ตอนที่ 536
บทที่ 964 : ขบถสำนักดาบสวรรค์!
October 22, 2026
สูงจากพื้นดินไปราวหนึ่งร้อยเมตรหลิงหยุนซึ่งยืนตระหง่านอยู่บนแผ่นหลังของเจสเตอร์กระโดดลงมาบนพื้นดินด้านล่างอย่างสง่างาม.. เมื่อลงมาถึงพื้นด้านล่างนั้น..หลิงหยุนอยู่ในท่าคุกเข่าข้างหนึ่ง ส่วนมืออีกข้างค้ำยันพื้นไว้ ก่อนจะลุกขึ้นยืนตรงหน้าฉินตงเฉี่วยทันที! จากนั้นก้อนหินมากมายนับไม่ถ้วนก็กระเด็นออกจากพื้นดินที่หลิงหยุนยืนอยู่ และพุ่งเข้าใส่ร่างของศิษย์สำนักดาบสวรรค์ทั้งห้าคนทันที เวลานี้ต่างฝ่ายต่างก็ยกฝ่ามือขึ้นปัดป้องก้อนหินเหล่านั้นเป็นพัลวัน.. คันธนูทองถูกเรียกเก็บเข้าไปในแหวนพื้นที่นานแล้วและเวลานี้ในมือซ้ายของหลิงหยุนก็กำกระบี่โลหิตแดนใต้ไว้แน่น ไอสังหารที่น่าสะพรึงกลัวกระจายไปทั่วทั้งตัวกระบี่สีดำ.. เมื่อเห็นหลิงหยุนปรากฏตัวอย่างโอหังเช่นนี้ฉินตงเฉี่วยก็ได้แต่แอบถอนหายใจ และคิดอยู่ในใจว่า ‘เจ้าเด็กดื้อ..นี่เจ้าตามข้ามาจนได้สินะ!’ ความจริงแล้วหลิงหยุนมาถึงยอดเขาหลงเหมินแห่งนี้ก่อนหน้าฉินตงเฉี่วยเสียอีกและได้บินสังเกตการณ์อยู่เหนือยอดเขาขึ้นไปราวแปดร้อยเมตร ดังนั้น.. บทสนทนาระหว่างฉินตงเฉี่วยกับศิษย์สำนักดาบสวรรค์ทั้งห้านั้น จึงถูกหลิงหยุนได้ยินจนหมดสิ้น.. หลิงหยุนพอจะรู้ว่า..ตลอดระยะเวลายี่สิบปีที่ฉินตงเฉี่วยร่ำเรียนวรยุทธในสำนักดาบสวรรค์นั้น แม้ว่าไม่อาจจะพูดคุยกับศิษย์ทุกคนดั่งเช่นพี่น้องได้ แต่ก็ไม่ถึงกับทำให้รู้สึกผิดหวังดังเช่นที่กัวเสี่ยวเทียนกระทำในคืนนี้ กัวเสี่ยวเทียนไร้เมตตากับฉินตงเฉี่วยถึงขั้นที่ต้องการทำลายวรยุทธของนาง ในขณะที่ฉินตงเฉี่วยก็เอาแต่ยืนนิ่งไม่ต่างจากคนโง่ ไม่เพียงไม่ตอบโต้ แต่ยังไม่ยอมหลบหลีกอีกด้วย! เช่นนี้แล้วหลิงหยุนจะสามารถทนนิ่งเฉยอยู่ต่อไปอย่างไรได้เล่า กัวเสี่ยวเทียนเดือดดาลอย่างมากแต่หลิงหยุนนั้นเดือดดาลยิ่งกว่า! และการที่ลูกธนูไม่พุ่งตรงเข้าใส่ศรีษะของกัวเสี่ยวเทียนตรงๆนั้น ย่อมนับว่าเป็นความปราณีอย่างมากมายของหลิงหยุนแล้ว.. ริมฝีปากของหลิงหยุนแสยะยิ้มออกมาอย่างเหยียดหยันในขณะที่จ้องมองศิษย์สำนักดาบสวรรค์ทั้งห้ากำลังปัดป้องก้อนหินกันเป็นพัลวันหลิงหยุนยังไม่คิดที่จะลงมือสังหารทุกคนในทันที แต่หันไปพูดกับฉินตงเฉี่วยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย.. “น้าหญิง..เรื่องราวจากนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของข้าเอง!” น้ำเสียงของหลิงหยุนสงบนิ่งแต่แฝงไว้ด้วยความมั่นคงหนักแน่น ไม่มีแม้แต่ความเกรงกลัว และไม่เปิดโอกาสให้ฉินตงฉี่วยได้โต้แย้งแต่อย่างใด.. ริมฝีปากของฉินตงเฉี่วยขยับคล้ายจะพูดอะไรบางอย่างแต่ในที่สุดก็เลือกที่จะนิ่งเงียบแทน.. ศิษย์ทั้งห้าของสำนักดาบสวรรค์กระโดดถอยหลังไปไม่ไกลนักแต่ทั้งหมดก็สามารถหลบหลีก และปัดป้องก้อนหินที่พุ่งเข้าใส่ได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งศิษย์พี่ใหญ่อย่างกัวเสี่ยวเทียน ที่สามารถทำให้ก้อนหินแตกละเอียดได้โดยที่ไม่ต้องชักดาบออกมา.. ดูเหมือนคำเรียก‘คนแซ่กัว’ ของหลิงหยุนจะทำให้กัวเสี่ยวเทียนโกรธเกรี้ยวมาก แต่ในสายตาที่จ้องมองหลิงหยุนนั้น นอกจากความโกรธแล้ว