ตอนที่ 507
บทที่ 925 -926
October 22, 2026
จักรพรรดิเทพมังกร – บทที่ 925 : สามตระกูลเก่าแก่! และคืนนั้นก็ผ่านไปด้วยความสงบตลอดทั้งคืน.. ในเช้าตรู่ของวันรุ่งขึ้น..ทุกคนในบ้านต่างก็ตื่นขึ้นมาฝึกวิชาในสวนกันตั้งแต่เช้า หลิงหยุนเลือกที่จะฝึกที่เดิม จึงกระโดดขึ้นไปยืนบนหลังคาบ้าน แล้วหันหน้าไปทางทิศตะวันออกก่อนจะเริ่มฝึกวิชาดาราคุ้มกาย.. สิ่งสำคัญของการฝึกวิชาดาราคุ้มกายนั้นก็คือการดูดซับเอาพลังสุริยะพลังจันทรา และพลังดวงดาวนับล้านๆ ดวงบนท้องฟ้าเข้าไปในร่างกาย และไม่มีเส้นทางลัดอื่นใดทั้งสิ้น.. ระหว่างนั้นจิตหยั่งรู้ของหลิงหยุนก็ตรวจพบร่างของฉินตงเฉี่วยและไป๋เซียนเอ๋อ ซึ่งกำลังฝึกฝนอย่างเอาจริงเอาจัง แต่ถึงกระนั้นหลิงหยุนก็สังเกตเห็นว่าหญิงสาวทั้งสองคนนั้นคอยเหลือบมองมาเขาอยู่เป็นครั้งคราว แววตาของทั้งคู่นั้นบ่งบอกว่ากำลังสับสน และเต็มไปด้วยคำถาม แต่หลิงหยุนก็แสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการฝึกฝนของพวกนาง.. วันนี้ตลอดทั้งวันหลิงหยุนอยู่แต่ในบ้านเลขที่-1ไม่ได้ออกไปใหน นอกเหนือจากการดื่มกินอย่างมีความสุข เขาก็ได้ให้คำแนะนำในการฝึกฝนวิชากับหนิงหลิงยู่ และเหมี่ยวเสี่ยวเหมา หลิงหยุนคาดว่าทั้งคู่คงจะสามารถเข้าสู่ขั้นต่อไปได้ในอีกไม่นานนัก แต่แน่นอนว่าหลิงหยุนเองก็ไม่ได้ปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์เขาได้เข้าไปท่องโลกอินเทอร์เน็ต และพบว่าเวลานี้เรื่องราวของตนเองนั้นกำลังร้อนแรง และเป็นที่กล่าวขวัญอย่างมาก ไม่เพียงในทีวี แต่ทั่วทั้งโลกอินเทอร์เน็ตต่างก็พูดถึงเรื่องของตนเอง.. ดูเหมือนครั้งนี้ทางการจะไม่ได้ลบคลิปวีดีโอการแสดงมายากลของเขามันจึงได้แพร่หลายไปบนโลกอินเทอร์เน็ตได้อย่างรวดเร็ว.. นั่นเพราะครั้งนี้ทางรัฐบาลไม่ได้ลบคลิปวีดีโอมายากลของหลิงหยุนคลิปนี้จึงได้แพร่หลายไปทั่วในโลกอินเทอร์เน็ตอย่างรวดเร็ว เวลานี้หลิงหยุนได้รับฉายาว่า‘ปรมาจารย์แห่งวงการมายากล’ และมีผู้คนชื่นชอบมากมาย ยิ่งไปกว่านั้นยังมีกลุ่มแฟนคลับตัวยงที่ได้รวมตัวกันโพสถึงหลิงหยุนด้วย และภายในเวลาเพียงแค่วันเดียว ความนิยมในตัวของหลิงหยุนก็พุ่งพรวดขึ้นอย่างน่าตกตะลึง และกลายเป็นที่จับตามองของผู้คน ก่อนอาหารเย็น..ถังเมิ่งก็วิ่งหน้าตื่นออกมาจากห้องนอนของหลิงหยุน พร้อมกับร้องตะโกนด้วยความตื่นเต้น “พี่หยุน..