ตอนที่ 505
บทที่ 921-922
October 22, 2026
จักรพรรดิเทพมังกร – บทที่ 921 : อบรมน้าหญิง! “หลิงหยุน..นี่เจ้า.. เจ้าฆ่าพวกเขาตายหมดได้อย่างไรกัน” แม้ฉินตงเฉี่วยจะรู้จักหลิงหยุนดีแต่นางก็คิดไม่ถึงว่าหลิงหยุนจะเหี้ยมโหดได้ถึงเพียงนี้! เวลานี้ในสายตาของฉินตงเฉี่วยนั้น..หลิงหยุนไม่ใช่ลูกชายของฉินจิวยื่อซึ่งเป็นพี่สาวของนาง แต่เขาคือฆาตกร! แม้แต่ฉินตงเฉี่วยเองยังรู้สึกเช่นนั้นแล้วศัตรูของหลิงหยุนเล่า พวกมันจะรู้สึกหวาดกลัว และหวาดผวากันมากเพียงใด? หลิงหยุนจ้องมองฉินตงเฉี่วยที่อยู่ในอาการกระวนกระวายใจด้วยสีหน้าที่นิ่งเรียบจากนั้นจึงแสยะยิ้มออกมาเล็กน้อย ก่อนจะร้องถามออกไปว่า “น้าหญิง..ท่านตอบข้ามาสิ! หากข้าไม่สังหารพวกมัน เพียงแค่ทำให้ได้รับบาดเจ็บบ้าง แล้วปล่อยพวกมันกลับไป ท่านคิดว่าพวกมันจะกลับมาล้างแค้นข้าหรือไม่ หากกลับมา.. พวกมันจะพายอดฝีมือที่แข็งแกร่งกว่านี้มาหรือไม่?” ฉินตงเฉี่วยถึงกับอึ้งไปครู่ใหญ่และไม่รู้ว่าจะตอบหลิงหยุนเช่นไร หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อย..จากนั้นเขาก็ยื่นมือออกไปคว้าฝ่ามือของฉินตงเฉี่วย พาออกไปยืนอยู่ที่หน้าผาพยัคฆ์ หลิงหยุนจ้องมองไปยังทะเลสาบที่เงียบเหงาด้านล่างด้วยสีหน้าสงบนิ่ง.. ฉินตงเฉี่วยถึงกับหน้าแดงก่ำใจเต้นรัวราวกับกลอง และเกิดความรู้สึกที่ไม่อาจอธิบายได้.. ผ่านไปครู่หนึ่ง..หลิงหยุนจึงพูดขึ้นว่า “น้าหญิง.. เมื่อครู่ตอนที่ข้ามาถึงที่นี่ ข้าเห็นท่านกำลังตกอยู่ในวงล้อมของยอดฝีมือถึงห้าคน และท่านก็ใช้กระบี่มังกรขาวฟันดาบของพวกมันขาดหมดไม่ใช่รึ” หลิงหยุนมีทั้งเนตรหยิน-หยางและจิตหยั่งรู้ เขาจึงสามารถเห็นการต่อสู้ระหว่างฉินตงเฉี่วยกับห้าพยัคฆ์ตระกูลเผิงได้อย่างชัดเจน ฉินตงเฉี่วยเวลานี้รู้ดีว่าหลิงหยุนกำลังจะพูดอะไรต่อนางรู้สึกราวกับตนเองเป็นเด็กสาวที่เพิ่งจะกระทำความผิดไป จึงได้แต่ก้มหน้าแดงก่ำ และไม่กล้าตอบโต้.. หลิงหยุนบีบฝ่ามือเล็กๆที่แสนอ่อนนุ่มของฉินตงเฉี่วยอย่างอ่อนโยน แล้วจึงพูดต่อว่า “น้าหญิง.. ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดจึงเกิดการต่อสู้กันขึ้น แต่คาดว่าน่าจะเกิดจากการตกลงกันไม่ได้ ในเมื่อเป็นเช่นนั้น หนทางการแก้ปัญหาจึงมีเพียงแค่การเอาชนะด้วยกำลังเท่านั้น!” ระหว่างที่พูดนั้นหลิงหยุนก็ยกกำปั้นขวาขึ้นมาชูตรงหน้าและพูดต่อ.. “แต่ในเมื่อเลือกที่จะลงมือแล้วเหตุใดท่านยังต้องปราณีกับศัตรูเช่นนั้น นี่คือการต่อสู้กับความเป็นความตาย ไม่ใช่การประลองฝีมือ..” “อีกอย่าง..