ตอนที่ 539
บทที่ 967 : ประมือกับกัวเสี่ยวเทียน!
October 22, 2026
หลิงหยุนที่ใช้เพียงแค่มือเปล่าแต่กลับสามารถเอาชนะยอดฝีมือที่ใช้ดาบได้ แต่เวลานี้เขากลับเพียงแค่ยืนนิ่งไม่พูดจาโอ้อวดใดๆ ในขณะที่ฮู๋วฉีเฟิงซึ่งเป็นยอดฝีมือระดับสูงสุดขั้นเซียงเทียน-7แต่กลับถูกหลิงหยุนแย่งดาบในมือไปได้อย่างง่ายดาย.. ตึง! สิ้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งบริเวณร่างของฮู๋วฉีเฟิงก็ล้มลงไปกับพื้น ไม่เพียงรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวที่ข้อมือขวาจนชาไปทั้งแขน แต่เรี่ยวแรงก็หดหายไปกว่าครึ่ง.. แต่ถึงกระนั้นหลิงหยุนก็ได้ประเมินพละกำลังที่ใช้ในการต่อสู้เพื่อไม่ให้ฮู๋วฉีเฟิงต้องได้รับบาดเจ็บมากจนเกินไป แต่เวลานี้ฮู๋วฉีเฟิงกลับยังคงนั่งนิ่งอยู่ที่พื้นไม่ยอมลุกขึ้น และเหตุผลที่แท้จริงก็คือ.. ความมั่นอกมั่นใจของเขานั้นได้ถูกหลิงหยุนทำลายลงสิ้นแล้ว! ฮู๋วฉีเฟิงนอนแผ่หลาพร้อมกับหายใจหอบสายตาที่ว่างเปล่าคู่นั้นเหม่อมองไปบนท้องฟ้า ความอับอายที่เกิดจากการพ่ายแพ้ให้กับหลิงหยุนในครั้งนี้ เป็นสิ่งที่เขาจะต้องจดจำไปชั่วชีวิต! เป็นไปได้อย่างไรกันที่คนผู้หนึ่งจะสามารถก้าวหน้าได้รวดเร็วถึงเพียงนี้เป็นไปได้หรือที่คนผู้หนึ่งจะแข็งแกร่งได้ถึงเพียงนี้? หรือว่าหลิงหยุนจะสามารถเข้าสู่ระดับเริ่มต้นขั้นเซียงเทียน-9แล้วงั้นรึ การประลองระหว่างหลิงหยุนกับฮู๋วฉีเฟิงนั้นจบลงภายในเวลาอันรวดเร็วและฮู๋วฉีเฟิงก็เป็นฝ่ายพ่ายแพ้ให้กับหลิงหยุนอย่างหมดท่า เหตุการณ์ครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อจิตใจของเขาอย่างมากมาย.. ฮู๋วฉีเฟิง– นักดาบในวัยสามสิบกว่าปีที่เฝ้าฝึกฝนวิชาอย่างหนักตลอดทั้งกลางวันกลางคืน และเป็นที่ภาคภูมิใจของสำนักดาบสวรรค์ ครั้งนี้ตั้งใจที่จะสร้างชื่อเสียงให้กับตนเอง แต่ผลกลับกลายเป็นว่าเขาต้องพ่ายแพ้ให้กับคู่ต่อสู้ที่มีเพียงมือเปล่า ความอับอายและอัปยศเช่นนี้ ยากนักที่ผู้ใดจะรับได้ไหว.. “น้องสาม..เจ้าลุกขึ้น!” ใบหน้าของกัวเสี่ยวเทียนบิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียดร่างของเขาตรงเข้าไปยืนอยู่ข้างฮู๋วฉีเฟิง และก้มหน้าลงร้องตะโกนสั่งด้วยน้ำเสียงเย็นชา กัวเสี่ยวเทียนยืนมองฮู๋วฉีเฟิงที่นอนนิ่งอย่างหมดอาลัยตายอยากอยู่บนพื้นและไม่แม้แต่จะโน้มตัวลงไปพยุงร่างของเขาให้ลุกขึ้น อีกทั้งยังยกมือขึ้นห้ามศิษย์น้องหญิงสองคนที่ต้องการจะเข้ามาช่วยฮู๋วฉีเฟิงด้วย กัวเสี่ยวเทียนรู้ดีว่า..