ตอนที่ 502
บทที่ 915-916
October 22, 2026
จักรพรรดิเทพมังกร – บทที่ 915 : สังหารแวมไพร์ขั้นมาร์ควิส! หลังจากเผชิญหน้ากับศัตรูมากมายนับไม่ถ้วนหลิงหยุนก็ได้ใช้กำลังภายในหมดไปเกือบจะครึ่งหนึ่งแล้ว.. แม้ว่าหลิงหยุนจะยังไม่ถึงกับรู้สึกอ่อนล้าหมดเรี่ยวหมดแรงแต่อีกฝ่ายนั้นเป็นถึงแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสที่มีพลังอำนาจมากถึงสามตน และยังเหลือแวมไพร์ขั้นเคานต์อีกหลายสิบตน ความแข็งแกร่งของอีกฝ่ายนั้นจึงเป็นสิ่งที่หลิงหยุนไม่อาจประมาทได้.. แต่หลิงหยุนก็ไม่ได้รู้สึกกังวลใจแต่อย่างใดเขายังมีลูกธนูเงินอีกมากมาย มียันต์เตโช และมีปราณเสวียนปราณหวงที่สามารถสะกดเหล่าแวมไพร์ได้ อีกทั้งยังมีน้ำลายมังกรและพลังอมตะสีเหลืองและดำซึ่งบรรจุอยู่ในกล่องหยก พลังชีวิตเหล่านี้หลิงหยุนสามารถเรียกขึ้นมาดูดซับเข้าไปในร่างกายได้ทันที และที่สำคัญ..หลิงหยุนยังมีไพ่ใบสำคัญซึ่งก็คือวิชาหยางพิสุทธิ์นั่นเอง! ดังนั้น..หลิงหยุนจึงมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าหากศัตรูตรงหน้าไม่ถอยหนีกันไปเสียก่อน เขาจะสามารถสังหารแวมไพร์ที่เหลือได้หมดอย่างแน่นอน แต่ถึงอย่างไรก็ตามหลิงหยุนเองก็ไม่รู้ว่าคืนนี้จะมีศัตรูตามเขามาอีกมากมายเท่าไหร่ เขาจึงไม่ต้องการแสดงพลังความแข็งแกร่งทั้งหมดของตนเองออกไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งวิชาหยางพิสุทธิ์ เพราะเป็นสิ่งล้ำค่าเกินไป หากไม่เผชิญหน้ากับความเป็นความตายจริงๆ หลิงหยุนก็จะไม่ใช้มันอย่างเด็ดขาด “ฆ่าพวกมันให้หมด!” เมื่อเจสเตอร์ฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บแล้วหลิงหยุนก็กระโดดขึ้นไปยืนบนแผ่นหลังของเจสเตอร์อีกครั้ง และกระบี่โลหิตแดนใต้ก็ปรากฏขึ้นในมือซ้าย เวลานี้ทั้งคู่ไม่ต่างจากอินทรีย์ที่กำลังเหินอยู่กลางท้องนภาอย่างสง่างาม และพุ่งตรงเข้าใส่แวมไพร์ขั้นมาร์ควิสทั้งสามตน! ในเรื่องของการรักษานั้นหลิงหยุนนับว่าทำได้รวดเร็วกว่ามาร์ควิสแอนเดอร์สันมาก เพราะจนถึงตอนนี้มาร์ควิสแอนเดอร์สันยังคงไม่เสร็จสิ้นกระบวนการรักษาเลย.. แวมไพร์ขั้นเคานต์ที่ยังรอดชีวิตต่างก็ไม่สนใจใยดีชีวิตของตนเอง แม้รู้ว่าจะต้องตายด้วยคมกระบี่ของหลิงหยุน แต่ก็ยังคงพุ่งเข้าต่อสู้กับหลิงหยุนตนแล้วตนเล่า.. ศัตรูของหลิงหยุนนั้นถูกสังหารตายไปจนเหลือไม่มากเท่าไหร่..