ตอนที่ 500
บทที่ 911 -912
October 22, 2026
จักรพรรดิเทพมังกร – บทที่ 911 : แวมไพร์ผู้ชาญฉลาด! “โอ้โหเจ้านาย..ท่านช่างแข็งแกร่งจริงๆเลย! เจสเตอร์ภูมิใจในตัวท่านมากที่สุด” “ว่าแต่เจ้านายที่เคารพ..เหตุร่างกายของท่านถึงเบาแบบนั้นล่ะ” เจสเตอร์จ้องหลิงหยุนเขม็งและนึกถึงภาพที่หลิงหยุนกางแขนทะยานขึ้นไปบนฟ้า.. หลิงหยุนเพิ่งจะดูดลมปราณของโตโยโทมิเข้าไปกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์เวลานี้ร่างกายของเขาจึงกลับสู่สภาพสมบูรณ์สูงสุดอีกครั้ง หลิงหยุนจึงทำตัวไม่ต่างจากเศรษฐีใหม่ ด้วยการเปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจภูมิประเทศโดยรอบอย่างละเอียด ส่วนในใจก็ครุ่นคิดหาวิธีจัดการกับศัตรูชุดใหม่ที่กำลังตามล่าเขาอย่างไม่หยุดหย่อน.. เมื่อได้ฟังคำประจบประแจงของเจสเตอร์หลิงหยุนก็กระโดดขึ้นไปบนแผ่นหลังของมันพร้อมกับตอบไปว่า “มันคือวิชาตัวเบา..เจ้ารู้จักหรือไม่ล่ะ” “เจ้าช่วยบินให้เร็วกว่านี้หน่อย!” “ขอรับเจ้านาย!” เจสเตอร์เร่งความเร็วขึ้นเป็นสองเท่าและเพียงแค่ประเดี๋ยวเดียวทั้งคู่ก็บินขึ้นไปถึงหน้าผาซึ่งอยู่สูงไปราวหนึ่งร้อยเมตร จากนั้นจึงบินสูงขึ้นไปอีกเรื่อยๆ และเป้าหมายก็คือยอดเขาเทียนเหมาเฟิง.. เจสเตอร์บินข้ามเนินเขาไปอีกไม่กี่ลูกในที่สุดก็หยุดอยู่ตรงตำแหน่งครึ่งกลางของยอดเขาเทียนเหมาเฟิง.. “ช่างเป็นยอดเขาที่สูงและอันตรายมากจริงๆ!” หลิงหยุนเงยหน้าขึ้นมอง และถึงกับร้องอุทานออกมา.. “เจ้านาย..จะให้ข้าบินขึ้น หรือบินลงดี” หลิงหยุนร้องสั่งเจสเตอร์“ขึ้นสิ.. ขึ้นไปบนยอดสูงสุดเลย!” “ได้เลยเจ้านาย..ตามใจท่าน!” เจสเตอร์ตอบพร้อมกับกระพือปีกอย่างแรงและทั้งคู่ก็บินสูงขึ้นไปอีกราวหกร้อยเมตร และในที่สุดก็ไปถึงยอดสูงสุดของเขาเทียนเหมาเฟิง หลิงหยุนยืนตระหง่านอยู่บนยอดเขาสูงพร้อมกับจ้องมองลงไปด้านล่างสำรวจดูทัศนียภาพโดยรอบ พื้นที่บนยอดเขาเทียนเหมาเฟิงนั้นส่วนที่กว้างที่สุดนั้นมีพื้นที่ไม่เกินห้าร้อยตารางเมตร และจุดที่สูงที่สุดนั้นดูเหมือนจะมีเส้นผ่าศูนย์กลางไม่ถึงสี่สิบเมตรด้วยซ้ำไป บนยอดเขานั้นไม่มีต้นไม้มีเพียงพื้นดินว่างเปล่า และหินขรุขระเต็มไปหมด