ตอนที่ 538
บทที่ 966 : มือเปล่ากับดาบ!
October 22, 2026
ต่อหน้าศิษย์ทั้งห้าของสำนักดาบสวรรค์หลิงหยุนกลับไม่มีท่าทีเกรงกลัวเลยแม้แต่น้อย เขาทั้งหัวเราะเสียงดัง และร้องตะโกนออกมาอย่างไม่เห็นคนเหล่านั้นอยู่ในสายตา สองคืนติดกันที่หลิงหยุนผ่านศึกการต่อสู้มานั้นทำให้เวลานี้ร่างกาย และจิตใจของเขาอยู่ในสภาพพร้อมต่อสู้สูงสุดอย่างน่าแปลกใจ.. ฮู๋วฉีเฟิงที่นิ่งเงียบมาโดยตลอด..ในที่สุดก็เดินเข้าไปหากัวเสี่ยวเทียน พร้อมกับพูดขึ้นด้วยเสียงที่เบาราวกระซิบ “ศิษย์พี่ใหญ่..ข้าจะประลองกับเขาเอง!” น้ำเสียงของฮู๋วฉีเฟิงนั้นแม้จะบางเบาแต่ก็เต็มไปด้วยความหนักแน่น ท่าทางของเขาทั้งสง่าผ่าเผย และน่าเกรงขามยิ่งนัก! ในบรรดาศิษย์ทั้งห้าคนของสำนักดาบสวรรค์นั้นแน่นอนว่ากัวเสี่ยวเทียนนั้นย่อมต้องเป็นผู้ที่แข็งแกร่งที่สุด และการตัดสินใจก็อยู่ที่เขาแต่เพียงผู้เดียว.. เหตุการณ์ระหว่างหลิวซุ่ยเฟิงกับหลิงหยุนเมื่อครู่นั้นผู้อื่นอาจจะเห็นไม่ชัดเจนนัก แต่กัวเสี่ยวเทียนที่เป็นห่วงว่าหลิวซุ่ยเฟิงจะได้รับบาดเจ็บนั้น สายตาของเขาจึงจับจ้องอยู่ที่ร่างของหลิงหยุนไม่วางตา และได้เห็นทุกการเคลื่อนไหวของหลิงหยุนได้อย่างชัดเจนแจ่มแจ้ง! กัวเสี่ยวเทียนรู้ดีว่าเพลงดาบของหลิวซุ่ยเฟิงเมื่อครู่นั้นเต็มไปด้วยความโกรธ และมุ่งสังหารหลิงหยุน จึงได้ดุดัน รุนแรง และรวดเร็วเกินกว่าที่ผู้ใดจะสามารถรับมือได้ง่ายๆ แต่ในจังหวะที่หลิงหยุนกำลังดึงมือฉินตงเฉี่วยไปทางด้านหลังของตนเองนั้นกระบี่ในมือของเขาก็ยกขึ้นฟันเข้ากับปลายดาบของหลิวซุ่ยเฟิงได้อย่างแม่นยำ และง่ายดาย จนกระทั่งดาบของหลิวซุ่ยเฟิงนั้นแยกออกเป็นสองเสี่ยง! กระบี่ที่แม่นยำและรวดเร็วอย่างน่าอัศจรรย์ของหลิงหยุน ทำให้กัวเสี่ยวเทียนถึงกับนึกประหวั่นพรั่นพรึงอยู่ในใจ! เพลงดาบที่ดุดันรวดเร็ว และแม่นยำของหลิวซุ่ยเฟิงนั้น ผู้ที่สามารถรับมือได้แม่นยำเช่นนี้ จำเป็นที่จะต้องมีสายตาที่แหลมคม และมีกำลังแขนที่แข็งแกร่งมากเพียงใด ในเสี้ยววินาทีที่กระบี่ของหลิงหยุนปะทะเข้ากับปลายดาบของหลิวซุ่ยเฟิงนั้นหลิงซุ่ยเฟิงเองก็ได้พยายามบิดข้อมือข้างที่ถือดาบนั้นถึงสามครั้ง เพื่อที่จะตวัดปลายดาบให้พ้นจากกระบี่สีดำของหลิงหยุน แต่กระบี่ที่คมกริบของหลิงหยุนกลับตัดดาบในมือของหลิวซุ่ยเฟิง และรูดลงตามยาวจนดาบนั้นแยกออกเป็นสองซีกได้อย่างง่ายดาย.. และหากหลิวซุ่ยเฟิงปล่อยให้กระบี่สีดำของหลิงหยุนยังคงรูดลงโดยที่เขาไม่ทิ้งดาบในมือและกระโดดหนีไปนั้น แน่นอนว่ากระบี่สีดำของหลิงหยุนคงต้องแทงเข้าที่หน้าอกของตนเองแล้วเป็นแน่! และที่สำคัญ..