ตอนที่ 529
บทที่ 957 : คัดยอดฝีมือ!
October 22, 2026
บทที่ 957 : คัดยอดฝีมือ! ทันทีที่ได้เห็นพลองม่วงทองที่วางอยู่บนพื้นตี้เสี่ยวอู๋ถึงกับดวงตาเบิกโพลง และหายใจรุนแรง! ความจริงแล้วพลองท่อนนี้ก็ไม่ใช่สีม่วงทองเสียทีเดียวแต่มันเป็นสีดำทองที่มีพื้นผิวเลียบเป็นมันวาวต่างหาก “ว้าว..กระบองทองเหรอพี่หยุน” ถังเมิ่งและอาปิงที่วิ่งตามมาติดๆ นั้นถึงกับกรีดร้องออกมาอย่างตกใจ หลิงหยุนเห็นตี้เสี่ยวอู๋ยืนอึ้งไม่พูดไม่จาจึงได้แต่นึกขันและพูดขึ้นว่า “เสี่ยวอู๋.. นายใกล้จะเข้าสู่ขั้นโฮ่วเทียน-7 แล้ว นายต้องหาอาวุธประจำตัวได้แล้ว!” เวลานี้ตี้เสี่ยวอู๋นั่งลงกับพื้นและมือที่กำลังสัมผัสพลองม่วงทองนั้นก็สั่นเทิ้ม พร้อมกับพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นตกใจ “พี่หยุน..นี่มันอาวุธอะไรกัน ใหญ่ขนาดนี้ฉันจะยังไง?” หลิงหยุนถึงกับอึ้งไปเล็กน้อยก่อนจะหัวเราะเสียงดังออกมา แล้วจึงตอบไปด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ฉันไม่ได้จะให้นายใช้พลองนี่เป็นอาวุธ ประโยชน์ของมันก็แค่ใช้แทนแขน แต่ต้องฝึกจนเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับมันเสียก่อน ฉันจะใช้โลหะของพลองนี่สร้างอาวุธให้นายต่างหาก..” ตี้เสี่ยวอู๋ซึ่งหลงใหลการฝึกวรยุทธเป็นชีวิตจิตใจเงยหน้าขึ้นมองหลิงหยุนอยู่นาน ในที่สุดก็ตอบไปว่า “พี่หยุน.. ตอนที่อยู่ในแก๊งมังกรเขียว ฉันเคยใช้มีดสั้น กระบองคู่ แล้วก็กระบองสองท่อนเป็นอาวุธ..” หลิงหยุนไม่รีบร้อนนักเขายิ้มให้ตี้เสี่ยวอู๋ที่กำลังครุ่นคิด จากนั้นจึงพูดขึ้นว่า “นายไม่ต้องรีบร้อน ค่อยๆคิดดู ดูเหมือนนายจะไม่เคยคิดถึงเรื่องพวกนี้มาก่อนสินะ!” ตี้เสี่ยวอู๋ตอบกลับด้วยเสียงทีดังฟังชัด“ครับพี่หยุน!” “หรือจะเป็นหอกใหญ่แบบที่อัศวินขี่ม้าขาวใช้ดี!” หลิงหยุนถึงกับพูดไม่ออกและได้แต่แอบคิดในใจว่า ‘เสี่ยวอู๋.. ข้าว่าเจ้าคงจะอ่านนิยายต่อสู้มากเกินไป! เฮ้อ.. นี่ข้าต้องหาม้าให้เจ้าด้วยหรือไม่!’ “ฮ่า..