ในแววตาคู่นั้นยังปรากฏร่องรอยของความประหลาดใจ และตกใจมากเช่นกัน.. นั่นเพราะกัวเสี่ยวเทียนไม่สามารถมองเห็นขั้นของหลิงหยุนได้นั่นเอง! เวลานี้แววตาของหลิวซุ่ยเฟิงก็ได้เปลี่ยนจากความปิติยินดีกับความโชคร้ายของผู้อื่นมาเป็นความเคียดแค้นแทน และหากสายตาของคนเราสามารถสังหารผู้คนได้ เชื่อว่าหลิงหยุนคงถูกสายตาของหลิวซุ่ยเฟิงประหัตประหารตายไปไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว.. จงชวนเยี่ยนที่ร้องตะโกนบอกทุกคนให้ระวังตัวนั้นหลังจากที่ปัดป้องก้อนหินที่พุ่งเข้าใส่ได้แล้ว จงชวนเยี่ยนจึงได้มีโอกาสเห็นรูปลักษณ์ของหลิงหยุนอย่างเต็มตา และนางก็ต้องถึงกับสะเทิ้นไปทั้งร่าง‘ช่างเป็นชายหนุ่มรูปงามเสียจริงๆ!’แววตาของจงชวนเยี่ยนเป็นประกายขึ้นมาทันทีนางหันไปมองหลิวซุ่ยเฟิงที่ยืนอยู่ด้านข้าง และได้แต่แอบคิดว่าศิษย์พี่หลิวซุ่ยเฟิงที่นางเฝ้าชื่นชมนั้น กลับกลายเป็นเพียงชายหนุ่มหน้าตาธรรมดาไปในทันทีเมื่อเทียบกับหลิงหยุนผู้นี้‘แต่น่าเสียดายที่เจ้าเป็นคนของพรรคมารและต้องมาถูกสังหารตายในคืนนี้!’ทันทีที่ได้เห็นหน้าหลิงหยุนอย่างชัดเจนจงชวนเยี่ยนถึงกับจิตใจหวั่นไหว และได้แต่แอบผิดหวังเมื่อคิดว่าหลิงหยุนต้องเอาชีวิตมาทิ้งไว้ที่นี่..ส่วนศิษย์พี่สามฮู๋วฉีเฟิงและศิษย์พี่ห้าจี้เสี่ยวฉิง ทั้งคู่ต่างยังคงมีสีหน้านิ่งเฉย แต่แววตานั้นกลับเป็นประกาย และไม่อาจเก็บซ่อนความหนักอึ้งที่อยู่ภายในใจของตนเองไว้ได้“เจ้ามารน้อย..คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะกล้าปรากฏตัว!”กัวเสี่ยวเทียนยกมือขึ้นชี้หน้าหลิงหยุนพร้อมกับร้องตะโกนใส่หน้าเขาแววตาที่จ้องมองหลิงหยุนนั้นเต็มไปด้วยความเยาะเย้ยเหยียดหยันหลิงหยุนยังคงนิ่งไม่ตอบโต้ริมฝีปากของเขาโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่งดงาม แต่แววตานั้นกลับเย็นชา และเย็นยะเยือก ลมปราณภายในร่างกายหมุนเวียนด้วยความรวดเร็ว ก่อนที่จะกระโดดขึ้นไปข้างหน้าครึ่งก้าว!และเวลานี้กลิ่นอายสังหารที่หลิงหยุนเก็บกดเอาไว้ก็ได้พลุ่งพล่านออกมาทั่วทั้งร่างกาย..เช้ง..เช้ง.. เช้ง.. เช้ง..ศิษย์สำนักดาบสวรรค์ทั้งสี่คนต่างก็ชักดาบออกจากฝักและอยู่ในท่าเตรียมพร้อมรับมือเต็มที่!เวลานี้สายตาของกัวเสี่ยวเทียนก็เย็นยะเยือกไม่แพ้กันเขาก้าวเท้ามาด้านหน้ายืนประจันกับใบหน้าหล่อเหลาของหลิงหยุนอย่างไม่หวาดหวั่นเช่นกัน..แม้ท่าทางของกัวเสี่ยวเทียนจะดูเหมือนไม่เกรงกลัวรังสีสังหารที่แผ่กระจายออกมาจากร่างของหลิงหยุนแต่ภายในใจนั้นกลับรู้สึกตกใจอย่างมาก เพราะคิดไม่ถึงว่าพลังปราณที่พวยพุ่งออกมาจากร่างของหลิงหยุนนั้น จะมีความรุนแรงไม่แพ้พลังปราณของตนเอง!ยอดฝีมือทั้งสองคนต่างยืนประจันหน้ากันนิ่งอยู่เช่นนั้น..ระหว่างที่ยืนนิ่งไม่ลงมือใดๆนั้นหลิงหยุนจ้องหน้ากัวเสี่ยวเทียนพร้อมกับพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม“เฒ่ากัว..อย่าบีบบังคับให้ข้าต้องใช้กำลัง! ข้าอยู่ต่อหน้าเจ้าแล้ว.. บอกมาว่าเจ้าต้องการจะประมือกับข้า หรือต้องการจะเจรจากับข้า”หลิงหยุนเปลี่ยนจากเรียก‘คนแซ่กัว’ มาเป็น ‘เฒ่ากัว’ เช่นนี้ มีหรือที่กัวเสี่ยวเทียนจะไม่โกรธเกรี้ยว และเดือดดาลอย่างที่สุด!“หลิงหยุน..!”