ตอนที่ 535
บทที่ 963 : สุดที่จะทน!
October 22, 2026
ฉินตงเฉี่วยกระโดดไปยืนอยู่ด้านหน้าของชายชราอายุกว่าครึ่งร้อยคนหนึ่งนางสงบจิตใจ และค่อยๆ ย่อตัวลงพร้อมกับเอามือประสานกันทำการคาราวะชายชราผู้นั้น.. “ฉินตงเฉี่วยคาราวะศิษย์พี่ใหญ่พี่สาม พี่สี่ พี่ห้า และพี่หก!” ยอดฝีมือทั้งห้าคนบนยอดเขาหลงเหมินเวลานี้ล้วนเป็นศิษย์พี่ชายหญิงในสำนักดาบสวรรค์ของฉินตงเฉี่วยทั้งสิ้น ศิษย์พี่ใหญ่มีนามว่ากัวเสี่ยวเทียนศิษย์พี่สามมีนามว่าฮู๋วฉีเฟิง ศิษย์พี่สี่มีนามว่าหลิวซุ่ยเฟิง และศิษย์พี่ห้าและศิษย์พี่หกซึ่งเป็นหญิงนั้นมีนามว่าจี้เสี่ยวฉิง และจงชวนเยี่ยน ความจริงแล้วศิษย์พี่ของฉินตงเฉี่วยนั้นมีทั้งหมดหกคนแต่ศิษย์พี่สองนั้นไม่ได้มาด้วย แต่เพียงแค่ศิษย์พี่ทั้งห้าคนนี้ ก็สามารถกดดันฉินตงเฉี่วยให้หวาดหวั่นได้อย่างมากแล้ว.. ชายชราที่อายุมากที่สุดและดูเหมือนจะเป็นเป็นผู้นำนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น เขาคือศิษย์พี่ใหญ่กัวเสี่ยวเทียนนั่นเอง รูปร่างของกัวเสี่ยวเทียนนั้นสูงสง่า ใบหน้าบ่งบอกว่ามีอายุ ผมยาวสีขาวนั้นถูกหวีไว้อย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย และใบหน้ามีสีแดงระเรื่อ กัวเสี่ยวเทียนยังคงยืนนิ่งเงียบไม่พูดไม่จาแต่ก็ไม่มีท่าทีโกรธเกรี้ยวแต่อย่างใด.. บนแผ่นหลังของกัวเสี่ยวเทียนนั้นมีดาบเล่มใหญ่เหน็บอยู่และด้ามจับของดาบนั้นก็โผล่ขึ้นมาจากไหล่ของเขากว่าครึ่งฟุต ดวงตาของกัวเสี่ยวเทียนหรี่ลง และกำลังจ้องมองฉินตงเฉี่วยด้วยแววตาที่นางเองก็ไม่อาจคาดเดาได้.. หลังจากผ่านไปช่วงสั้นๆคิ้วของกัวเสี่ยวเทียนกลับยกสูงขึ้น และดวงตาที่หรี่เล็กนั้นก็ค่อยๆขยายออกอย่างช้าๆ เวลานี้ดวงตาคมกริบคู่นั้นกำลังสำรวจฉินตงเฉี่วยอย่างละเอียด และดูเหมือนจะปรากฏร่องรอยของความประหลาดใจเพียงเล็กน้อยเท่านั้น เพียงแค่ฉินตงเฉี่วยปรากฏตัวกัวเสี่ยวเทียนก็สามารถมองเห็นขั้นของนางได้ในทันที และได้แต่คิดในใจว่าฉินตงเฉี่วยลงเขามาเพียงแค่สามเดือน แต่กลับสามารถเข้าสู่ขั้นเซียงเทียน-5 ได้แล้วเช่นนั้นรึ! ความก้าวหน้าที่รวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์นี้ทำให้กัวเสี่ยวเทียนถึงกับตกใจยิ่งนักและได้แต่สงสัยว่าเป็นเช่นนี้ได้อย่างไรกัน! แต่ถึงกระนั้นสีหน้าของกัวเสี่ยวเทียนก็สามารถกลับสู่ความเป็นปกติได้ภายในเวลาอันรวดเร็วกัวเสี่ยวเทียนเอ่ยกับฉินตงเฉี่วยด้วยน้ำเสียง และแววตาที่สงบนิ่ง ไม่มีท่าทีของความโกรธเกรี้ยว หรือไม่พอใจเลยแม้แต่น้อย.. “ฉินตงเฉี่วย..