ตอนที่ 531
บทที่ 959 : ศัตรูที่น่ากลัวทั้งสาม!
October 22, 2026
“เอาล่ะ..ผมเล่าทุกอย่างไปมาก มีอะไรอยากจะถามบ้างมั๊ย แล้วก็ไม่ต้องวิตกกังวลมากไปนัก!” สายพิณที่ถูกขึงจนตึงเกินไปก็อาจขาดได้..หลิงหยุนจึงหยุดอยู่เพียงแค่นี้ และร้องบอกให้ทุกคนผ่อนคลาย ความกลัวของมนุษย์ล้วนมาจากความไม่รู้..แต่หากมนุษย์ได้เห็น ได้ยิน และได้ล่วงรู้ความจริง พวกเขาก็จะเลิกหวาดกลัว และเลิกกังวล แล้วหันหน้าเผชิญกับความยากลำบาก และค่อยๆข้ามพ้นมันไปทีละเรื่อง หลิงหยุนเปิดเผยทุกอย่างเช่นนี้ก็เพื่อให้ทุกคนได้เข้าใจความจริง จะได้ลดแรงกดดันที่อยู่ในใจ และปลดปล่อยมันออกมา แม้แต่หลิงหยุนเองก็เช่นกันในสถานการณ์ที่ตึงเครียดเช่นนี้ ศัตรูของเขาล้วนแล้วแต่แข็งแกร่งอย่างมาก หากเขาไม่สามารถขจัดความกดดันต่างๆ เหล่านี้ออกไปจากใจได้ เขาก็ยากที่จะรับมือกับความยากลำบากในวันข้างหน้าได้เช่นกัน “เมิ่งหาน..เหยาลู่.. คืนนี้พวกคุณสองคนนอนที่ห้องของผม สองสามวันนี้อย่าเพิ่งคิดอะไรมาก นอนหลับพักผ่อนฟื้นฟูสภาพร่างกายก่อน เพื่อเป็นการเตรียมพร้อมเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน!” “ส่วนคนอื่นๆก็ทำตัวตามปกติ ถึงเวลากินก็ต้องกิน ถึงเวลาฝึกก็ต้องฝึก ในบ้านหลังนี้ไม่มีอันตรายอะไร อย่าได้กังวลจนกลายเป็นความกดดัน และที่สำคัญอย่ากดดันตัวเองจนมากเกินไป..” หลังจากพูดจบแล้วหลิงหยุนก็โบกมือให้ทุกคนพร้อมกับถามขึ้นว่า “พวกคุณยังมีอะไรค้างคาใจอีกมั๊ย ถ้าไม่มีก็แยกย้ายกันได้ ผมมีเรื่องที่ต้องปรึกษากับน้าหญิงต่อ..” วันนี้หลิงหยุนเปิดโอกาสให้ทุกคนได้พูดได้ถามเต็มที่เพราะหลังจากนี้เขามีเรื่องที่สำคัญกว่าต้องไปจัดการ.. เมื่อหลิงหยุนกับฉินตงเฉี่วยมีเรื่องต้องปรึกษากันทุกคนจึงรู้ดีว่าคงไม่สามารถช่วยอะไรได้มากนัก อยู่ต่อก็คงวุ่นวายเสียเปล่าๆ จึงเลือกที่แยกย้ายกันไป ถังเมิ่งดูเหมือนไม่ต้องการจะแยกจากหลิงหยุนเขายกมือขึ้นเกาหัว และพูดอึกอัก “พี่หยุน.. แล้วเรื่องของฉันล่ะ!” หลิงหยุนตอบยิ้มๆ“นายจะร้อนใจอะไรนักหนา รอฉันปรึกษากับน้าหญิงให้เสร็จก่อน แล้วจะเอาให้นาย!” “โอเค!” ถังเมิ่งร้องตะโกนออกมาด้วยความดีใจแล้วรีบยื่นมือไปลากแขนอาปิงวิ่งขึ้นไปบนห้องทำงานของหลิงหยุน และใช้ที่นั่นเป็นสำนักงานชั่วคราว.. หลังจากที่ทั้งสองคนออกไปแล้วตี้เสี่ยวอู๋ที่ยืนนิ่งอยู่จึงพูดขึ้นว่า “พี่หยุน.. ฉันจะไปฝึกที่สวนด้านนอก” หลิงหยุนพยักหน้าพร้อมย้ำว่า“เสี่ยวอู๋.. ถึงแม้นายจะร้อนใจมาก แต่ก็ต้องอดทน อย่างเร่งรีบที่จะก้าวหน้ามากจนลืมรากฐานที่มั่นคงไป เพราะรากฐานที่มั่นคงจะส่งผลให้การฝึกฝนได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด และได้ประโยชน์สูงสุด!”ในที่สุดหลิงหยุนก็มีโอกาสได้อยู่ตามลำพังกับฉินตงเฉี่วย!