ตอนที่ 492
บทที่ 895-896
October 22, 2026
บทที่ 895 : ได้รับการนับถือ! ถังเทียนห่าวจ้องมองเลี่ยวจื่อเจิงที่กำลังคุยโทรศัพท์ด้วยความงุนงงตกใจดูเหมือนเลี่ยวจื่อเจิงจะไม่สนใจอะไร แม้แต่หลิงหยุนร้องบอกให้เขากลับออกไปได้แล้ว เลี่ยวจื่อเจิงยังดูไม่ใส่ใจ.. แต่แน่นอนว่าก่อนที่ถังเทียนห่าวจะกลับไปอย่างน้อยก็ต้องร่ำลาเลี่ยวจื่อเจิงเสียก่อน.. ที่นี่เป็นกองอำนวยการของหน่วยงานรักษาความมั่นคงประจำมณฑลเลี่ยวจื่อเจิงเองก็มีตำแหน่งเป็นถึงผู้อำนวยการกอง จะมีสักกี่คนที่จะมีคุณสมบัติพอที่จะต่อสายตรงหาเลี่ยวจื่อเจิงได้เช่นนี้ และจะมีสักกี่คนที่เลี่ยวจื่อเจิงจะพูดจาด้วยท่าทีเคารพนบนอบเช่นนี้ แล้วจะมีสักกี่คนที่จะทำให้เลี่ยวจื่อเจิงทำได้เพียงแค่พยักหน้าหงึกๆเท่านั้น! ถังเทียนห่าวรู้ว่าต่อให้เป็นผู้ว่าการเจียงหนานก็ยังไม่มีคุณสมบัติที่จะทำเช่นนี้ได้คนที่จะสำคัญกับเลี่ยวจื่อเจิงได้ถึงเพียงนี้ อย่างน้อยก็ต้องเป็นระดับรัฐมนตรีประจำกระทรวงพิทักษ์สันติราษฎร์เท่านั้น.. จึงไม่น่าแปลกที่หลิงหยุนจะกล้าบุกมาถึงที่นี่โดยไม่เกรงกลัวใครอีกทั้งยังทำเหมือนไม่เห็นเลี่ยวจื่อเจิงอยู่ในสายตาด้วย! คำถามคือ..หลิงหยุนไปรู้จักคนใหญ่คนโตในปักกิ่งตั้งแต่เมื่อไหร่ ถังเมิ่งเองก็ไม่เคยเล่าให้เขาฟังมาก่อน! ไม่ใช่เพียงแค่ถังเทียนห่าวที่รู้สึกตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแม้กระทั่งเจ้าหน้าที่ระดับสูงอีกสามคนยังถึงกับยืนนิ่ง สีหน้าหวาดกลัวราวกับว่ากำลังคุยโทรศัพท์อยู่ในสายเดียวกันกับเลี่ยวจื่อเจิง พวกเขาต่างก็ฟังลิ่วจื่อเจิงคุยโทรศัทพ์สลับกับหันไปมองหลิหงยุนเป็นระยะๆ แววตานั้นบ่งบอกว่ากำลังเกร็งจนพูดไม่ออก! หลิงหยุนไปรู้จักคนใหญ่คนโตเช่นนั้นได้อย่างไรกันเป็นไปได้ยังไง?! นี่คือคำถามที่ผุดขึ้นมาในหัวของทุกคนณ เวลานั้น! และไม่ทันไร..เสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นของเจ้าหน้าที่ระดับสูงของคณะกรรมการสอบสวนท่านหนึ่ง และทันทีที่ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที.. เสียงจากปลายสายนั้นดูเหมือนจะรีบร้อนมากเพราะยังไม่ทันที่เจ้าหน้าที่ระดับสูงท่านนั้นจะทันได้พูดอะไร เสียงจากปลายสายก็ดังสวนขึ้นมา.. “ผมขอสั่งห้ามคุณยุ่งเกี่ยวกับคดีนี้แล้วรีบโอนคดีกลับคืนให้กองอำนวยการรักษาความมั่นคงไป! ส่วนคุณ.. ให้กลับมาทันที!” น้ำเสียงนั้นเป็นน้ำเสียงของคำสั่งการ..ไม่ใช่น้ำเสียงที่จะสอบถามความเห็น หรือรอให้มีการต่อรอง จากนั้นจึงวางสายไปโดยไม่รอฟังคำตอบด้วยซ้ำ.. “ครับท่าน!” แม้ว่าจะมีสัญญาณตัดสายดังขึ้นแล้วแต่เจ้าหน้าที่ระดับสูงท่านนั้นก็ยังพูดตอบรับออกมาอย่างอัตโนมัติ จากนั้นจึงเก็บโทรศัพท์กลับไปด้วยสีหน้างุนงงเล็กน้อย และเกือบจะในเวลาเดียวกัน..