ตอนที่ 541
บทที่ 969 : ชนะกัวเสี่ยวเทียน!
October 22, 2026
ในขณะที่กัวเสี่ยวเทียนกำลังต่อสู้อยู่กับหลิงหยุนบนยอดเขาหลงเหมินอยู่นั้นสูงจากพื้นดินขึ้นไปบนท้องฟ้าที่มืดมิดราวห้าร้อยเมตร พอลกับเจสเตอร์ – สองแวมไพร์ก็กำลังกระพือปีกใหญ่ยักษ์อยู่กลางอากาศ และจ้องมองดูการต่อสู้ของสองยอดฝีมือด้านล่างอย่างใจจดใจจ่อ.. ระหว่างที่ได้ชมการต่อสู้ที่น่าหวาดเสียวและสะพรึงกลัวด้านล่างนั้น ทั้งคู่ก็ถึงกับต้องหันไปมองหน้ากัน.. “โอ้ท่านเทพซาตาน!สิ่งที่เจสเตอร์เห็นอยู่มันคืออะไรกันแน่! หรือนี่คือตำนานกระบี่เหินฟ้าของประเทศจีนที่เล่าขานในหมู่แวมไพร์มานมนานงั้นรึ?!” ดวงตาสีม่วงของเจสเตอร์จ้องมองดาบใหญ่สีดำนับสิบเล่มที่พุ่งเข้าล้อมร่างของหลิงหยุนไว้อย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง พร้อมกับร้องอุทานออกมาอย่างตระหนกตกใจ.. พอลเองก็ไม่ต่างไปจากเจสเตอร์นัก..เขาขมวดคิ้วพร้อมกับร้องอุทานออกมา “โอ้ว!หมายความว่าตำนานของเหล่าแวมไพร์ซึ่งพูดต่อๆกันมาหลายพันปี ที่ห้ามไม่ให้เหล่าแวมไพร์มาประเทศจีน.. ก็เป็นความจริงสินะ! ฉันเองก็เคยสงสัยว่ามันจริงมั๊ย แต่ตอนนี้ฉันได้เห็นกับตาตัวเองแล้วเจสเตอร์ ประเทศนี้ช่างลึกลับ แล้วก็น่าหวาดกลัวมากจริงๆ!” เจสเตอร์ตอบกลับไปทันที“นั่นสิ.. แล้วผู้ชายที่อยู่ด้านล่างนั่น ก็ไม่รู้ว่าจะใช่เซียนกระบี่ในตำนานด้วยหรือเปล่า!” พอลรีบส่ายหน้าไม่เห็นด้วยทันทีพร้อมกับแย้งขึ้นว่า “ไม่ใช่แน่นอน! ในตำนานของเหล่าแวมไพร์บันทึกไว้ว่า.. เซียนกระบี่ในตำนานนั้นต้องสามารถบินเหินไปมาด้วยกระบี่ได้ และความเร็วในการเหาะเหินของเขานั้น ก็รวดเร็วยิ่งกว่าตอนที่แวมไพร์อย่างเรากลายร่างเป็นค้างคาวเสียอีก คนข้างล่างนี้ยังไม่สามารถเหาะเหินด้วยกระบี่ได้..” หลังจากหยุดนิ่งไปครู่หนึ่ง..พอลจึงพูดขึ้นว่า “นั่นสินะ! เขายังไม่น่าจะใช่เซียนกระบี่ในตำนาน แต่น่าจะเป็นผู้ที่มีพลังเหนือธรรมชาติ และสามารถใช้มันควบคุมดาบของตนเองให้จู่โจมเจ้านายได้เท่านั้น..” เจสเตอร์มีสีหน้ากังวลใจพร้อมกับพูดขึ้นว่า“พอล.. ฉันว่ามันแปลกไปนะ! เมื่อสองคืนก่อนที่เจ้านายต่อสู้กับยอดฝีมือแข็งแกร่งมากมาย เจ้านายก็ใช้กระบี่วิเศษเล่มนั้นมาตลอด.. แต่ทำไมคืนนี้เจ้านายถึงเลือกที่จะต่อสู้ด้วยมือเปล่า.. ” พอลตอบกลับเสียงเบา“ฉันว่านะ.. ที่เจ้านายทำแบบนั้น ก็น่าจะเป็นเพราะน้าหญิงคนสวยของเจ้านายแน่ๆ!” เจสเตอร์ลองเสนอความเห็นดู“ถ้าอย่างนั้น.. พวกเราบินลงไปสังเกตการณ์ใกล้กว่านี้ดีมั๊ย เผื่อมีอะไรไม่ชอบมาพากลจะได้ช่วยเจ้านายได้ทัน!” พอลส่ายหน้าไปมาพร้อมกับค้านขึ้นทันที“อย่าเลย.. ทำตามที่เจ้านายสั่งอย่างเคร่งครัดจะดีกว่า!” “นี่พอล..