ตอนที่ 528
บทที่ 956 : ของฝาก!
October 22, 2026
บทที่ 956 : ของฝาก! หลิงหยุนเดินกลับมาพร้อมน้ำดื่มในมือและจัดการรินให้หญิงสาวทั้งสองดื่มแก้กระหายด้วยใบหน้าที่บูดบึ้ง เพราะยังขุ่นเคืองใจในความโง่เขลาของหญิงสาวทั้งสองที่ยอมอดข้าวอดน้ำเพื่อหวังประท้วงเย่ซิงเฉิน แต่กลับเป็นการกระทำที่ไม่ฉลาดเลยแม้แต่นิด! ภายในห้องครัวมีทั้งผักผลไม้ เนื้อสัตว์ และบะหมี่ หากทั้งคู่ฉลาดพอ ก็ควรจะแอบกินในระหว่างที่นางไม่อยู่สิ! หรือหากไม่กินอาหาร อย่างน้อยก็ควรจะแอบดื่มน้ำ ไม่ใช่ทำเรื่องโง่ๆ เพื่อรักษาศักดิ์ศรีเช่นนี้! หลังจากนั้นหลิงหยุนจึงเรียกยันต์บำบัดระดับห้าของตนเองออกมารักษาริมฝีปากที่แห้งจนเลือดไหลซิบให้กับหญิงสาวทั้งสองคนแล้วจึงเข้าครัวทำโจ๊กเห็ดให้กับหญิงสาวทั้งคนทาน และระหว่างนั้นเหยาลู่กับหลินเมิ่งหานก็ขึ้นไปอาบน้ำ หลังจากหญิงสาวทั้งสองคนทานอาหารอิ่มแล้วหลิงหยุนจึงพาพวกนางขึ้นไปนอนพักผ่อนบนห้อง ……….. จากนั้น..หลิงหยุนจึงเดินไปสำรวจที่ค่ายกลที่สวนหน้าบ้านของเย่ซิงเฉิน และพบว่าแม้จะเป็นค่ายกลแปดทิศขนาดเล็ก แต่หากไม่มีความเข้าใจในเรื่องค่ายกลแล้ว ต่อให้เป็นยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-3 ก็ยากที่จะเข้ามาได้.. หลิงหยุนนั่งขัดสมาธิหลับตานิ่งอยู่กลางสวนหน้าบ้านและค่อยๆลืมตาขึ้นเมื่อแสงแดดยามเช้าที่ร้อนแรงเริ่มส่องกระทบร่างกายจนรู้สึกร้อน จากนั้นจึงเรียกโทรศัพท์มือถือออกมาจากแหวนพื้นที่ และทันทีที่เปิดโทรศัพท์ สายของถังเมิ่งก็ดังขึ้น หลิงหยุนจึงรีบกดรับ “พี่หยุน..ฉันโทรหาพี่ตั้งหลายครั้ง!” หลิงหยุนตอบกลับยิ้มๆ“มีอะไรก็รีบพูดมา..” ถังเมิ่งถามกลับมาพร้อมกับหัวเราะเสียงดัง“ฉันก็แค่อยากรู้ว่าเมื่อคืนพี่พักที่ใหนหลังจากที่หาสองคนนั่นพบแล้ว ฮ่า.. ฮ่า..” หลิงหยุนร้องตะโกนตอบกลับไปทันที“นี่ถ้านายจะพูดเรื่องไร้สาระ ฉันจะวางแล้วนะ! มีข้อความอีกตั้งมากมายที่ฉันยังไม่ได้อ่าน..” “อ่อ..ว่าแต่ที่บ้านเป็นยังไงบ้าง” น้ำเสียงของถังเมิ่งเปลี่ยนเป็นจริงจังทันทีในขณะที่ตอบกลับหลิงหยุน“เมื่อคืนก็ปกติดี แต่ดูเหมือนน้าหญิงจะได้รับข้อความบางอย่าง สีหน้าของน้าหญิงดูไม่ค่อยดีเลย!” หลิงหยุนร้องถามออกไปอย่างแปลกใจ“เกิดอะไรขึ้นกับน้าหญิงกันแน่” ถังเมิ่งลังเลเล็กน้อยก่อนจะตอบไปว่า“ฉันได้ยินว่ามีคนจากสำนักของน้าหญิงขอให้เข้าไปพบ แต่รายละเอียดฉันเองก็ไม่กล้าถาม..” หลิงหยุนครุ่นคิด‘สำนักของฉินตงเฉี่วยงั้นรึ ก็ต้องเป็นสำนักดาบสวรรค์น่ะสิ?!’ ฉินตงเฉี่วยเป็นศิษย์สำนักดาบสวรรค์ส่วนหลิงหยุนนั้นชาวยุทธต่างก็เชื่อว่าเขาเป็นคนของพรรคมาร หากครั้งนี้สำนักดาบสวรรค์ต้องการส่งยอดฝีมือมาจัดการกับหลิงหยุน ฉินตงเฉี่วยคงต้องตกอยู่ในสถานะที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกเป็นแน่.. คิดได้เช่นนี้หลิงหยุนจึงรีบร้องบอกถังเมิ่งว่า“เอาล่ะ.. นายบอกน้าหญิงแทนฉันทีว่าให้รอฉันก่อน แล้วฉันจะรีบเข้าไปปรึกษาหารือเรื่องนี้..” “ยังมีเรื่องอะไรอีกหรือเปล่า” เมื่อพูดถึงสำนักดาบสวรรค์หลิงหยุนก็นึกถึงหลิวซุ่ยเฟิงขึ้นมาทันที ‘หมอนั่นหลังจากพ่ายแพ้ให้กับข้า กลับไปที่สำนักคงพูดถึงข้าไม่ดีแน่..’ หลิงหยุนพึมพำออกมาอย่างเหยียดหยัน“หึ.. หรือจะให้น้าหญิงออกมาจากสำนักดาบสวรรค์นั่นดี!” สำหรับหลิงหยุนแล้วเขาไม่เคยสนใจพวกที่อวดอ้างตนเป็นฝ่ายธรรมะ และทำเพื่อผดุงความถูกต้องเหล่านี้เลย หลิงหยุนเชื่อว่าต่อให้คนเหล่านี้บุกมา เขาคนเดียวก็สามารถจัดการได้ไม่ยาก หรือไม่ก็เพิ่มไป๋เซียเอ๋อเข้าไปอีกคน.. หลังจากที่ได้ประมือกับยอดฝีมือทั้งสามตระกูลเฉินจี้ยนห่าว และโทคุงาวะ มุโตะ อีกทั้งได้พูดคุยกับธิดาพรรคมาร ทำให้หลิงหยุนเข้าใจระดับความแข็งแกร่งของยอดฝีมือที่อยู่ต่ำกว่าขั้นเซียงเทียน-9 ได้มากขึ้นหลิงหยุนมั่นใจว่า..ด้วยน้ำลายมังกรที่สามารถเติมเต็มพลังปราณที่สูญเสียไประหว่างต่อสู้นั้น จะทำให้เขาสามารถเอาชนะ และสังหารยอดฝีมือระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-8 อย่างเช่นเฉินเจี้ยนห่าวได้..แต่หากต้องสู้กับยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-9แม้เพียงครึ่งระดับ หลิงหยุนก็คงจะเอาชนะได้ยากลำบาก อย่างเช่นโทคุงาวะ มุโตะเป็นต้นจึงแทบไม่ต้องพูดถึงยอดฝีมือที่อยู่ในระดับเริ่มต้นของขั้นเซียงเทียน-9ขึ้นไปที่จะมีพลังเหนือธรรมชาติ เวลานี้หลิงหยุนยังไม่พบเจอกับศัตรูที่มีพลังเหนือธรรมชาติเหล่านี้ แต่เขาเองก็มีไพ่ในมือที่ยังไม่ได้นำออกมาใช้..ดังนั้น..หากยอดฝีมือระดับเริ่มต้นขั้นเซียงเทียน-9 คิดจะสังหารหลิงหยุนภายในพริบตา ด้วยความแข็งแกร่งของหลิงหยุนเวลานี้ ก็คงจะไม่ใช่เรื่องง่ายเช่นกันนี่คือสิ่งที่หลิงหยุนสรุปได้ในเวลานี้..ไอรีนโนเวลหลิงหยุนจึงไม่ได้ให้ราคากับยอดฝีมือเหล่านั้นแต่เขากังวลกับเฉินจิ้งเฉวียนซึ่งเป็นสมาชิกของกลุ่มนภา ดยุคแดร๊กคิวล่าซึ่งเป็นแวมไพร์อายุยาวนาน และเวลานี้กำลังซ่อนตัวอยู่ที่บ้านตระกูลเฉิน และซือกงวู่จี๋ที่เวลานี้อยู่ในจิงฉูแล้วมากกว่าแต่สำหรับเหล่านินจานั้น..หลิงหยุนกลับไม่ได้รู้สึกกังวล เพราะเขามั่นใจว่าโทคุงาวะ มุโตะน่าจะเป็นผู้ที่มีฝีมือสูงส่งที่สุด และยังมีตำแหน่งสูงส่งในตระกูลโทคุงาวะด้วย แต่ก็ได้ถูกเขาสังหารตายไปเมื่อคืนนี้แล้ว!