หากฮู๋วฉีเฟิงไม่ลุกขึ้นด้วยตัวเองแล้ว นั่นหมายถึงว่าชีวิตที่อยู่เพื่อเพลงดาบของเขานั้น จะต้องจบสิ้นลงที่นี่อย่างแน่นนอน! ในการฝึกเพลงดาบนั้น..สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือจิตใจ เมื่อใดที่จิตใจได้ตายลง เพลงดาบย่อมจบสิ้นตามไปด้วย! “ศิษย์พี่ใหญ่..ข้าพ่ายแพ้แล้ว.. ข้าช่างไร้ค่ายิ่งนัก..” ลมหายใจของฮู๋วฉีเฟิงเริ่มสงบนิ่งและสม่ำเสมอแล้ว แต่เวลานี้เขาดูไม่ต่างจากร่างไร้วิญญาณ ดวงตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความผิดหวังท้อแท้ และรำพึงรำพันออกมาด้วยน้ำเสียงที่แหบแห้ง.. กัวเสี่ยวเทียนเองก็เจ็บปวดและร้าวใจอย่างที่สุด เขาต้องบังคับตัวเองให้โน้มลงไปพยุงร่างของฮู๋วฉีเฟิงขึ้น.. เพราะนี่หมายถึงอนาคตของสำนักดาบสวรรค์!“เจ้าต้องเข้มแข็งไว้..แพ้ชนะเป็นเรื่องธรรมดา!”กัวเสี่ยวเทียนถอนหายใจและร้องบอกฮู๋วฉีเฟิงด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนกว่าเดิม “น้องสาม.. เจ้าลุกขึ้นเถิด!”ฮู๋วฉีเฟิงที่ไร้เรี่ยวแรงยกมือสองข้างขึ้นปัดก่อนที่จะพยายามลุกขึ้นนั่งด้วยความยากลำบาก..และภาพที่ทุกคนเห็นต่อมานั้น..ต่างคนต่างแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง เพราะร่างของฮู๋วฉีเฟิงที่นั่งชันเข่าอยู่นั้น สั่นสะท้านอย่างรุนแรง และทุกคนต่างก็ได้ยินเสียงสะอื้นร่ำไห้..ทั้งหลิงหยุนฉินตงเฉี่วย และกัวเสี่ยวเทียน ต่างก็ถอนหายใจออกมา!ทั้งสามคนต่างก็รู้ว่าฮู๋วฉีเฟิงคงจบสิ้นเพียงเท่านี้เว้นแต่จะเกิดปาฏิหาริย์ขึ้น ไม่เช่นนั้นก็คงยากที่จะกลับมาใช้ชีวิตเช่นเดิมได้..ตั้งแต่ที่หลิงหยุนเอาชนะฮู๋วฉีเฟิงได้นั้นเขาก็ยังไม่ได้พูดอะไรกับฮู๋วฉีเฟิงแม้แต่คำเดียว และได้แต่ลูบไล้ดาบโลหะของฮู๋วฉีเฟิงที่อยู่ในมืออย่างเงียบๆในระหว่างที่รอให้เขาลุกขึ้นยืน แต่ท่าทางท้อแท้สิ้นหวังของฮู๋วฉีเฟิง กลับทำให้หลิงหยุนถึงกับนึกสมเพช…..ไอรีนโนเวลในยุทธภพนั้นมียอดฝีมือที่ล้ำเลิศอยู่มากมายแต่ผู้ที่จะสามารถขึ้นสู่ระดับสูงสุดได้นั้นกลับมีน้อย หรือแทบไม่มีเลย แต่ไม่ใช่เพราะพวกเขาไร้ซึ่งความสามารถ เพียงแต่พวกเขาไม่อาจทนรับต่อความพ่ายแพ้ และล้มเหลวได้ต่างหาก..