แต่หลิงหยุนกับเจสเตอร์กลับดูผ่อนคลาย และสดชื่นมากขึ้นยิ่งกว่าเดิม ครั้งนี้หลังจากได้รับปราณเสวียนและปราณหวงเข้าไป เจสเตอร์จึงรู้สึกกระชุ่มกระชวย และหัวสมองปลอดโปร่ง สามารถคิดการได้เฉลียวฉลาดมากขึ้น ดังนั้นแทนที่จะบินตรงเข้าไปกลางฝูงแวมไพร์มันกลับบินสูงขึ้น และวนไปรอบๆ ฝูงแวมไพร์ ก่อนจะบินออกโฉบออกมาอีกครั้ง.. นี่เท่ากับเป็นการล่อเสือออกจากถ้ำเพื่อสลายฝูงแวมไพร์ที่บินป้องกันอยู่เหนือแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสทั้งสามตน.. หลิงหยุนมีหน้าที่เพียงแค่คิดว่าจะจะสังหารฝูงแวมไพร์ให้หมดไปอย่างรวดเร็วได้อย่างไรเขาถ่ายเทพลังหยินและหยางลงไปบนกระบี่สีดำ เมื่อไอดำที่ปกคลุมกระบี่ และตัวกระบี่สีดำฟาดฟันเข้ากับร่างของแวมไพร์ตนใด ก็จะตามมาด้วยเสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด ก่อนจะร่วงลงไปตายในที่สุด.. จากการต่อสู้ในครั้งนี้..ทำให้หลิงหยุนได้รับรู้ว่าสำหรับแวมไพร์แล้ว พวกมันสามารถยอมพลีทั้งกายและวิญญาณให้กับผู้เป็นเจ้านายได้เลยทีเดียว! และหากดยุคแดร๊กคิวล่าซึ่งเป็นราชาแห่งแวมไพร์นำทัพมาด้วยตัวเองประเทศจีนไม่ต้องพบกับหายนะใหญ่หลวงงั้นหรือ หลิงหยุนได้แต่แอบหวาดผวาอยู่ในใจแต่ก็ไม่แสดงสิ่งใดออกมา และยิ่งสังหารพวกมันได้มากเท่าไหร่ หลิงหยุนก็ยิ่งฮึกเหิมมากขึ้นเท่านั้น เขาทำการสังหารแวมไพร์ขั้นเคานต์และไวส์เคานต์อยู่กลางอากาศโดยไม่พูดอะไร! เวลานี้เหลือเพียงแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสทั้งสามที่ยังคงอยู่บนยอดเขาเทียนเหมาเฟิง.. ครั้งนี้เจสเตอร์ตั้งใจไว้ว่าจะพยายามไม่ให้ตนเองได้รับบาดเจ็บอีกจะต้องรักษาความแข็งแกร่ง และสภาพร่างกายให้สมบูรณ์ที่สุด “เจ้านาย..พวกเราจะต้องรีบสังหารพวกมันให้ตายทั้งหมดตอนนี้เลยรึ” เมื่อเจสเตอร์เห็นว่าจนถึงตอนนี้หลิงหยุนสามารถสังหารเหล่าแวมไพร์ไปได้มากมายถึงห้าร้อยกว่าตนแล้ว มันจึงถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง เพราะไม่รู้ว่าหลิงหยุนที่อยู่บนหลังของตนนั้นจะเหนื่อยล้ามากเพียงใด “อย่างไรพวกมันก็คงจะไม่หนีไปใหนในเมื่อพวกมันไม่หนี