ตอนที่ 491
บทที่ 893-894
October 22, 2026
บทที่ 893 : หลิงหยุนผู้ไม่เกรงกลัวใคร! ถังเมิ่งรีบขึ้นไปนั่งข้างหลิงหยุนที่เบาะหลังตี้เสี่ยวอู๋สตาร์ทรถ และรีบขับออกไปทันที.. หลิงหยุนร้องสั่งถังเมิ่งว่า“กังหลิวหย่งล่ะ นายโทรบอกให้เขารีบตามไปเจอพวกเราที่ประตูทางเข้าสำนักงานประจำมณฑล!” ถังเมิ่งฝืนยิ้ม..“พี่หยุน.. ขนาดพ่อฉันยังถูกพาตัวไปที่สำนักงานประจำมณฑล แล้วพี่คิดว่าพี่กังกับคนอื่นจะรอดงั้นเหรอ ตอนนี้เขาเองก็กำลังถูกสอบสวนอยู่เหมือนกัน!” หลิงหยุนถามกลับด้วยสีหน้านิ่งเรียบ“แล้วตอนนี้เขาอยู่ที่ใหน” ถังเมิ่งตอบกลับมาว่า“เขาก็ถูกสอบสวนอยู่ที่สำนักงานรักษาความมั่นคงประจำจิงฉูนั่นล่ะ..” หลิงหยุนแสยะยิ้มและสั่งตี้เสี่ยวอู๋ว่า “กลับรถ.. ไปที่สำนักงานรักษาความมั่นคงประจำจิงฉูก่อน!” ช่วงเวลานี้เลยเวลาเลิกงานตอนเย็นไปแล้วถนนจึงโล่ง.. ตี้เสี่ยวอู๋เหยียบไปด้วยความเร็ว และเพียงแค่สิบนาทีก็ไปถึงหน้าประตูทางเข้าสำนักงานรักษาความมั่นคงประจำจิงฉู ถังเมิ่งโผล่หัวออกไปทางหน้าต่างและร้องตะโกนบอกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสองคน “เปิดประตู..พวกเรามาหาผู้กองกังหลิวหย่ง” พนักงานรักษาความปลอดภัยเห็นลูกชายผู้อำนวยการสำนักงานรักษาความมั่นคงประจำจิงฉูมาหาผู้กองกังหลิวหย่งจึงรีบเปิดประตูให้ทันที.. หลังจากประตูเปิดออกแล้วตี้เสี่ยวอู๋ก็เหยียบคันเร่งตรงเข้าไปที่อาคารสำนักงานทันที จากนั้นทั้งสามคนก็เดินลงจากรถ.. “ฉันรู้ว่าห้องทำงานของพี่กังอยู่ใหนตามฉันมา..” ถังเมิ่งเดินนำหลิงหยุนกับตี้เสี่ยวอู๋ไปและไม่นานก็มาถึงหน้าห้องทำงานของกังหลิวหย่ง หลิงหยุนเปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจดูแล้ว และจัดการผลักประตูห้องเข้าไปโดยไม่เคาะเพื่อขออนุญาตก่อน.. กลุ่มเจ้าหน้าที่ซึ่งทางสำงานประจำมณฑลเป็นผู้ส่งมาทั้งสามคนนั้นสองในสามกำลังสอบปากคำกังหลิวหย่งอยู่พอดี และสีหน้าก็ดูเคร่งเครียดจริงจังอย่างมาก คำพูดก็ค่อนข้างก้าวร้าวดุดัน ส่วนอีกคนตำรวจหญิงทอมบอยทำหน้าที่จดบันทึกอยู่เงียบๆ พวกเขากำลังสอบถามกังหลิวหย่งเกี่ยวกับเหตุการณ์ในคืนนั้นและกังหลิวหย่งก็ได้อธิบายด้วยถ้อยคำที่ชัดเจน และฟังเข้าใจได้ง่าย แต่เจ้าหน้าที่ทั้งสองคนก็ยังถามย้ำอยู่ประโยคเดิมๆ จนกังหลิวหย่งได้แต่นิ่งเงียบ เพราะไม่รู้จะตอบเช่นไร “ใครสั่งให้คุณจับกุมคนทั้งที่ไม่มีอำนาจในการจับกุม..ตอบมา!” ปัญหาคือกังหลิวหย่งไม่สามารถตอบได้..