ตอนที่ 494
บทที่ 899-900
October 22, 2026
บทที่ 899 : เตรียมพร้อมเผชิญหน้ากับศัตรู! “นี่พวกเจ้า…” หลิงหยุนถึงกับพูดอะไรไม่ออก.. หลี่ยี่กับเจียวเฟยนั้นเป็นมือสังหารระดับสายเหลืองขององค์กรนักฆ่าและอยู่ในขั้นโฮ่วเทียน-2 ซึ่งหากเทียบกับหลิงหยุนแล้ว ทั้งคู่นั้นแทบจะไม่มีประโยชน์อะไรกับหลิงหยุนเลยแม้แต่น้อย.. ‘คงจะมีงานไม่กี่อย่างที่สองคนนี้จะทำได้!’ เมื่อครั้งที่หลิงหยุนกับนักฆ่าทั้งสองได้ต่อสู้กันบนผาพยัคฆ์ของเขามังกรนั้นหลิงหยุนได้จัดการสกัดจุดของคนทั้งคู่ไว้ จุดประสงค์ก็เพื่อป้องกันไม่ให้นักฆ่าทั้งสองกลับมาสร้างปัญหาให้กับตนเองอีก หลิงหยุนจำเป็นต้องป้องกันไม่ให้ทั้งคู่หันมาเล่นงานคนรอบตัวเขา หรือเพื่อนๆเป็นการแก้แค้น ชายนักฆ่าทั้งสองคนกลับรอคอยมานานถึงสามเดือนเพียงเพื่อขอให้เขาจัดการคลายจุดให้เวลานี้หลิงหยุนเองก็มีศัตรูมากมาย และหากเขาตกลงรับนักฆ่าทั้งสองไว้ทำงานด้วย หลิงหยุนเชื่อว่าพวกเขาจะจงรักภักดีต่อหลิงหยุนอย่างแน่นอน.. แต่ปัญหาก็คือ..เวลานี้นัฆ่าทั้งสองคนแทบไม่มีประโยชน์อะไรกับหลิงหยุนเลยแม้แต่น้อย! ฉินตงเฉี่วยกับคนอื่นๆต่างก็วิ่งตามหลิงหยุนออกมาที่หน้าประตูบ้าน เมื่อฉินตงเฉี่วยเห็นหลี่ยี่กับเจียวเฟย จึงร้องถามขึ้นมาทันที “เจ้าเด็กดื้อ..เหตุใดเจ้าสองคนนั่นจึงมาหาเจ้าถึงที่นี่” หลิงหยุนตอบกลับยิ้มๆ“ทั้งสองคนเป็นเพื่อนเก่าของข้าเอง พวกเขาต้องการมาทำงานกับข้า..” ระหว่างที่พูดนั้น..ภาพของเสี่ยวเม่ยเม่ยก็ผุดขึ้นมาในห้วงมโนของหลิงหยุน เขาได้แต่คร่ำครวญอยู่ในใจเงียบๆ ‘เสี่ยวเม่ย..เสี่ยวเม่ย.. นี่เจ้าอยู่ที่ใดกันแน่’ “เพื่อนเก่างั้นรึ” ฉินตงเฉี่วยถึงกับประหลาดใจและได้แต่แอบคิดว่าหลิงหยุนไปมีเพื่อนเป็นยอดฝีมือปลายแถวอย่างเช่นเจ้าสองคนนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน! จากนั้นจึงหันไปถามนักฆ่าทั้งสองคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าทันที“พวกเจ้าสองคนมาทำอะไรที่นี่ มาพบหลิงหยุนด้วยเหตุอันใด?” “เอ่อ…” หลี่ยี่กับเจียวเฟยได้แต่อ้ำอึ้งเพราะไม่รู้ว่าควรจะพูดความจริงออกไปดีหรือไม่ หลิงหยุนจึงเป็นฝ่ายอธิบายให้ฉินตงเฉี่วยฟังด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม“น้าหญิง.. ความจริงพวกเขาทั้งสองคนคือมือสังหารระดับสายเหลืองขององค์การนักฆ่า