ตอนที่ 544
บทที่ 972 : เป็นอิสระทางใจ!
October 22, 2026
บทที่ 972 : เป็นอิสระทางใจ! “พวกเราเห็นว่าศิษย์สำนักดาบสวรรค์ตกอยู่ในอันตรายพวกเราจึงขึ้นมาที่นี่!” ทันทีที่ได้รับสัญญาณพลุยอดฝีมือที่ซ่อนอยู่ในป่าทึบที่ตีนเขาด้านล่าง ต่างก็พากันใช้วิชาตัวเบาวิ่งขึ้นมาบนยอดเขากันอย่างรวดเร็ว ทางด้านทิศใต้ของยอดเขาหลงเหมินนั้นคือนักพรตเต๋าทั้งสี่แห่งเขาหลงหู่นามว่าชางซง ซีเสีย จุ้ยจู่ และชิงเฟิง นักพรตทั้งสี่นั้นต่างก็ถือกระบี่ยาววิ่งขึ้นมาบนยอดเขาแห่งนี้! ทางด้านทิศเหนือคือนายน้อยจากสำนักหมัดเทวะนามว่าเถี่ยหมิงเขานำยอดฝีมือติดตามมาด้วยถึงสามคนซึ่งก็คือทวนเหล็กตระกูลเหลย ได้แก่เหลยเชิ่ง เหลยจิ้งกัง และเหลยเหวินซิ่ว! ทางด้านทิศตะวันตกคือศิษย์สำนักกระบี่คุนหลุนทั้งสี่คนสามในสี่เป็นมือกระบี่คุนหลุนนามว่าจื่อหยาง จื่อเยี่ย และจื่อกวง ส่วนมือกระบี่อีกหนึ่งคนที่สวมชุดขาวนั้นดูเหมือนจะเป็นหัวหน้ามีนามว่าหลี่เคิ่นวู๋ แม้จะดูเหมือนอายุยังน้อย แต่ก็มีท่าทียะโสโอหัง และเย็นชายิ่งนัก มือทั้งสองข้างของเขากอดกระบี่แนบอก.. ส่วนทางด้านทิศตะวันออกของยอดเขาหลงเหมินมีชายชุดดำเก้าคนกระโดดออกมาจากความมืด หนึ่งในนั้นคือรองเจ้าสำนักลัทธิแดนใต้นามว่ากงซุ่นหลี่ …… “พวกเจ้าร้อนรนที่จะขึ้นไปบนยอดเขากันนัก..จะรีบร้อนไปเกิดใหม่หรือยังไงกัน” ที่ตีนเขาด้านล่างทางทิศใต้ของเขาหลงเหมินนั้นในป่าทึบมีเด็กหนุ่มสวมชุดนักพรตนั่งพิงต้นไม้ใหญ่อยู่ ในปากคาบกิ่งไม้บ่นพึมพำพร้อมกับเงยหน้าขึ้นมองไปทางยอดเขาที่อยู่ห่างไกล.. ภายในป่าทึบบริเวณนั้นก็คือที่ซึ่งมือกระบี่คุนหลุนทั้งสี่คนซ่อนตัวอยู่ก่อนนั่นเอง.. นักพรตเต๋าผู้นี้แม้จะยังดูอ่อนเยาว์แต่ลักษณะท่าทางภายนอกกลับดูราวกับโจรผู้ร้าย เนื้อตัวมอมแมมดูสกปรกยิ่งนัก! เสื้อคลุมสีน้ำเงินในแบบนักพรตบนร่างของเขานั้นไม่รู้ว่าไม่ได้ผ่านการซักทำความสะอาดมาเป็นเวลานานมากเพียงใด เพราะเวลานี้มันได้เปลี่ยนเป็นสีดำขมุกขมัว และดูสกปรกยิ่งนัก! ผมที่ยาวมากนั้นได้ถูกรวบเป็นมวยไว้กลางศรีษะอย่างลวกๆและใช้ตะเกียบเสียบไว้เพื่อไม่ให้ร่วงหล่นลงมายุ่งเหยิงได้อีก ทางด้านขวามือของเขานั้นมีกล่องสีดำวางอยู่ที่พื้นซึ่งไม่รู้ว่าด้านในบรรจุอะไรไว้กันแน่ ส่วนบนกล่องก็มีกระบี่ไม้วางอยู่.. และเวลานี้นักพรตที่สกปรกมอมแมมผู้นี้ก็กำลังร้องตะโกนออกมาอย่างไม่พอใจสีหน้าของเขาบ่งบอกว่ากำลังโมโหอย่างมาก.. “เชอะ!พวกเราต่างก็เป็นนักพรตเหมือนกัน แต่พวกเจ้าสี่คนกลับไม่ยอมให้ข้าขึ้นไปบนยอดเขาหลงเหมินด้วย ข้ายอมให้พวกเจ้าข่มเหงรังแกง่ายๆหรือยังไงกัน”และนี่ก็คือศิษย์ของสำนักเหมาซานเพียงคนเดียว..