ลุกขึ้นแล้วค่อยพูด!” ฉินตงเฉี่วยถึงกับอึ้งไป..เพราะครั้งนี้กัวเสี่ยวเทียนไม่เรียกนางว่าน้องเล็กเหมือนเช่นทุกครั้ง “น้อมรับคำสั่งศิษย์พี่ใหญ่..” ฉินตงเฉี่วยรู้สึกหนักใจยิ่งนักแต่ก็ไม่แสดงอาการใดๆออกมาทางสีหน้า นางเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อย และค่อยๆ ลุกขึ้นยืนตัวตรง.. เมื่อลุกขึ้นยืนแล้ว..ฉินตงเฉี่วยจึงได้สังเกตเห็นสีหน้าของศิษย์พี่ชายหญิงทั้งสี่คน และพบว่าศิษย์พี่สามฮู๋วฉีเฟิง ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยไม่แสดงอารมณ์ใดๆ..ไอรีนโนเวล ส่วนศิษย์พี่สี่หลิวซุ่ยเฟิงที่เคยตามติดฉินตงเฉี่วยนั้นครั้งนี้กลับจ้องมองนางด้วยแววตาเคร่งขรึม ไม่เพียงไม่มีทีท่ากระตือรือร้นที่ได้พบเจอนางเหมือนทุกครั้ง หนำซ้ำในแววตายังซ่อนความยินดีกับชะตาร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นกับนางไว้อีกด้วย และแม้ว่าหลิวซุ่ยเฟิงจะพยายามปกปิดแล้ว แต่ก็ปกปิดได้ไม่มิดชิดนัก.. แต่นั่นยังไม่สร้างความประหลาดใจให้กับฉินตงเฉี่วยเท่ากับการลงเขามาของศิษย์พี่ห้าและศิษย์พี่หกของนาง.. โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิษย์พี่ห้าจี้เสี่ยวฉิงแม้ว่ารูปร่างของนางจะบอบบาง แต่เพลงดาบของนางนั้นน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก และขั้นความแข็งแกร่งนั้นก็เหนือกว่าหลิวซุ่ยเฟิงมากนัก นอกเหนือจากการฝึกฝนวิชาในสำนักดาบสวรรค์แล้ว นางก็ไม่เคยสนใจอยากรู้เรื่องราวอื่นๆบนโลกใบนี้เลย แต่จู่ๆ นางมาที่จิงฉูเช่นนี้ นางกำลังคิดการเช่นใดกันแน่ ส่วนศิษย์พี่หกจงชวนเยี่ยนที่มีรูปลักษณ์ทรงเสน่ห์นั้นฉินตงเฉี่วยพอจะเข้าใจได้ว่าการมาของนางในครั้งนี้คงจะมาเพื่อร่วมสนุก อีกทั้งนางก็หลงรักหลิวซุ่ยเฟิง ครั้งนี้จึงไม่ยอมพลาดโอกาสที่จะตามหลิวซุ่ยเฟิงลงเขามาด้วยแน่ เมื่อคิดได้เช่นนี้ฉินตงเฉี่วยจึงยิ้มพร้อมกับเอ่ยทักทายหญิงสาวทั้งสองคน “ศิษย์พี่จี้ ศิษย์พี่จง ท่านทั้งสองก็ลงเขาด้วยงั้นรึ”แววตาเย็นชาของจงชวนเยี่ยนกวาดมองฉินตงเฉี่วยพร้อมกับยิ้มเย้ยและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเหยียดหยัน“ศษย์น้องฉิน..