เมื่อสามเดือนก่อนพวกเขาสองคนมาลอบสังหารฆ่าข้า แต่ก็พ่ายแพ้ไป ข้าจึงไว้ชีวิตพวกเขา แต่ก็ได้สกัดจุดของพวกเขาไว้ แต่เวลานี้ข้าได้จัดการคลายจุดให้พวกเขาทั้งสองคนแล้ว..” “นี่พวกเจ้ารนหาที่ตายแล้ว!” แทบไม่ต้องรอให้หลิงหยุนพูดจบ..หญิงสาวทั้งหมดที่อยู่รอบตัวหลิงหยุนถึงกับทำหน้านิ่วคิ้วขมวด และตรงเข้าไปล้อมชายนักฆ่าทั้งสองคนไว้ทันที ในขณะที่ไป๋เซียนเอ๋อกำลังจะตรงเข้าไปจัดการ.. “เซียนเอ๋อ..หยุด!” หลิงหยุนรีบร้องห้ามไป๋เซียนเอ๋อทันทีพร้อมกับพูดขึ้นว่า“พวกเขาจะสังหารข้าเพราะทำตามหน้าที่เท่านั้น..” จากนั้นจึงหันไปถามหลี่ยี่กับเจียวเฟย“พวกเจ้าทั้งสองคนขับรถเป็นหรือไม่” เพราะหลังจากครุ่นคิดอยู่นาน หลิงหยุนก็เห็นว่ามีหน้าที่เดียวที่พอจะให้ทั้งสองคนทำได้นั่นก็คือ.. ขับรถ! หลี่ยี่กับเจียวเฟยได้ยินคำถามของหลิงหยุนก็รู้ได้ทันทีว่าหลิงหยุนตกลงรับพวกตนสองคนไว้แล้ว จึงได้แต่พยักหน้า และพูดออกมาอย่างดีใจ “เป็นถึงนักฆ่าแต่ขับรถไม่เป็นคงจะน่าขันสิ้นดี!” หลิงหยุนยกมือขึ้นชี้ไปทางตี้เสี่ยวอู๋“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกเจ้าสองคนมีหน้าที่ติดตามรับใช้เขา! หากพวกเจ้าพอใจที่จะทำงานนี้ก็อยู่ที่นี่ได้ แต่ถ้าไม่พอใจ พวกเจ้าก็กลับออกไปได้ ข้าจะไม่ห้าม!” ตี้เสี่ยวอู๋อยู่ในช่วงของการฝึกฝนหนักหากมีคนคอยดูแลเรื่องส่วนตัวให้กับเขา ก็คงจะไม่มีอะไรให้น่าเป็นห่วงสำหรับหลิงหยุน “ไม่ว่าคุณชายหลิงจะให้เราสองคนทำงานอะไรพวกเราก็ยินดีทำทั้งนั้น! หากยังไม่เชื่อใจ ท่านก็สามารถสกัดจุดของพวกข้าได้!” “ไม่จำเป็น..เพราะหากพวกเจ้าสองคนคิดไม่ซื่อ โทษของพวกเจ้าก็คือตายสถานเดียวเท่านั้น!” จู่ๆตี้เสี่ยวอู๋จะต้องมีคนลูกน้องมาคอยรับใช้ใกล้ชิดถึงสองคนเช่นนี้ เขาจึงรู้สึกอึดอัด และกำลังรอจังหวะที่จะปฏิเสธ แต่ก็ได้ยินหลิงหยุนที่ส่งผ่านมาทางกระแสจิต.. –เมื่อไหร่ที่นายเข้าสู่ขั้นเซียงเทียนได้แล้วก็ค่อยให้พวกเขาสองคนเข้าเป็นสมาชิกของแก๊งมังกรเขียว จากนั้นจึงค่อยจัดการมอบหมายภารกิจสำคัญให้กับพวกเขาทั้งคู่ทำ อย่างน้อยพวกเขาก็จะสามารถทำงานได้ดีกว่าพี่น้องวัยรุ่นเลือดร้อนอย่างแน่นอน– “แล้วมือสไนเปอร์ทั้งสี่คนเล่า..