ตอนที่ 542
บทที่ 970 : สังหารกัวเสี่ยวเทียน!
October 22, 2026
หลังจากที่กระประลองอันน่าระทึกระหว่างหลิงหยุนกับกัวเสี่ยวเทียนผ่านพ้นไปและจบลงด้วยการที่หลิงหยุนเป็นฝ่ายชนะ และกัวเสี่ยวเทียนพ่ายแพ้อย่างหมดท่า.. เวลานี้กัวเสี่ยวเทียนที่พ่ายแพ้ให้กับหลิงหยุนกำลังนั่งคุกเข่านิ่งไม่ต่างจากซากไม้ตาย เลือดสีแดงค่อยๆ ไหลออกจากลูกตา รูหู ปาก และจมูกของกัวเสี่ยวเทียน นับเป็นภาพที่น่าหวาดกลัว และสยดสยองยิ่งนัก! เวลานี้พลังปราณของกัวเสี่ยวเทียนไม่เพียงสูญสิ้นจนหมดแต่พลังจิตทั้งหมดยังถูกหลิงหยุนทำลายด้วยหมัดอันทรงพลัง หากเขาไม่รวบรวมพลังจิตกลับคืนมาให้ได้โดยเร็วที่สุดแล้วล่ะก็ ในวันข้างหน้าอย่าว่าแต่จะไม่สามารถฝึกเพลงดาบได้อีกเลย แม้แต่การใช้ชีวิตประจำวันด้วยตัวเองก็คงยากที่จะทำได้.. เรียกได้ว่า..กัวเสี่ยวเทียนอาจต้องกลายเป็นคนที่นอนแน่นิ่งเป็นผักนั่นเอง! ความจริงแล้ว..ด้วยขั้นของกัวเสี่ยวเทียนนั้น หากเขาใช้เพลงดาบต่อสู้กับหลิงหยุนแบบปกติ แม้ว่าจะไม่สามารถเอาชนะหลิงหยุนได้ แต่ก็คงจะไม่พ่ายแพ้อย่างน่าเศร้าเช่นนี้ อีกทั้งกัวเสี่ยวเทียนเองก็มีอุปนิสัยที่ค่อนข้างดื้อรั้นหัวแข็งมากในระดับหนึ่งเมื่อพบว่าหลิงหยุนมีวิชาดูดลมปราณ เขาก็เลือกที่จะใช้พลังเหนือธรรมชาติในการจัดการกับหลิงหยุนทันที.. แต่เป็นเพราะว่ากัวเสี่ยวเทียนประเมินตนเองสูงจนเกินไปและประเมินหลิงหยุนต่ำจนเกินไป.. การประลองของคนทั้งคู่นั้นมีความแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัดอย่างหนึ่งคือ กัวเสี่ยวเทียนประเมินหลิงหยุนต่ำเกินไปมาก ส่วนหลิงหยุนนั้นแม้จะแสดงท่าทีหยิ่งผยองถึงขั้นไม่ยอมใช้กระบี่โลหิตแดนใต้ แต่เขาก็ไม่เคยประมาทคู่ต่อสู้.. แม้เพลงดาบที่ต้องใช้พลังเหนือธรรมชาติอย่างดาบลมปราณและดาบเหินของกัวเสี่ยวเทียน จะสามารถสร้างความตระหนกตกใจ และตื่นตาตื่นใจได้อย่างมากมาย แต่สำหรับหลิงหยุนแล้ว.. มันไม่มีอะไรเลย! หลิงหยุนเคยทลายภูเขาด้วยหมัดและแยกแม่น้ำด้วยฝ่ามือมาแล้ว ดังนั้นไม่ว่าจะดาบลมปราณ หรือว่าดาบเหินของกัวเสี่ยวเทียน จึงไม่ต่างจากเพลงดาบธรรมดาๆสำหรับเขา หลิงหยุนเคยเป็นถึงปรมาจารย์ในโลกบ่มเพาะที่ยิ่งใหญ่และฝึกถึงขั้นที่ต้องผ่านบททดสอบจากสวรรค์มาแล้ว ประสบการณ์ในการต่อสู้จึงไม่อาจนำมาเทียบกับเหล่าจอมยุทธในยุทธภพนี้ได้ กัวเสี่ยวเทียนเอาแต่ใช้พลังปราณที่คิดว่าเหนือกว่าอย่างคนตาบอดหลิงหยุนก็เพียงแค่รอให้กัวเสี่ยวเทียนหมดกำลัง และถึงเวลานั้นโศกนาฏกรรมของกัวเสี่ยวเทียนก็จะมาถึงเอง.. ดังนั้นถึงแม้ว่ากัวเสี่ยวเทียนจะแข็งแกร่งกว่าโทคุงาวะมุโตะครึ่งระดับ แต่หลิงหยุนก็สามารถเอาชนะกัวเสี่ยวเทียนได้ง่ายกว่าการเอาชนะโทคุงาวะ มุโตะ! ในเมื่อกัวเสี่ยวเทียนพ่ายแพ้ให้แก่หลิงหยุนแล้วศิษย์สำนักดาบสวรรค์ที่เหลือก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลิงหยุนอีกต่อไป! เมื่อฮู๋วฉีเฟิงได้เห็นศิษย์พี่ใหญ่ของตนเองใช้เพลงดาบขั้นสุดยอดของสำนักนั้นก็ได้แต่มีความหวังขึ้นมาอีกครั้ง