ตอนที่ 504
บทที่ 919-920
October 22, 2026
จักรพรรดิเทพมังกร – บทที่ 919 : ห้ามไปจากที่นี่! ทั้งตระกูลซันและตระกูลเฉินต่างก็พายอดฝีมือมาด้วยมากมายจึงไม่เห็นฉินตงเฉี่วยอยู่ในสายตา และทันทีที่สิ้นเสียงสั่งการของเฉินไห่ซาน ชายชราผิวคล้ำก็พุ่งเข้าใส่ฉินตงเฉี่วยทันที.. ส่วนเฉินไห่ซานนั้นกระโดดถอยหลังหลบไปพร้อมกับร้องตะโกนออกไปว่า“ท่านตู้.. ระวังอย่าให้แม่นางฉินได้รับบาดเจ็บล่ะ!” แม้ปากจะร้องตะโกนออกไปเช่นนั้นแต่ในใจกลับคิดที่จะบีบให้ฉินตงเฉี่วยพ่ายแพ้ และจับตัวนางไว้เพื่อไม่ให้ตระกูลฉินออกหน้าช่วยหลิงหยุนได้.. เวลานี้หลิงหยุนตกเป็นเป้าหมายของเหล่าชาวยุทธแต่ฉินตงเฉี่วยนั้นไม่ใช่! อีกทั้งตระกูลเฉิน และตระกูลซันต่างก็สูญเสียเพราะหลิงหยุนมามากแล้ว พวกเขาจึงไม่สามารถปล่อยให้ฉินตงเฉี่วยทำให้สองตระกูลต้องสูญเสียไปมากกว่านี้ได้อีก การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายจึงเป็นไปอย่างเอาเป็นเอาตาย.. ฉินตงเฉี่วยร้องตะโกนตอบกลับไป“เฉินไห่ซาน.. เจ้าหยุดเสแสร้งได้แล้ว หากข้าหวาดกลัวที่เจ้ามีคนมากกว่า ก็คงจะไม่ตามเจ้ามาที่นี่เป็นแน่!” ระหว่างที่โต้เถียงกันอยู่นั้นชายชราแซ่ตู้ก็เข้ามาประชิดตัวฉินตงเฉี่วยพอดี และพูดกับฉินตงเฉี่วยด้วยเสียงที่เบาราวกระซิบ “แม่นางฉิน..ในเมื่อเจ้าต้องการปกป้องเด็กนั่น ก็ต้องเป็นศัตรูกับข้า!” ชายชราแซ่ตู้พูดจบก็ตรงเข้าจู่โจมที่กระบี่เล่มยาวในมือของฉินตงเฉี่วยทันทีและมีจุดประสงค์ที่จะทำให้กระบี่มังกรขาวหลุดจากมือของนาง! “คิดจะแย่งชิงกระบี่ของข้างั้นรึเจ้ายังไม่คู่ควร!” ฉินตงเฉี่วยยิ้มหยัน..พร้อมกับบิดข้อมือสะบัดกระบี่มังกรขาวพุ่งเข้าหมายตัดแขนของชายชราทันที! “แม่นางฉิน..ฝีมือของเจ้าไม่เลวเลยนี่!” ชายชราแซ่ตู้เดินลมปราณไปทั่วร่างกำลังภายในของเขาแข็งแกร่งไม่เบาเลยทีเดียว อีกทั้งวรยุทธก็ว่องไวปานม้าศึก แต่เมื่อเห็นฉินตงเฉี่วยตอบโต้กลับอย่างรุนแรงเช่นนั้น จึงได้แต่หัวเราะออกมา.. มือข้างขวาของชายชราสะบัดเบาๆเพื่อหลบหลีกกระบี่ยาวในมือของฉินตงเฉี่วย ก่อนจะค่อยๆ พลิกกลับหมายใช้ฝ่ามือจับปลายกระบี่ยาวนั้นไว้ สีหน้าของชายชราแซ่ตู้เต็มไปด้วยความมั่นอกมั่นใจว่าจะสามารถแย่งชิงกระบี่มังกรขาวในมือของฉินตงเฉี่วยมาได้และหากสามารถแย่งชิงมาได้แล้ว เขาก็จะยึดกระบี่เล่มนี้เป็นของตนเอง และถึงต้อนนั้นฉินตงเฉี่วยซึ่งไร้กระบี่ในมือ ก็คงไม่เหลือฤทธิ์เดชอะไรอีก! แต่แล้วชายชราก็ต้องตกใจและตกตะลึงอย่างที่สุด! เมื่อพบว่าตนเองสามารถคว้ากระบี่คมกริบในมือของฉินตงเฉี่วยไว้ได้ แต่กลับได้ยินเสียงคมกระบี่ตัดเข้าที่ฝ่ามือของตนเองเสียงดังชัวะ.. และตามมาด้วยเลือดสีแดงที่พุ่งกระฉูดออกจากฝ่ามือทันที.. “ห๊ะ!” ชายชราแซ่ตู้สัมผัสได้ถึงปลายกระบี่เย็นที่ฝังลงไปบนเนื้อและพบว่าฝ่ามือของตนเองถูกคมกระบี่ตัดขาดไปครึ่งหนึ่ง ชายชราถึงกับกรีดร้องออกมา และรีบกระโดดถอยหลังกลับไปทันที! “เป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไรกัน!” ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็พากันตกอกตกใจยอดฝีมือที่เฉินไห่ซานและซันเทียนปานำมาด้วยนั้น ล้วนแล้วแต่อยู่เหนือขั้นเซียงเทียน-3 ทั้งสิ้น อีกทั้งชายชราแซ่ตู้ผู้นี้ก็อยู่ในระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-5 แต่เพียงแค่เริ่มต้นของการต่อสู้เท่านั้น ฉินตงเฉี่วยก็สามารถตัดฝ่ามือของชายชราขาดเสียแล้ว! เฉินไห่ซานไม่มีเวลาที่จะครุ่นคิดอะไรอีกเขารีบกระโดดเข้าไปช่วยชายชราแซ่ตู้ไว้ทันที และไดเทำการสกัดจุดบริเวณแขนของชายชราไว้เพื่อห้ามเลือดให้ พร้อมกับร้องถามขึ้นว่า “ท่านตู้..นี่มันเกิดอะไรขึ้น เหตุใดท่านจึงบาดเจ็บได้?” ชายชราแซ่ตู้มีสีหน้าเจ็บปวดและมีเหงื่อผุดขึ้นเต็มใบหน้าไปหมด เขากัดฟันพร้อมกับตอบไปว่า “คุณชายเฉิน..ท่านต้องระมัดระวังให้มาก กระบี่เล่มนั้นคมยิ่งนัก ไม่เช่นนั้นพวกเราอาจต้องพ่ายแพ้ให้แก่นางได้..” ชายชราแซ่ตู้ร้องบอกเฉินไห่ซานอย่างเคียดแค้นและดูเหมือนว่าครั้งนี้เฉินไห่ซานจะไม่คิดอ่อนข้อให้กับฉินตงเฉี่วยแน่.. ‘เหตุใดกระบี่ของนางจึงมีอานุภาพที่น่ากลัวเช่นนี้เป็นไปได้อย่างไรกัน?!’ เฉินไห่ซานได้แต่นึกประหลาดใจ..เดิมทีเขาคิดว่ากระบี่ในมือฉินตงเฉี่วยนั้นคงเป็นแค่กระบี่ที่ทำจากเหล็กบาง และคิดว่าชายชราแซ่ตู้คงจะต้องเป็นฝ่ายชนะได้อย่างง่ายดาย แต่กลับคิดไม่ถึงว่าชายชราจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับฉินตงเฉี่วยแทน! จากที่ประเมินนั้น..เฉินไห่ซานคาดว่าฉินตงเฉี่วยอย่างมากก็อยู่ในระดับเริ่มต้นของขั้นเซียงเทียน-5 แต่เหตุใดจึงแข็งแกร่งกว่าชายชราแซ่ตู้ซึ่งอยู่เหนือนางขึ้นไปถึงสองระดับได้.. นั่นเพราะไม่มีใครรู้ว่าที่ฉินตงเฉี่วยทำเช่นนั้นก็เพราะนางฝึกวิชาดาราคุ้มกายนั่นเอง.. ฉินตงเฉี่วยเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ในการต่อสู้ครั้งแรก..