ตอนที่ 509
บทที่ 929-930
October 22, 2026
จักรพรรดิเทพมังกร – บทที่ 929 : พบคู่ต่อสู้ที่แท้จริง! หลิงหยุนกระโดดขึ้นไปยืนอยู่บนแผ่นหลังของเจสเตอร์แล้วทั้งคู่ก็บินตรงขึ้นไปบนยอดเขาเทียนเหมาเฟิงทันที! ระหว่างทางที่บินขึ้นบนยอดเขาเทียนเหมาเฟิงนั้นหลิงหยุนสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสังหารที่ปกคลุมไปทั่วทั้งแผ่นฟ้า และผืนดิน! กลิ่นอายสังหารที่รุนแรงนั้นดูเหมือนจะแผ่ซ่านออกมาจากยอดเขาเทียนเหมาเฟิงหลิงหยุนสัมผัสได้ถึงคลื่นพลังอันโหดเหี้ยมรุนแรงที่กระจายอยู่โดยรอบ และรู้สึกเหมือนว่าบรรยากาศในค่ำคืนนี้จะเย็นยะเยือกเข้าไปถึงกระดูก! ไม่เพียงหลิงหยุนเท่านั้นที่สัมผัสได้เจสเตอร์เองก็เช่นกัน! “เจ้านายที่เคารพ..นี่มันประตูนรกหรือยังไง ข้ารู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก ดูนั่นสิเจ้านาย! เหมือนจะมีคนนั่งอยู่ตรงนั้นคนเดียวด้วยสิ!” เจสเตอร์เป็นแวมไพร์มันจึงมีประสาทสัมผัสที่ดีกว่ามนุษย์มากนัก มันจึงสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายสังหารที่รุนแรง และยิ่งบินสูงขึ้นไปมากเท่าไหร่ มันก็ยิ่งสัมผัสถึงอันตรายได้มากขึ้นเท่านั้น.. “ไม่ใช่ดูเหมือน..แต่มันมีคนอยู่จริง!” หลิงหยุนพึมพำออกมาเบาๆ หลิงหยุนสังเกตเห็นแล้วว่าบนยอดเขาเทียนเหมาเฟิงนั้นมีเงาดำสูงใหญ่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่ แม้ว่าจะนั่งอยู่ก็ตาม แต่ร่างนั้นก็ยังดูใหญ่โตมาก อีกทั้งยังนั่งนิ่งไม่เคลื่อนไหวจึงดูราวกับหินก้อนมหึมาก้อนหนึ่งตั้งอยู่! “เจสเตอร์..เจ้าส่งข้าลงบนยอดเขาแล้วรีบบินหนีไปให้ไกลที่สุด คนผู้นี้สามารถสังหารเจ้าได้ในชั่วพริบตา!” ม่านตาของหลิงหยุนหดเล็กลงเขาอยู่ในอาการสงบนิ่งยิ่งกว่าเดิม รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่นั้น ทำให้หลิงหยุนประเมินได้ทันทีว่า หากเจสเตอร์เผชิญหน้ากับยอดฝีมือผู้นี้ มันจะต้องถูกสังหารตายในทันทีอย่างแน่นอน.. “แต่เจ้านาย..” เจสเตอร์จ้องมองร่างของชายที่มีรังสีอำมหิตแผ่ซ่านด้วยความเป็นห่วงหลิงหยุนมันจึงต้องการจะต่อรอง แต่หลิงหยุนกลับพูดแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่เบา แต่เต็มไปด้วยความหนักแน่นจนอีกฝ่ายไม่กล้าที่จะพูดต่อ.. “ทำตามที่ข้าสั่ง!” ในระยะที่อีกหนึ่งร้อยเมตรจะร่อนลงบนยอดเขาเทียนเหมาเฟิงนั้นหลิงหยุนก็เริ่มเดินพลังลับหยิน-หยางเพื่อเตรียมพร้อมเข้าสู่การต่อสู้ที่แท้จริง! ท่าทางที่สงบนิ่งและเปี่ยมไปด้วยความมั่นอกมั่นใจของหลิงหยุนนั้น ทำให้เจสเตอร์รู้สึกกดดันน้อยลง และผ่อนคลายมากขึ้น ทันทีที่เจสเตอร์ร่อนลงใกล้ระดับพื้นหลิงหยุนก็กระโดดลงจากแผ่นหลังของมันทันที