จะมีบ้างก็เพียงวัชพืชเท่านั้น ยอดเขาแห่งนี้สูงจากพื้นดินถึงหนึ่งพันสี่ร้อยเมตร ในยามค่ำคืนเช่นนี้เสียงลมพัดจึงดังหวีดหวิวไปทั่ว ผมของหลิงหยุนปลิวสะบัด และเสื้อผ้าก็กระพือตามแรงลม “มองจากยอดเขาแห่งนี้เขาอื่นๆ ดูเล็กไปถนัดตา!” ยอดเขาเทียนเหมาเฟิงนั้นล้อมรอบไปด้วยภูเขามากมายในจุดที่หลิงหยุนยืนอยู่จึงมองเห็นภูเขาน้อยใหญ่เรียงรายขึ้นๆ ลงๆ สลับกันไปราวกับคลื่นในมหาสมุทร และในยามค่ำคืนที่มืดมิดเช่นนี้ ทิวเขาเหล่านี้จึงดูคล้ายกับมังกรที่กำลังหลับใหล ภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้าจึงดูราวกับเทพนิยายก็ไม่ปาน.. “ที่นี่..นอกจากเฮลิคอปเตอร์แล้ว คนธรรมดาทั่วไปขึ้นมาไม่ได้แน่!” หลังจากที่ชื่นชมดื่มด่ำกับความงดงามของทัศนียภาพโดยรอบแล้วหลิงหยุนก็ใช้วิชาตัวเบากระโดดไปสำรวจพื้นที่รอบๆ ตามขอบยอดเขา และพบว่าด้านล่างนั้นมีหน้าผาอยู่เต็มไปหมด ทำให้ไม่สามารถมองเห็นพื้นที่ด้านล่างได้ทั้งหมด.. “ตกลงไปก็มีแต่ตายเท่านั้น!ช่างเป็นสถานที่ที่เหมาะสำหรับสังหารศัตรูจริงๆ!” เจสเตอร์นั้นดูเหมือนจะพบเห็นทัศนียภาพมุมสูงเช่นนี้อยู่บ่อยๆมันจึงดูไม่ใส่ใจกับทิวทัศน์ด้านล่างมากนัก “เจ้านาย..พวกเราจะคอยศัตรูอยู่ที่นี่งั้นรึ” หลิงหยุนกำลังจะอ้าปากตอบแต่แล้วก็ต้องชะงักไป! และรีบหันหน้าไปมองทางทิศตะวันตกแทน แต่เมื่อใช้เนตรหยิน-หยาองมองดู หลิงหยุนก็ถึงกับอึ้งไปครู่หนึ่ง.. บนท้องฟ้ามืดมิดที่ไกลออกไปนั้นหลิงหยุนเห็นจุดสีดำเล็กๆ หลายจุดรวมตัวกันหนาแน่นคล้ายเมฆดำก้อนใหญ่หลายก้อน และปกคลุมไปทั่วท้องฟ้า กลุ่มเมฆดำเหล่านั้นกำลังมุ่งหน้ามาทางยอดเขาเทียนเหมาเฟิงแห่งนี้! ‘แวมไพร์งั้นรึ’ ม่านตาของหลิงหยุนหดเล็กลงทันทีและรีบร้องตะโกนบอกเจสเตอร์ “เจสเตอร์.. คู่ต่อสู้ของเจ้ามาแล้ว เตรียมตัวให้พร้อมล่ะ!” นอกเหนือจากเหล่านินจาที่ตามหลิงหยุนมาอย่างรวดเร็วแล้วที่เร็วไม่แพ้กันก็ดูเหมือนจะเป็นแวมไพร์นี่ล่ะ! เจสเตอร์เองก็สังเกตเห็นกลุ่มเมฆดำทะมึนที่อยู่ไกลๆเช่นเดียวกัน มันถึงกับร้องตะโกนออกมาอย่างตกใจ “โอ้โห..