับไปหมด ข้าไม่เข้าใจจริงๆว่าเจ้าคิดอะไรกันแน่”“ห๊ะ!”หลิงหยุนถึงกับร้องอุทานออกมาและพูดออกมาอย่างขมขื่นใจ “น้าหญิง.. นี่ท่าน..”ฉินเตงเฉี่วยหันไปถาม“ข้า.. ข้าทำไมรึ!”หนิงหลิงยู่เกาเฉินเฉิน เห็นท่าทางอิหลักอิเหลื่อของหลิงหยุนแล้วก็ได้แต่ยิ้มออกมา และห้องทั้งห้องก็สดใสขึ้นมาทันที..แม้แต่ไป๋เซียนเอ๋อเองก็ยังแอบยิ้ม..“เอาล่ะ..มีเรื่องอะไรค่อยไปพูดต่อที่บ้าน!”ในที่สุดฉินตงเฉี่วยก็สามารถแก้แค้นหลิงหยุนได้สำเร็จจากนั้นนางจึงเดินนำทุกคนออกไปจากห้องไป..เกาเฉินเฉินนั้นเป็นคนของตระกูลเกาตระกูลเกาก็เป็นถึงหนึ่งในตระกูลใหญ่ ส่วนไป๋เซียนเอ๋อนั้นก็เป็นจิ้งจอก ต่อให้หลิงหยุนไม่พากลับไปด้วย ฉินตงเฉี่วยก็ต้องพาพวกนางกลับไปด้วยอยู่ดีสำหรับเสี่ยวเม่ยหนิงกับหลงหวู่นั้นหากหลิงหยุนจะพากลับไปด้วย ฉินตงเฉี่วยก็ไม่คิดจะห้ามอยู่แล้ว เพราะบ้านก็หลังใหญ่โต มีห้องนอนตั้งหลายห้อง จึงไม่ได้มีปัญหาอะไร..แต่ถึงกระนั้น..เหตุการณ์เมื่อครู่ก็ทำให้นางได้รู้ว่าหลิงหยุนนั้นมีความเกรงกลัวนางอยู่เช่นกัน และแค่นี้ก็เพียงพอแล้ว!ทั้งห้าคนต่างก็ขึ้นลิฟท์ลงไปชั้นล่างและเดินออกไปหน้าประตูโรงแรม..“ฝนหยุดตกแล้ว..โอ้โห.. สึกสดชื่นจังเลย!” เกาเฉินเฉินร้องออกมาอย่างมีความสุข