พวกเราก็ควรพักก่อนจะดีกว่า.. เพราะข้าเสียพลังไปกับการไล่ฆ่าแวมไพร์ปลายแถวไปมากแล้ว!” แม้ว่าหลิงหยุนจะยังไม่ถึงกับหมดเรี่ยวหมดแรงไปเลยทีเดียวแต่การที่ต้องน้าวสายธนูนับครั้งไม่ถ้วน และต้องจับกระบี่ฟาดฟันใส่ศัตรูนับร้อยๆ ครั้งเช่นนี้ ความแข็งแกร่งในตัวก็ย่อมลดลงเป็นธรรมดา เพราะเขายังคงเป็นมนุษย์.. ไม่ใช่เซียน! และคันธนูทองของหลิงหยุนนั้นแต่ละครั้งที่น้าวสายธนูก็ต้องใช้แรงดึงเป็นร้อยๆ กิโลกรัม ในขณะเดียวกันกระบี่โลหิตแดนใต้ และดาบพายุ ก็ยังมีน้ำหนักเป็นร้อยกิโลกรัมเช่นกัน เช่นนี้แล้วจะไม่ให้เรียวแรงของหลิงหยุนลดลงได้อย่างไรกัน ทั้งหมดนี้ล้วนต้องใช้ความแข็งแกร่งและพละกำลังของร่างกาย อีกทั้งเพื่อเป็นการระมัดระวังไม่ให้ตนเองได้รับบาดเจ็บ หลิงหยุนจึงต้องเปิดจิตหยั่งรู้ขั้นสุดไว้คอยระแวดระวังการโจมตีของศัตรูอีกด้วย เขาจึงสูญเสียกำลังภายในไปไม่น้อย! หลังจาที่ไล่ล่าสังหารศัตรูไปอย่างดุเดือดเวลานี้ร่างกายหลิงหยุนก็ใช้กำลังไปถึงเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ และเนื้อตัวก็มีเลือดเปื้อนอยู่เต็มไปหมด มือไม้ก็เริ่มอ่อนล้า.. หลิงหยุนคิดไม่ถึงว่ามาร์ควิสแอนเดอร์สันจะใช้ให้แวมไพร์ที่เหลือสองร้อยตนสุดท้ายต้องมาตายเช่นนี้ถึงแม้มันจะรู้ดีว่าแวมไพร์เหล่านั้นไม่มีทางสังหารหลิงหยุนได้ แต่อย่างน้อยพวกมันก็จะทำให้หลิงหยุนต้องใช้พลังในการต่อสู้ และในที่สุดพละกำลังของหลิงหยุนก็จะลดลงจากเดิม อย่างน้อยก็ต้องกว่าครึ่ง! และในเมื่อโอกาสที่มันรอคอยมาถึงแล้วมีหรือที่มาร์ควิสแอนเดอร์สันผู้ผ่านโลกมานานหลายร้อยปี จะยอมเสียโอกาสดีๆเช่นนี้ไป! “จัดการแย่งดาบวิเศษของแวมไพร์กลับไปและจับปีศาจตนนี้กลับไปให้เจ้านาย!” มาร์ควิสแอนเดอร์สันกระซิบบอกแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสอีกสองตนจากนั้นมันก็กระพือปีกใหญ่ยักษ์นั้นบินเข้าใส่หลิงหยุนทันที! แวมไพร์ขั้นมาร์ควิสอีกสองตนบินตามแอนเดอร์สันและพุ่งตรงไปหาหลิงหยุนทันที แม้พวกมันจะเหลือกันเพียงแค่นี้ แต่การต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตายที่แท้จริงก็เพิ่งจะเริ่มขึ้นเท่านั้น! “งั้นรึ..ข้าจะคอยดู!” หลิงหยุนพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันและร้องบอกเจสเตอร์ให้บินไปทางเทือกเขาเซียนเหยินหลิงแทน ใช่ว่าหลิงหยุนจะหวาดกลัวไม่กล้าปะทะ..