มากันมากขนาดนี้เชียวรึ! อย่าบอกนะว่าท่านดยุคแดร๊กคิวล่านำทีมมาด้วยตัวเอง?!” หลิงหยุนรู้จากเอ็ดเวิร์ดเจสเตอร์ แล้วก็พอลว่า ตระกูลเฉินได้เชิญดยุคแดร๊กคิวล่ามาที่ประเทศจีนด้วย เขาจึงร้องถามอย่างสงสัย.. “ดยุคแดร๊กคิวล่าที่เจ้าพูดถึงนั้นตัวของมันใหญ่โตเพียงใด และมีพละกำลังมากใด?” ตั้งแต่ที่ช่วยเกาเฉินเฉินออกมาได้หลิงหยุนก็ยังไม่ได้กลับเข้าตระกูลหลิงอีกเลย จึงยังไม่ได้พูดคุยกับมาร์ควิสเอ็ดเวิร์ด ทำให้ไม่รู้เหตุการณ์เกี่ยวกับแวมไพร์มากขึ้นเท่าไหร่! สีหน้าของเจสเตอร์เปลี่ยนเป็นเหยเกเล็กน้อยในขณะที่ตอบหลิงหยุน“ดยุคแดร๊กคิวล่าเป็นแวมไพร์ที่เก่งกาจมากทีเดียว เจ้านายที่เคารพ.. ดูเหมือนครั้งนี้พวกเราจะพบศึกหนักซะแล้ว!” หลิงหยุนขมวดคิ้วเข้าหากันเล็กน้อยจากนั้นจึงหันไปพูดกับเจสเตอร์ว่า “เจสเตอร์.. นี่เจ้าไม่เชื่อมั่นในตัวข้างั้นรึ หลังจากที่เจ้าได้รับเลือดของข้าเข้าไป เจ้าก็กลายเป็นแวมไพร์ที่แข็งแกร่งขึ้นมาทันที เหตุใดเพียงแค่ได้ยินชื่อดยุคแดร๊กคิวล่า ถึงได้มีสีหน้าหวาดกลัวเช่นนี้ได้!?” เจสเตอร์โต้กลับไปอย่างไม่ยอมแพ้“”“เจ้านายที่เคารพ..ต่อให้ข้าแข็งแกร่งมากขึ้นก็จริง แต่ก็ยังเป็นแค่แวมไพร์ขั้นไวส์เคานต์ ยังห่างจากดยุคแดร๊กคิวล่าถึงสามขั้น..”“เจ้านาย..ครั้งนี้ท่านต้องระวังตัวให้มากกว่าเดิม! เพราะท่านดยุคแดร๊กคิวล่าต้องใช้มนต์ดำอย่างแน่นอน..”“มนต์ดำงั้นรึ!”หลิงหยุนได้แต่คิดในใจว่าเมื่อครั้งที่เขาอยู่ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่นั้น เขาเคยเห็นนางฟ้ามีปีก และรู้ว่าพวกนางสามารถใช้มนต์ขาวได้..หลิงหยุนกำลังจะถามเพิ่มติมแต่ก็สังเกตเห็นว่าฝูงแวมไพร์บินเข้ามาใกล้ในระยะสองสามร้อยเมตรแล้ว และกำลังรีบเร่งมุ่งหน้ามาที่ยอดเขาแห่งนี้ หลิงหยุนจึงร้องตะโกนบอกเจสเตอร์..“เอาล่ะ..ไม่ต้องคิดอะไรมากแล้ว สู้กับพวกมันดีกว่า!”ยังไม่ทันที่หลิงหยุนจะพูดจบด้วยซ้ำไปคันธนูสีทองก็ปรากฏขึ้นในมือของเขา หลิงหยุนยกคันธนูขึ้นเล็งไปด้านหน้า และทันทีที่ปล่อยสายธนู ลูกธนูทั้งสามดอกก็พุ่งออกไปอย่างรวดเร็ว!คันธนูรูปพระจันทร์เสี้วยถูกน้าวสายออกมาจนกลายเป็นรูปพระจันทร์เต็มดวงแล้วลูกธนูก็พุ่งออกไปราวกับดาวตก..ฟิ้ว..ฟิ้ว.. ฟิ้ว..