พี่ดังใหญ่แล้ว! ตอนนี้พี่กลายเป็นเซลิบริตี้คนดังไปแล้ว เราต้องรีบฉวยโอกาสนี้ไว้ ว่าแต่พี่มีแอคเคาน์ใน Weibo หรือยัง” หลิงหยุนยกมือขึ้นเขกหัวถังเมิ่งพร้อมกับพูดขึ้นว่า“นี่นายคิดว่าฉันอยากจะเป็นคนดัง เป็นคนมีชื่อเสียงงั้นเหรอ ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการดึงดูดความสนใจของศัตรู ฉันคงไม่เสียเวลาไปเล่นมายากลออกทีวีหรอก แล้วก็หยุดความคิดของนายไว้แค่นั้นเลย ห้ามทำอะไรมากไปกว่านี้เด็ดขาด!” ถังเมิ่งได้ฟังถึงกับน้ำตาตกเขาตีอกชกหัวพร้อมกับร้องออกไปอย่างเสียดาย “โธ่เอ๋ย.. รายได้ของฉัน.. เงินของฉัน.. ทุกอย่างพังทลายในพริบตา..” ในความคิดของถังเมิ่งนั้น..ชื่อเสียงเท่ากับรายได้! เพียงแค่หลิงหยุนตอบตกลงเท่านั้น เขาก็สามารถจ้างทีมงานมืออาชีพมาช่วยโปรโมต และหลังจากนั้นหลิงหยุนก็จะกลายเป็นต้นไม้เงินต้นไม้ทองที่สามารถเก็บเกี่ยวได้ทันที! ในยุคสมัยนี้อะไรที่มีค่าที่สุดงั้นหรือแน่นอนว่าต้องเป็นชื่อเสียงและความเป็นที่นิยม! หลิงหยุนไม่สนใจกับไอเดียของถังเมิ่งเพราะเขาเองก็ยังไม่ได้ขาดแคลนเงินทองอะไร อีกทั้งเขาเองก็ไม่ได้ต้องการชื่อเสียงจอมปลอมเหล่านั้นด้วย! จุดประสงค์ของเขาก็เพียงเพื่อป่าวประกาศให้กับเหล่าศัตรูได้รู้ว่าหากต้องการพบกับเขาให้ไปที่เขาเซียนเหยินหลิงเท่านั้นเอง.. หลังจากรับประทานอาหารเย็นเรียบร้อยและร่ำลาฉินตงเฉี่วยกับหญิงสาวคนอื่นๆแล้ว หลิงหยุนกับเจสเตอร์ก็ออกเดินทางไปเซียนเหยินหลิงอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ฉินตงเฉี่วยกลับรู้สึกกังวลใจมากกว่าครั้งแรกเธอได้แต่ร้องเตือนหลิงหยุนด้วยความเป็นห่วงเป็นใย “เจ้าเด็กดื้อ..คืนนี้แตกต่างจากคืนก่อนมาก! เมื่อคืนเจ้าเผชิญกับศัตรูซึ่งหน้า แต่นับจากคืนนี้ไปศัตรูอาจใช้วิธีซุ่มโจมตีเจ้าแทน พวกมันต่างก็ต้องการเห็นเจ้าถูกสังหาร!” เรื่องง่ายๆและตื้นเขินเพียงแค่นี้ มีหรือที่หลิงหยุนจะคิดไม่ได้ เพียงแต่เขาไม่ได้รู้สึกหวาดกลัว จึงได้ตอบฉินตงเฉี่วย และหญิงสาวคนอื่นๆ กลับไปด้วยสีหน้าท่าทางที่สงบนิ่งเช่นเคย “น้าหญิง..ท่านอย่าได้กังวลใจไป! หากพวกมันใช้วิธีซุ่มโจมตีข้า ข้าก็จะให้พวกมันเห็นกับตาว่าใครกันแน่ที่จะเป็นฝ่ายถูกสังหาร!” แม้ว่าฉินตงเฉี่วยจะรู้สึกกังวลใจแต่นางก็รับรู้ถึงความสามารถ และความแข็งแกร่งของหลิงหยุนดี อีกทั้งยังมั่นใจว่าหลิงหยุนจะสามารถเอาตัวรอดกลับมาได้ นางจึงไม่คิดที่จะรั้งหลิงหยุนไว้.. ครั้งนี้..หลิงหยุนกับเจสเตอร์ไม่ได้ขับรถไป ทั้งคู่ตรงไปยังเขามังกรก่อน จากนั้นเจสเตอร์จึงค่อยกลายร่างเป็นนกยักษ์ให้หลิงหยุนกระโดดขึ้นไปยืนบนแผ่นหลัง แล้วจึงถลาแล่นลมมุ่งหน้าสู่เทือกเขาเซียนเหยินหลิง.. “เจสเตอร์..