ตอนที่ 519
บทที่ 947 : ตั้งโต๊ะเจรจา (4)!
October 22, 2026
จักรพรรดิเทพมังกร – บทที่ 947 : ตั้งโต๊ะเจรจา (4)! ดังนั้น..เรื่องที่หลิงหยุนเป็นทายาทตระกูลหลิง และเรื่องที่เขาได้กลับเข้าสู่อ้อมอกตระกูลหลิงแล้วนั้น จึงเป็นความลับที่เขาไม่อาจให้คนนอกรู้ได้! หลิงหยุนรู้ว่าเรื่องนี้อาจจะปกปิดไว้ได้อีกไม่นานนักและในวันข้างหน้าเรื่องนี้ก็คงจะล่วงรู้กันทั่วทั้งยุทธภพ แต่หลิงหยุนก็หวังว่าจะสามารถปกปิดเรื่องนี้ไว้ได้นานที่สุดเท่าที่จะทำได้! เวลานี้การเจรจาของทั้งคู่ต่างก็ตกอยู่ในความตึงเครียดบรรยากาศในการเจรจาจึงเปลี่ยนเป็นเงียบสงัด และกระอักกระอ่วน ทั้งคู่ต่างก็นั่งจิบชาท่ามกลางความเย็นชาที่เข้าปกคลุม เย่ซิงเฉินล้มเหลวในการที่จะสืบห้าข้อมูลบางอย่างจากหลิงหยุนอีกทั้งไม่เห็นแม้แต่ร่องรอยความผิดปกติ หรือพิรุธใดๆ บนใบหน้าของเขา จึงได้แต่แอบผิดหวังอยู่ในใจเงียบๆ แต่หลิงหยุนนั้นกลับตรงกันข้าม..อย่างน้อยครั้งนี้เขาก็ได้ข่าวคราวของเสี่ยวเม่ยเม่ย ได้รู้ว่านางยังมีชีวิตอยู่ และปลอดภัยดี เพียงแค่นี้ก็เหมือนกับได้ยกภูเขาออกจากอกของตนเองแล้ว! ระหว่างนั้น..ในใจของหลิงหยุนยังคงมีคำถามอีกมากมายร้อยพันที่ต้องการจะถามเย่ซิงเฉิน และกำลังใคร่ครวญอยู่ว่าจะเอ่ยถามออกมาเช่นไรดี หลังจากที่ครุ่นคิดอยู่นานและในขณะที่กำลังจะเอ่ยปากถามออกไปนั้น เขาก็พบว่าเย่ซิงเฉินได้ถอนสายตาที่เหม่อมองไปทางน้ำตกนั้นกลับมา และกำลังจ้องมองชุดดำที่หลิงหยุนสวมใส่แทน จากนั้นจึงเอ่ยปากถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เจ้าได้ผ้าแพรผืนนี้มาจากที่ใด” หลิงหยุนตกใจเล็กน้อย..และรู้ว่าเย่ซิงเฉินน่าจะเห็นนานแล้วว่า ชุดดำของเขานั้นตัดเย็บด้วยผ้าแพรไหมดำเช่นเดียวกับชุดดำของนาง แต่ถึงกระนั้นหลิงหยุนก็ได้คิดหาคำตอบเตรียมไว้แล้ว หลิงหยุนแสร้งทำเป็นก้มลงมองดูชุดที่ตนเองสวมใส่จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองเย่ซิงเฉิน และทำเป็นส่งเสียงร้องตกอกตกใจ “ห๊ะนี่เราสองคนใจตรงกันถึงเพียงนี้เชียวรึ? ดูสิ.. ผ้าของเจ้ากับของข้าดูเหมือนจะเป็นผ้าแพรชนิดเดียวกัน ดูเหมือนว่าชะตาของเราทั้งคู่คงจะต้องกันสินะ.. ฮ่า.. ฮ่า..” เย่ซิงเฉินขมวดคิ้วพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เจ้าจะตอบ หรือไม่ตอบ ข้าไม่ได้ตามเจ้ามาที่นี่เพื่อดูเจ้าเล่นตลก!” หลิงหยุนหยุดหัวเราะทันทีและตอบกลับไปห้วนๆ “ซื้อมา..” เย่ซิงเฉินมองหน้าหลิงหยุนอย่างรู้ทันและย้อนถามกลับไปทันที “นี่เจ้าเห็นข้าเป็นเด็กอมมือหรืออย่างไรกัน หรือเห็นว่าข้าโง่นักงั้นรึ? เช่นนั้นบอกข้ามาว่าเจ้าซื้อมาจากที่ใด?” หลิงหยุนเริ่มทำตัวเป็นดาราเจ้าบทบาทอีกครั้งเขาแสร้งทำเป็นตีหน้าซื่อ และตอบกลับไปว่า “นี่เจ้าไม่เคยไปเดินตลาดมืดบ้างเลยหรือยังไงกันอ่อ.. แล้วก็ตามสถานที่ประมูลของเก่าต่างๆด้วย ที่นั่นมีของประหลาดเยอะแยะมากมาย..” เย่ซิงเฉินมีหรือที่จะเชื่อคำพูดของหลิงหยุนนางทำเสียงเย้ยหยันในระหว่างที่ท่องข้อมูลซึ่งอ่านมาจากแฟ้มประวัติของหลิงหยุน“จากแฟ้มข้อมูลของเจ้าที่ข้าได้มา– หลิงหยุนไม่เคยสวมใส่ชุดดำนี้มาก่อน แต่หลังจากที่ทำการเปิดคลินิกสามัญชน เขาก็มีชุดดำนี้ทันที..”