เพื่อแสดงให้เหล่าแวมไพร์ได้เห็นถึงแสนยานุภาพและความแข็งแกร่งของตนเอง หลิงหยุนจึงไม่ลังเลที่จะเป็นฝ่ายยิงธนูจู่โจมฝูงแวมไพร์ก่อน!ด้วยประสิทธิภาพของคันธนูทอง..ลูกธนูจึงสามารถพุ่งไปได้ไกลนับพันเมตร และในระยะห่างที่ไม่ถึงห้าร้อยเมตรนี้ ประกอบกับพลังและความแข็งแกร่งของหลิงหยุน จึงทำให้ลูกธนูพุ่งไปด้วยความเร็วชนิดที่ใครก็ยากจะหลบหลีกได้ทัน สิ้นเสียงดังผึง.. ค้างคาวหกเจ็ดตัวก็ถูกลูกธนูแทงทะลุร่างทันที!ลูกธนูทั้งสามดอกของหลิงหยุนนั้นแต่ละดอกยิงโดนค้างคาวอย่างน้อยสองตัว!หลังจากผ่านศึกการต่อสู้กับแวมไพร์บนเขาหยุนเหมิงมาหลิงหยุนจึงเริ่มรู้และเข้าใจพลังของแวมไพร์ขั้นไวส์เคานต์ และเคานต์ได้มากขึ้น เขาจึงไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวแวมไพร์ในขั้นนี้ เพราะเขาสังหารพวกมันมามากมายนับไม่ถ้วนแล้ว แต่หลิงหยุนกังวลกับแวมไพร์ขั้นมาร์ควิส และดยุคแดร๊กคิวล่ามากกว่า..เจสเตอร์ถึงกับกลืนน้ำลายพร้อมกับถามหลิงหยุนว่า“เจ้านาย.. มีแวมไพร์มากขนาดนี้ พวกเราจะรับมือได้ยังไง”“เจ้าแค่ป้องกันตัวเองให้ปลอดภัยก็พอส่วนที่เหลือเป็นหน้าที่ของข้าเอง!”หลิงหยุนมองกลุ่มเมฆสีดำขนาดมหึมาที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าเสียงของพวกมันนั้นฟังแล้วน่าสยดสยองยิ่งนัก สถานการณ์ในเวลานี้คงไม่ต่างจากมดเล็กๆ ที่เมื่อรวมตัวกันจำนวนมาก ก็สามารถกัดกินช้างขนาดใหญ่จนตายได้ หลิงหยุนจึงไม่คาดหวังว่าเจสเตอร์จะสามารถเอาชนะพวกมันได้..ลูกธนูอีกสามดอกของหลิงหยุนที่เพิ่งยิงออกไปนั้นนับว่าสามารถสร้างความวุ่นวายให้กับฝูงค้างคาวแวมไพร์ได้อย่างมากทีเดียว เพราะพวกมันต่างก็แยกย้าย และแตกออกเป็นเส้นทางสีดำห้าสายทันที..“แค่นี้ก็หวาดกลัวแล้วรึไม่กล้าจู่โจมข้าแล้วหรือยังไง?”ลูกธนูของหลิงหยุนที่ยิงออกไปทั้งสองรอบนั้นสามารถสังหารและทำให้ฝูงค้างคาวได้รับบาดเจ็บพร้อมกันสิบกว่าตัว ค้างคาวตัวอื่นๆ ที่กำลังบินตามนั้นถึงกับชะงัก และร้องงึมงำอยู่กลางอากาศก่อนที่จะกลายร่างเป็นนกยักษ์..ปัง..ปัง.. ปัง..ฝูงแวมไพร์ตอบคำถามหลิงหยุนด้วยเสียงปืน..เวลานี้กระสุนจำนวนมากมายราวกับห่าฝน ได้พุ่งเข้าใส่ร่างของหลิงหยุนกับเจสเตอร์ที่ยืนอยู่ด้านล่างทันที!“แย่แล้ว!