ทันทีทิ่บินพ้นตัวเมืองไป เจ้ามุ่งหน้าไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือก่อน ข้าต้องการไปสำรวจดู!” ในเมื่อได้ทราบข่าวจากสำนักงานรักษาความมั่นคงว่ารถสีฟ้าน้ำทะเลได้ขับมุ่งหน้าไปในทิศทางนั้น หลิงหยุนจึงต้องการที่จะไปสำรวจดูสักหน่อย.. หลินเมิ่งหานกับเหยาลู่นั้นหายตัวไปนานถึงสองวันสองคืนแล้วจะพูดว่าหลิงหยุนไม่นึกกังวลใจ และเป็นห่วงพวกนางเลยก็ไม่ถูกต้องนัก! เพียงแต่เมื่อยู่ที่บ้าน หลิงหยุนไม่ต้องการแสดงให้ผู้อื่นเห็นถึงความหวั่นไหวในจิตใจของตนเองเท่านั้น เมื่อบินออกนอกเมืองไปทางทิศตะวันตกแล้วเจสเตอร์จึงบินเลี้ยวไปทางทิศเหนือมุ่งหน้าไปยังเทือกเขายาวทันที เทือกเขาแถบทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองจิงฉูนั้นแตกต่างจากเทือกเขาเซียนเหยินหลิง เพราะเขาในเทือกเขาแห่งนี้ล้วนสูงไม่เกินห้าร้อยเมตร อีกทั้งยังมีหมู่บ้านอยู่มากมาย กลางคืนจึงมีแสงสว่างจากบ้านเรือนสว่างไสวไปทั่วทุกหนทุกแห่ง แต่ก็ยังให้ความรู้สึกสงบ.. แต่การจะค้นหาหลินเมิ่งหานกับเหยาลู่ในเทือกเขาที่กว้างใหญ่เช่นนี้ก็ไม่ต่างจากการงมเข็มในมหาสมุทร หลิงหยุนจึงต้องเลิกล้มความคิดไป แล้วมุ่งหน้าไปยังเทือกเขาเซียนเหยินหลิงแทน แต่เรื่องนี้ก็ได้ทำให้หลิงหยุนหงุดหงิดใจและโกรธแค้นอย่างมาก เขาตัดสินใจแน่วแน่ว่าจะต้องถอนรากถอนโคนองค์การนักฆ่านี้ให้สิ้นซาก.. ‘ในเมื่อกล้ายุ่งกับผู้หญิงของเขามันก็ต้องพบกับความหายนะ!’ หลังจากผ่านไปราวครึ่งชั่วโมง..หลิงหยุนกับเจสเตอร์ก็มาถึงเทือกเขาเซียนเหยินหลิง และบินขึ้นไปบนยอดเขาแห่งหนึ่งซึ่งอยู่ถัดจากยอดเขาเทียนเหมาเฟิงทันที! “เจ้านายที่เคารพ..พวกเราจะทำอะไรต่อดี” เจสเตอร์ร้องถามหลิงหยุนทันที หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยพร้อมกับตอบเสียงเบา“นี่เจ้าไม่เหนื่อยบ้างเลยหรืออย่างไรเจสเตอร์! นั่งพักผ่อนเอาแรงกันก่อนดีกว่า..” หลังจากนั้น..หลิงหยุนก็รีบนั่งลงขัดสมาธิ และเริ่มดูดซับเอาพลังชีวิตจากต้นไม้ใบหญ้าในป่าเข้าไปในร่างกาย และระหว่างนั้นหลิงหยุนก็ไม่ลืมที่จะฝึกวิชาพฤกษาขจีไปด้วยในพื้นที่ซึ่งเป็นป่าทึบหนาแน่นเช่นนี้ ย่อมมีผลต่อความก้าวหน้าของการฝึกวิชาพฤกษาขจี.. โลกมนุษย์ไม่ใช่โลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่..ดังนั้นไม่ว่าจะฝึกฝนวิชาอะไร การเลือกสถานที่ฝึกจึงเป็นสิ่งที่หลิงหยุนให้ความสำคัญอย่างยิ่ง.. อีกทั้งในขั้นปรับร่างกายก็ยังต้องการพลังชีวิตน้อยกว่ามากหากเทียบกับขั้นพลังชี่หลิงหยุนออกไปฝึกฝนในค่ายกลหลุมพลัง ดูดซับเอาพลังชีวิตจากหินพลังชีวิต รวมทั้งดื่มน้ำลายมังกรช่วย และยังได้ดูดลมปราณขั้นเซียงเทียนของยอดฝีมือเข้าไปตั้งมากมาย แต่จนป่านนี้เขาก็ยังไม่เข้าสู่ขั้นพลังชี่เสียที หลิงหยุนเองก็ได้แต่นึกสงสัยอยู่ในใจ!