ในเมื่อเหลืออยู่กันเพียงแค่สองคนแล้วฉินตงเฉี่วยก็ไม่สามารถหลบสายตาแหลมคมของหลิงหยุนได้อีกต่อไป นางจึงแสร้งทำเป็นยิ้ม และพูดกับหลิงหยุนว่า“เจ้าเด็กดื้อ..จู่ๆ เจ้าก็มาบอกเรื่องน่าตกใจกับทุกคนเช่นนี้ เจ้าอาจสบายใจ แต่คนอื่นๆจะทนได้งั้นรึ”หลิงหยุนมองฉินตงเฉี่วยด้วยสีหน้าเคร่งเครียดและตอบกลับอย่างมั่นนใจ “ข้าเชื่อว่าทุกคนจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง!”“น้าหญิง..พวกเราไปคุยกันที่ทะเลสาบจะดีกว่า!”เรื่องที่จะพูดต่อจากนี้..หลิงหยุนไม่ต้องการพูดในบ้านหลังนี้ เขาจึงชวนฉินตงเฉี่วยไปที่คุยที่ทะเลสาบจิงฉูฉินตงเฉี่วยพยักหน้าเห็นด้วยแล้วทั้งคู่ก็เดินเคียงข้างกันออกจากบ้านไปทันที โดยไม่สนใจแสงแดดเจิดจ้าบนศรีษะ และทั้งสองคนก็ค่อยๆ หายออกไปจากบ้านไม่นาน..ฉินตงเฉี่วยกับหลิงหยุนก็เดินมาถึงริมฝั่งทะเลสาบจิงฉู ทั้งคู่ไปยืนอยู่ใต้ต้นไม้เพื่ออาศัยร่มเงาบดบังแสงอาทิตย์ที่สาดส่องลงมา สายลม และไอเย็นพัดโชยมาจากทะเลสาบ น้ำสีฟ้าใสทอประกายระยิบระยับกับแสงแดด ดูช่างงดงามยิ่งนัก..หลังจากที่ได้ชื่นชมสายน้ำและภูเขาที่ล้อมรอบอยู่ครู่หนึ่ง อารมณ์ของฉินตงเฉี่วยก็เริ่มดีขึ้นมาบ้าง นางจึงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นว่า“เจ้าเด็กดื้อ..เจ้าสังเกตเห็นหรือไม่ ในระหว่างที่เจ้าพูดเรื่องศัตรูของตนเองนั้น หลิงยู่บีบมือข้าไว้แน่น ร่างกายของนางสั่นเทาราวกับลูกนก..”หลิงหยุนยิ้มพร้อมตอบกลับไปว่า“ข้าย่อมต้องเห็นอยู่แล้ว.. ไม่เพียงหลิงยู่ ข้าเห็นทุกคนในห้องแม้กระทั่งผู้ชายสามคนต่างก็เป็นเช่นนั้น! แต่ความจริงก็คือความจริง.. แม้จะรู้สึกกดดัน แต่บางครั้งแรงกดดันก็กลับกลายเป็นแรงขับเคลื่อนได้เช่นกัน!”“หากข้าต้องเผชิญหน้ากับเหล่าชาวยุทธเช่นนี้แต่กลับไม่ยอมบอกความจริงให้ทุกคนรับรู้ นั่นไม่เพียงไม่ใช่การปกป้องทุกคน แต่กลับจะเป็นการทำร้ายทุกคนทางอ้อมแทน!”ฉินตงเฉี่วยได้แต่ยิ้มและตอบกลับไปว่า“วันนี้ข้าจึงไม่ห้ามเจ้ายังไงเล่า! แต่ต้องยอมรับว่าจู่ๆ ให้ทุกคนมารับรู้เรื่องนี้กะทันหัน คงส่งผลต่อจิตใจของพวกเขามากทีเดียว!”แต่หลิงหยุนตอบกลับไปยิ้มๆ“น้าหญิง.. คงจะไม่หนักหนาอย่างที่ท่านคิด! อย่างน้อย.. เกาเฉินเฉินก็เคยพบเห็นแวมไพร์มามากมายกว่าสองร้อยตน ตี้เสี่ยวอู๋กับถังเมิ่งก็เคยเห็นข้าสังหารศัตรูมานักต่อนัก และในวันที่ข้าสังหารยอดฝีมือตระกูลซัน ทั้งหนิงน้อยแล้วก็เสี่ยวเหมาต่างก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย..”“หลังจากที่ข้าพูดออกไปในวันนี้บรรยากาศภายในบ้านจะต้องเปลี่ยนไป ทุกคนจะกล้าพูดจาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันในเรื่องนี้ แต่หากข้าไม่พูดเรื่องนี้ออกมา และพวกนางต่างก็ไม่กล้าเอ่ยถาม ความกดดันจะยิ่งทวีคูณมากขึ้น..”