กระบี่นวสังหารก็เป็นเพลงกระบี่ที่มุ่งสังหารคู่ต่อสู้ ในเมื่อชักกระบี่ออกจากฝักแล้ว เป้าหมายควรมีเพียงแค่อย่างเดียวเท่านั้นคือ.. การสังหารฝ่ายตรงข้าม!” “น้าหญิง..หากท่านใช้เพลงกระบี่นวสังหาร แต่กลับไม่มีจิตใจมุ่งเน้นที่จะสังหารฝ่ายตรงข้ามแล้วล่ะก็ จิตวิญญาณของเพลงกระบี่ก็จะสูญเสียไปด้วย ผลของมันก็จะลดลงอย่างมากทีเดียว!” หลิงหยุนอธิบายจุดมุ่งหมายของเพลงกระบี่นวสังหารให้ฉินตงเฉี่วยเข้าใจและตัวเขาเองก็ไม่เคยใช้เพลงกระบี่นวสังหารผิดจากจุดมุ่งหมายนี้เลย.. ฉินตงเฉี่วยได้แต่พยักหน้าที่แดงก่ำนั้นอย่างเงียบๆในขณะที่ครุ่นคิดถึงผลได้ผลเสียจากการต่อสู้ครั้งนี้ของตนเอง.. “น้าหญิง..ในเมื่อท่านทำให้ศัตรูได้รับบาดเจ็บ แน่นอนว่าพวกมันย่อมไม่พอใจ! ท่านคำนึงถึงชีวิตของพวกมัน แต่พวกมันจะคิดเช่นเดียวกับท่านงั้นหรือ ตรงกันข้าม.. พวกมันจะยิ่งเคียดแค้นท่านมากขึ้น!” “หากท่านไว้ชีวิตพวกมัน..หลังจากปล่อยพวกมันไปแล้ว พวกมันก็จะครุ่นคิดแต่เรื่องที่จะกลับมาแก้แค้นท่าน และหลังจากนั้น.. ท่านก็จะไม่มีเวลาได้ทำอะไรเลย นอกจากต้องคอยมาระแวดระวังศัตรูว่าจะกลับมาแก้แค้นตนเองเมื่อไหร่” “และต่อให้ท่านแข็งแกร่งไม่เกรงกลัวการกลับมาแก้แค้นของศัตรู แต่ท่านคิดถึงคนที่อยู่รอบตัวท่านบ้างหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็นหลิงยู่ และคนในตระกูลฉินอีกทั้งหมด..” “การเมตตาศัตรูนั้นนับเป็นเรื่องที่โหดร้ายและอันตรายมากสำหรับพวกเราเอง!” ฉินตงเฉี่วยได้แต่ฟังหลิงหยุนนิ่งเงียบนางทั้งรู้สึกตกใจ และสำนึกผิดในสิ่งที่ได้ทำลงไป จึงได้แต่นิ่งไม่พูดไม่จา.. ‘ถูกต้อง..การเมตตาปราณีต่อศัตรู คือภัยมหันต์ต่อตนเอง และคนรอบข้าง!’ เมื่อหลิงหยุนเห็นว่าฉินตงเฉี่วยเริ่มคล้อยตามและยอมรับในสิ่งที่ตนเองพูดบ้างแล้ว เขาจึงยิ้มและพูดต่อว่า “น้าหญิง..ท่านก็เห็นกับตาตัวเองแล้ว เมื่อครู่ตอนที่พวกมันขวางท่านไว้ไม่ให้ลงเขา มีใครบ้างที่คิดปราณีต่อท่าน” “หากคืนนี้ข้ามาไม่ทันการ..