ส่วนดวงตาคมกริบนั้นก็จับจ้องอยู่ที่ร่างสูงใหญ่ซึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่บนก้อนหินอย่างไม่ละสายตา.. หลิงหยุนสังเกตเห็นว่าบนหน้าตักที่ใหญ่โตแข็งแรงนั้นมีพลองเหล็กสีม่วงทองยาวกว่าสี่เมตรวางอยู่ และยังคงนั่งหลับตานิ่งโดยไม่สนใจการมาของหลิงหยุนเลยแม้แต่น้อย.. หลิงหยุนเปิดจิตหยั่งรู้สำรวจไปรอบๆบริเวณยอดเขา แต่ก็พบว่านอกจากชายผู้นี้แล้ว ก็ไม่มีผู้ใดอยู่บนยอดเขาแห่งนี้อีก มีเพียงชายร่างใหญ่ผู้นี้เพียงผู้เดียวเท่านั้นจริงๆ! แต่เพียงแค่หลิงหยุนเปิดจิตหยั่งรู้ออกสำรวจเท่านั้นชายร่างสูงใหญ่ตรงหน้าก็ลืมตาขึ้นมาทันที ดวงตาทั้งสองข้างของเขานั้นจ้องมองหลิงหยุนนิ่งพร้อมพูดขึ้นว่า “หลิงหยุน..ในที่สุดเจ้าก็มาแล้วสินะ!” เสียงของชายผู้นี้ดังกังวานและใสราวกับเสียงระฆังใหญ่ อีกทั้งน้ำเสียงนั้นยังทรงพลังอย่างยิ่ง จนสามารถทำให้แก้วหูของหลิงหยุนสั่นสะเทือนไปหมด หลิงหยุนสังเกตเห็นว่าชายผู้นี้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเฉินเจี้ยนจื่อเขาจึงยืดตัวตรงพร้อมกับถามออกไปยิ้มๆ “เจ้าคงจะเป็นคนตระกูลเฉินสินะ” ชายผู้นั้นไม่ตอบและยังคงจ้องมองหลิงหยุนนิ่งนาน แต่จู่ๆ ก็พูดขึ้นว่า “ข้าเฉินเจี้ยนห่าวแห่งตระกูลเฉิน!” เฉินเจี้ยนห่าวยกมือขึ้นชี้ไปทางเจสเตอร์ซึ่งกำลังบินอยู่เหนือยอดเขาเทียนเหมาเฟิงพร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ข้าไม่ต้องการเห็นเจ้าค้างคาวนั่นอยู่ที่นี่..” หลิงหยุนยกมือขึ้นโบกให้เจสเตอร์บินหลบไปพร้อมกับสั่งว่า“เจสเตอร์.. เจ้าบินไปอยู่ที่เขาลูกอื่นก่อน และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามเจ้าเข้ามาใกล้บริเวณนี้อย่างเด็ดขาด!” “รับทราบเจ้านาย!” เจสเตอร์รู้ดีว่าบนยอดเขาแห่งนี้กำลังจะกลายเป็นสนามต่อสู้ที่ดุเดือดและน่าหวาดกลัวขึ้น แต่ไม่ว่าจะอย่างไรมันก็ไม่ได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการต่อสู้ในครั้งนี้อยู่ดี จึงได้แต่รับปากหลิงหยุน และบินจากไปทันที เฉินเจี้ยนห่าวชี้ไปทางหินก้อนใหญ่ข้างหลิงหยุนพร้อมกับเชื้อเชิญให้เขานั่งลง“เจ้านั่งลงก่อน!” หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยและนั่งลงตามคำเชื้อเชิญของเฉินเจี้ยนห่าว ท่าทางที่สง่างาม และอากัปกิริยาที่ง่ายๆ สบายๆ ของหลิงหยุนนั้น ทำให้ดูราวกับว่าเขากำลังนั่งอยู่ในร้านกาแฟกลางใจเมืองมากกว่าที่จะนั่งอยู่บนยอดเขาเทียนเหมาเฟิง.. เฉินเจี้ยนห่าวจ้องมองหลิงหยุนนิ่งนานและจู่ๆ ก็เอ่ยขึ้นว่า “วันนี้.. ระหว่างเจ้ากับข้า จะมีเพียงผู้เดียวเท่านั้นที่ได้ลงจากยอดเขาแห่งนี้!” หลิงหยุนตอบกลับยิ้มๆ“ก็ดี!” เฉินเจี้ยนห่าวพยักหน้าเล็กน้อยและพูดต่อทันที “แต่ก่อนที่จะถึงเวลานั้น ข้าอยากจะถามอะไรเจ้าสักสองสามเรื่อง..” หลิงหยุนผายมือออกพร้อมกับตอบไปว่า“เจ้าถามมาได้เลย.. หากตอบได้ข้าก็จะตอบ!” “เจ้าคือผู้ที่สังหารเฉินเจี้ยนเหยินในป่าเสินหนงเจี๋ยใช่หรือไม่” หลิงหยุนตอบกลับยิ้มๆ“มันคือหนึ่งศพที่ถูกข้าสังหาร!” “และที่ทะเลจีนตะวันออกบริเวณเกาะเตียหยู..