ดูนั่นสิ!” เจสเตอร์ยกมือขึ้นชี้ลงไปที่ป่าทึบในหุบเขาด้านล่างของเขาหลงเหมินดวงตาของมันเบิกกว้างในขณะที่พูดขึ้นว่า..“ดูเหมือนจะมีเงาของคนอยู่ในป่านั่น!”พอลรีบมองตามนิ้วของเจสเตอร์ไปทันทีแต่เพราะที่พื้นด้านล่างนั้นค่อนข้างมืดจนเกินไป เขาจึงไม่สามารถมองเห็นอะไรได้ จึงได้แต่ร้องบอกเจสเตอร์ไปว่า“เจ้านายน่าจะรู้อยู่แล้วว่าจะเกิดอะไรขึ้นถึงได้สั่งพวกเราไว้ว่า.. ให้รออยู่ด้านบนนี้ และห้ามทำอะไรตามอำเภอใจ..”แต่ถึงแม้พอลจะพูดออกไปเช่นนั้นภายในใจของมันกลับรู้สึกกังวล และกระวนกระวายใจยิ่งนัก!………ตูม!หลิงหยุนเอียงกายหลบพร้อมกับชกเข้าที่ปลายดาบใหญ่ซึ่งกำลังพุ่งตรงเข้าใส่หน้าอกของตนเอง แต่หลังจากที่ถูกชกจนดาบใหญ่ไถลออกไปแล้วนั้น ดาบเล่มเดิมก็หมุนกลับกลางอากาศ และพุ่งเข้าใส่ร่างของหลิงหยุนอีกครั้ง!หนึ่งในพลังเหนือธรรมชาติที่แข็งแกร่งที่สุดดูเหมือนจะเป็นการบังคับควบคุมอาวุธโดยต้องใช้มือ และอาวุธที่ปราศจากข้อมือ ข้อศอก และแขน ก็สามารถเปลี่ยนทิศทางการโจมตีได้อย่างรวดเร็ว ง่ายดาย และยากที่จะหยุดยั้งได้กัวเสี่ยวเทียนถูกบีบคั้นให้ใช้กระบวนท่าสู่สรวงสวรรค์ซึ่งเกิดจากการใช้พลังเหนือธรรมชาติบังคับดาบ แต่หลังจากผ่านไปเพียงแค่สองสามนาที หลิงหยุนก็สามารถชกกำปั้นเข้าใส่ดาบใหญ่นั้นได้นับร้อยครั้ง!ในวินาทีแห่งความเป็นความตายนี้ระดับความรุนแรง และความตื่นเต้นจึงไม่อาจจินตนาการได้!แต่เพราะนี่คือหลิงหยุน!หากครั้งนี้เปลี่ยนจากหลิงหยุนเป็นยอดฝีมือขั้นเซียงเทียน-8 แทน ภายใต้การจู่โจมของดาบสีดำเล่มนี้ คนผู้นั้นคงจะสามารถรับมือได้เพียงแค่สองสามครั้ง จากนั้นก็คงจะต้องถูกสังหารตายในพริบตาอย่างแน่นอน!และการที่หลิงหยุนเลือกที่จะรับมือด้วยหมัดนั้นเป็นเพราะเขามีความมั่นใจมากพอ! และความมั่นอกมั่นใจของหลิงหยุนนั้นก็เกิดจากสามสิ่งนี้..หนึ่ง..หลิงหยุนมีวิชาที่แข็งแกร่งสำหรับใช้ป้องกันตัวอย่างดาราคุ้มกาย อีกทั้งยังมีชุดผ้าแพรไหมดำ แม้ว่าจะพลาดพลั้งไปบ้าง แต่ก็ไม่ถึงกับได้รับบาดเจ็บสาหัสนักสอง..หลิงหยุนมีวิชาตัวเบาที่สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วราวกับสามารถหายตัวไปมาได้ ทำให้สามารถหลบหลีกการโจมตีที่รวดเร็ว และดุดันของดาบเล่มใหญ่ได้ทันท่วงทีสาม..สิ่งที่สำคัญที่สุดอีกหนึ่งอย่างก็คือ หลิงหยุนมีจิตหยั่งรู้ที่ทรงพลังมาก!