ตอนที่ 532
บทที่ 960 : เปิดเผยความลับ!
October 22, 2026
ทันทีที่หลิงหยุนพูดถึงสำนักดาบสวรรค์ใบหน้างดงามของฉินตงเฉี่วยก็เปลี่ยนเป็นผิดปกติไปทันที.. นางไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้าหลิงหยุนตรงๆและแสร้งเมินมองไปทางแสงระยิบระยับที่กำลังทอประกายอยู่บนผิวน้ำในทะเลสาบ แล้วก็เอาแต่นิ่งเงียบ.. หลิงหยุนเข้าใจดีว่าเพราะเหตุใดฉินตงเฉี่วยจึงมีท่าทางเปลี่ยนไปเช่นนั้น.. ฉินตงเฉี่วยเป็นศิษย์สำนักดาบสวรรค์แต่เวลานี้นางกลับมีส่วนรู้เห็นในการกระทำที่ร่ำลือไปทั่วทั้งยุทธภพของหลิงหยุน นางจึงเปรียบเสมือนคนกลางที่อยู่ระหว่างสองฝ่าย และตกอยู่ในสถานะที่กลืนไม่เข้าคลายไม่ออก.. หลิงหยุนไม่เร่งรัดฉินตงเฉี่วยแต่กลับเดินไปหยุดยืนนิ่งเงียบข้างกายนาง เขาต้องการให้ฉินตงเฉี่วยได้มีโอกาสทบทวนให้รอบคอบก่อนที่จะตัดสินใจพูดออกมา หลังจากที่ฉินจิวยื่อจากไปฉินตงเฉี่วยจึงนับเป็นผู้อาวุโสที่สุดในครอบครัว และเป็นคนที่หลิงหยุนรักมากที่สุด ดังนั้นไม่ว่าฉินตงเฉี่วยจะตัดสินใจเช่นใด หลิงหยุนย่อมต้องเคารพการตัดสินใจของนางเสมอ.. ฉินตงเฉี่วยเหม่อมองไปทางทะเลสาบและกำลังควบคุมอารมณ์อ่อนไหวที่กำลังขึ้นๆลงๆอยู่นี้ จนกระทั่งผ่านไปครู่ใหญ่จิตใจ และอารมณ์ของนางจึงค่อยๆ สงบนิ่งลงได้.. ในที่สุดฉินตงเฉี่วยก็เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เบา“เด็กดื้อ.. เจ้ารู้หรือไม่ว่าข้าไม่เพียงเป็นศิษย์สำนักดาบสวรรค์ แต่สำนักดาบสวรรค์ยังมีบุญคุณต่อตระกูลฉินด้วย..!” หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยและตอบไปว่า “น้าหญิง.. เรื่องนี้ท่านคงต้องเล่าให้ข้าฟัง!” ฉินตงเฉี่วยจึงเล่าต่อ“ความจริงแล้ว.. เมื่อครั้งที่เจ้าเดินทางไปปักกิ่ง ข้าเองก็ได้ส่งได้สาส์นไปที่สำนักดาบสวรรค์ และหวังว่าทางสำนักจะไม่ยื่นมือเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของเจ้า แต่.. แต่ข้าก็ต้องผิดหวัง!” หลิงหยุนนิ่งเงียบไม่ตอบแต่ในใจนั้นกลับกำลังตื่นเต้นอย่างมาก นั่นเพราะจากคำพูดของฉินตงเฉี่วย เห็นได้ชัดว่านางเลือกที่จะยืนเคียงข้างเขา! “แม้ว่าสำนักดาบสวรรค์จะใช้กระบี่โลหิตแดนใต้เป็นข้ออ้างกล่าวหาเจ้าเป็นคนของพรรคมารแต่ความจริงแล้วพวกเขาต่างก็กำลังตามหาสิ่งของในตำนานจีนโบราณ..” หลิงหยุนยิ้มเยาะและพูดขึ้นลอยๆ“เมื่อใดที่สมุดจักรพรรดิถือกำเนิดขึ้น ทั่วหล้ามีเพียงผู้เดียวที่ได้ครอบครอง..” ฉินตงเฉี่วยถึงกับขมวดคิ้วและถามขึ้นว่า “คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะเคยได้ยินคำกล่าวนี้เช่นกัน ใครบอกกับเจ้างั้นรึ?” หลิงหยุนบอกเล่าแก่ฉินตงเฉี่วไปตามความจริง“ครั้งแรกที่ข้าได้ยินคำพูดนี้.. ก็จากปากของไป่หยวนเจีย!” ฉินตงเฉี่วยพยักหน้าสายตาของนางเหม่อมองไปทางที่ตั้งของหลุมยักษ์ ซึ่งอยู่ระหว่างเขามังกรกับผาหยกด้านใต้เนิ่นนานก่อนจะรำพึงรำพันออกมา.. “พู่กันจักรพรรดิกับสมุดจักรพรรดิถือกำเนิดขึ้นในเมืองจิงฉูแล้วจริงๆสินะ!” ครั้งนี้..หลิงหยุนถึงกับใจเต้นแรงพร้อมกับแอบคิดในใจว่า ‘น้าหญิง.. ท่านเองก็รู้เรื่องนี้ด้วยงั้นรึ!’ แต่ก็แสร้งทำเป็นนิ่งเงียบ.. ฉินตงเฉี่วยถอนหายใจออกมาเบาๆก่อนจะพูดต่อว่า “ท่านอาจารย์แห่งสำนักดาบสวรรค์เป็นผู้บอกข้าเอง ข่าวคราวเรื่องนี้ต่างร่ำลือไปทั่วทั้งยุทธภพ ชาวยุทธทั้งหลายต่างก็จับตามอง แม้ว่าจะเป็นเพียงตำนานที่เล่าขานกันมานานนับพันปี แต่หากมีการยืนยันขึ้นเมื่อได.. เมื่อนั้นยุทธภพคงต้องวุ่นวายอย่างที่สุด!”“วันนี้ถึงเวลาที่ข้าเองต้องบอกความจริงกับเจ้าเสียที!ที่ข้าเดินทางมาจิงฉูนั้น เพราะได้รับคำสั่งให้ลงไปค้นหาสมุดจักรพรรดิในค่ายกลมังกรหยิน-หยางที่ก้นหลุมยักษ์!”“แต่ประจวบกับที่พี่สาวของข้ากำลังจะออกเดินทางพอดีข้าจึงต้องอยู่ดูแลเจ้ากับหลิงยู่มาจนถึงบัดนี้..”หลิงหยุนเองเมื่อได้รู้ความจริงก็ถึงกับตกใจจนนิ่งอึ้งไปนานแต่เมื่อรู้สึกตัวก็ได้แต่ถามออกไปโง่ๆ“น้าหญิง..ตั้งแต่ท่านมาจิงฉู ข้ายังไม่เห็นท่านลงไปสำรวจหลุมยักษ์นั่นเลยสักครั้ง”ฉินตงเฉี่วยได้แต่ยิ้มพร้อมกับส่ายหน้า“เจ้าเด็กโง่.. ตั้งแต่ที่ข้าได้พบหน้าเจ้า ข้าก็รู้ได้ทันทีว่าเจ้าได้ลงไปสำรวจหลุมยักษ์นั่นมาแล้ว เหตุใดข้ายังต้องลงไปสำรวจอีกเล่า”จากนั้นฉินตงเฉี่วยก็หันไปจ้องหน้าหลิงหยุนนิ่งนานก่อนจะถามออกมาด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น..“หลิงหยุน..วันนี้ข้าขอถามเจ้า – เจ้าใช่ ‘คนผู้นั้น’ หรือไม่”ทันทีที่ได้ยินคำถามของฉินตงเฉี่วยใจของหลิงหยุนถึงกับสั่นสะท้านอย่างรุนแรง และเกิดการต่อสู้อยู่ภายในใจ..‘ข้าควรบอกความจริงกับน้าหญิงหรือควรปิดให้เป็นความลับต่อไปดีนะ!’แต่หลิงหยุนกลับใช้เวลาครุ่นคิดอยู่ไม่นานนักเขาหันไปยิ้มให้กับฉินตงเฉี่วย และพูดกับนางผ่านกระแสจิต-น้าหญิง..ท่านคาดเดาได้แม่นยำยิ่งนัก ถูกต้องแล้ว.. ข้าคือ ‘คนผู้นั้น’ จริงๆ! เวลานี้ทั้งสมุดจักรพรรดิ และพู่กันจักรพรรดิล้วนอยู่ในร่างกายของข้า!–ในที่สุดความสงสัยในใจของฉินตงเฉี่วยก็ได้รับการยืนยันจากปากของหลิงหยุนแต่นางกลับไม่มีท่าทีตกใจ หรือตื่นเต้นเลยแม้แต่น้อย ฉินตงเฉี่วยเพียงแค่เหลือบมองหลิงหยุน และตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยหลิงหยุนยังคงพูดต่อ“น้าหญิง.. เรื่องเช่นนี้หากท่านไม่เอ่ยปากถามข้า ข้าย่อมไม่พูดออกมาเองแน่ แต่ในเมื่อท่านเอ่ยปากถาม ข้าย่อมต้องพูดความจริง!”หลิงหยุนตอบกลับไปว่า“เรื่องนี้หากน้าหญิงไม่เอ่ยถาม ข้าย่อมไม่พูดออกมาแน่ แต่ในเมื่อท่านเอ่ยปากถาม ข้าก็ต้องพูดความจริงเช่นกัน!”ฉินตงเฉี่วยพยักหน้ารับรู้สีหน้าของนางบ่งบอกว่ามีความสุขอย่างมาก จากนั้นจึงถามขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เคร่งเครียด“นอกจากข้าแล้วมีใครรู้เรื่องนี้อีกบ้างเจ้าต้องบอกข้ามาตามความจริง.. อย่าได้ปกปิดแม้แต่น้อย!”หลิงหยุนเห็นฉินตงเฉี่วยที่จู่ๆก็เปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม จึงได้แต่ยิ้มและตอบไปตามความจริง“ผู้ที่รู้เรื่องพู่กันจักรพรรดิก็มีเฉิงเม่ยเฟิงเสี่ยวเม่ยเม่ย แต่หญิงสาวสองคนนี้ท่านยังไม่เคยพบมาก่อน แล้วก็มีเซียนเอ๋อ เฉินเฉิน หนิงน้อย ถังเมิ่ง เสี่ยวอู๋ ส่วนท่านแม่น่าจะพอรู้บ้าง..”“ส่วนสมุดจักรพรรดินั้น..มีเพียงข้าผู้เดียวที่รู้! แต่ตู้กู่โม่แห่งตระกูลตู้กู่อาจจะพอคาดเดาได้บ้าง..”