เจ้าได้รังแกเฉินเจี้ยนโหยวซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มเทพอินทรีย์หรือไม่” “เจ้าก็คือผู้ที่ไปบุกช่วยเกาเฉินเฉินแห่งตระกูลเกาและหลิงเย่วแห่งตระกูลหลิงออกมาใช่หรือไม่”“ถูกต้องทั้งหมด!”“ที่คฤหาสนต์ด้านใต้ของตระกูลเฉินเป็นเจ้าที่เข้าไปสังหารยอดฝีมือของตระกูลเฉินกว่าร้อยคน และลักพาตัวลุงของข้า – เฉินไห่คุนไปใช่หรือไม่”“เป็นข้าเอง!”“และบนยอดเขาหยุนเมิ่ง..เพื่อช่วยเกาเฉินเฉิน เจ้าถึงกับสังหารแวมไพร์กว่าสองร้อยตน และสังหารน้องชายของข้าเฉินเจี้ยนจื่อ แล้วจับตัวน้องชายของข้าเฉินเจี้ยนกุ่ยไปใช่หรือไม่”“นอกจากนี้แล้วเจ้ายังทำร้ายเฉินเซินในเวลากลางวันแสกๆและจับตัวเขาไปใช่หรือไม่”“ทั้งหมดล้วนเป็นฝีมือของข้าเอง!”“และเมื่อคืนนี้..มาร์ควิสแอนเดอร์สันกับเหล่าแวมไพร์อีกกว่าห้าร้อยตน และนินจาทั้งสิบเจ็ดคน ล้วนตายด้วยฝีมือของเจ้าใช่หรือไม่”หลิงหยุนยิ้มกว้างพร้อมกับตอบไปว่า“เจ้ายังเอ่ยชื่อไม่ครบ! ยังมีลุงของเจ้า – เฉินไห่ซานอีกหนึ่งคน!”เฉินเจี้ยนห่าวโกรธจนหน้าดำหน้าแดงพลองเหล็กสีม่วงทองซี่งวางอยู่บนตักนั้นลอยขึ้นไปบนท้องฟ้าก่อนจะร่วงหล่นลงมา และฝังปลายข้างหนึ่งลงไปบนพื้นดินลึกกว่าหนึ่งเมตร โดยที่เฉินเจี้ยนห่าวยังไม่ได้ขยับตัวเลยแม้แต่น้อย!หลิงหยุนเงยหน้าขึ้นจ้องมองเฉินเจี้ยนห่าวและได้แต่นึกประหลาดใจอยู่เงียบๆ ‘เหตุใดชายผู้นี้จึงมีรูปร่างสูงใหญ่เกินมนุษย์เช่นนี้นะ ดูเหมือนจะสูงกว่าเสี่ยวอู๋ถึงสิบเซ็นติเมตร เพียงแค่นั่งเฉยๆ ก็มีรังสีที่น่ากลัวแผ่ซ่านออกมาได้แล้ว..’และนี่คือลักษณะโดดเด่นของผู้ที่อยู่ในระดับสูงสุดขึ้นเซียงเทียน-8ที่กำลังจะเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-9 ต่อไป!เฉินเจี้ยนห่าวถามต่อ“เหตุใดเจ้าจึงต้องช่วยตระกูลเกากับตระกูลหลิงด้วย”หลิงหยุนยังคงนั่งนิ่งและตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่ดังนัก “ข้าช่วยตระกูลเกาเพราะเกาเฉินเฉินเป็นคนรักของข้า ส่วนสาเหตุที่ข้าช่วยตระกูลหลิงนั้น เจ้าคงต้องเดาเอาเอง..”ดวงตาของเฉินเจี้ยนห่าวเบิกกว้างและกระโดดตรงเข้าไปหาหลิงหยุนพร้อมกับร้องตะโกนถามทันที“เจ้าเป็นอะไรกับลูกแหกคอกของตระกูลหลิงที่ชื่อหลิงเสี่ยว”หลิงหยุนได้ฟังคำพูดของเฉินเจี้ยนห่าวดวงตาของเขาก็หรี่ลงทันที และตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก“เจ้าคนแซ่เฉิน..รู้หรือไม่ว่าเพียงแค่คำพูดประโยคนี้ของเจ้า ข้าก็ไม่สามารถไว้ชีวิตเจ้าได้แล้ว!”“ฮ่า..ฮ่า.. ฮ่า.. ฮ่า..”