แต่นางกลับไม่ตรงเข้าไปทำร้ายชายชราแซ่ตู้ต่อ ฉินตงเฉี่วยยังคงยืนนิ่อยู่ที่เดิมพร้อมกับยกกระบี่ในมือชี้ไปทางชายชรา แล้วจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “คนแซ่ตู้..หากเจ้ายังกล้าเหิมเกริมอีก ครั้งนี้ข้าจะตัดลิ้นของเจ้าทิ้งซะ!” ระหว่างที่ชายชราแซ่ตู้กำลังจะกรีดร้องออกมาด้วยความเคียดแค้นเฉินไห่ซานกลับหันไปมองฉินตงเฉี่วย เขาหรี่ตาลงเล็กน้อยพร้อมกับพูดขึ้นว่า “คิดไม่ถึงว่าแม่นางฉินจะมีวรยุทธสูงส่งเพียงนี้ถ้าเช่นนั้นก็อย่าตำหนิว่าข้ารังแกเจ้าก็แล้วกัน!” จากนั้นเฉินไห่ซานก็ยกมือขึ้นพร้อมกับร้องสั่งว่า“ห้าพยัคฆ์ตระกูลเผิง ถึงคราวของพวกท่านแล้ว!” ยอดฝีมือห้าคนซึ่งเป็นชายร่างใหญ่กระโดดออกมาข้างหน้าพร้อมดาบโลหะและพุ่งเข้าไปล้อมร่างของฉินตงเฉี่วยไว้อย่างรวดเร็ว “ฆ่านาง!” ครั้งนี้เฉินไห่ซานไม่ปราณีและร้องสั่งห้าพยัคฆ์ตระกูลเผิงให้สังหารฉินตงเฉี่วยทันที! ห้าพยัคฆ์ตระกูลเผิงโจมตีฉินตงเฉี่วยด้วยเพลงดาบเดียวกันแต่พุ่งเป้าไปที่ตำแหน่งต่างกันตั้งแต่ศรีษะ ลำตัว และขา ดาบสีเงินพุ่งเข้าใส่ร่างของฉินตงเฉี่วยจากทุกทิศทางพร้อมกันเช่นนี้ เท่ากับเป็นการปิดประตูหนีของนางทันที! “เป็นเพลงดาบที่ยอดเยี่ยมมากแต่มันก็ยังไม่เยี่ยมพอ!” ฉินตงเฉี่วยยังคงยืนนิ่งระหว่างที่กำลังจ้องมองดาบทั้งห้าเล่มที่จู่โจมเข้ามาพร้อมกันจากนั้นมือขวาของนางก็ยกกระบี่มังกรขาวในมือขึ้นฟาดฟันใส่ดาบทั้งห้าทันที! ชัวะ! กระบี่มังกรขาวถูกชักออกจากฝักอีกครั้งประกายสีเงินและความอ่อนของกระบี่นั้นทำให้ดูราวกับสายน้ำฉินตงเฉี่วยรู้ว่าคืนนี้คือการต่อสู้ที่หมายเอาชีวิตของนางนางจึงไม่โง่พอที่จะถือกระบี่ตั้งรับคู่ต่อสู้เพียงอย่างเดียวแน่ และเวลานี้กระบี่มังกรขาวที่อ่อนนุ่ม ก็ดูราวกับมังกรสีเงินที่กำลังร่ายรำอยู่รอบตัวของฉินตงเฉี่วย..เวลานี้ฉินตงเฉี่วยอยู่กลางวงล้อมของดาบสี่เล่มที่มุ่งโจมตีศรีษะและกลางลำตัว ส่วนอีกเล่มมุ่งโจมตีช่วงขา..ฉินตงเฉี่วยฟาดฟันกระบี่มังกรขาวในมือเข้าใส่ดาบโลหะของห้าพยัคฆ์ตระกูลเผิงที่จู่โจมเข้ามาและทันทีที่ดาบกระทบเข้ากับคมกระบี่ในมือของฉินตงเฉี่วย ดาบทั้งห้าก็ถูกตัดขาดออกจากกันทันที“ช่างเป็นกระบี่ที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”เฉินไห่ซานและซันเทียนปาถึงกับร้องอุทานออกมาพร้อมกันแววตาของทั้งคู่นั้นเป็นประกายด้วยความโลภ และต้องการจะได้กระบี่เล่มนั้นมาครองครอง..