ตอนที่ 495
บทที่ 901-902
October 22, 2026
จักรพรรดิเทพมังกร – บทที่ 901 : กล้าบุกเข้ามาก็ต้องตาย! “จากข่าวคราวที่ข้ารู้มา..สำนักต่างๆ ที่ต้องการจะเล่นงานท่านนั้น มีทั้งเส้าหลิน บู๊ตึ๊ง คุนหลุน เหมาซัน ดาบสวรรค์ หมัดเทวะ แดนใต้…” “แล้วก็ยังมีตระกูลเก่าแก่อีกหลายตระกูล..ไม่ว่าจะเป็นตระกูลซีเหมิน ตระกูลหนานกง ตระกูลชางกวน ตระกูลเล่ย แล้วก็ตระกูลซันจากปักกิ่ง..” เมื่อหลิงหยุนได้ฟังรายชื่อสำนักต่างๆและตระกูลเก่าแก่มากมายจากปากของไป่หยวนเจีย เขาก็ได้แต่นั่งยิ้มก่อนจะพึมพำออกมา “มากมายถึงเพียงนี้เชียวรึ!” หลิงหยุนถึงกับอึ้งไป..เพราะหากทุกสำนักทุกตระกูลทั้งหมดที่ไป่หยวนเจียพูดมานั้น บุกเข้ามาเล่นงานเขาพร้อมๆ กันในคราวเดียว คงจะต้องกลายเป็นสงครามที่ใหญ่มากเลยทีเดียว! หลังจากที่ไป่หยวนเจียพูดไปจนจบแล้ว..เขาก็แอบมองหลิงหยุนซึ่งยังคงมีสีหน้าองอาจห้าวหาญเช่นเดิม มีเพียงคิ้วทั้งสองข้างที่ขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเท่านั้น แต่ไม่มีวี่แววของอาการตกใจ หรือหวาดกลัวออกมาให้เห็นเลยแม้แต่น้อย ไป่หยวนเจียจึงนึกชื่นชมหลิงหยุนอยู่ในใจเงียบๆ.. หากเป็นยอดฝีมือคนอื่น..เพียงแค่ได้ยินว่าสำนักต่างๆ และตระกูลเก่าแก่มากมายหลายตระกูล จ้องที่จะมารุมเล่นงานตนเองเช่นนี้ ก็คงต้องแสดงอาการหวาดผวาออกมาตั้งนานแล้ว แต่หลิงหยุนนั้นกลับไม่มีอาการเหล่านั้นให้เห็นเลยแม้แต่นิดเดียว! จิตใจที่ห้าวหาญของหลิงหยุนนั้นได้ลบเลือนความขลาดกลัวที่ซ่อนอยู่ในใจของไป่หยวนเจียไปด้วย อีกทั้งยังช่วยให้จิตใจของเขาสงบนิ่ง และมั่นคงมากขึ้นด้วย.. “คุณชายหลิง..ทั้งหมดนี้เป็นเพียงข่าวที่ข้าได้ยินได้ฟังมาเท่านั้น แต่จะมีใครมาจริงๆ บ้างนั้น ข้าเองก็ไม่อาจรู้ได้!” หลิงหยุนพยักหน้าเล็กน้อยแต่แล้วก็ทำหน้าคล้ายกับนึกอะไรขึ้นมาได้พร้อมกับร้องถามออกมา “แล้วสำนักจิ้งซินล่ะ.. ไม่ส่งใครมาบ้างรึ” เรื่องนี้เป็นเรื่องที่หลิงหยุนสนอกสนใจมากที่สุดหากสำนักจิ้งซินส่งแม่ชีมาจัดการกับเขา ไม่แน่ว่าเฉิงเม่ยเฟิงอาจจะติดตามมาด้วยก็เป็นได้ แต่ถึงแม้นางจะไม่ได้มาด้วย อย่างน้อยเขาก็สามารถจับแม่ชีสองสามคนไว้ใช้แลกเปลี่ยนกับเฉิงเม่ยเฟิงกลับมา! แต่คิดไม่ถึงว่าไป่หยวนเจียจะส่ายหน้าพร้อมกับพูดขึ้นว่า“ดูเหมือนตระกูลซันกับสำนักจิ้งซินจะมีเรื่องหมางใจกัน ข้าจึงไม่ได้ยินว่าจะมีคนของสำนักจิ้งซินมาร่วมในครั้งนี้ด้วย..” คำตอบของไป่หยวนเจียทำให้หลิงหยุนรู้สึกผิดหวังอย่างมากและได้แต่คิดในใจว่า ‘ช่างน่าเสียดายนัก.. เรื่องใหญ่โตเพียงนี้ แต่สำนักจิ้งซินกลับไม่มาร่วมสนุกด้วย!’ ไป่หยวนเจียนั่งครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่นานแต่แล้วจู่ๆ ก็ถามขึ้นว่า “คุณชายหลิง.. มีเรื่องหนึ่งไม่ทราบว่าจะเป็นการเหมาะสมหรือไม่หากข้าจะเอ่ยถามท่าน” ไป่หยวนเจียเอ่ยถามความเห็นของหลิงหยุนก่อนหลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยแล้วจึงตอบไปว่า “ท่านพี่ไป่.. เชิญท่านถามข้ามาได้เลย!” ไป่หยวนเจียยังคงลังเล..จากนั้นจึงยกมือขึ้นชี้ไปทางทะเลสาบจิงฉูพร้อมกับถามเสียงเบา “คุณชายหลิง.. อภัยที่ข้าต้องถามว่าท่านลงไปที่หลุมยักษ์มาบ้างหรือไม่” หลิงหยุนตอบไป่หยวนเจียไปตามความจริง“ขอตอบท่านพี่ไป่ตามตรง.. ข้าลงไปสำรวจหลุมยักษ์มาแล้ว! หลังจากขึ้นมาจากหลุมยักษ์ ข้าก็ได้สังหารซันเทียนเปียว.. เหตุใดท่านจึงถามข้าเรื่องนี้!” ไป่หยวนเจียคิดไม่ถึงว่าหลิงหยุนจะบอกความจริงกับเขาโดยไม่ปิดบังเช่นนี้เขาจึงแอบยิ้มพร้อมกับเล่าให้หลิงหยุนฟังว่า “คุณชายหลิง..ไม่ได้มีเพียงท่านที่ลงไปสำรวจก้นหลุมยักษ์ ยังมีคุณชายตงฟางถิงแห่งตระกูลตงฟาง คุณชายตู้กู่โม่แห่งตระกูลตู้กู่ คุณชายซีเหมินกังแห่งตระกูลซีเหมิน คุณชายหนานกงเจี้ยนแห่งตระกูลหนานกง คุณชายชางกวนเจี๋วยแห่งตระกูลชางกวน คุณชายเล่ยเหวินซิงแห่งตระกูลเล่ย และคุณชายเถี่ยเจิ้นผิงแห่งสำนักหมัดเทวะ แล้วก็…” “แต่คุณชายทั้งหมดที่ข้าพูดมานั้น..มีเพียงคุณชายตงฟางถิงแห่งตระกูลตงฟาง และคุณชายตู่กู่โม่แห่งตระกูลตู้กู่เท่านั้น ที่การฝึกฝนก้าวหน้าอย่างรวดเร็วจนสามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียนได้แล้ว!” เรื่องที่ตงฟางถิงกับตู้กู่โม่สามารถฝึกฝนจนเข้าสู่ขั้นเซียงเทียนได้แล้วนั้นนับว่าเป็นข่าวดีสำหรับหลิงหยุน เขาจึงยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับตอบไปว่า “พวกเขาทั้งคู่สามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียนได้แล้วงั้นรึช่างเป็นข่าวที่น่ายินดีนัก!” หลิงหยุนได้แต่แอบคิดในใจว่า..ทั้งคู่นั้นมีน้ำลายมังกรช่วยถึงขนาดนั้น หากจนป่านนี้ยังไม่สามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียนได้แล้วล่ะก็ คำว่าเป็น ‘เป็นผู้มีพรสวรรค์’ คงจะไม่ได้มีความหมายอะไรอีกต่อไป..’ “แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่อาจเทียบคุณชายหลิงได้..!” ไป่หยวนเจียเอ่ยชื่นชมหลิงหยุนจากใจก่อนที่จะวกกลับเข้าไปพูดเรื่องเดิม “ต่างก็ร่ำลือกันว่าการที่คุณชายทั้งสองสามารถฝึกฝนรุดหน้าได้อย่างรวดเร็วนั้น เป็นเพราะที่ก้นหลุมยักษ์นั้นต้องมีอะไรสักอย่าง..” หลิงหยุนเลือกที่จะไม่ออกความเห็นในเรื่องนี้แต่กลับยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นว่า “ไม่แน่ว่าที่ก้นหลุมยักษ์อาจมีสมบัติล้ำค่าที่ได้กำหนดผู้รับไว้แล้ว..” “ก็อาจจะเป็นเช่นนั้น..มิน่า.. ” ไป่หยวนเจียขมวดคิ้วพร้อมกับพูดต่อว่า “ผู้คนต่างก็พากันโจษจันว่าการที่คุณชายหลิงฝีมือรุดหน้าไปมากนั้นเป็นเพราะได้ครอบครองสิ่งล้ำค่าบางอย่างที่ก้นหลุมยักษ์!” หลิงหยุนตอบกลับยิ้มๆ“ก็น่าจะเป็นเช่นนั้น.. ก็กระบี่โลหิตแดนใต้นี่ไงเล่า!” ไป่หยวนเจียนั้นคาดเดาไว้อยู่แล้วว่าหลิงหยุนน่าจะค้นพบกระบี่โลหิตแดนใต้จากก้นหลุมยักษ์เขาจึงไม่สนใจถามเรื่องนี้ แต่กลับพูดขึ้นว่า “แต่ตระกูลซีเหมินตระกูลหนานกง และตระกูลเก่าแก่อื่นๆ นอกจากจะไม่ได้อะไรติดไม้ติดมือกลับมาแล้ว ยังต้องสูญเสียทายาทรุ่นใหม่ที่มีพรสวรรค์ไปอีกด้วย..” หลิงหยุนพูดอะไรไม่ออกและได้แต่คิดในใจว่า ‘ซีเหมินกัง กับหนานกงเจี้ยนน่ะหรือเป็นผู้มีพรสวรรค์! พวกมันคงไม่รู้ว่าฟ้าสูงคืออะไรสินะ จึงกล้าอวดอ้างตนเองเช่นนี้!’ หลิงหยุนยิ้มหยันก่อนจะถามต่อ“แล้วยังไง” ไป่หยวนเจียจึงพูดต่อ“มียอดฝีมือลงไปที่ก้นหลุมยักษ์ตั้งมากมาย แต่กลับมีเพียงพวกท่านสามคนเท่านั้นที่ได้ประโยชน์ และท่านก็ได้ครอบครองกระบี่โลหิตแดนใต้.. ทุกคนในยุทธภพจึงต่างสงสัยว่าท่านคือโอรสพรรคมาร และ..” หลิงหยุนรู้ดีว่าไป๋หยวนเจียต้องการจะพูดอะไรต่อเขาจึงยิ้มพร้อมกับเป็นฝ่ายพูดออกมาแทน “ทุกคนต่างก็คิดว่าข้าเป็นผู้สังหารคุณาชายเหล่านั้นก็เลยคิดที่จะมาแก้แค้นข้า.. ใช่หรือไม่” ไป่หยวนเจียพยักหน้า..และเงียบไป!แต่แล้วจู่ๆหลิงหยุนก็ถามขึ้นว่า “แต่ที่ก้นหลุมยักษ์ก็มีทั้งตู้กู่โม่กับตงฟางถิงด้วย เหตุใดทุกคนจึงคิดว่าเป็นฝีมือของข้าเล่า”ไป่หยวนเจียจ้องมองหลิงหยุนอย่างเห็นใจพร้อมกับพูดเสียงเบา“ก็เพราะทั้งคู่มาจากตระกูลชนชั้นสูง จึงไม่มีใครคิดสงสัยว่าคุณชายทั้งสองจะเป็นผู้ลงมือฆ่าคนบริสุทธิ์ได้..”“ฮ่า..ฮ่า.. ฮ่า..” หลิงหยุนได้ฟังถึงกับเงยหน้าหัวเราะออกมาเสียงดัง จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “มาจากตระกูลชนชั้นสูงก็คือคนดีงั้นรึ”คิ้วรูปดาบของหลิงหยุนขมวดเข้าหากันพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา“เยี่ยม.. เยี่ยมมาก! ที่แท้ตระกูลเก่าแก่เหล่านี้เห็นข้าเป็นศัตรูที่ไม่อาจอยู่ร่วมโลกกันได้นี่เอง!”