ตอนที่ 537
บทที่ 965 : เย่อหยิ่งจองหอง!
October 22, 2026
ศิษย์สำนักดาบสวรรค์ที่เหลืออีกสี่คนถึงกับทำอะไรไม่ถูกและได้แต่มองหน้ากันด้วยแววตาที่บ่งบอกว่าตกใจอย่างที่สุด! ในความคิดของศิษย์พี่ใหญ่อย่างกัวเสี่ยวเทียนเขามีเพียงแค่ขาวกับดำเท่านั้น ทันทีที่หลิงหยุนปรากฏตัวอย่างไม่เกรงกลัวผู้ใดเช่นนี้ กัวเสี่ยวเทียนจึงไม่คิดฟังหลิงหยุนอธิบายสิ่งใด แต่การที่ให้โอกาสหลิงหยุนเมื่อครู่ จึงนับว่าเป็นความปราณีมากแล้ว คิดไม่ถึงว่าหลิงหยุนไม่เพียงไม่ซาบซึ้งในน้ำใจของตนเอง หนำซ้ำยังพูดจายะโสโอหังไม่เห็นหัวเขาเช่นนี้! หลิงหยุนไม่เพียงยะโสโอหังธรรมดาเท่านั้นแต่นับว่าเข้าขั้นหยิ่งผยองไม่เกรงกลัวผู้ใดเลยเสียมากกว่า.. จงชวนเยี่ยนเองก็แทบไม่อยากจะเชื่อเมื่อเห็นสายตาที่หยิ่งผยองไม่เกรงกลัวใครเช่นนี้ของหลิงหยุนอีกทั้งยังไม่เคยพบเจอใครที่ไร้เหตุผลดังเช่นหลิงหยุนมาก่อน! ในเมื่อหลิงหยุนตัดสินใจมาที่เขาหลงเหมินในคืนนี้จงชวนเยี่ยนเชื่อว่าเขาย่อมรู้ตัวดีว่าจะต้องพบกับวิกฤติเช่นใดบ้าง แต่เมื่อมาถึง.. กลับยังกล้าแสดงท่าทีหยิ่งผยองไม่เห็นแก่หน้าผู้ใดเช่นนี้.. นี่มันอะรกัน?! จงชวนเยี่ยนได้แต่คิดเย้ยหยันในใจ‘หึ.. ปล่อยให้เจ้าแสดงความโอหังไปก่อน ข้าจะรอดูว่าเจ้าจะตายในสภาพเช่นใด และเมื่อถึงเวลานั้นดูว่าเจ้าจะร้องขอความเมตตาจากพวกเราอย่างไรบ้าง?’ หลังจากที่คิดได้เช่นนั้นจงชวนเยี่ยนก็ได้แต่ยืนมองหลิงหยุนนิ่งโดยไม่รู้สึกกระวนกระวายใจเลยแม้แต่น้อย แต่กลับรู้สึกเบิกบานใจด้วยซ้ำไป.. หลิงหยุนเห็นสีหน้าศิษย์ทั้งห้าของสำนักดาบสวรรค์ก็ได้แต่นึกขันอยู่ในใจ! ‘หึ..เมื่อครู่พวกเจ้าทำท่าทางราวกับจะกินเลือดกินเนื้อข้า และกล้าข่มเหงน้าหญิงของข้าเช่นนั้น! พวกเจ้าถึงกับจะทำลายวรยุทธของนาง และไล่นางออกจากสำนักงั้นรึ เวลานี้ข้าเป็นฝ่ายให้น้าหญิงตัดขาดจากสำนักดาบสวรรค์เสียเอง พวกเจ้าถึงกับตกตะลึง และยืนนิ่งเป็นหุ่นขี้ผึ้งเชียวรึ? แม้กระทั่งชักดาบออกจากฝักแล้ว แต่อาวุธของพวกเจ้ากลับดูไม่ต่างจากท่อนไม้ธรรมดาๆ เท่านั้นเอง..’ หลิงหยุนยังคงยืนประจันหน้ากับกัวเสี่ยวเทียนที่กำลังโกรธเกรี้ยวด้วยท่าทีไม่แยแสพร้อมกับคิดในใจว่า ‘กล่าวหาข้าเป็นมารงั้นรึเวลานี้ข้ากำลังใช้กระบี่โลหิตแดนใต้ชี้หน้าเจ้าด้วย! ในเมื่อต้องการให้ชาวยุทธยกย่องว่าเป็นผู้ผดุงคุณธรรม ยังจะพร่ามไร้สาราะอยู่ได้..’ ในเมื่อจำเป็นต้องประมือ..