เพราะหนึ่ง – เขาเองก็ไม่มีอำนาจในการจับกุมจริง ส่วนเหตุผลที่สำคัญที่สุดก็คือ – เขาก็ไม่สามารถพูดออกไปได้ว่าถังเทียนห่าวเป็นผู้สั่งการให้เขาเข้าไปจับกุมคน.. แม้ว่านี่จะเป็นความจริงแต่หากเขาพูดออกไปเช่นนั้น ก็เท่ากับเป็นการขายผู้บังคับบัญชาระดับสูงของตนเอง และจะมีผลกระทบต่อถังเทียนห่าวอย่างรุนแรง.. ต่อหน้าทีมสอบปากคำทั้งสามคนกังหลิวหย่งจึงได้แต่นิ่งเงียบ และระหว่างที่เจ้าหน้าที่ชายทั้งสองคนกำลังบีบคั้นกังหลิวหย่งอยู่นั้น หลิงหยนุก็ผลักประตูเข้าไปในห้องพอดี “พวกเธอเป็นใคร!แล้วใครอนุญาตให้เข้ามาในห้องนี้?!” เมื่อทีมสอบสวนเห็นวัยรุ่นสามคนเดินเข้ามาโดยพลการโดยไม่เคาะประตูเช่นนี้พวกเขาจึงรู้สึกหงุดหงิด และร้องตะโกนถามหลิงหยุนด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจอย่างมาก แต่หลิงหยุนกลับร้องบอกกังหลิวหย่งโดยไม่สนใจทีมสอบสวนทั้งสามคนแม้แต่น้อย“พี่กัง.. คนทั้งหมดที่จับกุมตัวมาเมื่อคืนล่ะ” กังหลิวหย่งเห็นหลิงหยุนโผล่มาเช่นนี้ก็นึกดีใจอย่างมาก และรีบลุกขึ้นยืนพร้อมกับตอบไปว่า “ยังอยู่ในห้องขัง.. แต่พวกเขาต้องการให้ปล่อยตัวทันที!” หลิงหยุนแสยะยิ้มพร้อมกับถามต่อว่า“คุณจัดการสอบปากคำผู้กระทำผิดทั้งหมดเรียบร้อยแล้วใช่มั๊ย” กังหลิวหย่งพยักหน้าแทนคำตอบและในเวลาเดียวกันนั้นเอง หนึ่งในเจ้าหน้าที่ทีมสอบสวนก็ลุกขึ้นยืนชี้หน้ากังหลิวหย่งพร้อมกับร้องตะโกนใส่หน้า “ผู้กองกัง.. การสอบสวนยังไม่เสร็จสิ้น ใครสั่งให้คุณลุกขึ้นยืน!” “หนวกหู!” หลิงหยุนขมวดคิ้วพร้อมกับปล่อยกระแสลมปราณผ่านนิ้วเข้าสกัดจุดเจ้าหน้านายนั้นทันทีสีหน้าของเจ้าหน้าคนนั้นบ่งบอกว่าตกอกตกใจสุดขีดเมื่อพบว่าตนเองไม่สามารถขยับเขยื้อนร่างกายได้! หลิงหยุนไม่สนใจเจ้าหน้าที่ทีมสอบสวนอีกแต่หันไปพูดกับกังหลิวหย่งต่อ “คุณช่วยนำทีมเจ้าหน้าที่ตำรวจพาตัวหลี่จิ่วเจียง และเลขาของมัน รวมทั้งพยานหลักฐานต่างๆที่จะใช้ฟ้องหลี่จิ่วเจียงตามผมไปที่สำนักงานประจำมณฑลด้วย!” “ได้!” กังหลิวหย่งพยักหน้ารับทันทีแต่แล้วก็โน้มตัวไปกระซิบกับหลิงหยุนว่า “แล้วคนพวกนี้ล่ะ..” หลิงหยุนเหลือบมองทีมสอบสวนพร้อมตอบกลับไปอย่างไม่ใส่ใจ“ปล่อยไว้แบบนี้ล่ะ!” หลิงหยุนสกัดจุดไว้เพียงแค่เบาๆเท่านั้นและอีกราวสิบนาที จุดที่สกัดไว้ก็จะคลายออกเอง ทั้งสามคนก็จะสามารถเคลื่อนไหวได้เป็นปกติ เมื่อเห็นกังหลิวหย่งกำลังจะเดินออกจากห้องไปเจ้าหน้าที่หญิงซึ่งเป็นหนึ่งในทีมสอบสวนก็ลุกขึ้นร้องตะโกนทันที “ผู้กองกัง..คุณจะออกไปโดยไม่ได้รับอนุญาตไม่ได้!” “คุณเองก็ควรหยุดพักบ้าง!” หลิงหยุนตอบกลับทันทีและจัดการทำให้เจ้าหน้าที่หญิงไม่สามารถขยับเขยื้อนเคลื่อนไหวร่างกายได้อีกหนึ่งคน ทีมสอบสวนทั้งสามคนจ้องหน้าหลิงหยุนด้วยความรู้สึกหวาดกลัวและไม่กล้าพูดอะไรออกมาอีกแม้แต่คำเดียว หลังจากที่กังหลิวหย่งออกไปแล้วหลิงหยุนก็หันไปทางเจ้าหน้าที่ทั้งสามคน พร้อมกับพูดออกมาอย่างเย้ยหยัน.. “พวกคุณจำไว้ให้ดี!