พวกเจ้ายังติดต่อกับพวกเขาอยู่หรือไม่ เหตุใดจึงไม่มาด้วยกัน?” หลิงหยุนร้องถาม.. เจียวเฟยเป็นฝ่ายตอบหลิงหยุน“คุณชายหลิง.. พวกเราสองคนหลบซ่อนตัวอยู่ในเมืองจิงฉูนานหลายเดือนแล้ว แต่ก็ไม่ได้ติดต่อกับมือสไนเปอร์ทั้งสี่คนเลย ข้าคิดว่าหากพวกเขายังมีชีวิตอยู่ ก็คงจะมาพบท่านในคืนนี้อย่างแน่นอน..” และใครก็ตามหากถูกหลิงหยุนสกัดจุดไว้เมื่อถึงเวลาที่มันออกฤทธิ์ ก็คงยากที่จะทานทนได้ และถึงตอนนั้นการตายยังดีกว่าการมีชีวิตอยู่ต่อ.. และก็เป็นเช่นนั้นจริงๆเวลาห้าทุ่มตรง สามในสี่ของมือสไนเปอร์ก็มาหาหลิงหยุนที่บ้านจริงๆ หลิงหยุนจัดการคลายจุดให้กับมือสไนเปอร์ทั้งสามคนและได้รู้ว่าอีกหนึ่งคนถูกศัตรูฆ่าตายแล้ว หลิงหยุนจึงให้มือสไนเปอร์ทั้งสามคนเข้าไปอยู่ในแก๊งมังกรเขียว และให้มีหน้าที่คอยคุ้มครองอาปิง หลังจากจัดการกับเรื่องเล็กๆน้อยๆไปแล้วหลิงหยุนก็สั่งให้สาวงามทั้งหลายขึ้นไปพักผ่อนที่ห้องของตัวเอง ส่วนตัวเขา ถังเมิ่ง และตี้เสี่ยวอู๋ ต่างก็วุ่นวายกันตลอดทั้งคืน..หลิงหยุนในฐานะปรมาจารย์ด้านการประดิษฐ์อาวุธของโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่การทำฝักกระบี่จึงเป็นเรื่องขี้ประติ๋ว และง่ายยิ่งกว่าปลอกกล้วยเข้าปาก..หลิงหยุนคุ้นเคยกับกระบี่มังกรขาวเป็นอย่างดีเขาจึงสามารถจดจำขนาด และความยาวของกระบี่ได้อย่างแม่นยำ หลิงหยุนใช้กระบี่โลหิตแดนใต้ตัดหนังปลาทั้งสองชิ้นให้มีขนาดใหญ่กว่าตัวกระบี่เล็กน้อย จากนั้นจึงใช้กาวชนิดพิเศษติดหนังปลาลงไปบนผ้าแพรไหมดำ..หลังจากนั้น..จึงใช้กาวติดขอบหนังปลาทั้งสองชิ้นเข้าด้วยกัน และเพียงเท่านี้ก็ได้ฝักกระบี่แล้ว..หนังของเจ้าปลายักษ์นั้นหนามากแม้แต่กระบี่โลหิตแดนใต้ยังยากที่จะตัดขาด อีกทั้งด้านนอกยังหุ้มด้วยผ้าแพรไหมดำ จึงไม่จำเป็นต้องพะวงถึงความคมของกระบี่มังกรขาวอีก อย่างมากฝักกระบี่ก็อาจแค่มีรอยขีดข่วนเท่านั้นหลังจากที่จัดการทำฝักกระบี่ให้ฉินตงเฉี่วยเสร็จแล้วหลิงหยุนก็ให้ถังเมิ่งไปนอนพักผ่อนที่ห้องของตนเอง ส่วนเขากับตี้เสี่ยวอู๋ก็ไปฝึกวิชาต่อที่สวนหน้าบ้านเช่นเคย..…….เช้าตรู่ของวันถัดมา..ฉินตงเฉี่วยก็นำกระบี่มังกรขาวออกมาฝึกวิชาที่หน้าสวน ส่วนหลิงหยุนก็กำลังยืนฝึกวิชาดาราคุ้มกายอยู่บนหลังคาบ้าน ทันทีที่เห็นฉินตงเฉี่วยเดินถือกระบี่มังกรขาวออกมา เขาจึงกระโดดลงมาจากหลังคาทันที..