หากพวกเราไม่ลงเขามาด้วยตัวเอง จะได้สามารถรู้ข่าวเรื่องสมุดจักรพรรดิ และพู่กันจักรพรรดิได้อย่างไรกันเล่า”แต่แล้วฉินตงเฉี่วยก็ถึงกับเย็นยะเยือกไปถึงขั้วหัวใจทันทีเมื่อได้ยินน้ำเสียงเย็นชาของศิษย์พี่ห้าที่ถามขึ้นว่า“ฉินตงเฉี่วย..เจ้ารู้ความผิดของตนเองหรือไม่”แม้ว่าฉินตงเฉี่วยจะให้ความเคารพศิษย์พี่ทั้งห้าของนางเสมอมาแต่เรื่องนี้เกี่ยวพันกับหลิงหยุน นางจำเป็นต้องปกป้อง และตอบโต้กลับด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาเช่นกัน..“พี่ห้า..ข้านับถือท่านดั่งพี่สาวแท้ๆของข้า ข้าจึงได้เอ่ยทักทายท่าน ท่านไม่ควรเกรี้ยวกราดใส่ข้าเยี่ยงนี้ เหตุใดจึงกล่าวหาข้าข้างๆคูๆเช่นนี้เล่า”“หุบปาก..”กัวเสี่ยวเทียนเห็นว่าภารกิจยังไม่ทันจะได้เริ่มสถานการณ์ก็กลับบานปลายแล้ว เขาจึงรีบห้ามปรามไว้ทันทีในเมื่อศิษย์พี่ใหญ่อย่างกัวเสี่ยวเทียนเอ่ยปากทั้งจี้เสี่ยวฉิงและจงชวนเยี่ยนต่างก็เงียบไปทันที และได้แต่จ้องมองฉินตงเฉี่วยด้วยแววตาเคียดแค้นชิงชังแม้กัวเสี่ยวเทียนจะเดือดดาลฉินตงฉี่วยมากแต่เขาเองก็เปรียบเสมือนอาจารย์ของนาง และคุ้นเคยกับอุปนิสัยใจคอของนางดีเขาจึงต้องการฟังคำอธิบายและดูท่าทีของฉินตงเฉี่วยก่อน..“ตงเฉี่วย..ข้าขอถามเจ้า! อาจารย์ส่งเจ้าลงเขามาครั้งนี้ด้วยจุดประสงค์ใด”ในเมื่อศิษย์พี่ใหญ่ถามเช่นนี้ฉินตงเฉี่วยจึงได้แต่ตอบไปตามความจริง นางผสานมือทำการคาราวะ และตอบไปว่า“ตอบศิษย์พี่ใหญ่..อาจารย์ให้ข้าลงเขามาเพื่อสืบเรื่องพู่กันจักรพรรดิ และสมุดจักรพรรดิ”กัวเสี่ยวเทียนหรี่ตาลงและดวงตาคมกริบคู่นั้นก็จับจ้องอยู่ที่ใบหน้าของฉินตงเฉี่วยพร้อมกับพูดขึ้นว่า“แล้วเจ้าสืบได้ความเช่นใดบ้าง”สายตาคมกริบของกัวเสี่ยวเทียนนั้นราวกับมีดคมที่กรีดลงบนใบหน้าของฉินตงเฉี่วยร่างกายของนางสั่นสะท้าน แต่ก็กัดฟันตอบกลับไปว่า“ตอบศิษย์พี่ใหญ่..ข้ายังไม่ได้ข่าวคราวเกี่ยวกับพู่กันจักรพรรดิ และสมุดจักรพรรดิเลย!”“เป็นความจริงงั้นรึ!”ดวงตาของกัวเสี่ยวเทียนเบิกกว้างและเป็นประกายขึ้นมาวูบหนึ่ง!จงชวนเยี่ยนได้โอกาสจึงส่งเสียงเย้ยหยันอยู่ด้านหลังแต่กัวเสี่ยวเทียนยกมือขึ้นห้าม..“ข่าวคราวเรื่องพู่กันจักรพรรดิและสมุดจักรพรรดิถือกำเนิดขึ้นแล้วในจิงฉู ต่างก็ร่ำลือกันทั่วทั้งยุทธภพ เจ้าไม่ได้ข่าวคราวอะไรเลยอย่างนั้นเชียวรึ”