เพียงแต่ไม่ต้องการที่จะสู้กับพวกมันบนยอดเขาเทียนเหมาเฟิงต่างหาก เขาสู้กับศัตรูบนยอดเขาแห่งนี้มาร่วมชั่วโมงแล้ว และคาดว่ายอดฝีมือของตระกูลเฉินกับตระกูลซันก็น่าจะใกล้มาถึงแล้วเช่นกัน หากยอดฝีมือที่มาล้วนแข็งแกร่งในระดับเดียวกับหลิงหยุน เขาคงต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบอย่างมากแน่.. แต่ไม่ว่าตระกูลเฉินและตระกูลซันจะส่งยอดฝีมือที่แข็งแกร่งมากเพียงใดมาก็ตามหลิงหยุนก็สามารถหาวิธีที่จะสังหารพวกมันได้อยู่ดี และครั้งนี้ทั้งตระกูลซันกับตระกูลเฉินจะต้องหลั่งเลือดครั้งใหญ่! ‘หากพวกเจ้าไม่มาพวกเจ้าก็จะไม่ตาย!’ และนับว่าโชคดีที่หลิงหยุนเป็นคนมองการณ์ไกลและการที่จะสู้ต่อ หรือหลบหนีนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นการตัดสินใจของหลิงหยุนเพียงผู้เดียวทั้งสิ้น!มาร์ควิสแอนเดอร์สันและแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสอีกสองตน กำลังบินไล่ตามหลิงหยุนไป แน่นอนว่าพวกมันย่อมต้องบินได้เร็วกว่าเจสเตอร์ซึ่งเป็นแวมไพร์ขั้นไวส์เคานต์อย่างแน่นอนมาร์ควิสแอนเดอร์สันพูดภาษาจีนไม่ได้จึงร้องตะโกนบอกหลิงหยุนเป็นภาษาอังกฤษ“Mr.Ling, we can make a deal. If you return the holy Storm Sword to us, I can promise that the hate between you and Blood Clan will be written off!”(มิสเตอร์หลิง..พวกเรามาเจรจากันจะดีกว่า ผมรับรองว่าตราบใดที่คุณคืนดาบพายุศักดิ์สิทธิ์ให้กับแวมไพร์ ความแค้นระหว่างคุณกับเหล่าแวมไพร์จะเป็นอันจบสิ้นกัน!)มาร์ควิสแอนเดอร์สันประเมินว่าหลิงหยุนเริ่มอ่อนแรงแล้วและกำลังคิดที่จะหนี มันจึงรีบเจรจากต่อรองกับหลิงหยุนทันที และหวังที่จะได้ดาบพายุกลับคืนให้กับเหล่าแวมไพร์..หลิงหยุนฟังแล้วก็ได้แต่นึกขัน‘ข้ากำลังจะเล่นซ่อนหากับพวกเจ้าต่างหากเล่า.. นี่เจ้าคิดว่าข้ากลัวพวกเจ้าจริงๆงั้นรึ’หลิงหยุนเรียกน้ำเต้าวิเศษออกมา..เขาดื่มน้ำลายมังกรเข้าไปเพื่อเพิ่มพลังชีวิต และเริ่มเดินลมปราณภายในร่างกายทันที ขณะที่พลังหยิน และหยางในร่างกายของหลิงหหยุนค่อยๆ เพิ่มขึ้นเพื่อฟื้นฟูความแข็งแกร่งกลับมาดังเดิมนั้น เขาก็เรียกต้นหลิวเทวะซึ่งเป็นสมบัติประจำตระกูลหลิงออกมา และพลังชีวิตธาตุไม้ก็กระจายออกมาจากหลิวเทวะต้นนั้น..