หลิงหยุนฟังแล้วก็ได้แต่นิ่งเงียบแต่ก็รู้สึกโล่งใจ..เพราะก่อนหน้านี้หลิงหยุนยังกังวลอยู่ว่าการที่เหล่ากุ่ยมาเมืองจิงฉูถึงสองครั้งสองครานั้น จะถูกเย่ซิงเฉินพบเข้าบ้างหรือไม่แต่เมื่อได้ฟังคำถามของเย่ซิงเฉินหลิงหยุนจึงค่อยรู้สึกผ่อนคลาย เขาเหลือบมองชุดดำของนางพร้อมกับถามขึ้นอย่างยียวนว่า“เจ้าเป็นภรรยาของข้าหรือยังไงถึงได้มายุ่งวุ่นวายกับเสื้อผ้าของข้าเช่นนี้?”เย่ซิงเฉินทำหูทวนลมและไม่สนใจคำยั่วยุของหลิงหยุน และพูดต่อว่า “จากแฟ้มข้อมูลของเจ้าที่ข้าได้มา – หลิงหยุนไม่เคยไปที่ตลาดมืดมาก่อน แล้วก็ไม่เคยเข้าร่วมการประมูลที่ใหนด้วยเช่นกัน..”“หยุด..หยุด..”หลิงหยุนร้องตะโกนออกไปด้วยความโมโหพร้อมกับยกมือขึ้นห้ามไม่ให้เย่ซิงเฉินท่องประวัติที่อ่านมาจากแฟ้มให้เขาฟังอีก“เจ้าเลิกท่องเรื่องของข้าจากประวัติแฟ้มบ้าบออะไรนั่นจะได้หรือไม่”“ข้ารู้สึกราวกับถูกจับแก้ผ้าร่อนจ้อนเมื่ออยู่ต่อหน้าเจ้า!”หลิงหยุนเดือดเป็นไฟและร้องตะโกนออกไปอย่างโมโห “ต่อให้เจ้ารู้เรื่องของข้ามากมาย แต่ก็ใช่ว่าจะรู้ทุกเรื่องหรอกนะ!”หลิงหยุนระมัดระวังตัวมาเพียงใดงั้นรึหากความลับเรื่องใดที่เขาไม่ต้องการให้ผู้อื่นรู้ แม้แต่คนใกล้ตัวของเขาก็ยังไม่อาจรู้ได้ และแน่นอนว่าธิดาพรรคมารผู้รอบรู้ก็ยากที่จะรู้ได้เช่นกัน!“ก็แค่ผ้าแพรไหมดำข้ายังมีหม้อเสินหนงอีก จะแปลกอะไรหากข้าจะมีผ้าแพรไหมดำ? แม้ว่าจะเป็นผ้าแพรที่หาได้ยาก แต่ก็ใช่ว่าจะมีเพียงพรรคมารเท่านั้นที่มีนี่! เจ้าอาจเห็นผ้าแพรไหมดำเป็นสิ่งล้ำค่า แต่สำหรับข้า มันก็แค่ผ้าผืนหนึ่งเท่านั้น!”ประโยคสุดท้ายของหลิงหยุนนั้น..เขาไม่ได้โกหกเย่ซิงเฉินเลย เวลานี้เขาอยู่ในระดับสูงสุดขั้นปรับร่างกาย-9 แล้ว เมื่อใดก็ตามที่เข้าสู่ขั้นพลังชี่ เขาก็จะสามารถสร้างสรรสิ่งต่างๆ ได้มากมาย ไม่เพียงของใช้ส่วนตัวอย่างเสื้อผ้า แต่เขายังจะทำแหวนพื้นที่วงใหม่ด้วยศิลาเกลาใจ..เมื่อถึงเวลานั้น..เขาจะสามารถใช้เสื้อผ้าธรรมดาทั่วไปสร้างเป็นเสื้อเกราะได้ด้วยการติดยันต์เกราะลงไปกับเสื้อ หรือทำการสลักค่ายกลเกราะไว้บนเสื้อ จากนั้นเขาก็จะได้เสื้อเกราะที่สามารถป้องกันได้ดีกว่าผ้าแพรไหมดำผืนนี้เสียอีก!แต่หากเขาสลักค่ายกลเกราะไว้บนชุดที่ตัดจากผ้าแพรไหมดำผืนนี้แน่นอนว่าอานุภาพในการป้องกันย่อมต้องดีกว่าเสื้อเกราะที่ทำจากผ้าธรรมดาอย่างแน่นอน..เย่ซิงเฉินไม่อาจล้วงความลับของหลิงหยุนได้อีกเป็นครั้งที่สองนางจึงได้แต่ยิ้ม และพูดขึ้นว่า