ฮ่า..” ตี้เสี่ยวอู๋ได้ยินถังเมิ่งหัวเราะเยาะก็เริ่มกระอักกระอ่วน แต่แล้วไม่รู้ว่าเด็กสาวตัวแสบฉีเสี่ยวหงเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ เพราะเสียงของนางดังขึ้นว่า “หรือจะเป็นขวานคู่เหมือนของหลี่ขุย– ฉายาพายุดำดีมั๊ยคะ” “หงเอ๋อ..พูดได้ดีมาก! หรือไม่ก็เป็นค้อนแบบหลี่หยวนปาก็ได้นะ!” ถังเมิ่งร้องตะโกนเสริมขึ้นมาเพื่อยั่วโมโหตี้เสี่ยวอู๋ หลิงหยุนเหลือบมองถังเมิ่งก่อนจะหันไปบอกตี้เสี่ยวอู๋ว่า“เอาล่ะ.. ถ้ายังคิดไม่ออกก็ไม่เป็นไร ค่อยๆคิดไป เพราะถึงยังไงตอนนี้นายก็ยังไม่จำเป็นต้องไปสู้กับใคร!” ระหว่างนั้น..ถังเมิ่งก็รำพึงรำพันออกมาว่า “พี่หยุน.. แล้วไม่มีของฉันบ้างเหรอ” หลิงหยุนหัวเราะเสียงดังพร้อมกับเรียกปืนสั้น Desert Eagle ออกมาสองกระบอก แล้วจึงส่งให้ถังเมิ่งกับอาปิงคนละกระบอก พร้อมกับกำชับว่า “ใช้ระวังๆด้วยล่ะ!” “ว้าว!Desert Eagle ซะด้วย!” ถังเมิ่งและอาปิงร้องอุทานออกมาอย่างดีใจและรีบยื่นมือไปรับปืนมาจากหลิงหยุนทันที จากนั้นทั้งคู่ถึงกับกรีดร้องออกมาด้วยความตื่นเต้น.. “นี่มันปืนจริง..ปืนจริงๆด้วย!”ทั้งสองคน..คนหนึ่งอยู่ในครอบครัวนายตำรวจ ส่วนอีกคนอยู่ในครอบครัวนายทหาร ทั้งคู่จึงชื่นชอบเรื่องปืนเป็นชีวิตจิตใจ!ทั้งคู่เล็งปืนไปทางต้นไม้ใหญ่ด้านหน้าอย่างไม่ลังเลพร้อมกับทำท่าจะลั่นไก แต่หลิงหยุนรีบร้องห้ามไว้ก่อน ถังเมิ่งจึงร้องตะโกนตอบไป“พี่หยุน..ฉันรู้น่า!”จากนั้นถังเมิ่งจึงกระซิบถามหลิงหยุน“พี่หยุน.. ยังมีปืนอีกมั๊ย”หลิงหยุนตอบอย่างไม่ปิดบังเพราะในคืนที่สู้กับแวมไพร์นั้นเขาเก็บมาได้ทั้งปืนยาวและปืนสั้นมากมาย “ยังมีอีกหลายกระบอก..”ถังเมิ่งได้ฟังถึงกับหัวใจเต้นแรงจากนั้นหลิงหยุนก็หันกลับไปถามตี้เสี่ยวอู๋กับอาปิงว่า “หลี่ยี่เฟย เจียวเฟย กับมือสไนเปอร์สร้างปัญหาอะไรบ้างมั๊ย”ตี้เสี่ยวอู๋กับอาปิงตอบพร้อมกัน“พวกเขาเชื่อฟังคำสั่งดี ไม่มีปัญหาอะไร!”เป็นไปตามที่หลิงหยุนคาดไว้เขาจึงพยักหน้าพร้อมกับตอบไปว่า “แบบนี้ฉันค่อยโล่งใจหน่อย!”ฉีเสี่ยวหงยังคงยืนฟังทุกคนคุยกันอย่างเงียบๆเธอเป็นเพียงเด็กสาวที่อายุยังไม่สิบหกปีเต็ม แต่รูปร่างและใบหน้านั้นงดงามอย่างยิ่ง ดวงตาดำกลมโตนั้นเป็นประกายระยิบระยับราวกับสายน้ำเวลานี้ฉีเสี่ยวหงได้เปลี่ยนมาสวมเสื้อเชิ้ตที่ฉินตงเฉี่วยเป็นผู้ซื้อให้ทั้งพี่สาวและน้องสาวส่วนกางเกงนั้นก็เป็นกางเกงขายาวสีขาวเผยให้เห็นรูปร่างที่งดงามสมส่วน..