ดอกไม้คำชื่นชม และเสียงปรบมือ ล้วนเป็นแรงขับเคลื่อนให้ผู้ที่มีฝีมือเป็นเลิศนั้นพัฒนาก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็วก็จริง แต่ใช่ว่าทุกคนจะมีช่วงเวลาดีๆ เช่นนั้นได้ตลอดไป..ความลำบากความขัดข้องใจ และความล้มเหลว ทั้งสามสิ่งนี้คือบททดสอบที่ทั้งหนักและแกร่ง มีเพียงผู้ที่กล้าเผชิญหน้ากับสิ่งเหล่านี้ได้เท่านั้น จึงจะสามารถก้าวข้ามความลำบาก ความขัดข้องใจ และความล้มเหลวที่จะเกิดอีกในครั้งต่อไปได้ และการก้าวข้ามสิ่งเหล่านี้ได้ในแต่ละครั้ง ก็จะแปรเปลี่ยนเป็นพลังที่แท้จริง ที่จะนำชีวิตให้ก้าวขึ้นสู่ความรุ่งเรืองได้!ฮู๋วฉีเฟิงยังมีจิตใจที่อ่อนแอมากเกินไป!“หลิวซุ่ยเฟิง..เจ้าพาน้องสามไปยืนด้านข้างก่อน!”กัวเสี่ยวเทียนที่รออยู่นาน..เมื่อเห็นว่าฮู๋วฉีเฟิงยังไม่มีทีท่าว่าจะสามารถเรียกความมั่นใจกลับคืนมาได้ แต่กลับระเบิดน้ำตาออกมาแทนนั้น จิตใจของเขาจึงรู้สึกเศร้าหมองขึ้นมาทันทีหลิวซุ่ยเฟิงค่อยๆเดินมาข้างหน้า และโน้มตัวลงพยุงร่างของฮู๋วฉีเฟิงลุกขึ้นมา ก่อนจะพาเดินออกไปอย่างช้าๆกัวเสี่ยวเทียนหันไปยืนเผชิญหน้ากับหลิงหยุนเขาค่อยๆ ยกมือขวาขึ้น ก่อนที่จะเอื้อมมือไปดึงดาบที่เสียบอยู่ด้านหลังออกมา!ดาบของกัวเสี่ยวเทียนค่อยๆถูกดึงออกมาอย่างช้าๆ ดาบเล่มนี้มีสีดำ และมีความยาวหนึ่งเมตรครึ่ง ส่วนตัวดาบนั้นกว้างถึงสิบเซนติเมตร เห็นได้ชัดว่าทำจากโลหะที่หนา และแข็งแกร่งอย่างมากร่างของกัวเสี่ยวเทียนนั้นสูงใหญ่น่าเกรงขามระหว่างที่เขาดึงดาบออกจากฝักนั้น พลังปราณภายในร่างก็พวยพุ่งออกมาจนผมยาวสีขาวนั้นปลิวไสวกัวเสี่ยวเทียนยกปลายดาบขึ้นชี้ไปทางหลิงหยุนพร้อมกับพูดขึ้นว่า“หลิงหยุน..เจ้ามารน้อย! เจ้าทำให้สำนักดาบสวรรค์ของข้าต้องได้รับความอัปยศ อีกทั้งยังทำลายศิษย์น้องของข้า คืนนี้ข้ากัวเสี่ยวเทียนจะขอจัดการกับมารน้อยอย่างเจ้าด้วยดาบเล่มนี้!”แต่หลิงหยุนกลับเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยจากนั้นจึงหัวเราะออกมาเสียงดัง เพราะจากพลังปราณของกัวเสี่ยวเทียนที่พวยพุ่งออกมานั้น หลิงหยุนคาดเดาว่าอีกฝ่ายน่าจะแข็งแกร่งน้อยกว่าโทคุงาวะ มุโตะ..