ไป่หยวนเจียรับรู้ได้ถึงกลิ่นอายสังหารที่แผ่กระจายออกมาจากหลิงหยุนจึงรีบร้องบอกเขาทันที..“คุณชายหลิง..หากท่านไม่ได้สังหารคนพวกนั้น ท่านก็สามารถอธิบายให้พวกเขาฟังได้ อีกทั้งยังมีคุณชายตงฟางถิงกับคุณชายตู้กู่โม่อยู่ในเหตุการณ์ที่สามารถเป็นพยานให้ท่านได้ ท่านจะได้ไม่ต้องเป็นศัตรูกับทุกคนเช่นนี้..”แต่หลิงหยุนกลับพูดขึ้นอย่างไม่ยี่หระ..“อธิบายงั้นรึ เหตุใดข้าต้องอธิบายให้ทุกคนฟังด้วยเล่า?”“ในเมื่อพวกมันกล้าบุกเข้ามาข้าก็จะสังหารพวกมันให้หมด..”“เอ่อ..”ไป่หยวนเจียถึงกับอึ้งไป และได้แต่คิดว่าตรรกะของหลิงหยุนนั้นช่างเต็มไปด้วยความดุดันยิ่งนัก..หลิงหยุนมองไป่หยวนเจียที่ได้แต่นั่งอึ้งแล้วจึงพูดขึ้นด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจ “ท่านพี่ไป่.. ขอบคุณสำหรับข่าวที่นำมาบอกกล่าว! มันเป็นประโยชน์กับข้ามากจริงๆ ข้าหลิงหยุนขอขอบคุณท่านอีกครั้ง!”ไป่หยวนเจียลุกขึ้นยืนพร้อมกับประสานมือเข้าหากันและพูดออกไปว่า “คุณชายหลิง.. อย่าได้กล่าวเกรงใจเช่นนี้! ข้าไป่หยวนเจียได้ยินข่าวลือมาเช่นนี้ หากไม่นำมาบอก ก็คงจะรู้สึกผิดต่อท่านอย่างมาก แต่ตอนนี้ข้าได้บอกท่านไปหมดทุกอย่างแล้ว ข้าจึงไม่มีเรื่องกังวลใจใดๆอีก!”จากนั้นใบหน้าของไป่หยวนเจียก็แดงขึ้นเล็กน้อยเขาก้มศรีษะลงพร้อมกับพูดเสียงเบา“คุณชายหลิง..ความจริงข้าตั้งใจว่าจะมาอยู่ช่วยท่านรับมือกับศัตรู แต่ดูเหมือนว่า.. ด้วยความแข็งแกร่งของท่านเวลานี้ ข้าคงจะ..”หลิงหยุนรีบโบกมือห้ามไม่ให้ไป่หยวนเจียพูดต่อเขายกมือขึ้นจับไหล่ของไป่หยวนเจียไว้ และพูดขึ้นว่า“ท่านพี่ไป่..อย่าได้กล่าวเช่นนั้น! การที่ท่านนำข่าวมาบอกข้าโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองเช่นนี้ ข้าหลิงหยุนซาบซึ้งใจยิ่งนัก..”“ข้ารู้ดีว่าอันตรายครั้งนี้ใหญ่หลวงเพียงใดท่านพี่ไป่อย่าได้นำตัวเองเข้ามาข้องเกี่ยวกับเรื่องของข้าเลย!”หลิงหยุนพูดจบก็กดร่างของไป่หยวนเจียให้นั่งลงบนโซฟาแล้วจึงพูดขึ้นว่า “พี่ไป่.. ท่านรอข้าอยู่ที่นี่ประเดี๋ยว!”หลิงหยุนเปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจภายในบ้านทันทีและไม่สนใจไป่หยวนเจียอีกเลย เขารีบวิ่งตรงไปยังห้องทำงาน..เมื่อไปถึง..หลิงหยุนก็เรียกกระดาษและปากกาออกมาจากแหวนพื้นที่ จากนั้นจึงลงมือเขียนตัวอักษรนับร้อยลงบนกระดาษ และเรียกขวดหยกออกมา แล้วจัดการรินน้ำลายมังกรลงไป เสร็จแล้วจึงรีบกลับไปยังห้องนั่งเล่น..“พี่ไป่..ข้าขอมอบสิ่งนี้ตอบแทนท่าน!”