ทุกคนต่างก็รู้ดีว่าดาบของห้าพยัคฆ์ตระกูลเผิงนั้นนับได้ว่าเป็นอาวุธล้ำค่าชนิดหนึ่ง ถึงแม้จะไม่อาจพูดได้เต็มปากว่าสามารถตัดเหล็กได้ราวกับตัดโคลน แต่ก็สามารถตัดอาวุธชนิดต่างๆ ได้อย่างง่ายดาย แต่เวลานี้กลับถูกกระบี่อ่อนในมือของฉินตงเฉี่วยตัดขาดในพริบตา..มันคือกระบี่อะไรกันเหตุใดจึงได้คมถึงเพียงนี้?หลังจากที่ฉินตงเฉี่วยเป็นฝ่ายฟันเข้าไปถึงสองดาบนางก็ไม่คิดที่จะตามเข้าไปซ้ำเติม แต่กลับใช้มังกรพรางร่างพาตนเองออกจากวงล้อมของห้าพยัคฆ์ตระกูลเผิง แล้วจึงพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา“นี่เป็นเพียงแค่การสั่งสอนเท่านั้น!หากให้ข้าพบพวกเจ้าครั้งหน้า ข้าจะตัดแขนของพวกเจ้าทิ้งซะ! เอาล่ะ.. รีบไปได้แล้ว ข้ายังไม่อยากฆ่าคน!”ฉินตงเฉี่วยนั้นแตกต่างจากหลิงหยุนเป็นอย่างมากหากเปลี่ยนฉินตงเฉี่วยเป็นหลิงหยุนเวลานี้ อย่าว่าแต่ดาบของห้าพยัคฆ์ตระกูลเผิงจะถูกฟันขาดเลย แม้แต่ร่างของพวกมันทั้งห้าก็คงต้องขาดด้วย!หลิงหยุนไม่เคยปราณีต่อศัตรู!แต่จู่ๆเฉินไห่ซานก็เงยหน้าขึ้นมองฉินตงเฉี่วยพร้อมกับพูดขึ้นว่า “คิดไม่ถึงว่าแม่นางฉินจะมีกระบี่ที่ล้ำเลิศเช่นนี้!”“แม่นางฉิน..ข้าจะบอกอะไรให้ ตระกูลเฉินได้ส่งนินจาหลายสิบคน และแวมไพร์อีกนับร้อยๆ ไปจัดการกับหลิงหยุนบนยอดเขาเทียนเหมาเฟิงแล้ว!”“เจ้าลองคิดดูสิว่า..แวมไพร์ขั้นเค้านต์ และไวส์เคานต์มากกว่าห้าร้อยตน สามารถปิดล้อมพื้นที่ทั้งเทือกเขาเทียนเหยินหลิงได้ เจ้าคิดหรือว่าหลิงหยุนจะสามารถมีชีวิตรอดกลับมาได้!”“ที่พวกเรามาวันนี้..ก็เพียงเพื่อจะมาบอกกับเจ้าว่า หากเราสามารถจับตัวหลิงหยุนได้แล้ว หวังว่าตระกูลฉินจะไม่เข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก และความสัมพันธ์ของเราสองตระกูลจะยังคงเป็นเช่นเดิม!”“และหลังจากนี้พวกเราจะจัดการกับหลิงหยุนเช่นไรก็ขอให้เป็นเรื่องของตระกูลซันกับตระกูลเฉินสองตระกูล และเหล่าชาวยุทธเท่านั้น!”“หากแม่นางฉินเชื่อฟังคำพูดของข้าก็ลั่นวาจาออกมา! และหลังจากนี้ตระกูลฉินก็ห้ามยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้อีก จากนั้นเจ้าก็ทิ้งกระบี่แล้วเดินลงเขาไปได้เลย..”ฉินตงเฉี่วยได้ฟังถึงกับสีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อยแต่ร่างกายนั้นสั่นเทิ้มไปหมด นางรู้สึกเจ็บปวดใจอย่างที่สุด!แม้ฉินตงเฉี่วยจะรู้ว่าหลิงหยุนนั้นมีศัตรูมากมายแต่ก็คิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมีคนมากมายถึงเพียงนี้!หลิงหยุนกำลังตกอยู่ในอันตรายอย่างที่สุด!