หลิงหยุนก็ไม่ต้องการเสียเวลาไปกับเรื่องไร้สาระก่อนลงมือ แต่หลังสิ้นสุดการต่อสู้.. ผู้ที่ยืนหยัดได้เท่านั้นจึงจะเป็นผู้ที่สามารถพูดอะไรก็ได้ แม้แต่เรื่องโกหก! เหตุใดจึงต้องพูดมากก่อนด้วยเล่า ความจริงแล้วหลิงหยุนรู้จุดประสงค์ที่แท้จริงของกัวเสี่ยวเทียนที่จงใจมาหาเรื่องเขาถึงจิงฉูด้วยตัวเองเช่นนี้ดี และเวลานี้สิ่งที่กัวเสี่ยวเทียนแสดงออกมานั้น ก็เปรียบเสมือนกระจกที่กำลังสะท้อนความปรารถนาที่อยู่ในใจตนเองออกมา.. ศิษย์สำนักดาบสวรรค์นั้นมั่นใจว่าฉินตงเฉี่วยจะต้องมาตามที่นัดหมายอย่างแน่นอนและคาดเดาได้อย่างแม่นยำว่าหลิงหยุนจะต้องแอบตามนางมา.. หลังจากที่ฉินตงเฉี่วยปรากฏตัว กัวเสี่ยวเทียนจึงไม่เปิดโอกานให้นางได้อธิบายสิ่งใด ก็เพื่อบีบให้หลิงหยุนปรากฏตัวนั่นเอง จากนั้น..กัวเสี่ยวเทียนในฐานะที่เป็นศิษย์พี่ใหญ่ และอาจารย์ของฉินตงเฉี่วย ก็จะเป็นผู้กดดันให้ฉินตงเฉี่วยบีบบังคับหลิงหยุน และจบลงด้วยการเปิดโอกาสให้หลิงหยุนได้อธิบาย และเมื่อถึงตอนนั้น พวกเขาก็จะได้ถือโอกาสสอบถามเรื่องพู่กันจักรพรรดิกับสมุดจักรพรรดินั่นเอง.. ในความคิดของกัวเสี่ยวเทียนนั้นเขาเชื่อว่าฉินตงเฉี่วยต้องเลือกที่จะเชื่อฟังเขา และอยู่ข้างสำนักดาบสวรรค์อย่างแน่นอน เพราะครั้งหนึ่งเขาเองก็เคยช่วยตระกูลฉินไว้ อีกทั้งยังเป็นผู้ที่สอนวรยุทธให้กับนางมาตลอดยี่สิบปีด้วย กัวเสี่ยวเทียนเชื่อว่าไม่น่าจะมีสิ่งใดผิดไปจากที่คาดหมาย.. กัวเสี่ยวเทียนไม่เคยคิดเลยว่า..หลังจากที่หลิงหยุนปรากฏตัวเท่านั้น สถานการณ์บนเขาหลงเหมินแห่งนี้ กลับตกอยู่ในการควบคุมของหลิงหยุนเพียงผู้เดียว และแม้แต่ฉินตงเฉี่วยเองยังไม่สามารถทำอะไรได้! จากที่ได้สนทนากับเหล่ายอดฝีมือในยุทธภพกัวเสี่ยวเทียนจึงไม่เพียงทราบว่าหลิงหยุนคือผู้ที่ครอบครองกระบี่โลหิตแดนใต้เล่มนี้ แต่ยังแข็งแกร่งอย่างที่หาผู้ใดเทียบได้ยากอีกด้วย!และเวลานี้กัวเสี่ยวเทียนกำลังมาถึงทางตัน!ระหว่างที่หลิงหยุนชี้ปลายกระบี่โลหิตแดนใต้มาที่หน้าตนเองเช่นนี้แน่นอนว่ากัวเสี่ยวเทียนย่อมต้องเดือดดาลอย่างมาก แต่เขาจำต้องอดกลั้นไว้.. และส่งสายตาเดือดดาลคู่นั้นไปทางฉินตงเฉี่วยแทน..เมื่อมาถึงจุดแตกหักที่ต้องเลือกเช่นนี้ฉินตงเฉี่วยจึงได้แต่ถอนหายใจ นางก้าวเท้าไปข้างหน้าพร้อมกับยกมือขึ้นกดแขนหลิงหยุนลง แล้วพูดขึ้นว่า“เจ้าเด็กดื้อ..สำนักดาบสวรรค์มีบุญคุณกับตระกูลฉิน อีกทั้งยังเมตตาช่วยชีวิตพี่สาวของข้าไว้ด้วย ศิษย์พี่ใหญ่ถ่ายทอดวรยุทธให้กับข้า จึงเปรียบเสมือนอาจารย์ เจ้าอย่าได้เสียมารยาทกับศิษย์พี่ใหญ่เช่นนี้..”