หลิงหยุนเพียงแค่ขยับกระบี่ในมือเท่านั้น เขายังไม่ได้ขยับปลายเท้าเลยแม้แต่นิดเดียว จึงยังไม่สามารถสังหารหลิวซุ่ยเฟิงได้ในดาบเดียวนั้น.. แต่ความจริงต้องพูดว่า..หลิงหยุนไม่ต้องการสังหารหลิวซุ่ยเฟิงจึงจะถูกต้อง! ไม่เช่นนั้นแล้วหากหลิงหยุนเพิ่มความเร็วของกระบี่ในมือมากขึ้นกว่านี้อีกเพียงเล็กน้อย แม้แต่กัวเสี่ยวเทียนก็คงช่วยได้เพียงร่างที่ไร้วิญญาณของหลิวซุ่ยเฟิงเท่านั้น.. ใจอยู่ที่ใด..กระบี่ก็อยู่ที่นั่น! เวลานี้เพลงกระบี่ของหลิงหยุนฝึกถึงขั้นที่กายกับกระบี่รวมเป็นหนึ่งเดียวแล้ว.. เด็กหนุ่มผู้นี้ช่างยะโสโอหังและหยิ่งผยองยิ่งนัก แต่นั่นเป็นเพราะเขาเองก็มีคุณสมบัติที่จะสามารถทำเช่นนั้นได้! ‘ช่างน่าเสียดายนัก..ในหนึ่งร้อยปีจึงจะมีผู้เป็นเลิศด้านวรยุทธเกิดขึ้นสักคน แต่เขากลับเลือกที่จะเดินเข้าสู่เส้นทางมารเช่นนี้!’ หลังจากที่กัวเสี่ยวเทียนหายตกตะลึงเขาก็ได้แต่รำพึงรำพันอยู่ในใจ และได้แต่แอบถอนใจอยู่เงียบๆ จากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นมองฮู๋วฉีเฟิงพร้อมกับส่ายหน้าไปมาช้าๆ แล้วจึงตอบกลับไปว่า “น้องสาม..เจ้าไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา!”“อะไรนะ!”“เป็นไปได้อย่างไรกัน!”ทันทีที่คำพูดหลุดออกจากปากของกัวเสี่ยวเทียนจี้เสี่ยวฉิงและจงชวนเยี่ยนที่ได้ยินอย่างชัดเจนนั้น ต่างก็ตกใจอย่างมากจนถึงกับร้องอุทานออกมาพร้อมกัน และแทบไม่อยากเชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยิน!ในสำนักดาบสวรรค์นั้นฮู๋วฉีเฟิงในฐานะศิษย์คนที่สาม นับว่าเป็นผู้ที่สามารถใช้ดาบได้อย่างยอดเยี่ยม ในวัยเพียงแค่สามสิบหกปี ก็สามารถเข้าสู่ระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-7 ได้แล้ว แม้แต่ท่านอาจารย์เอง.. ครั้งหนึ่งยังเคยพูดว่าในวันที่ฮู๋วฉีเฟิงอายุเท่ากับกัวเสี่ยวเทียน เพลงดาบของเขานั้นอาจะเหนือกว่ากัวเสี่ยวเทียนในเวลานี้ด้วยซ้ำไป!แต่เวลานี้..ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักอย่างกัวเสี่ยวเทียน กลับพูดว่าฮู๋วฉีเฟิงยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลิงหยุน พวกนางทั้งสองจะสามารถทำใจยอมรับได้เช่นใดกันเล่า!และหากจงชวนเยี่ยนเป็นผู้กล่าวประโยคนี้ออกมาก็คงจะกลายเป็นการสบประมาทไป แต่เมื่อกัวเสี่ยวเทียนเป็นผู้กล่าว ย่อมเป็นสิ่งที่ต้องตระหนัก.. แต่นางเองก็ยากที่จะเชื่อได้..หลังจากนิ่งไปครู่ใหญ่..จงชวนเยี่ยนจึงหันไปมองหลิงหยุนซึ่งอยู่ตรงข้ามด้วยสายตาที่บ่งบอกว่าไม่อยากจะเชื่อ!แต่ถึงกระนั้น..ฮู๋วฉีเฟิงที่ยังคงยืนนิ่งอยู่หน้ากัวเสี่ยวเทียนนั้น ก็ได้เอ่ยย้ำด้วยน้ำเสียงหนักแน่น“ศิษย์พี่ใหญ่..ข้าอาจจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา แต่ข้ายังอยากจะลองดูสักครั้ง..”การได้ประมือกับผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นเลิศในยุทธภพมีหรือที่จะไม่รู้สึกภาคภูมิใจ ฮู๋วฉีเฟิงจึงได้ดื้อรั้นที่จะประลองกับหลิงหยุนให้ได้แม้กัวเสี่ยวเทียนจะมีสายตาที่แหลมคมแต่สายตาของฮู๋วเสี่ยวเฟิงก็ไม่ได้ด้อยไปกว่านัก เขาจึงเอ่ยปากยอมรับว่าตนเองยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลิงหยุน แต่ก็ยังยืนกรานจะประมือกับหลิงหยุนให้ได้!…ไอรีนโนเวลและจากที่เป็นศิษย์ร่วมสำนักกันมานานกัวเสี่ยวเฟิงจึงรู้จัก และเข้าใจอุปนิสัยใจคอของฮู๋วฉีเฟิงได้ดี และรู้ว่าคงจะห้ามปรามฮู๋วฉีเฟิงได้ยากนัก จึงได้แต่พยักหน้ายินยอมให้เขาได้ประลองกับหลิงหยุนแต่ในระหว่างนั้นก็ได้เตือนฮู๋วฉีเฟิงผ่านทางจิต..-น้องสาม..กระบี่โลหิตแดนใต้ในมือของหลิงหยุนนั้นคมยิ่งนัก สามารถตัดโลหะ และหินแกร่งได้อย่างง่ายดาย ดาบของเจ้าเป็นเพียงเหล็กธรรมดาๆ อย่าได้รีบร้อนจู่โจมนัก พยายามหลอกล่อ และจำไว้ว่าเมื่อใดก็ตามที่ดาบในมือของเจ้าหัก จงรีบกระโดดออกจากการประลองทันที!–“ขอบคุณศิษย์พี่ใหญ่..ข้าน้อมรับคำชี้แนะ!”พูดจบ..ฮู๋วเสี่ยวเฟิงก็ไม่รีรอ เขารีบหันหน้ากลับไปเผชิญกับหลิงหยุนทันที พร้อมกับก้าวเท้าไปด้านหน้าสามก้าว..ฮู๋วฉีเฟิงจ้องมองหลิงหยุนด้วยสายตาที่เย็นดั่งสายน้ำไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใดๆ แล้วจึงพูดขึ้นว่า“ศิษย์คนที่สามแห่งสำนักดาบสวรรค์– ฮู๋วฉีเฟิง.. ขอคำชี้แนะด้วย!”หลิงหยุนมองฮู๋วฉีเฟิงด้วยแววตาสนอกสนใจและได้แต่ยิ้มออกมา..