และท่านถูกพวกมันจับตัวไป ท่านคิดหรือไม่ว่าผลที่ตามมาจะเป็นเช่นใดบ้าง และพวกมันจะจัดการกับท่านเช่นใด?” “และหากเกิดเหตุการณ์เช่นนั้นจริงท่านจะให้ข้าทำเช่นใด แล้วหลิงยู่ล่ะ.. นางจะทำรู้สึกเช่นไร? ตระกูลฉินอีกล่ะ.. พวกเขาจะทำเช่นไร?” คำพูดของหลิงหยุนนั้นฉินตงเฉี่วยไม่สามารถโต้เถียงได้เลยแม้แต่น้อย นางฝึกฝนวรยุทธมานานกว่ายี่สิบปี แต่วันนี้กลับเพิ่งเข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องต่อสู้ และเหตุใดจึงต้องสังหารคู่ต่อสู้ “เวลานี้..ระหว่างข้ากับตระกูลซันและตระกูลเฉินนั้น มีความแค้นที่ยากจะอยู่ร่วมโลกกันได้ ต่อให้ท่านปราณีพวกมัน แต่หากให้ข้าพบเข้า ข้าก็ต้องสังหารพวกมันอยู่ดี..” “น้าหญิง..พวกมันพาคนมามากมายเช่นนี้ เห็นได้ชัดว่าจุดประสงค์คือต้องการที่จะมาจัดการกับท่าน แต่ท่านกลับเพียงแค่ตัดมือ และทำลายอาวุธของพวกมันเท่านั้น…” ดูเหมือนว่าในสายตาของหลิงหยุนนั้นสิ่งที่ฉินตงเฉี่วยทำลงไป กลับกลายเป็นเรื่องที่ไร้สาระ และน่าขันอย่างยิ่ง.. ฉินตงเฉี่วยพึมพำออกมาอย่างสำนึกผิด“แต่.. แต่ข้าไม่เคยฆ่าคนมาก่อนนี่..” หลิงหยุนก้มหน้าลงเล็กน้อยเขาหันไปมองฉินตงเฉี่วยพร้อมกับหรี่ตาลง และพูดยิ้มๆ “อ่อ..เป็นเช่นนี้เองหรอกรึ ว่าแต่ใครกันนะที่บอกกับข้าว่าจะตามข้าไปสังหารยอดฝีมือทั้งยุทธภพ..” เมื่อถูกหลิงหยุนล้อเลียนเช่นนี้ฉินตงเฉี่วยก็รู้สึกราวกับถูกตบหน้า นางจึงไม่สามารถทนได้อีก ฉินตงเฉี่วยถลึงตามองหลิงหยุนพร้อมกับร้องตะโกนออกไปอย่างโมโห.. “เจ้าเด็กดื้อ..นี่เจ้ากล้าอบรมสั่งสอนข้างั้นรึ ดูเหมือนว่าเจ้าคงจะครั่นเนื้อครั่นตัวมาสินะ!” หลิงหยุนถึงกับหน้าเสียและได้แต่คิดว่าตนเองนั้นไม่เคยกลัวฟ้า ไม่หวาดหวั่นต่อดิน และกล้าท้าทายยอดฝีมือทั้งยุทธภพ แต่สำหรับฉินตงเฉี่วย เขากลับต้องยอมเชื่อฟังนาง.. หลิงหยุนถึงกับพูดไม่ออกและได้แต่คิดในใจว่าผู้หญิงทั้งโลก ล้วนไร้เหตุผลสิ้นดี! แต่แล้วก็ทำเสียงอ่อนตอบฉินตงเฉี่วยไปว่า.. “เอ่อ..น้าหญิง! ข้าก็แค่เป็นห่วง เกรงว่าท่านจะได้รับอันตราย..” ใบหน้างดงามแดงก่ำของฉินตงเฉี่วยนั้นเผยให้เห็นรอยยิ้มที่บริสุทธิ์สวยงามราวกับดอกไม้ที่บานสะพรั่ง ทำให้ผาพยัคฆ์ที่มืดมิดนั้นสว่างไสวขึ้นมาทันที “เอาล่ะ..ข้าจะยกโทษให้เจ้าสักครั้ง หากครั้งหน้ายังกล้าอบรมสั่งสอนข้าอีกล่ะก็ คอยดูว่าข้าจะจัดการกับเจ้าเช่นไร” พูดจบ..