โทรศัพท์มือถือของเจ้าหน้าที่ระดับสูงประจำมณฑลอีกท่านหนึ่งก็ดังขึ้น เขารีบรับและได้ยินเสียงปลายสายสั่งว่า “คุณไม่ต้องพูดอะไร..ฟังให้ดี! รีบนำทีมทั้งหมดกลับมาด่วน.. นี่คือคำสั่ง!” “ครับท่าน!” เมื่อเห็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงประจำมณฑลทั้งสามคนต่างก็ได้รับโทรศัพท์ในระยะเวลาไล่เลี่ยกันเช่นนี้คนที่งุนงง และตกตะลึงมากที่สุดดูเหมือนจะเป็นตู้เผิงเฟย! เมื่อครู่หลิงหยุนเพิ่งจะพูดว่า‘ไม่ต้องห่วง.. ผมจะจัดการทุกอย่างเอง!’ แล้วหลิงหยุนก็จัดการทุกอย่างด้วยตัวเองอย่างที่พูดไว้จริงๆ! ไม่มีเจ้าหน้าที่ระดับสูงคนใดได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียวพวกเขาทำได้เพียงแค่พยักหน้าหงึกๆ ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม..ก็ไม่มีใครมีโอกาสได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียว พวกเขาทำได้เพียงแค่พยักหน้าหงึกๆ จนสายตัดไป.. ‘เพียงแค่อำนาจบารมีคงยังไม่พอสินะ!จำเป็นต้องมีคอนเน็คชั่นด้วย..’ หลิงหยุนได้แต่นึกเย้ยหยันแล้วจึงหันไปร้องบอกถังเทียนห่าวอีกครั้ง “ลุงถังครับ.. ลุงไม่จำเป็นต้องถูกสอบสวนอะไรอีกแล้ว เรากลับกันดีกว่าครับ!” หลังจากหลิงหยุนร้องบอกเป็นครั้งที่สอง..ถังเทียนห่าวจึงเดินตรงไปที่หน้าประตู แต่แล้วเสียงร้องเรียกก็ดังขึ้น “กรุณารอก่อน..” ระหว่างที่หลิงหยุนกับถังเทียนห่าวกำลังจะกลับออกไปนั้นเลี่ยวจื่อเจิงก็รีบร้องเรียกโดยใช้คำพูดสุภาพอย่างที่ไม่เคยใช้ก่อนหน้านี้.. “หืมม!” หลิงหยุนชะงักเล็กน้อยและหันกลับไปมองเลี่ยวจื่อเจิงทันทีพร้อมกับถามขึ้นว่า “มีอะไรไม่ทราบหรือครับคุณเจ้าหน้าที่ระดับสูง.. พวกเรากลับออกไปไม่ได้หรือยังไง” จนกระทั่งถึงตอนนี้..หลิงหยุนยังไม่ได้ถามเลยว่าเลี่ยวจื่อเจิงเป็นใคร มีตำแหน่งอะไร? และเขาเองก็คร้านที่จะรับรู้ด้วย.. เลี่ยวจื่อเจิงถือวิสาสะเดินยิ้มมาจับมือหลิงหยุนไว้อย่างสนิทสนมพร้อมกบพูดขึ้นว่า.. “หลิงหยุน..พวกเราสองคนใช่ว่าจะสามารถพบเจอกันได้ง่ายๆ ในเมื่อเจอกันแล้วจะกลับไปง่ายๆอย่างนี้ได้ยังไงกันเล่า วันนี้เธอต้องอยู่กินข้าวกับฉันสักมื้อก่อนถึงจะกลับไปได้!” หลิงหยุนถึงกับพูดไม่ออก..เพราะหลังจากที่เลี่ยวจื่อเจิงได้รับโทรศัพท์ เขาก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือได้รวดเร็วยิ่งกว่าจิ้งจกเปลี่ยนสีเสียอีก! นี่กระมังที่คนมักพูดกันว่า..