เฉินเจี้ยนห่าวถึงกับเงยหน้าขึ้นหัวเราะเสียงดังและจู่ๆ ก็ร้องตะโกนออกมาว่า “ดูเหมือนว่า.. คืนนี้พวกเราสองคนคงต้องมีใครคนหนึ่งคนใดตายไปข้างสินะ!”หลิงหยุนยิ้มพร้อมตอบกลับไปว่า“เจ้าเองก็เพิ่งจะบอกข้าแบบนี้ไม่ใช่รึ!”ฝ่ามือใหญ่ของเฉินเจี้ยนห่าวยื่นออกไปคว้าพลองเหล็กใหญ่ยาวข้างตัวพร้อมกับดึงมันขึ้นมาจากพื้นดินก่อนจะกระแทกลงไปอีกครั้ง และถามออกไปว่า“แล้วสมุดจักรพรรดิในตำนานเล่าอยูที่เจ้าใช่หรือไม่”หลิงหยุนลุกขึ้นยืนทันทีเขายกมือขึ้นปัดฝุ่นตามร่างกาย และตอบกลับไปด้วยเสียงที่ไม่ดังนัก“คำถามนี้ข้าจะตอบก่อนที่เจ้าจะสิ้นใจตาย!”เฉินเจี้ยนห่าวแสยะยิ้มพร้อมกับพูดออกมาอย่างเหยียดหยัน“หึ.. เจ้าสังหารคนตระกูลเฉินของข้าไปตั้งมากมาย คืนนี้ข้าเฉินเจี้ยนห่าวที่เพิ่งเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-9 จะเป็นผู้ล้างแค้นให้กับทุกคนเอง!”หลิงหยุนยิ้มอย่างมีเลศนัยพร้อมตอบกลับไปทันที“ดูเหมือนว่าเจ้ากับข้าจะมีอะไรเหมือนๆกันสินะ.. ข้าเองก็เพิ่งจะเข้าสู่ขั้นพลังชี่เช่นเดียวกัน และต้องการจะให้เจ้าได้ลิ้มรสกระบี่วิเศษของข้าอยู่พอดี!”“อะไรนะ!ขั้นพลังชี่งั้นรึ?”เฉินเจี้ยนห่าวถึงกับสีหน้าเปลี่ยนไปทันทีดวงตาทั้งคู่จ้องมองหลิงหยุนด้วยความรู้สึกตกอกตกใจ..หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับถามขึ้นว่า“ถูกต้อง.. ขั้นพลังชี่! มีอะไรงั้นรึ หรือเจ้าเคยได้ยินมาก่อน?”หลิงหยุนแสร้งทำเป็นเหมือนไม่รู้สึกหนักใจอะไรแต่ความจริงในใจของเขานั้นสั่นสะท้านไปหมด และที่เขาจงใจพูดว่าตนเองเพิ่งเข้าสู่ขั้นพลังชี่นั้น ก็เพื่อเป็นการทดสอบบางสิ่งบางอย่าง..แต่กลับคิดไม่ถึงว่าเฉินเจี้ยนห่าวจะรู้จักขั้นพลังชี่ด้วยซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ปกติ!“นี่เจ้าคือผู้ที่ฝึกบ่มเพาะพลังงั้นรึ!”หลิงหยุนไม่ตอบ..แต่กลับยกมือซ้ายขึ้น และเมื่อยันต์ธาราปรากฏ เพียงแค่ร้องสั่งเบาๆ ลูกบอลน้ำสีฟ้าก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศ..หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เจ้าเคยเห็นมายากลของข้าในทีวีแล้วสินะ”สีหน้าของเฉินเจี้ยนห่าวเปลี่ยนเป็นตื่นเต้นอย่างมากทันทีแววตาของเขาเป็นประกายด้วยความโลภ และมือขวาก็คว้าพลองเหล็กท่อนใหญ่ขึ้นมาพร้อมกับร้องตะโกนออกไป“ข้ามีเรื่องต่อรองกับเจ้า..หากเจ้าสอนวิชาบ่มเพาะพลังให้กับข้า ข้าจะไม่สังหารเจ้า และจะไม่สนใจเรื่องที่เจ้าสังหารคนตระกูลเฉินไปมากมาย เจ้าคิดเห็นเช่นไร”น้ำเสียงของเฉินเจี้ยนห่าวสั่นเล็กน้อย..แต่หลิงหยุนกับยิ้มสดใส และเอ่ยออกมาอย่างเหยียดหยัน“เรื่องระหว่างเราเป็นอันจบสิ้นงั้นรึเจ้าคิดว่าจะจบก็จบได้หรืออย่างไร? เจ้าถามความเห็นของข้าแล้วหรือยัง? อยากจะให้ข้าสอนวิชาบ่มเพาะงั้นรึ? เจ้าฝันไปเถอะ!”“เช่นนั้นก็ดี!”