ฉินตงเฉี่วยก็ค่อยๆ ดึงมือของตนเองออกจากฝ่ามือของหลิงหยุน แต่ในใจนั้นกลับเกิดความรู้สึกมากมาย และกำลังจะอ้าปากโต้เถียง “เอ่อ..หลิงหยุน แต่ข้าว่า..” หลิงหยุนจ้องหน้าฉินตงเฉี่วยและรีบร้องตะโกนแทรกขึ้นมาทันที “หากข้าเป็นท่าน.. เมื่อครู่นี้ข้าจะสังหารศัตรูให้ได้มากที่สุด หากไม่สามารถสังหารได้ในทันที ก็ต้องทำให้พวกมันไม่สามารถลุกขึ้นมาทำร้ายข้าได้อีก..” “พูดง่ายๆก็คือว่า..จะไม่มีการเจรจาต่อรองใดๆทั้งนั้น เพราะมันไม่จำเป็น!”แต่แล้วฉินตงเฉี่วยก็พูดขึ้นมาอย่างนึกเสียดาย“แต่เจ้าไม่น่าสังหารเฉินไห่ซานกับซันเทียนปาเลย.. ทั้งคู่ต่างก็เป็นคนสำคัญของตระกูลเฉิน และตระกูลซัน อย่างน้อยพวกเราก็น่าจะเค้นถามความลับจากปากของพวกมันได้..”หลิงหยุนทำเสียงเย้ยหยัน“น้าหญิง.. ท่านรู้หรือไม่ว่าข้าเผชิญกับอะไรบ้างที่เซียนเหยินหลิง แวมไพร์.. แวมไพร์หลายร้อยตน บินเต็มพื้นที่ไปหมด ข้าสังหารพวกมันจนเหนื่อย!”ฉินตงเฉี่วยได้ฟังถึงกับตกใจและลืมนึกไปว่าก่อนที่หลิงหยุนจะมาช่วยตนเองนั้น เขาก็ต้องเผชิญหน้ากับการต่อสู้ที่หนักหน่วงมาก่อน..“แวมไพร์ขั้นไวส์เคานต์อย่างน้อยก็เทียบเท่ายอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-7ยอดฝีมือที่นี่มีรึที่จะเทียบกับแวมไพร์นับร้อยๆตัวที่เซียนเหยินหลิงได้!”ฉินตงเฉี่วยถึงกับตกใจจนแทบช็อคและได้แต่จินตนาการว่า หากนางต้องเผชิญหน้ากับแวมไพร์มากมายถึงเพียงนั้น ไม่รู้ว่าจะเป็นเช่นไร คงถูกจับฉีกเป็นชิ้นๆ ไปนานแล้ว!เมื่อนึกขึ้นได้..นางจึงเงยหน้าจ้องมองหลิงหยุน พร้อมกับถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง“นี่เจ้ารอดกลับมาได้ยังไงแล้วบาดเจ็บตรงใหนหรือไม่?”หลิงหยุนเอียงศรีษะเล็กน้อยระหว่างที่ตอบกลับไปอย่างโอ้อวด..“น้าหญิง.. ท่านคงยังไม่รู้ว่าแวมไพร์พวกนั้นมีเวทย์มนต์ และเหนือกว่ายอดฝีมือที่เป็นมนุษย์ธรรมดาๆ แต่สำหรับข้าแล้ว.. พวกมันเปรียบเสมือนมดฝูงหนึ่งเท่านั้น ข้าบอกไปแล้วไงล่ะว่าได้สังหารพวกมันตายหมดเกลี้ยง ไม่เหลือแม้แต่ตนเดียว!”ฉินตงเฉี่วยเพิ่งนึกขึ้นมาได้ว่าหลิงหยุนประกาศต่อหน้าศัตรูว่าเขาได้สังหารแวมไพร์ และนินจาทั้งหมดตายแล้ว แต่นางไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริง!หลิงหยุนพูดต่อ“น้าหญิง.. ครั้งนี้ข้าสร้างศัตรูไว้มากมาย! ข้าตั้งใจจะสังหารพวกมันทุกคนให้เร็วที่สุด เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องราวบานปลายมากไปกว่านี้ จึงไม่จำเป็นต้องเค้นถามอะไรจากพวกมันอีก และไม่จำเป็นต้องใช้พวกมันเป็นตัวประกันด้วย!”“เจ้านาย..”หลังจากที่เจสเตอร์จัดการโยนศพทั้งหมดลงไปใต้หลุมยักษ์แล้วมันก็บินกลับมาหาหลิงหยุนพร้อมกับพูดขึ้นอย่างนอบน้อม..“เจ้านายที่เคารพ..เจสเตอร์จัดการโยนพวกมันลงไปเป็นอาหารปลาตามคำสั่งแล้ว!”หลิงหยุนพยักหน้ารับรู้พร้อมกับมอบภารกิจใหม่ให้“เจสเตอร์.. มียอดฝีมือเข้ามาจิงฉูเพื่อสังหารข้ามากมาย คืนนี้เจ้ากลายร่างเป็นค้างคาวคอยบินสำรวจตรวจตราให้ทั่วเมือง สังเกตดูว่ามีสิ่งใด หรือใครที่น่าสงสัยบ้าง ส่วนเจ้าเองก็ต้องระมัดระวังตัวให้ดีด้วย!”จากนั้นหลิงหยุนก็หันไปพูดกับฉินตงเฉี่วย“น้าหญิง.. คืนนี้คงไม่มีอะไรแล้วล่ะ พวกเรากลับกันดีกว่า..”ฉินตงเฉี่วยถอนหายใจเฮือกใหญ่จากนั้นทั้งคู่ก็ใช้วิชาตัวเบากระโดดลงจากเขามังกรไป“โอ้โห..คืนนี้ท้องฟ้าช่างงดงามนัก”ส่วนเจสเตอร์ก็จัดการพ่นละอองเลือดออกมาและกลายร่างเป็นค้างคาวบินไปรอบเมืองจิงฉูทันทีระหว่างทางกลับไปบ้านนั้นฉินตงเฉี่วยก็พูดขึ้นว่า “เจ้าเด็กดื้อ.. เจ้ารู้ตัวหรือไม่ว่าได้สร้างปัญหาใหญ่ให้ตัวเองแล้ว!”หลิงหยุนรู้ดีว่าฉินตงเฉี่วยกำลังพูดถึงเรื่องที่เขาไปแสดงมายากลออกทีวีแล้วตอบกลับไปหน้าตาเฉย “ข้ารู้!”แต่ฉินตงเฉี่วยกลับยิ้มอย่างมีเลศนัยแล้วพูดต่อว่า “เจ้าเล่นมายากลก็เรื่องหนึ่ง.. แต่เหตุใดต้องให้รูปสลักน้ำแข็งกับหญิงสาวด้วยเล่า”หลิงหยุนเดาน้ำเสียงของฉินตงเฉี่วยผิดไปจึงร้องถามด้วยน้ำเสียงภูมิอกภูมิใจ “น้าหญิง.. นี่ท่านอิจฉางั้นรึ หากท่านชอบ.. ไว้กลับไปข้าจะแกะสลักให้ท่านหลายๆตัวเลย…”ฉินตงเฉี่วยหน้าแดงก่ำแต่ก็ย้อนกลับไปว่า “ไม่ใช่ข้า.. แต่คนอื่นๆน่าจะอิจฉา!”จักรพรรดิเทพมังกร – บทที่ 922 : เบาะแส!หลิงหยุนและฉินตงเฉี่วยกลับไปถึงบ้านเลขที่-1แต่เมื่อพบว่าภายในห้องนั่งเล่นนั้นยังคงเปิดไฟสว่างไสว แต่กลับไม่มีใครอยู่เลย..หลิงหยุนร้องถามขึ้นมาด้วยความวิตกกังวล“เกิดอะไรขึ้นที่นี่รึ”ฉินตงเฉี่วยมองค้อนพร้อมกับตอบไปว่า“นี่มันตีหนึ่งแล้วนะ.. เจ้าไม่ดูนาฬิกาบ้างเลยหรืออย่างไร!”“เอาล่ะ..ข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนแล้ว..” พูดจบฉินตงเฉี่วยก็กระโดดหายลับตาไป..“พี่หลิงหยุน!”และเงาสีขาวก็ปรากฏ..