หยิ่งผยองในตอนแรก แต่ะจะได้รับความเคารพในตอนหลัง! แต่หลิงหยุนกลับดึงมือกลับพร้อมตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา“ไม่ล่ะ! ผมกินอิ่มมาแล้ว” เลี่ยวจื่อเจิงจับมือหลิงหยุนไว้ด้วยสองมือเพื่อแสดงถึงความสนิทสนม แต่กลับคิดไม่ถึงว่าหลิงหยุนจะดึงมือออกเช่นนี้ เขาจึงรู้สึกเก้อจนไม่รู้ว่าจะเอามือไปวางไว้ที่ใหนดี.. และเมื่อหลิงหยุนตอบกลับมาว่าเขากินอิ่มมาแล้วนั่นก็คือการปฏิเสธคำเชื้อเชิญของเขาโดยที่ไม่ต้องไตร่ตรอง ทำให้เลี่ยวจื่อเจิงรู้สึกขายหน้าเป็นอย่างมาก หลิงหยุนไม่สนใจว่าเลี่ยวจื่อเจิงจะรู้สึกเช่นไรเขาขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนจะพูดขึ้นว่า “ไม่ทราบว่าตอนนี้ลุงถังยังต้องได้รับการสอบสวนทางวินัยอีกมั๊ย”จากนั้นยังไม่ทันที่เลี่ยวจื่อเจิงจะได้ตอบอะไรหลิงหยุนก็ยกมือขึ้นชี้ไปทางหลี่จิ่วเจียงพร้อมกับถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา“คุณยังกล้าที่จะปล่อยตัวเขาอีกมั๊ย”“สอบสวนวินัยอะไรกันอีกเล่าผู้อำนวยการถังจับกุมผู้กระทำความผิดได้ นับว่าเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงเลยต่างหาก เขาควรจะได้รับรางวัลแม้จะช้าไปหน่อย! แล้วฉันยังต้องขอให้ผู้อำนวยการถังช่วยทำสำนวนการสอบสวนให้ฉันด้วย?”เลี่ยวจื่อเจิงมองหลิงหยุนด้วยใบหน้าที่เจื่อนลงก่อนจะรีบออกคำสั่ง “เอาล่ะ.. นำตัวไปขังไว้ก่อน แล้วนำพยานหลักฐานทั้งหมดของหลี่จิ่วเจียงมาให้ฉัน แล้วค่อยเริ่มสอบสวนใหม่อีกครั้ง อย่าให้มีช่องโหว่เชียวล่ะ!”เมื่อได้ยินคำพูดของเลี่ยวจื่อเจิงหลี่จิ่วเจียงก็ถึงกับทรุดลงไปกองกับพื้นด้วยความหวาดกลัวทันที!เจ้าหน้าที่ตำรวจสองนายที่ควบคุมตัวหลี่จิ่วเจียงอยู่นั้นจึงรีบลากตัวหลี่จิ่วเจียงออกไปนอกห้องทันทีหลังจากที่คนทั้งหมดออกไปจากห้องแล้วห้องทำงานทั้งห้องก็ว่างเปล่า และเงียบสงัดขึ้นมาทันที..เจ้าหน้าที่ระดับสูงทั้งสองคนเห็นว่าสถานการณ์เปลี่ยนไปเช่นนี้จึงรีบถอยทัพกลับทันที“ผู้อำนวยการเลี่ยว..พอดีผมมีประชุมด่วนต้องรีบไป ไม่อยู่รบกวนคุณแล้ว..”“ผู้อำนวยการเลี่ยว..ผมเองก็เพิ่งได้รับคำสั่งจากเบื้องบนให้ส่งคืนคดีนี้ให้กับกองอำนวยการรักษาความมั่นคงจัดการ ผมคงต้องถอนตัว และขอลากลับเลย..”เจ้าหน้าที่ระดับสูงสองคนบอกกับเลี่ยวจื่อเจิงพร้อมกับหันไปมองหลิงหยุนอย่างระมัดระวังก่อนจะรีบกลับออกไป“ผู้อำนวยการถัง..ดูเหมือนครั้งนี้คุณจะได้ความดีความชอบไปมาก คนอื่นๆคงเห็นผมเป็นตัวตลกไปแล้ว ยังไงก็อย่าถือสาผมเลยนะ..”หลังจากที่คนทั้งคู่กลับออกไปแล้วเลี่ยวจื่อเจิงก็รีบเดินเข้าไปหาถังเทียนห่าว พร้อมกับจับมือเขาไว้แน่นพร้อมกับพูดขอโทษขอโพย..เลี่ยวจื่อเจิงนั้นถือตัวว่าเป็นถึงผู้บังคับบัญชาของถังเทียนห่าวเขาจึงไม่เคยเรียกถังเทียนห่าวว่า ‘ผู้อำนวยการถัง’ เลยสักครั้ง แต่จะเรียกชื่อของเขามาโดยตลอด ดูเหมือนว่าผู้ที่โทรมาหาเลี่ยวจื่อเจิงนั้นจะมีอำนาจมาก จึงสามารถสร้างความตกอกตกใจให้กับเลี่ยวจื่อเจิงได้ถึงเพียงนี้!หลิงหยุนได้ฟังก็นึกขำ..“ท่านผู้บังคับบัญชา..อย่าได้พูดเช่นนั้นเลย! ผมเองต่างหากที่เป็นฝ่ายทำผิดพลาดในครั้งนี้ จนนำปัญหามาให้คุณด้วย!”