ผมชื่อหลิงหยุน.. และผมจะไม่ทำตามขั้นตอนบ้าบออะไรของพวกคุณทั้งนั้น ถ้าไม่พอใจ.. ก็โทรรายงานเรื่องนี้ให้ผู้บังคับบัญชาของคุณทราบ และส่งคนมาตามจับผมได้เลย!” “ไปกันได้แล้ว!”หลังจากพูดทิ้งท้ายไว้เช่นนั้นหลิงหยุนก็เดินนำถังเมิ่ง และตี้เสี่ยวอู๋ออกไปทันที ทิ้งให้เจ้าหน้าที่ทั้งสามคนซึ่งอยู่ในอาการหวาดผวาอยู่กันตามลำพังในห้องหลังจากที่กังหลิวหย่งถูกปล่อยตัวแล้วเขาก็รีบโทรสั่งการลูกน้องตามที่หลิงหยุนบอกทันที และสั่งให้นำตัวหลี่จิ่วเจียงและคนอื่นๆ พร้อมด้วยพยานหลักฐานทั้งหมดไปที่สำนักงานประจำมณฑลทันทีหลิงหยุนถังเมิ่ง กับตี้เสี่ยวอู๋ขึ้นรถ และขับออกจากสำนักงานรักษาความมั่นคงประจำจิงฉู มุ่งหน้าไปยังสำนักงานประจำมณฑลทันที..ระหว่างที่อยู่ภายในรถ..ถังเมิ่งร้องบอกหลิงหยุนด้วยความตื่นเต้นตกใจ “พี่หยุน.. นี่พี่ปกติดีมั๊ย! เมื่อครู่ทำอะไรลงไปรู้ตัวหรือเปล่า?!”หลิงหยุนไปถึงก็ไม่พูดไม่จา..แต่กลับตรงเข้าไปจัดการกับเจ้าหน้าที่สอบสวนโดยไม่สนใจอะไร และตั้งแต่ที่ถังเมิ่งรู้จักหลิงหยุนมา นี่น่าจะเป็นครั้งแรกที่หลิงหยุนกระทำการบุ่มบ่ามเช่นนี้..“ทำไม!เป็นการกระทำที่ไม่เหมาะสมงั้นรึ? ถ้าอย่างนั้น.. เรื่องเมื่อคืนยิ่งไม่เหมาะสมกว่าอีกงั้นเหรอ?”หลิงหยุนรู้ดีว่าสงครามรอบตัวเขากำลังใกล้เข้ามามากแล้วเขาไม่มีเวลาให้กับเรื่องไร้สาระเช่นนี้มากนัก..ยี่สิบนาทีต่อมาทั้งหมดก็มาถึงหน้าประตูสำนักงานประจำมณฑ หลิงหยุนเดินลงจากรถ และร้องเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยด้านหน้าทันที“เปิดประตู!”เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยังคงยืนนิ่งและร้องบอกหลิงหยุนว่า “กรุณาแสดงบัตรประจำตัวด้วย!”จากนั้น..เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจึงชี้ไปทางประตูด้านตะวันออกพร้อมกับพูดต่อว่า“แต่ถ้าไม่มี..ก็ไปกรอกแบบฟอร์มที่นั่น และแจ้งด้วยว่าต้องการมาพบใคร และเรื่องอะไร”“อะไรนะ!”หลิงหยุนฟังแล้วรู้สึกหงุดหงิดรำคาญใจอย่างมาก‘เหตุใดจึงยุ่งยากเช่นนี้นะ!’แน่นอนว่าเขาไม่มีเวลาที่จะไปกรอกแบบฟอร์มบ้าบออะไรแน่..เขายกมือขึ้นชี้ไปทางอาคารสำนักงานประจำมณฑลพร้อมกับพูดขึ้นว่า“คุณเห็นอาคารข้างหน้านั่นมั๊ยผมจะมาหาคนที่ใหญ่ที่สุดในนั้นล่ะ.. รีบเปิดประตูได้แล้ว!”หลิงหยุนร้องสั่งด้วยน้ำเสียงที่ทรงอำนาจแม้แต่เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสองคนยังถึงกับตกใจ ตามมาด้วยความรู้สึกโกรธ หนึ่งในนั้นร้องตะโกนออกไปว่า“เจ้าหนู..นี่เธอรูมั๊ยว่าที่นี่ที่ใหน ที่นี่เป็นสำนักงานประจำมณฑล ไม่ใช่ที่ที่พวกเธอจะมาเที่ยวเล่นวุ่นวาย กลับไปได้แล้ว!”อีกคนนั้นดุดันกว่ามากไม่พูดพล่ามทำเพลง แต่มือทั้งสองข้างกลับยกปืนขึ้นเล็งไปทางหลิงหยุน..