นามว่าโม่วู๋เตา!“หึ..ฝีมือข้ายังไม่เข้าขั้นงั้นรึ เชอะ..”หลังจากที่พร่ำบ่นระบายความโมโหออกไปแล้วโม่วู๋เตาก็ถุยกิ่งไม้ที่คาบอยู่ในปากทิ้งไป พร้อมกับยกมือข้างหนึ่งขึ้น และทำการนับนิ้วทั้งสี่พร้อมกับพึมพำเบาๆหลังจากที่นับนิ้วคำนวณดวงชะตาดูแล้วดวงตาของโม่วู๋เตาถึงกับเป็นประกายสับสนขึ้นมาทันที และสีหน้าก็เปลี่ยนเป็นจริงจังในขณะที่พูดออกไปว่า“ศิษย์พี่ใหญ่ของสำนักดาบสวรรค์ที่ชอบบีบบังคับผู้อื่นตายแล้วงั้นรึ”จากนั้นนักพรตหนุ่มก็ถอนหายใจพร้อมกับพึมพำออกมา“เฮ้อ.. ตายเพราะความดื้อรั้นสินะ! แต่ก็ไม่เกี่ยวกับอะไรกับข้าสักหน่อยนี่นา..”หลังจากนั้นโม่วู๋เตาก็กัดฟันยกกล่องไม้และเงยหน้าขึ้นมองไปทางยอดเขา“หลิงหยุน..ถึงแม้ข้าจะเป็นศิษย์น้องของหลิวเต๋อหมิง แต่ข้าก็เป็นแค่หมอดู เจ้าต้องไม่สังหารข้านะ!”“เฮ้อ..มีอะไรก็น่าจะค่อยๆพูดค่อยๆจากันนี่นา.. ทุกคนควรพูดคุยกันด้วยเหตุผลไม่ใช่รึ”โม่วู๋เตาพึมพำพร้อมกับมองขึ้นไปบนยอดเขาหลงเหมินแม้เขาจะพยายามพูดจาสร้างขวัญกำลังใจให้กับตนเองแล้ว แต่เท้าทั้งสองข้างกลับขยับเขยื้อนไม่ได้ราวกับถูกตรึงแน่นไว้ด้วยตะปู..โม่วู๋เตายืนนิ่งคล้ายกับกำลังตัดสินใจหลังจากที่อยากจะหันหลังกลับออกไปจากที่นี่อยู่หลายครั้งหลายครา แต่ในที่สุดเขาก็หันหน้าไปทางยอดเขา แล้วค่อยๆก้าวเท้าเดินขึ้นเขาไปทีละขั้นแต่ในเวลานี้..นอกจากโม่วู๋เตาแล้ว ยอดฝีมือคนอื่นๆต่างก็ขึ้นไปจนถึงยอดหลงเหมินกันแล้ว และเวลานี้กำลังล้อมหลิงหยุนกับฉินตงเฉี่วยไว้ และยากที่ทั้งคู่จะหนีไปใหนรอด!แปดสำนักใหญ่..ไม่ว่าจะเป็นเส้าหลิน บู๊ตึ๊ง กระบี่คุนหลุน หมัดเทวะ ทวนเหล็กตระกูลเหลย ลัทธิแดนใต้ สำนักดาบสวรรค์ และยอดฝีมือจากเขาหลงหู่ ทุกคนต่างก็ไปถึงยอดเขาหลงเหมินกันหมดแล้ว!หากรวมโม่วู๋เตาศิษย์สำนักเหมาซานที่กำลังค่อยๆปีนขึ้นเขาไปนั้น คืนนี้ก็จะมียอดฝีมือจากเก้าสำนักรวมตัวกันเพื่อสังหารหลิงหยุน!ฉินตงเฉี่วยที่ยืนเคียงบ่าเคียงไหล่กับหลิงหยุนนั้นเมื่อได้เห็นยอดฝีมือแต่ละคนที่พุ่งออกมาจากความมืด และกำลังรายล้อมนางกับหลิงหยุนไว้อย่างแน่นหนานั้น ใบหน้าของนางก็ถึงกลับเปลี่ยนเป็นซีดขาวจนไร้สีเลือด!โดยเฉพาะอย่างยิ่ง..เมื่อนางได้เห็นศิษย์สำนักดาบสวรรค์ทั้งสี่คนย้อนกลับมา และทั้งสี่คนต่างก็จ้องมองนางด้วยแววตาเคียดแค้นเกลียดชัง และเย็นชาอย่างยิ่งฉินตงเฉี่วยหันหน้ามองไปรอบตัวและสายตาของนางก็ไปปะทะเข้ากับร่างไร้ศรีษะของกัวเสี่ยวเทียนบนพื้นอีกครั้ง แต่ครั้งนี้.. ฉินตงเฉี่วยไม่หลงเหลือความรู้สึกผิดในจิตใจอีกเลยแม้แต่น้อย เวลานี้.. มีเพียงไฟโทสะที่กำลังแผดเผาจิตใจของนางอยู่เท่านั้น!