“เจ้าเด็กดื้อ..เมื่อคืนพวกเจ้าอยู่ทำอะไรกันจนดึกๆดื่นๆ”หลิงหยุนมองหน้าฉินตงเฉี่วยยิ้มๆก่อนจะพูดขึ้นว่า “น้าหญิง.. ข้ามีของขวัญจะมอบให้ท่าน!”ฉินตงเฉี่วยถามขึ้นมาด้วยความประหลาดใจ“ของขวัญอะไรกัน หรือเจ้าจะเอามาแลกกระบี่มังกรขาวคืนจากข้างั้นรึ?”หลิงหยุนยื่นฝักกระบี่ที่เพิ่งทำเสร็จให้กับฉินตงเฉี่วยพร้อมกับพูดขึ้นว่า“น้าหญิง.. ท่านดูสิว่ามันคืออะไร”“ห๊ะ!นี่มัน..”ฉินตงเฉี่วยเอื้อมมือไปคว้าฝักกระบี่ในมือหลิงหยุนมาทันทีและเมื่อเห็นว่าเป็นฝักกระบี่ที่เพิ่งทำเสร็จใหม่ๆ ก็ยิ่งประหลาดใจ!หลิงหยุนหัวเราะพร้อมกับพูดขึ้นว่า“น้าหญิง.. ท่านลองดูว่าพอดีกับกระบี่มังกรขาวหรือไม่ หากไม่พอดี.. ข้าก็จะได้ไปทำให้ใหม่!”ฉินตงเฉี่วยแทบอดใจรอไม่ได้นางรีบเสียบกระบี่มังกรขาวลงไปในฝักทันที และมันก็แน่นอย่างพอดิบพอดี..“นี่..เจ้าเด็กดื้อ.. เจ้าไปเอามาจากที่ใด”ฉินตงเฉี่วยแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองนางลองจับด้ามกระบี่มังกรขาวไว้ แล้วปล่อยให้ตัวกระบี่ที่อ่อนนั้นรัดรอบฝักไว้และปรากฏว่าฝักกระบี่นั้นไม่ถูกกระบี่มังกรขาวตัดขาดออกจากกัน..“เรื่องนั้นเป็นความลับ..”หลิงหยุนยิ้มอย่างมีความสุขขณะที่ตอบคำถามของฉินตงเฉี่วย และได้แต่แอบคิดว่าน้าหญิงของเขานั้นยามที่แย้มยิ้มช่างงดงามนักระหว่างที่ทดสอบฝักกระบี่นั้นฉินตงเฉี่วยก็สัมผัสได้ว่าหลิงหยุนกำลังจ้องมองตนเองอยู่ นางจึงรู้สึกเก้อเขินจนถึงกับใบหน้าร้อนผ่าว และรีบพูดขึ้นว่า“อ่อ..ข้าลืมไปสนิทว่าต้องรีบโทรหาป้าเม่ย ให้นางจัดการส่งเครื่องมือสื่อสารมาให้โดยเร็ว!”พูดจบฉินตงเฉี่วยก็บิดตัวกระโดดหนีหลิงหยุนกลับเข้าไปในบ้านทันที..เพียงแค่ช่วงเช้า..ถังเมิ่งก็สามารถจัดการภารกิจที่หลิงหยุนสั่งไว้เรียบร้อย เขาไม่เพียงซื้อบ้านสามหลังที่อยู่ล้อมรอบบ้านเลขที่-1 เรียบร้อย แต่ยังจัดการติดต่อสถานีโทรทัศน์ประจำมณฑลไว้แล้ว และรอให้หลิงหยุนไปออกรายการเท่านั้นและในเช้าเดียวกัน..อาปิงก็ได้นำลูกเหล็กที่หลิงหยุนสั่งไว้มาส่งให้ตั้งแต่เช้าตรู่ หลิงหยุนไม่ปล่อยให้ผู้อื่นทำงานนนี้ เขาจัดการยกลูกเหล็กขนาดสองสามร้อยกิโลกรัมลงจากรถด้วยตัวเอง และเพียงแค่สิบนาทีหลิงหยุนก็สามารถขนลูกเหล็กทั้งหมดลงจากรถเสร็จแล้ว..