ทันทีที่น้ำลายมังกรเข้าไปในร่างกายปราณมังกรก็เคลื่อนตัวไปตามเส้นลมปราณของหลิงหยุนอย่างรวดเร็ว ทำให้กำลังภายในค่อยๆฟื้นฟูกลับคืนมา ในเวลาเดียวกันพลังชีวิตธาตุไม้จากต้นหลิวเทวะก็ถูกดูดซับเข้าไป หลิงหยุนจึงรู้สึกสดชื่นอย่างมาก จุดตันเถียนที่อัศจรรย์ของเขาก็เริ่มหมุนเร็วขึ้น และกระแสวนหยิน-หยางก็เริ่มหมุนอย่างรวดเร็วเช่นกัน และได้สร้างพลังหยิน-หยางขึ้นภายในร่างกายใหม่ แล้วจึงเคลื่อนไปตามเส้นลมปราณวิสามัญทั้งแปดเส้นทันที!จากนั้นหลิงหยุนจึงเรียกน้ำเต้าวิเศษและต้นหลิวเทวะกลับเข้าไปเก็บในแหวนพื้นที และเรียกคันธนูทองคำออกมาอีกครั้ง“เจสเตอร์..เจ้าบินช้าลงหน่อย ข้าจะยิงพวกมัน!”หลิงหยุนหันหลังไปเผชิญหน้ากับแวมไพร์ทั้งสามตนที่กำลังไล่ล่าตามหลังมาเขาแอบเรียกลูกธนูเงินออกมาสามดอก และหลังจากเปิดจิตหยั่งรู้จับไว้ที่ร่างของแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสตนหนึ่งแล้ว หลิงหยุนก็น้าวสายธนูยิงออกไปทันที!ฟิ้ว..ฟิ้ว.. ฟิ้ว..เสียงลูกธนูเงินทั้งสามดอกพุ่งไปยังเป้าหมายที่อยู่ห่างไปเพียงแค่ห้าสิบเมตรระยะที่กระชั้นชิดเช่นนี้ มีหรือที่มาร์ควิสตนนั้นจะหลบได้ทัน ร่างของมันจึงถูกธนูเงินทั้งสามดอกเข้าไปพร้อมกัน.. เรียกได้ว่าไม่ตายก็คงเลี้ยงไม่โต!“เลี้ยวเจสเตอร์!”หลังจากยิงเข้าเป้าหมายได้อย่างเป็นที่พอใจแล้วหลิงหยุนจึงร้องตะโกนสั่งให้เจสเตอร์เลี้ยวไปอีกด้านทันที เจสเตอร์เองก็ช่างรู้ใจหลิงหยุนนัก มันบินพุ่งเข้าใส่ร่างของมาร์ควิสแอนเดอร์สันทันที!เมื่อครู่พวกมันเป็นฝ่ายไล่ล่าและหลิงหยุนเป็นฝ่ายหนี แต่ตอนนี้กลับกัน.. หลิงหยุนพลิกมาเป็นฝ่ายไล่ล่า“แย่แล้ว!”มาร์ควิสแอนเดอร์สันเห็นหลิงหยุนสามารถสังหารแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสอีกหนึ่งตนได้ภายในเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาทีมันถึงกับพุ่งเข้าใส่หลิงหยุนอย่างคลุ้มคลั่ง พร้อมกับอ้าปากกัดลิ้นตนเอง และเมื่อเข้าไปใกล้จึงพ่นละอองเลือดใส่หลิงหยุนทันที!“ละอองปีศาจ!”และนี่คืออีกหนึ่งเวทย์มนต์ของเหล่าแวมไพร์..ละอองปีศาจนี้นอกจากจะมีพิษแล้ว ยังสามารถปิดกั้นการมองเห็นจากศัตรูอีกด้วย“เจ้านาย..ระวัง! มันเป็นละอองพิษ!”