แม้ว่าตลอดสิบหกปีที่ผ่านมาฉีเสี่ยวชิงจะอยู่เติบโตมาด้วยอาหารการกินที่ไม่สมบูรณ์นัก แต่รูปร่าง และหน้าอกหน้าใจของเธอนั้นกลับโตเกินวัย อีกทั้งยังเป็นเด็กที่มีไอคิวสูงมากด้วยหลังจากที่ตื่นขึ้นมาจากอาการโคม่าแล้วเธอก็ถูกรับตัวมาอยู่ที่โรงแรมหรูหราซึ่งเธอแทบไม่เคยกล้าก้าวเท้าเข้าไปด้วยซ้ำ หลังจากได้พบแม่กับพี่สาวแล้ว ครอบครัวของเธอก็ได้ย้ายมาอยู่บ้านหลังใหญ่หรูหราที่รายล้อมไปด้วยหญิงสาวที่ทั้งงดงาม และเพียบพร้อม อีกทั้งยังได้รับการดูแลเอาใจใส่เป็นอย่างดีชีวิตเช่นนี้..อย่าว่าแต่ได้มาอยู่จริงๆเลย สิ่งเหล่านี้ไม่เคยอยู่ในความฝันของฉีเสี่ยวหงด้วยซ้ำไป! จนบางครั้งเธอต้องแอบหยิกต้นขาตัวเองบ่อยๆ เพื่อให้แน่ใจว่านี่คือความจริง และเธอไม่ได้ฝันไป!และที่สำคัญ..หลายครั้งที่แม่ของเธอฉียวี่เจินขอกลับไปอยู่ที่บ้านของตัวเอง แต่คำตอบที่ได้ก็จะเหมือนกันทุกครั้งคือ.. “ทำใจให้สบาย!”ฉีเสี่ยวหงยืนอยู่ต่อหน้าชายหนุ่มทั้งสี่คนที่สูงล้วนแล้วแต่สูงกว่าตนเองแต่เธอซึ่งสูงเพียงหนึ่งเมตรหกสิบห้าเซ็นติเมตรนั้น กลับไม่มีท่าทีกระอักกระอ่วนใจ หรือเคอะเขินเลยแม้แต่น้อยดวงตากลมโตคู่นั้นจับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของหลิงหยุนนิ่งฉีเสี่ยวหงรู้ดีว่าที่ครอบครัวของเธอมีวันนี้ได้ก็เพราะชายหนุ่มรูปหล่อผู้นี้นี่เอง!หากนี่เป็นความฝันของเธอกับครอบครัวหลิงหยุนก็คือผู้ที่สร้างฝันครั้งนี้ขึ้นมา!หลังจากพบว่าหลิงหยุนหันมามองฉีเสี่ยวชิงก็รีบส่งเสียงทักทายทันที “พี่หลิงหยุน..”หลิงหยุนเองก็นึกชมที่เด็กสาวตัวแสบกล้าออกมาข้างนอกคนเดียวเช่นนี้จึงยิ้มให้พร้อมกับถามขึ้นว่า“มีอะไรเหรอหงเอ๋อ”แต่คำตอบของเด็กสาวตัวแสบเกือบจะทำให้หลิงหยุนและชายหนุ่มอีกสามคนตกใจจนแทบช็อค“ฉันขอยืมปืนเล่นหน่อยจะได้มั๊ยน่าสนุกดีจัง..”เรื่องแบบนี้..แม้แต่สาวใจกล้าอย่างหลงหวู่กับเสี่ยวเม่ยหนิงยังไม่เคยพูดออกมาเลย“ห๊ะ..เอ่อ..”