‘กลั่นโอสถ..ข้าคงต้องพึ่งพาการกลั่นโอสถ!’ไอรีนโนเวลเวลานี้..นอกเหนือจากการฝึกวิชาดาราคุ้มกาย หลิงหยุนก็จะเพิ่มการฝึกฝนวิชาพฤกษาขจีเข้ามาด้วย เพื่อเตรียมพร้อมกับการกลั่นโอสถหลังจากเข้าสู่ขั้นพลังชี่..ยันต์นั้นช่วยหลิงหยุนได้มากในการต่อสู้และการรักษา ในขณะที่โอสถต่างๆ นั้นจะช่วยเขาในเรื่องของการสร้างความแข็งแกร่งของลมปราณ และเพิ่มระดับขั้นของการบ่มเพาะทั้งคู่นั่งพักบนยอดเขานานร่วมหนึ่งชั่วโมงแล้วหลิงหยุนจึงลุกขึ้นพร้อมกับร้องถามเจสเตอร์ว่า“เจสเตอร์..เจ้าพักผ่อนเพียงพอแล้วหรือยัง หากพร้อมแล้ว.. ก็เตรียมตัวเข้าสู่สนามต่อสู้กันได้แล้ว!”เจสเตอร์ตอบกลับทันที“เจ้านายที่เคารพ.. เจสเตอร์ได้พักผ่อนตลอดกลางวันมาแล้ว อีกอย่างเวลาค่ำคืนก็เป็นเวลาตื่นนอนของเหล่าแวมไพร์ ข้าจึงไม่รู้สึกเหนื่อยเลยแม้แต่น้อย!”หลิงหยุนพยักหน้าพร้อมกับใช้มังกรคำรามร้องตะโกนออกไป“หลิงหยุนมาแล้ว!”เสียงร้องตะโกนของหลิงหยุนดังกระหึ่มไปทั่วทั้งหุบเขาเหล่านกกาที่ได้ยินต่างก็ตกอกตกใจ และพากันโบยบินหนีไปทันที..หลังจากร้องตะโกนออกไปแล้วหลิงหยุนก็หันไปยิ้มให้กับเจสเตอร์ และพูดขึ้นว่า “เอาล่ะ.. รอที่นี่สักครู่ก่อน มีคนกำลังมาแล้ว.. อยู่เล่นกับพวกมันก่อนแล้วค่อยไปที่ยอดเขาเทียนเหมาเฟิง!”ดูเหมือนว่าบนยอดเขาเทียนเหมาเฟิงนั้นจะเป็นสถานที่ที่หลิงหยุนตั้งใจจะให้เป็นสนามต่อสู้ที่แท้จริงเท่านั้น..ฟรึบ..ฟรึบ.. ฟรึบ..เสียงผู้คนวิ่งออกมาจากป่าทึบหลิงหยุนเห็นร่างสีดำมากมายกำลังกระโจนไปตามยอดไม้อย่างรวดเร็ว และจากวิชาตัวเบาของพวกมันนั้น ทำให้รู้ว่าแต่ละคนล้วนเป็นยอดฝีมือทั้งสิ้น..“ศัตรูของข้ากำลังมาแล้ว..เจสเตอร์! เจ้ามีหน้าที่ดูแลตัวเอง แล้วก็ทำหน้าที่เป็นยานพาหนะให้กับข้าเท่านั้นพอ!”หลังจากร้องบอกเจสเตอร์ให้ฮึกเหิมแล้วหลิงหยุนก็ยืนเอามือไขว้หลังนิ่ง และกำลังยืนรอศัตรูอยู่ด้านหลังก้อนหินใหญ่เงาดำสามเงาปรากฏขึ้นท่ามกลางความมืดและทันทีที่พบหลิงหยุน พวกมันก็ร้องตะโกนออกไปทันที“พบแล้ว..หลิงหยุนอยู่ที่นี่!”ระหว่างที่ร้องตะโกนออกไปนั้น..ร่างของยอดฝีมือทั้งสามคนก็กระโดดไปยืนอยู่ด้านหลังของหลิงหยุน..ทางด้านหลิงหยุนที่ยืนเอามือไขว้หลังก็ค่อยๆ หันกลับมาอย่างช้าๆ พร้อมกับรอยยิ้มที่แสนเย็นชา แล้วจึงร้องถามออกไป..“ข้า– หลิงหยุน.. อยู่ที่นี่แล้ว! พวกเจ้าเป็นใครกัน”“ข้า..