เร็วเข้า.. รีบลงไปจากที่นี่ก่อน!”หลิงหยุนหันไปร้องตะโกนบอกเจสเตอร์ให้รีบลงจากยอดเขาทันที..“โอ้..ท่านซาตาน! พวกมันบ้าไปแล้ว”เวลานี้ร่างของเจสเตอร์มีลูกกระสุนปืนฝังอยู่ราวสิบกว่าลูกมันร้องคำรามออกมาอย่างเจ็บปวด และรีบวิ่งหนีมุ่งหน้าไปทางหน้าผาด้านล่างทันที!หลิงหยุนเองก็วิ่งไม่หยุดเช่นกันเขาใช้วิชาตัวเบากระโดดหนีไป ส่วนเจสเตอร์ก็กลางปีกใหญ่ป้องกันกระสุนปืนให้หลิงหยุนวิ่งหนีไปได้คล่องขึ้น..ในยามที่ความมืดมิดปกคลุมไปทั่วทั้งบริเวณเขาเช่นนี้เจ้านายและบริวารต่างก็วิ่งหลบกระสุนที่ฝูงแวมไพร์กระหน่ำยิงลงมาจากท้องฟ้าราวกับห่าฝนนั้น หลิงหยุนถึงกับตกใจจนร้องอุทานออกมา“แย่แล้ว..คิดไม่ถึงว่าแวมไพร์พวกนี้จะฉลาดถึงเพียงนี้!”ดยุคแดร๊กคิวล่าไม่ได้อยู่ในฝูงแวมไพร์นี้และแวมไพร์หลายตนก็พกปืนยาวติดตัวมาด้วย!ปัง..ปัง.. ปัง..เสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วท้องนภาหลิงหยุนกับเจสเตอร์ต่างก็วิ่งหนีกันให้จ้าละหวั่น และกระสุนเหล่านั้นก็มียิงโดนเจสเตอร์บ้าง จนมันถึงกับต้กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด“เจ้างั่งเอ๊ย!รีบไปหาหิน หรือต้นไม้ใหญ่กำบังตัวเร็วเข้า!”หลิงหยุนนั้นมีวิชาดาราคุ้มกายและชุดผ้าแพรไหมดำ ต่อให้กระสุนปืนยิงโดนร่าง เขาก็แค่รู้สึกระคายเคืองเท่านั้น แต่เขาจะต้องคอยระวังไม่ให้กระสุนปืนโดนศรีษะของตนเองเท่านั้น..หลิงหยุนวิ่งหนีไปก็เงยหน้าขึ้นมองฝูงแวมไพร์ และจัดการใช้ลูกธนูยิงพวกมันบ้างเป็นครั้งคราว พร้อมกับครุ่นคิดหาวิธีจัดการกับเหล่านกยักษ์นี้..เวลานี้แวมไพร์กำลังบินไล่กราดยิงหลิงหยุนอยู่บนท้องฟ้าหลิงหยุนจึงไม่ต่างจากเป้ามีชีวิต และให้พวกมันไล่ล่าเหมือนที่ถังเมิ่งพูด ต่อให้เขาแข็งแกร่งมากเพียงใด ก็คงยากที่จะทานทนได้หากยังเป็นเช่นนี้!“เจ้านาย..หรือพวกเราจะกลับเข้าไปที่ตัวเมืองดี เพราะถ้าอยู่ในตัวเมืองแวมไพร์พวกนี้ไม่กล้ายิงแน่นอน..”เจสเตอร์ถูกยิงเข้าถึงยี่สิบกว่าแห่งมันคิดไม่ออกว่าจะสู้กับฝูงแวมไพร์มากมายเช่นนี้ได้อย่างไร จึงได้แต่ร้องถามหลิงหยุน..“เจ้าบ้า..นี่เจ้าเป็นปีศาจจริงงั้นรึ พบเจอความลำบากเพียงแค่นี้ก็คิดที่จะหนีแล้ว..”