ถังเทียนห่าวนั้นมีสีหน้าที่เป็นปกติดีซึ่งหลิงหยุนเองก็รู้ว่าถังเทียนห่าวนั้นไม่เป็นอะไร เพราะเขาคุ้นเคยกับเหตุการณ์ในลักษณะนี้บ่อยครั้งแล้ว และเวลานี้ทั้งหมดก็เตรียมตัวที่จะกลับแต่จู่ๆก็มีเสียงดังขึ้นอยู่หน้าห้องทำงานของผู้อำนวยการเลี่ยว “ได้ยินว่ามีคนบุกรุกห้องท่านผู้อำนวยการ.. จะให้พวกเราเข้าไปจับกุมตัวเลยมั๊ยครับ”และนั่นคือเสียงของหัวหน้าแผนกรักษาความปลอดภัยของสถานที่แห่งนี้ทันทีที่ได้ยินว่ามีคนพังประตูเข้ามา เขาก็รีบมาดูเหตุการณ์ทันที แต่เมื่อได้ยินว่าผู้ก่อเหตุได้บุกขึ้นมาที่ห้องทำงานของผู้อำนวยการแล้ว เขาจึงได้ตามขึ้นมาพร้อมกับเจ้าหน้าที่รักษความปลอดภัยอีกสิบกว่าคนถังเทียนห่าวที่อยู่ในห้องถึงกับพูดไม่ออกและหลิงหยุนก็แอบส่งกระแสจิตบอกถังเทียนห่าวว่า-ผมได้ยินมาว่าลุงถังกำลังตกที่นั่งลำบากก็เลยต้องรีบเข้ามาช่วย!–ถังเทียนห่าวมองหลิงหยุนด้วยความซาบซึ้งใจ“จับกุมตัวใครกัน”ผู้อำนวยการเลี่ยวรีบเปิดประตูออกไปและร้องสั่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทั้งหมดอย่างไม่พอใจ“หลีกไปให้พ้น!”“ห๊ะ!เอ่อ.. ครับท่าน!” หัวหน้ารักษาความปลอดภัยที่ยืนอยู่ถึงกับงุนงงที่จู่ๆ ก็ถูกเลี่ยวจื่อเจิงดุเอา..และนั่นทำให้หลิงหยุนนึกขันอย่างมากจนต้องหัวเราะออกมาเขาหันไปพูดกับถังเทียนห่าวว่า“ลุงถัง..ดูท่าลุงคงต้องอยู่ทำงานกับผู้บังคับบัญชาแล้วล่ะ ถ้างั้นผมขอตัวกลับก่อนก็แล้วกัน!”ถังเทียนห่าวพยักหน้าเห็นด้วย“เธอกลับไปก่อนก็แล้วกัน! ขับรถขับราระวังด้วยล่ะ”แต่ก่อนจะกลับออกไป..หลิงหยุนร้องบอกเลี่ยวจื่อเจิงด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง “คุณเจ้าหน้าที่ระดับสูง.. ผมหวังว่าคุณจะทำคดีของหลี่จิ่วเจียงอย่างตรงไปตรงมาล่ะ เพราะผมไม่อยากเสียเวลามามาที่นี่อีกครั้ง!”“พวกเราไปกันได้แล้ว..”พูดจบหลิงหยุนก็หันไปตบบ่าถังเมิ่งและพากันเดินออกไปจากห้องทันที..“ฮ่า..ฮ่า.. ฮ่า..”ระหว่างที่ทั้งสองคนเดินไปขึ้นรถถังเมิ่งก็หัวเราะออกมาจนท้องคัดท้องแข็ง และถึงกับต้องเอามือกุมท้องไว้“พี่หยุน..คิดไม่ถึงว่าวันนี้พี่จะเกรงกลัวใครแบบนี้! นับว่าเป็นการเปิดหูเปิดตาฉันมากจริงๆ! ฮ่า.. ฮ่า..”หลิงหยุนเองก็ได้แต่คิดในใจว่า‘ท่านปู่นี่ช่างยอดเยี่ยมนัก!’บทที่ 896 : สองสาวหายตัวไป!หลิงหยุนในฐานะนายน้อยสี่แห่งตระกูลหลิงก็เพิ่งจะเคยได้สัมผัสรสชาติของการเป็นคุณชายแห่งตระกูลใหญ่เป็นครั้งแรก จึงได้แต่นึกชื่นชมท่านปู่ของตนเองอยู่ในใจแต่มีสิ่งหนึ่งที่หลิงหยุนไม่รู้ว่า..ในวงราชการนั้น ล้วนแล้วแต่มีเส้นสาย และอำนาจของแต่ละฝ่ายก็พัวพันยุ่งเหยิงกันไปหมด อย่างเช่นเมื่อครู่นี้.. เจ้าหน้าที่บางกลุ่มก็เป็นคนของตระกูลซัน บางกลุ่มก็เป็นคนของตระกูลหลิง..