ฉินตงเฉี่วยได้แต่นึกกระวนกระวายใจอย่างมากเรื่องครั้งนี้ใหญ่โตเกินกว่าที่นางคาดคิด หลิงหยุนไม่ควรไปที่ยอดเขาเทียนเหมาเฟิงเพียงลำพังเลย..ฉินตงเฉี่วยกัดฟันกรอด..นางยกปลายกระบี่ชี้หน้าเฉินไห่ซานพร้อมกับร้องตะโกนออกไป“คนแซ่เฉิน..ข้าขอบอกไว้ก่อน หากหลิงหยุนได้รับอันตรายแม้เพียงแค่ปลายเล็บ ตระกูลซันกับตระกูลเฉินต้องไม่ตายดีแน่!”“ตอนนี้ข้าจะลงเขา..หากใครกล้าขวางก็ต้องถามกระบี่ในมือข้าดูก่อน!”ฉินตงเฉี่วยไม่ต้องการเสียเวลาอีกแม้แต่วินาทีเดียวนางรีบกระโดดลงเขาไปทันที..“อย่าให้นางลงเขาไปได้!”มีหรือที่เฉินไห่ซ่านจะยอมให้ฉินตงเฉี่วยไปช่วยหลิงหยุนได้!สิ้นเสียงสั่งการ..เฉินไห่ซานเองก็กระโดดหมุนกลางอากาศไปยืนขวางหน้าฉินตงเฉี่วยไว้ทันทีเช่นกันในเวลาเดียวกันนั้นเฉินไห่ซานก็กระโดดม้วนตัวกลางอากาศไปขวางหน้าฉินตงเฉี่วยไว้ทันทีพร้อมกันนั้นซันเทียนปาก็ร้องตะโกนสั่งคนของตัวเอง“ยอดฝีมือตระกูลซัน.. ตามข้าไปจับตัวฉินตงเฉี่วยไว้!”และเวลานี้..ยอดฝีมือราวสิบกว่าคนก็กระโดดเข้ามาล้อมร่างของฉินตงเฉี่วยไว้ และบีบให้นางต้องร่นกลับไปที่ผาพยัคฆ์เช่นเดิม!“ใครขวางข้าตาย!”ฉินตงเฉี่วยร้องตะโกนออกมาอย่างเกรี้ยวกราดพร้อมกับร่ายรำเพลงกระบี่นวสังหารเข้าใส่ศัตรูทันทีเวลานี้ห้าพยัคฆ์แห่งตระกูลเผิงนั้นไร้ซึ่งอาวุธจึงนับว่าอ่อนกำลังโจมตีลงไปมาก และสี่ในห้าได้ถูกคมกระบี่ในมือของฉินตงเฉี่วยจนเลือดออก!แต่เมื่อเพิ่มเฉินไห่ซานเข้าไปอีกคนการจู่โจมฉินตงเฉี่วยก็เป็นไปได้ง่ายขึ้น ทั้งหมดต่างก็ใช้วรยุทธของตนเองเข้าโจมตีพร้อมกัน ฉินตงเฉี่วยจึงนับว่าตกอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างอันตรายอย่างมาก และในที่สุดนางก็ถูกฟันเข้าที่แผ่นหลัง แต่โชคดีที่นางสวมชุดผ้าแพรไหมดำจึงไม่ได้รับบาดเจ็บแต่อย่างใด..“แม่นางฉิน..เจ้าจะไปจากที่นี่ไม่ได้!”เฉินไห่ซานซึ่งอยู่ในขั้นเซียงเทียน-6นับว่ามีกำลังภายในที่เหนือกว่าฉินตงเฉี่วย และได้เดินลมปราณป้องกันตัวเองไว้ จึงไม่รู้สึกหวั่นเกรงต่อกระบี่มังกรขาวในมือของนางแต่แล้วเฉินไห่ซานก็ถึงกับสะดุ้งตกใจเมื่อได้ยินเสียง ‘ผึง’ ดังขึ้นอยู่เหนือศรีษะของตนเอง และตามมาด้วยเสียงร้องตะโกน“ใครกล้าพูดว่า..น้าหญิงของข้าจะไปจากที่นี่ไม่ได้!”จักรพรรดิเทพมังกร – บทที่ 920 : ฆ่าไม่เหลือ!หลิงหยุนกับเจสเตอร์มุ่งหน้าออกจากเทือกเขาเซียนเหยินหลิงอย่างรวดเร็วและเมื่อเข้าใกล้ผาพยัคฆ์บนเขามังกร หลิงหยุนก็ได้ยินเสียงคนต่อสู้กัน เขาจึงรีบลุกขึ้นยืน และได้เรียกคันธนูออกมาเตรียมไว้..