หลิงหยุนใช้เวลาตลอดเช้าทำการคำนวณระยะห่างของลูกเหล็กแต่ละก้อน และจัดการวางค่ายกลนวสังหารจนเสร็จ!สำหรับค่ายกลนวสังหารของหลิงหยุนในครั้งนี้แน่นอนว่าต้องมีอานุภาพรุนแรงกว่าเดิมนับสิบเท่า และต่อให้เป็นยอดฝีมือที่อยู่ในด่านกลางขั้นเซียงเทียนก็ตาม หากค่ายกลนวสังหารทำงานขึ้นเมื่อใด ถ้าไม่ตายก็ต้องบาดเจ็บสาหัสอย่างแน่นอน..หลังจากสร้างค่ายกลเสร็จเรียบร้อยแล้วหลิงหยุนก็ได้จัดให้มีพื้นที่อีกราวเจ็ดแปดจุดสำหรับให้ทุกคนได้ใช้ฝึกวิชา“เอาล่ะ..ทั้งค่ายกลสังหาร แล้วก็ยันต์อีกหลากหลายชนิด ตอนนี้บ้านของข้าแข็งแกร่ง และพร้อมที่จะรับมือกับศัตรูแล้ว!”หลิงหยุนพอใจกับผลงานของตนเองอย่างมากและไม่รู้สึกกังวลว่าศัตรูจะบุกเข้ามาเมื่อใดอีกแล้ว เขาสามารถออกไปทำอะไรหลายสิ่งหลายอย่างได้อย่างไม่ต้องคอยกังวลใจอีก..หลังจากรับประทานอาหารเที่ยงเสร็จแล้วหลิงหยุนกับถังเมิ่งก็เตรียมการที่จะไปยังสถานีโทรทัศน์ประจำมณฑล แต่คิดไม่ถึงว่าจะมีแขกที่ไม่ได้เชื้อเชิญมาที่บ้านอีก!เขาก็คือไป่หยวนเจีย!ไป่หยวนเจียเป็นยอดฝีมือระดับสูงสุดขั้นโฮ่วเทียน-8และเป็นเลิศด้านวิชาตัวเบา หลังจากคืนวันเชงเม้ง.. ตระกูลซันก็ได้นำยอดฝีมือมากมายหลายร้อยคนเข้ามาในจิงฉู และไป๋หยวนเจียก็เป็นหนึ่งในนั้นหลังจากที่หลิงหยุนบุกเข้าไปสังหารยอดฝีมือตระกูลซันมากมายที่คฤหาสน์ตระกูลเฉิงจนกระทั่งพื้นสนามเจิ่งนองไปด้วยเลือด ครั้งนั้นหลิงหยุนได้ไว้ชีวิตไป่หยวนเจีย และให้เขาเป็นผู้นำทางไปยังที่ซ่อนตัวของซันเทียนเปียวไป่หยวนเจียมาถึงบ้านเลขที่-1และเมื่อหลิงหยุนเห็นเข้า ก็รีบเอ่ยทักทายทันที!“นี่เจ้าเข้าสู่ขั้นโฮ่วเทียน-9แล้วรึ! ข้ายินดีกับเจ้าด้วย!”การที่ไป่หยวนเจียมาหาหลิงหยุนถึงที่บ้านในช่วงเวลาวิกฤตเช่นนี้ย่อมหมายความว่าเขาต้องมีเรื่องสำคัญอย่างแน่นอนไป่หยวนเจียเห็นหลิงหยุนเข้าก็ถึงกับตกใจและรีบยกมือขึ้นเกาศรีษะพร้อมกับพูดขึ้นว่า“คุณชายหลิงกล่าวชมข้าเกินไปแล้วก่อนหน้านี้ที่ประมือกับท่าน หากไม่ใช่เพราะท่านเมตตาไว้ชีวิต ข้าก็คงจะตายไปแล้ว! แต่ข้าเองก็ไม่คาดคิดว่าจะสามารถเข้าสู่ขั้นสูงขึ้นได้ จึงนับว่าเป็นความโชคดีเสียมากกว่า..”