แต่เวลานี้แววตาของเขาสิ้นหวังอย่างแท้จริง เมื่อเห็นฝ่ามือของหลิงหยุนกดอยู่บนศรีษะของกัวเสี่ยวเทียนเช่นนั้น ส่วนหลิวซุ่ยเฟิงที่อยู่ในอาการหวาดผวานั้นก็ไม่ลังเลที่จะค่อยๆ ก้าวถอยหลังออกไปอย่างเงียบๆ เพื่อรอโอกาสที่จะหนีออกไปจากที่นี่ ส่วนจงชวนเยี่ยนที่มีฝีมือด้อยสุดนั้นเชื่อมั่นว่ากัวเสี่ยวเทียนจะสามารถเด็ดศรีษะของหลิงหยุนได้อย่างแน่นอน แต่เมื่อผลกลับกลายเป็นเช่นนี้ นางก็ได้แต่กรีดร้องในใจอย่างเสียดาย.. แต่ในขณะเดียวกันก็ตกใจกลัวจนไม่กล้าที่จะตอบโต้หลิงหยุนมีเพียงจี้เสี่ยวฉิงที่แม้จะรู้ว่าตนเองจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของหลิงหยุนแต่ก็กระโดดออกไปปกป้องศิษย์พี่ใหญ่กัวเสี่ยวเทียน..จี้เสี่ยวฉิงเห็นว่าหลิงหยุนไม่มีท่าทางที่ต้องการจะสังหารกัวเสี่ยวเทียนจึงร้องถามด้วยใบหน้าที่ซีดเผือด..“หลิงหยุน..เจ้าต้องการอะไรกันแน่”….Aileen-novelสภาพของกัวเสี่ยวเทียนเวลานี้เป็นเครื่องยืนยันความแข็งแกร่งของหลิงหยุนได้เป็นอย่างดี อย่างน้อยในเวลานี้.. หลิงหยุนก็สามารถสังหารศิษย์สำนักดาบสวรรค์ที่เหลือได้อย่างไม่มีปัญหา..ดังนั้น..เวลานี้สิ่งที่จี้เสี่ยวฉิงทำได้จึงมีเพียงแค่ต้องอดทน ไม่มีวิธีอื่นใดอีก!หลิงหยุนยิ้มออกมาเพียงเล็กน้อย..เขาไม่สนใจจี้เสี่ยวฉิง แต่จู่ๆ กลับหันไปมองหลิวซุ่ยเฟิงที่กำลังคิดจะหนี แล้วร้องตะโกนขึ้นว่า“คนแซ่หลิว..หากเจ้าก้าวขาออกไปอีกแม้เพียงก้าวเดียว ข้าจะหักขาของเจ้าทิ้งซะ และจะทำลายวรยุทธของเจ้าด้วย!”ร่างของหลิวซุ่ยเฟิงหยุดชะงักทันทีและสองเท้าราวกับถูกตรึงไว้ด้วยตะปู ไม่กล้าที่จะขยับอีกเลยแม้แต่ก้าวเดียวหลิวซุ่ยเฟิงได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจและเหงื่อเย็นก็ไหลหยดลงมาช้าๆ เวลานี้แผ่นหลังและหน้าอกของเขาต่างก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ และใบหน้าซีดเผือดเมื่อรู้ตัวว่าไม่สามารถที่จะแอบหนีออกไปอย่างเงียบๆได้ หลิวซุ่ยเฟิงจึงยิ้มออกมาพร้อมกับพูดจาตะกุกตะกัก..“นะน้อง.. หลิงหยุน พวก.. เราล้วนเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน ค่อยๆพูดค่อยๆจากันก็ได้.. ”“หลิวซุ่ยเฟิง..นี่เจ้า..”ยังไม่ทันที่หลิวซุ่ยเฟิงจะพูดจบเสียงของจี้เสี่ยวฉิงก็ดังขึ้นด้วยความโกรธ ร่างของนางสั่นเทิ้ม และจ้องมองหลิวซุ่ยเฟิงด้วยแววตาราวกับจะกินเลือดกินเนื้อจงชวนเยี่ยนเองก็ถึงกับอ้าปากหวอนางหันกลับไปมองหลิวซุ่ยเฟิงที่อยู่ด้านหลังด้วยสีหน้าที่บ่งบอกว่าไม่อยากจะเชื่อ แววตาของนางเต็มไปด้วยความเหยียดหยัน และแทบไม่เชื่อว่าหลิวซุ่ยเฟิงที่นางหลงรักนั้น จะกลายเป็นคนเช่นนี้ไปได้!จงชวนเยี่ยนมองหลิวซุ่ยเฟิงราวกับคนแปลกหน้าในใจรู้สึกผิดหวังอย่างมาก..หลิงหยุนถึงกับหัวเราะออกมาเขาจ้องมองหลิวซุ่ยเฟิงด้วยแววตาเหยียดหยันพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เจ้าเพิ่งเรียกข้าว่ามารน้อยไม่ใช่รึดูเหมือนก่อนหน้านี้เจ้าก็ต้องการจะสังหารข้าด้วย!”