หลิงหยุนเห็นแล้วก็ได้แต่หัวเราะ“เอาล่ะ.. ในเมื่อไม่เปิดประตู ผมก็จะพังประตูเข้าไป!”หลังจากนั้นหลิงหยุนก็เดินเอามือไขว้หลังและใช้มังกรพลางร่างหลบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยเข้าไปทำลายประตูทันที“นี่..”โครม!!ประตูรั้วเปิดออกทันที..แต่ความจริงแล้วประตูรั้วทั้งแผงนั้น ถูกหลิงหยุนผลักหลุดออกจากรางเลื่อน และร่วงหล่นลงที่พื้นทันที“แย่แล้ว!”เจ้าหน้าทีรักษาความปลอดภัยทั้งสองคนกรีดร้องออกมาด้วยความตกใจและเล็งปืนไปทางหลิหงยุนแต่หลิงหยุนกระโดดกลับมาอย่างรวดเร็วในขณะเดียวกันก็ยกมือขึ้นปล่อยลมปราณผ่านนิ้วเข้าสกัดจุดของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งสองคนไว้ทันที และทั้งคู่ก็ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้อีก“จำชื่อผมไว้..หลิงหยุน!”หลิงหยุนส่งสายตามองไปทางตี้เสี่ยวอู๋เป็นการส่งสัญญาณให้เขาขับรถเข้าไปข้างในได้แล้ว..ถังเมิ่งที่เดินลงมาจากรถก่อนหน้านี้ได้แต่ยืนอ้าปากหวอมองภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นพร้อมกับคิดในใจว่า‘วันนี้พี่หยุนเป็นอะไรของเขา!ดูใจร้อนกว่าปกติ!’“ถังเมิ่ง..นายรออยู่ที่นี่! ถ้ากังหลิวหย่งมาถึง ให้ตามเข้าไปด้านในได้เลย”หลังจากสั่งถังเมิ่งไปแล้วหลิงหยุนก็หันหลังเดินตรงเข้าไปที่อาคารด้านในทันที…….“ถังเทียนห่าว..คุณเป็นถึงเจ้าหน้าที่ระดับอาวุโส ทำไมถึงได้ทำอะไรที่ไร้หลักการแบบนี้นะ”“ต่อให้ผู้อำนวยการหลี่ทำผิดจริง..ก็ไม่ควรจับกุมตัวเขาโดยพลการแบบนี้ อย่างน้อยก็ต้องคิดถึงขั้นตอนการทำงานที่ควรจะเป็นด้วย.. คุณเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานรักษาความมั่นคง.. จะจับคนโดยที่ไม่สนใจขั้นตอนแบบนี้ไม่ได้!”ผู้อำนวยการอายุราวห้าสิบปีอยู่ในชุดเครื่องแบบราชการกำลังจ้องมองถังเทียนห่าวด้วยดวงตาคมกริบระหว่างที่ตำหนิติเตียนเขา..คนผู้นี้ก็คือผู้อำนวยการฝ่ายความมั่นคงประจำมณฑลชื่อว่าเลี่ยวจื่อเจิงนอกเหนือจากเลี่ยวจื่อเจิงแล้วก็ยังมีเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกสามคนซึ่งอยู่ในคณะกรรมการสอบสวนวินัยประจำมณฑลร่วมสังเกตการณ์ด้วยในบรรดาเจ้าหน้าที่ระดับสูงที่อยู่ในห้องทั้งสี่คนนั้นมีเพียงรองผู้อำนวยการตู้เผิงเฟยเท่านั้น ที่พอจะมีสัมพันธ์อันดีกับถังเทียนห่าว ส่วนที่เหลือต่างก็มองถังเทียนห่าวราวกับตัวตลก..โดยเฉพาะอย่างยิ่งเลี่ยวจื่อเจิง..ซึ่งยังคงแค้นใจเรื่องที่หลี่ยี่เฟิงกับถังเทียนห่าวร่วมกันทำลายหลัวจ้งซึ่งเป็นคนของเขาโดยไม่เห็นแก่หน้าเขาเลยแม้แต่น้อย เวลานี้เลี่ยวจื่อเจิ้งได้โอกาส จึงจ้องที่จะเล่นงานถังเทียนห่าวเพียงอย่างเดียว..