“ข้าต้องแข็งแกร่งกว่านี้เท่านั้น!ต้องรีบเข้าสู่ขั้นพลังชี่ให้ได้โดยเร็วที่สุด!”หลังจากที่หาอาหารเช้าง่ายๆทานแล้วหลิงหยุนก็เดินกลับไปที่ห้องนั่งเล่น และเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับตำนานเก่าแก่ของประเทศจีน เรื่องเกี่ยวกับแวมไพร์ กำแพงเมืองจีน สุสานจิ๋นซี ปิรามิดของชาวอียิปต์ และอื่นๆอีกมากมายและด้วยความจำที่เป็นเลิศของหลิงหยุนเขาได้จดจำทุกอย่างไว้ในสมองเรียบร้อแล้ว..“ข้อมูลในอินเทอร์เน็ตมีมากมายถึงเพียงนี้เชียวรึ..!”หลิงหยุนถึงกับพึมพำออกมากับเทคโนโลยีที่น่าทึ่งของโลกใบนี้และได้แต่คิดในใจว่าหากเขาสามารถพัฒนาขั้นจนแข็งแกร่งได้เมื่อใด เขาจะออกเดินทางสำรวจโลกที่น่าอัศจรรย์ใบนี้อย่างจริงจังเสียทีระหว่างนั้นหลินเมิ่งหานกับเหยาลู่ก็เดินลงมาพอดีหลิงหยุนจึงร้องถามขึ้นว่า “พวกคุณสองคนหิวมั๊ย ผมจะเข้าไปทำอะไรให้ทาน”หญิงสาวทั้งสองส่ายหน้าและตอบพร้อมกัน“ยังไม่หิว..”หลิงหยุนจึงร้องบอกทั้งสองคนว่า“ถ้างั้นก็เตรียมตัวให้พร้อม ผมสั่งให้ถังเมิ่งขับรถมารับเราที่นี่แล้ว คาดว่าคงอีกไม่นานก็มาถึงแล้วล่ะ!”เวลา11.30 นาฬิกา.. รถหรูสีดำคันใหญ่ก็มาจอดอยู่ที่หน้าประตูบ้าน ในที่สุดถังเมิ่งพร้อมด้วยตี้เสี่ยวอู๋ และอาปิงก็มาถึงหลังจากที่หลินเมิ่งหานกับเหยาลู่เปลี่ยนเสื้อผ้าที่หลิงหยุนสั่งให้ถังเมิ่งซื้อมาแล้วทั้งหมดก็เดินทางกลับบ้านรถหรูสีดำคันยาวนี้เป็นรถ Mercedes-Benz รุ่นโมดิฟายน์ใหม่ ภายในจึงมีเก้าอี้อยู่ถึงสี่แถว แปดที่นั่ง เหยาลู่นั่งกับหลินเมิ่งหาน ตี้เสี่ยวอู๋กับอาปิงนั่งคู่กัน ส่วนถังเมิ่งที่คิดถึงหลิงหยุนมากจึงตามไปนั่งข้างๆเขา และไวส์เคาน์เจสเตอร์ทำหน้าที่เป็นคนขับรถ..หลังจากที่ขึ้นรถไปแล้วหลิงหยุนก็สังเกตุเห็นในมือของหลินเมิ่งหานกับเหยาลู่ยังคงถือชุดราตรีที่สวมในคืนนั้นกลับไปด้วย จึงได้แต่ร้องถามขึ้นว่า“นี่พวกคุณยังจะนำเสื้อผ้าเก่ากลับไปทำไมอีก”หลินเมิ่งหานตอบกลับมาทันที“ฉันไม่ได้เสียดายเงิน แต่ไม่อยากทิ้งของส่วนตัวไว้ที่นี่ ”หลิงหยุนถึงกับถอนหายใจเพราะรู้ว่าหลินเมิ่งหานนั้นเกลียดสถานที่แห่งนี้ เพราะมันเป็นเบ้านของนางมารเย่ซิงเฉินนั่นเอง..ถังเมิ่งเองก็สังเกตเห็นว่าทั้งหลินเมิ่งหานและเหยาลู่ต่างก็ดูอารมณ์ไม่ดีจึงหันไปคุยเรื่องอื่นกับหลิงหยุนแทน“นี่พี่หยุน..มายากลที่พี่แสดง และถ่ายทอดทางสถานีโทรทัศน์เจียงหนานถูกแบนไปแล้วนะ ตอนนี้คลิปทั้งหมดในอินเทอร์เน็ตก็ถูกลบทิ้งหมดภายในคืนเดียว..”