จากนั้นหลิงหยุนก็ยื่นขวดหยกและกระดาษหนึ่งแผ่นให้กับไป่หยวนเจีย “นี่เป็นเคล็ดวิชาตัวเบาซึ่งมีชื่อว่าเมฆาล่องลอย ส่วนในขวดหยกนี้คือของเหลวที่ช่วยเพิ่มพลังขีวิต มันจะมีประโยชน์กับการฝึกวิชาของท่านพี่ไป่ในวันข้างหน้าอย่างมาก ขอท่านพี่ไป่รับไว้ด้วย..”ไป่หยวนเจียถึงกับอึ้งไปและรีบระล่ำระลักตอบไปว่า “คุณชายหลิง.. ข้ารับไว้ไม่ได้หรอก! นี่มัน..”หลิงหยุนหัวเราะเสียงดังและพูดขึ้นว่า “หากท่านมาที่นี่เพราะต้องการสิ่งเหล่านี้ ท่านก็จะไม่มีทางได้มันกลับไปอย่างแน่นอน! แต่หากท่านมาที่นี่เพราะเห็นว่าข้าเป็นสหาย ก็โปรดรับไว้ด้วย!”หลิงหยุนเป็นใครน่ะหรือหากคิดที่จะเอารัดเอาเปรียบหลิงหยุนแน่นอนว่าคนผู้นั้นจะไม่ได้อะไรกลับไปอย่างแน่นอน แต่หากใครที่ดีกับเขาแม้เพียงแค่เท่าน้ำหยดเดียว เขาก็จะตอบแทนกลับคืนเท่าผืนสมุทร!ไป่หยวนเจียยังคงต้องการที่จะปฏิเสธ..แต่เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นเคล็ดวิชาเมฆาล่องลอยในกระดาษ เขาก็เหมือนจะถูกแรงดึงดูดไว้จนไม่อาจถอนสายตากลับมาได้..“นี่มัน..เคล็ดวิชาตัวเบาที่หาวิชาใดเทียบได้ยากนัก!” ไป่หยวนเจียพึมพำออกมา และถึงกับสั่นเทิ้มไปทั้งร่าง..“ท่านพี่ไป่..หากข้าสามารถผ่านพ้นอันตรายครั้งนี้ไปได้ วันหน้าหากท่านพบเจอปัญหา ขอให้มาหาข้าทันที!”ในที่สุดไป่หยวนเจียก็ถอนสายตากลับมาจากกระดาษแผ่นนั้นได้อย่างยากลำบากเขากำกระดาษแผ่นนั้นไว้แน่น และรีบเอ่ยขอบคุณหลิงหยุนอย่างซาบซึ้งใจ“นี่..นี่.. นี่มันคือความจริง..”“ท่านพี่ไป่..ท่านต้องเก็บของสองสิ่งนี้ไว้ให้มิดชิด ไม่เช่นนั้นจะกลายเป็นว่าข้าทำให้ท่านต้องตกอยู่ในอันตราย!”หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยและลุกขึ้นตบไหล่ของไป่หยวนเจียพร้อมกับพูดขึ้นว่า “พี่ไป่.. ช่วงเวลากลางวันเช่นนี้ไม่มีใครจับตามองข้าเท่าไหร่ ท่านรีบออกจากจิงฉูให้เร็วที่สุด และสองสามวันนี้ก็ติดตามข่าวของข้าจากสถานีโทรทัศน์เจียงหนาน หรือไม่ก็ตามเวปไซต์ต่างๆได้..”ไป่หยวนเจียร้องถามขึ้นทัที“รายการทีวีงั้นรึ คุณชายหลิง.. นี่ท่านกำลังจะทำ..”หลิงหยุนยิ้มอย่างมีเลศนัยพร้อมตอบกลับทันที“เอาน่า.. เดี๋ยวท่านก็จะรู้เอง..”ไป่หยวนเจียกลับออกไปด้วยใบหน้ายิ้มแย้มถังเมิ่งเองก็เพิ่งกลับมาจากบ้านหลังที่อยู่ทางฝั่งตะวันตก..“พี่หยุน..ผู้ชายคนนั้นมาทำอะไรเหรอ”หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับตอบไปว่า“เขาก็มาบอกกับฉันว่า ครั้งนี้จะมีใครมารนหาที่ตายบ้างน่ะสิ!”