ร่างงดงามของไป๋เซียนเอ๋อปรากฏขึ้นภายในห้องนั่งเล่น และโผเข้าหาอ้อมแขนของหลิงหยุนทันทีหลิงหยุนโอบกอดร่างอ่อนนุ่มอบอุ่น และหอมหวนของไป๋เซียนเอ๋อไว้ พร้อมกับยกมือขึ้นลูบไล้เรือนร่างบอบบางนั้นอย่างอ่อนโยน แล้วจึงถามขึ้นด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม“เซียนเอ๋อ..เจ้าไปใหนมางั้นรึ”ไป๋เซียนเอ๋อยกแขนขาวนวลสองข้างขึ้นโอบรอบคอหลิงหยุนไว้พร้อมกับส่งยิ้มและแววตาที่เปี่ยมไปด้วยมนต์เสน่ห์ให้หลิงหยุน“ข้าไปที่สวนหลังบ้านมา..แวมไพร์พวกนั้นตลกมากจริงๆ ฮ่า.. ฮ่า..”หลิงหยุนถึงกับพูดไม่ออกและได้แต่คิดในใจว่าเซียนเอ๋อก็ยังเป็นเซียนเอ๋ออยู่ดี ถึงกับกล้าเข้าไปเล่นกับแวมไพร์ที่น่ากลัว และยังบอกว่าพวกมันตลกอีกด้วย..หลิงหยุนคาดเดาว่า..พอลคงต้องปวดหัวน่าดู!“เจ้าไปทำอะไรกับพวกมันงั้นรึ”หลิงหยุนพาไป๋เซียนเอ๋อไปนั่งที่โซฟาจากนั้นจึงจับฝ่ามือของนางขึ้นมาลูบไล้อย่างอ่อนโยน..ใบหน้างดงามของไป๋เซียนเอ๋อแดงก่ำนางก้มหน้าลงเล็กน้อยพร้อมกับตอบไปว่า “เอ่อ.. ข้าไม่มีอะไรทำ ก็เลยไปฝึกวิชาจิงจอกระเริงไฟ กับฝ่ามือเพลิงสวรรค์…”หลิงหยุนได้ฟังถึงกับตกใจคิ้วของเขาขมวดเข้าหากันแน่น และร้องตะโกนออกมา“เซียนเอ๋อ..เจ้าอย่าทำเป็นเล่นไป! เฉินเจี้ยนกุ่ยกับเฉินเซินยังมีประโยชน์กับข้ามากนัก หากเจ้าทำให้พวกมันตายขึ้นมาล่ะก็ ข้าจะทำโทษเจ้า!”ไป๋เซียนเอ๋อแลบลิ้นสีแดงออกมาพร้อมกับตอบไปว่า “ข้าทราบ.. แต่ข้าเบื่อนี่!”ระหว่างนั้นก็มีเงาสีทองปรากฏขึ้นกลางอากาศและกำลังบินวนอยู่รอบตัวหลิงหยุนกับไป๋เซียนเอ๋อ จากนั้น.. ร่างสีทองก็ค่อยๆ ร่อนลงไปเกาะที่ไหล่ของไป๋เซียนเอ๋อ มันก็คือเจ้าทองอ้วน – ดักแด้ทองคำนั่นเอง!เวลานี้ทั้งไป๋เซียนเอ๋อและเหมี่ยวเสี่ยวเหมาต่างก็เข้ากันได้เป็นอย่างดี เจ้าทองอ้วนจึงไม่รู้สึกหวาดกลัวไป๋เซียนนเอ๋อดังเช่นก่อนอีก..วิ้ง..วิ้ง..เจ้าทองอ้วนสะบัดปีกและบิดร่างอ้วนกลมของมันบินหลบหลีกอยู่รอบตัวไป๋เซียนเอ๋อ ดวงตากลมโตคู่นั้นก็กรอกไปรอบๆ“ขอข้าจับเจ้าบ้างสิ..”หลิงหยุนจ้องมองเจ้าทองอ้วนอย่างสนอกสนใจและพยายามที่จะจับตัวมันให้ได้ แต่เจ้าทองอ้วนก็บินออกจากไหล่ของไป๋เซียนเอ๋อ แล้วบินหนีออกไปทันที เมื่อบินออกไปได้ในรัศมีที่คิดว่าปลอดภัยแล้ว มันจึงหยุด แล้วหันกลับมาจ้องมองหลิงหยุนพร้อมกับแยกเขี้ยวใส่ด้วยกิริยาที่ไม่น่ารัก..