เจสเตอร์นั้นมีพลังอำนาจที่ด้อยกว่ามาร์ควิสแอนเดอร์สันถึงสองขั้นมันจึงรีบบินหลบทันที แต่ก็ไม่ทันการ เพราะเวลานี้ละอองปีศาจได้ปกคลุมร่างของหลิงหยุนจนแดงเถือกไปหมด เขาจึงกลั้นหายใจ และเปิดจิตหยั่งรู้ขั้นสุด..“บินไปทางซ้าย!”เจสเตอร์นั้นไม่สามารถต้านทานอานุภาพของละอองปีศาจได้มันจึงไม่สามารถมองเห็นทิศทางข้างหน้า และได้แต่บินไปตามคำสั่งของหลิงหยุนแต่ใช่ว่าเจสเตอร์จะไร้ประโยชน์..เพียงแต่หลิงหยุนนั้นมีทั้งจิตหยั่งรู้ และเนตรหยิน-หยาง เขาจึงสามารถมองทะลุหมอกดำนี้ไปได้ อีกทั้งยังได้โคจรดาราคุ้มกายปกป้องร่างกายไว้ จึงไม่รู้สึกหวาดกลัวต่อพิษของละอองปีศาจแต่อย่างใดมาร์ควิสแอนเดอร์สันยังคงถูกหลิงหยุนไล่ล่ามันเองก็คิดไม่ถึงว่าหลิงหยุนจะสามารถมองฝ่าหมอกสีดำได้ อีกทั้งยังไม่หวาดกลัวต่อพิษของละอองปีศาจอีกด้วย..“ธนูโลหิต!”ในเวลาเดียวกันนั้นเอง..แวมไพร์ขั้นมาร์ควิสอีกตนหนึ่ง ก็พุ่งมาจากด้านซ้ายมือ และใช้เขี้ยวที่แหลมคมของมันกัดนิ้วมือทั้งสิบของตนเอง และซัดใส่หลิงหยุนทันที“เจ้าตายได้แล้ว!”หลิงหยุนร้องตะโกนพร้อมกับยื่นฝ่ามือขวาออกไปกระแสวนหยิน-หยางเริ่มหมุนกลับ และดูดเอาธนูโลหิตทั้งสิบเข้ามาไว้ที่ฝ่ามือขวาของตนเองทันที ส่วนมือซ้ายก็ฟาดฟันกระบี่โลหิตแดนใต้เข้าใส่ร่างของมาร์ควิสตนนั้น..ชัวะ!และร่างของแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสก็ถูกหลิงหยุนฟันขาดคอขาดกระเด็นออกจากร่างตายในทันที!จักรพรรดิเทพมังกร – บทที่ 916 : เวทย์มนต์แวมไพร์!ฝ่ามือของหลิงหยุนที่ดูดเอาธนูโลหิตทั้งสิบมากำไว้นั้นเวลานี้ร้อนระอุราวกับถูกไฟแผดเผา เขารีบก้มลงไปมองทันที และพบว่าฝ่ามือขวาของตนเองนั้นมีควันสีขาวพวยพุ่งออกมา และเป็นแผลไหม้พุพองไปหมด..“นี่มันอะไรกัน!”หลิงหยุนร้องอุทานออกมาอย่างตกใจ..วิชาดาราคุ้มกายเมื่อฝึกถึงระดับสูงสุดของขั้นที่สองนั้น ไม่ควรที่ไฟและพิษจะทำอันตรายผิวหนังของเขาได้ แต่ธนูโลหิตของแวมไพร์ขั้นมาร์ควิสกลับทำให้เขาบาดเจ็บได้ถึงเพียงนี้!แต่นาทีนี้หลิงหยุนไม่ต้องการเสียเวลาครุ่นคิดนานมากนักเขาจัดการเก็บกระบี่โลหิตแดนใต้ในมือซ้าย และเรียกยันต์บำบัดออกมาทันที หลังจากที่แปะยันต์ไว้ที่ฝ่ามือข้างขวาเรียบร้อยแล้ว หลิงหยุนก็ร้องสั่งให้ยันต์ออกฤทธิ์ทันที!ด้วยอานุภาพของยันต์บำบัดฝ่ามือที่พุพองของหลิงหยุนกลับดีขึ้นเป็นปกติภายในพริบตา..“โอ๊ย!ดวงตาของข้า!”