กระทั่งเวลานี้..ฉินตงเฉี่วยยังมีความหวังว่าสำนักดาบสวรรค์จะยกโทษให้ และยอมฟังคำอธิบายของนางอย่างละเอียด แล้วหลังจากนั้นเรื่องขุ่นข้องหมองใจต่างๆ ก็จะได้สลายไป..ฉินตงเฉี่วยคิดว่า..หากฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งไม่ถูกทำให้เสียหน้าในคืนนี้ และไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ หลังจากพายุในเมืองจิงฉูพัดผ่านไป ฉินตงเฉี่วยก็ตั้งใจว่าจะกลับไปที่สำนักดาบสวรรค์เพื่อรับโทษ..แต่ความจริงแล้ว..ฉินตงเฉี่วยรู้ดีว่านี่ไม่ใช่การให้โอกาสตนเอง หรือให้โอกาสหลิงหยุน แต่มันคือการให้โอกาสกับสำนักดาบสวรรค์ต่างหาก!เวลานี้พู่กันจักรพรรดิและสมุดจักรพรรดิล้วนอยู่ในตัวของหลิงหยุน แน่นอนว่าชะตากรรมของเขานั้นจะต้องเป็นผู้ที่ผ่านการรับทัณฑ์สวรรค์อย่างแน่นอน อีกทั้งหลิงหยุนเองยังเป็นผู้ฝึกบ่มเพาะตน ดังนั้นตราบใดที่หลิงหยุนยังไม่ตาย ความก้าวหน้าของเขาจะพัฒนาขึ้นอย่างไม่หยุดยั้ง และสำนักเล็กๆ อย่างสำนักดาบสวรรค์จึงยากที่จะต้านทานหลิงหยุนได้!แม้เวลานี้หลิงหยุนอาจจะดูเหมือนด้อยกว่าแต่ฉินตงเฉี่วยก็ได้แต่หวังว่าสำนักดาบสวรรค์จะไม่บีบคั้นหลิงหยุนมากจนเกินไป และในวันที่หลิงหยุนผงาดขึ้นในยุทธภพได้เมื่อใด สำนักดาบสวรรค์ก็จะได้รับประโยชน์อย่างมากมายมหาศาลด้วยเช่นกัน..ด้วยเหตุผลนี้..ฉินตงเฉี่วยจึงไม่ต้องการเห็นหลิงหยุนกับสำนักดาบสวรรค์เป็นปฏิปักษ์กันเอง..แต่..ดูเหมือนฉินตงเฉี่วยจะคิดผิดถนัด..เพราะหลิงหยุนเก็บหันหลังกลับมาพูดกับฉินตงเฉี่วยว่า“น้าหญิง.. ข้ารู้ว่าสำนักดาบสวรรค์มีบุญคุณกับตระกูลฉิน แต่..”“บุณคุณเป็นสิ่งที่สามารถตอบแทนได้..”จากนั้น..หลิงหยุนก็ยกมือทั้งสองข้างไขว้หลัง และหันกลับไปหาศิษย์ทั้งห้าของสำนักดาบสวรรค์พร้อมกับพูดขึ้นว่า“ข้ารู้ว่าเมื่อสิบแปดปีที่แล้วสำนักดาบสวรรค์ได้ช่วยตระกูลฉินไว้..”“เห็นแก่สำนักดาบสวรรค์ที่เคยช่วยตระกูลฉินไว้ตราบใดที่สำนักดาบสวรรค์ไม่ยุ่งกับข้า ข้ารับปากจะไม่ถล่มสำนักดาบสวรรค์เป็นการตอบแทน!”ทันทีที่คำพูดหลุดออกจากปากของหลิงหยุน..ศิษย์ทั้งห้าของสำนักดาบสวรรค์ก็ถึงกลับงุนงง ประหลาดใจ และต่างก็หันไปมองหน้ากัน แต่ไม่มีใครพูดอะไรออกมาแม้แต่คำเดียว!หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อว่า“สอง.. ในเมื่อสำนักดาบสวรรค์ช่วยชีวิตของแม่ข้าไว้ ข้าก็จะไว้ชีวิตพวกเจ้าทั้งห้าคน.. ห้าชีวิตแลกหนึ่งชีวิต พวกเจ้าล้วนเป็นฝ่ายได้กำไรไม่ใช่รึ”