ชางกวนเฉิง แห่งตระกูลชางกวน!”“ข้า..ซีเหมินเต๋อ แห่งตระกูลซีเหมิน!”“และข้า..หนานกงจาง แห่งตระกูลหนานกง!”ยอดฝีมือทั้งสามคนต่างก็รายงานตัวตามกฎของยุทธภพ..หลิงหยุนพยักหน้ารับรู้แล้วจึงตอบกลับไปว่า “นึกว่าใครที่ใหน ที่แท้ก็คนของตระกูลเก่าแก่ทั้งสามนั่นเอง! เหตุใดพวกเจ้าจึงต้องการเข้าร่วมสนุกในครั้งนี้ด้วยงั้นรึ?”ชางกวนเฉิงเองก็ไม่คิดที่จะปิดบังและร้องตะโกนบอกหลิงหยุนออกไปตามตรง “หลิงหยุน.. พวกเรามาที่นี่เพื่อสอบถามเจ้าสักสองสามเรื่อง!”หลิงหยุนคร้านที่จะพูดไร้สารระจึงตอบกลับ“มีอะไรก็พูดมา..”ชางกวนเฉิงขมวดคิ้วเล็กน้อยและไม่พอใจที่หลิงหยุนพูดจากับตนเองด้วยน้ำเสียงที่ห้วน และไม่ให้เกียรติตนเองในฐานะที่เป็นคนของตระกูลเก่าแก่เลยแม้แต่น้อย..ซีเหมินเต๋อกับหนานกงจางเองก็รู้สึกเช่นเดียวกันทั้งคู่ต่างก็ไม่ชอบ และไม่พอใจกับท่าทีการแสดงออกของหลิงหยุน“เจ้าเด็กหลิงหยุน..เจ้ามันยะโสโอหังเกินไปแล้ว! พี่ชางกวนแค่ต้องการสอบถามเจ้านิดหน่อย แต่เจ้ากลับใช้น้ำเสียงเช่นนี้กับพวกเรางั้นรึ”หลิงหยุนถึงกับแค่นหัวเราะพร้อมตอบกลับไปว่า“นี่นับว่าข้ามีมารยาทกับพวกเจ้ามากแล้วนะ! ไม่เช่นนั้นป่านนี้วิญญาณของพวกเจ้าคงหลุดจากร่างไปแล้ว หรือพวกเจ้าคิดว่าข้าต้องเคารพเกรงกลัวพวกเจ้างั้นรึ”หลิงหยุนพูดต่ออย่างไม่แยแส“พวกเจ้าอยากจะถามอะไรข้าก็รีบๆ ถามมา อย่าพล่ามไร้สาระ! หรือถ้าพวกเจ้าไม่พอใจ จะสู้กันก่อนแล้วค่อยถามก็ได้..”ยะโสโอหังจองหอง แล้วก็ทะนงตัวมากเกินไปแล้ว!ใบหน้าของชางกวนเฉิงเปลี่ยนเป็นแดงด้วยความโมโหทันทีและร้องถามออกไปอย่างไม่พอใจ “หลิงหยุน.. บอกมาว่าเจ้าเคยลงไปที่หลุมยักษ์หรือไม่”หลิงหยุนยิ้มพร้อมตอบไปตามความจริง“เฮ้อ.. เรื่องน่าเบื่ออีกแล้วสินะ! พวกเจ้ามารอข้าทั้งคืนเพื่อที่ถามเรื่องน่ารำคาญนี่น่ะหรือ หากเจ้าจะถามเรื่องแค่นี้ เหตุใดไม่กลับไปที่ตัวเมือง แล้วหาร้านกาแฟนั่งคุยกันเล่า?”จากนั้นหลิงหยุนก็ประกาศด้วยน้ำเสียงที่ดังฟังชัด“ฟังให้ดี.. ข้าเคยไปที่หลุมยักษ์นั่น แล้วก็ได้พบกับคนจากตระกูลของพวกเจ้า ดูเหมือนจะชื่อชางกวนเจี๋วย.. ซีเหมินกัง.. แล้วก็หนานกงเจี้ยน..”“แต่ทุกคนล้วนตายกันหมดแล้ว!และข้าไม่ได้เป็นคนสังหารพวกมันด้วย แต่ทั้งหมดตายเพราะค่ายกลสังหารในหลุมยักษ์นั่น!”จักรพรรดิเทพมังกร – บทที่ 926 : จุดประสงค์ที่แท้จริง!“อะไรนะ!นี่เจ้าเจี๋วยตายแล้วรึ?”ชางกวนเฉิงถึงกับร้องอุทานออกมาทันทีที่ได้ยินว่าลูกชายของตนเองเสียชีวิตแล้วร่างผอมของเขาสั่นสะท้าน และริมฝีปากก็เม้มเข้าหากันแน่น!“เจ้ากัง!”