ตอนที่ 546
บทที่ 974 : บู๊ตึ๊งกับหม้อเสินหนง!
October 22, 2026
มือขวาของหลิงหยุนขยับอีกครั้งและเขากำลังชักกระบี่โลหิตแดนใต้ออกจากฝักอย่างช้าๆ ถึงเวลาที่เขาต้องชักกระบี่ออกจากฝักเสียที.. และทันทีที่มือขวาของหลิงหยุนขยับเหล่ายอดฝีมือที่อยู่ในบริเวณนั้นต่างก็หันไปมองหน้ากันเลิ่กลั่ก แล้วต่างคนต่างก็กระโดดถอยหลังออกไปไกลที่สุดเท่าที่จะทำได้! นั่นเพราะร่างไร้ศรีษะของกัวเสี่ยวเทียนแห่งสำนักดาบสวรรค์ที่กองอยู่กับพื้นนั้นเป็นเครื่องยืนยันถึงความแข็งแกร่งของหลิงหยุนได้เป็นอย่างดี! นอกเหนือจากหลวงจีนของวัดเส้าหลินและนักพรตจากบู๊ตึ๊งแล้ว ยอดฝีมือคนอื่นๆ ที่ขึ้นมาถึงยอดเขานั้น จนป่านนี้ยังไม่มีใครพูดอะไร หรือลงมือทำสิ่งใดเลยแม้แต่คนเดียว ทุกคนยังคงยืนนิ่ง.. อย่าว่าแต่จะเป็นฝ่ายลงมือจู่โจมหลิงหยุนเลย แม้แต่จะพูดกับหลิงหยุนก็ดูเหมือนจะไม่กล้าด้วยซ้ำไป.. กัวเสี่ยวเทียนนั้นนับว่าเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งคนหนึ่งแม้กระทั่งยอดฝีมือบางคนที่อยู่บนยอดเขาหลงเหมินเวลานี้ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาอยู่ในขั้นใหนแล้ว แต่ต่อให้โง่เขลาสักเพียงใดก็น่าจะพอคาดเดาได้ว่า กัวเสี่ยวเทียนนั้นไม่น่าจะต่ำกว่าขั้นเซียงเทียน-8 อย่างแน่นอน! ก่อนหน้านี้หลิงหยุนเผชิญหน้ากับศิษย์สำนักดาบสวรรค์ทั้งห้าคนพร้อมกันแต่เขากลับสามารถสังหารกัวเสี่ยวเทียนได้ในเวลาไม่นานเช่นนี้ นั่นย่อมหมายความว่าหลิงหยุนควรจะต้องอยู่ในขั้นที่เหนือกว่ากัวเสี่ยวเทียนไม่ใช่หรือ เวลานี้บนยอดเขาหลงเหมิน..มียอดฝีมือมารวมตัวกันมากกว่าสี่สิบคน และไม่รู้ว่าผู้ที่อยู่ในขั้นเซียงเทียน-8 นั้นมีมากน้อยเพียงใด แต่ที่แน่ๆยอดฝีมือในที่นี้ล้วนไม่มีใครอยู่ต่ำกว่าขั้นเซียงเทียน-3 เลยสักคน แต่ละคนกว่าจะฝึกฝนมาจนถึงขั้นนี้ได้นั้น ต้องใช้เวลาเกือบทั้งชีวิตของตนเองก็ว่าได้! ดังนั้นจึงไม่มีใครต้องการมาตายด้วยน้ำมือของหลิงหยุน.. แม้ว่าฝ่ายของหลิงหยุนจะมีอยู่กันเพียงแค่สองคน..แต่ฝ่ายตรงข้ามที่มียอดฝีมือจำนวนมากกว่านั้น กลับไม่มีผู้ใดกล้าที่จะลงมือกับหลิงหยุนก่อน! และเวลานี้ดูเหมือนจะมีเพียงหลวงจีนเจี๋วยหยวนแห่งเส้าหลินนักพรตชงซวีแห่งบู๊ตึ๊ง และมือกระบี่แห่งสำนักกระบี่คุนหลุนหลี่เคิ่นวู๋เท่านั้น ที่กล้าจะต่อปากต่อคำ และยืนเผชิญหน้ากับหลิงหยุนเช่นนี้.. จิตใจของมนุษย์ล้วนเป็นเช่นนี้! ทันทีที่เห็นหลิงหยุนค่อยๆชักกระบี่ออกจากฝัก.. ยอดฝีมือที่อยู่ทางด้านขวามือของหลิงหยุน ต่างก็พากันกระโดดถอยหลังหนีทันที และด้วยความตื่นตระหนกตกใจ ยอดฝีมือหลายคนต่างก็พากันดึงอาวุธประจำตัวของตนเองออกมากันจ้าละหวั่น และเวลานี้ทุกคนก็อยู่ในท่าเตรียมพร้อมป้องกันตัวเองเต็มที่! “ช้าก่อน!” นักพรตชงซวีเห็นหลิงหยุนกำลังชักกระบี่ออกมาจากฝักเช่นนั้นจึงรีบร้องตะโกนห้ามไว้ทันที! หลิงหยุนขมวดคิ้วเล็กน้อยและจ้องมองอย่างใกล้จะหมดความอดทน แต่ก็หยุดการดึงกระบี่ออกจากฝักไว้เพียงเท่านั้น.. และนั่นทำให้ยอดฝีมือที่ยืนอยู่ทางด้านขวามือของหลิงหยุนถึงกับถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอกหลายคนถึงกับกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก และรับรู้ได้ถึงเหงื่อเย็นที่ผุดออกมาตามใบหน้าและร่างกาย พวกเขาต่างก็รับรู้ได้ถึงลมเย็นยะเยือกที่กำลังสัมผัสแผ่นหลังของตนเอง.. “เจ้านี่ช่างน่าสนใจยิ่งนัก!” นักพรตชางซวีร้องบอกหลิงหยุนพร้อมกับจ้องมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็นนักพรตชางซวีจ้องมองราวกับว่าหลิงหยุนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาเวลานี้คือมนุษย์ต่างดาว หลังจากนั้นจึงยิ้มออกมาพร้อมกับพูดขึ้นว่า “สำนักบู๊ตึ๊งมุ่งมั่นศึกษาหลักปรัชญาสูงสุดแห่งเต๋า(ไท่จี๋) และสนใจเพียงแค่เรื่องการฝึกฝนอบรมจิตใจให้เป็นหนึ่งเดียวกับธรรมชาติเท่านั้น น้อยนักที่จะได้เห็นนักพรตจากสำนักบู๊ตึ๊งเข้ามาข้องเกี่ยวกับเรื่องทางโลก..” และทันทีที่นักพรตซงซวีพูดจบ..ยอดฝีมือทั้งสี่จากเขาหลงหู่ต่างก็ยิ้มออกมาอย่างเหยียดหยัน.. จากนั้น..นักพรตซงซวีก็ถามหลิงหยุนว่า “เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดครั้งนี้พวกเราบู๊ตึ๊งจึงต้องเดินทางมาที่จิงฉู”หลิงหยุนยิ้มเล็กน้อยพร้อมถามกลับไปว่า“พวกเจ้ามาเพราะเรื่องของพู่กันจักรพรรดิ และสมุดจักรพรรดิไม่ใช่รึ”นักพรตชงซวีได้แต่ยิ้มออกมาเมื่อเห็นหลิงหยุนพูดจาตรงไปตรงมาเช่นนี้แล้วจึงตอบกลับไปว่า“จะพูดเช่นนั้นก็ได้..แต่ก็ไม่ถูกต้องซะทีเดียวนัก!”หลิงหยุนแสยะยิ้มพร้อมกับถามขึ้นว่า“ไม่ทราบว่านักพรตต้องการพูดอะไรกันแน่!”ชงซวียิ้มอย่างมีเลศนัยก่อนจะพูดขึ้นว่า“ข้าขอถามเจ้าตามตรง.. เจ้าคือผู้ครอบครองพู่กันจักรพรรดิกับสมุดจักรพรรดิหรือไม่”หลิงหยุนตอบกลับอย่างไม่ลังเล“ไม่ใช่ข้า! และตัวข้าเองก็ไม่รู้ด้วยว่าพู่กันจักรพรรดิกับสมุดจักรพรรดิบ้าบอที่พวกเจ้าพูดถึงนั้น มันคืออะไรกันแน่”ของสองสิ่งนี้นำมาซึ่งความตาย..มีหรือที่หลิงหยุนจะยอมรับ!แต่หลิงหยุนกลับคิดไม่ถึงว่านักพรตผู้มีใจหมกมุ่นอยู่กับพู่กันจักรพรรดิและสมุดจักรพรรดิผู้นี้ จะยอมพยักหน้าเชื่อคำพูดของเขาได้อย่างง่ายดายเช่นนี้..จากนั้นนักพรตชงซวีก็ถามต่อว่า“เวลานี้ในยุทธภพต่างก็ร่ำลือกันว่าเจ้าคือผู้ที่ครอบครองหม้อเสินหนง.. เรื่องนี้เป็นความจริงหรือไม่ หากเป็นความจริง.. เจ้าพอจะนำออกมาให้พวกเราชมได้หรือไม่?”หลิงหยุนได้แต่คิดในใจว่า‘พูดไปพูดมา.. ดูเหมือนนักพรตบู๊ตึ๊งผู้นี้ คงจะต้องการหม้อเสินหนงของข้านี่เอง!’แต่หลิงหยุนก็ไม่อาจปฏิเสธได้ว่าตนเองมีหม้อเสินหนงอยู่ในมือจริงๆเพราะเขาเองก็เคยใช้หม้อเสินหนงทุบบ้านของเถียนป๋อเตาต่อหน้าผู้คนมากมายมาแล้ว อีกทั้งในเวลานั้นสื่อต่างๆ ก็ได้ถ่ายรูปและคลิปไว้มากมายและต่อให้สำนักบู๊ตึ๊งไม่ยุ่งเกี่ยวเรื่องทางโลกจริงด้วยความสามารถของบู๊ตึ๊ง ย่อมต้องสืบหาข่าวคราวเรื่องนี้ได้ไม่ยาก..หลิงหยุนจึงไม่ปฏิเสธและไม่คิดที่จะปฏิเสธด้วย..หลิงหยุนยิ้มจนเห็นฟันขาวเรียงรายสวยงามแล้วจึงพูดขึ้นว่า “หม้อเสินหนงงั้นรึ เป็นความจริง! เพียงแต่ว่า..”หลิงหยุนก้มหน้าลงมองมือทั้งสองข้างของตนเองจากนั้นจึงเงยหน้าขึ้นพูดกับชงซวีว่า “หม้อเสินหนงทั้งใหญ่ และหนักเช่นนั้น เจ้าคิดว่าข้าจะแบกไปใหนต่อใหนด้วยงั้นรึ”นักพรตชงซวีได้ฟังคำตอบของหลิงหยุนแล้วก็เอาแต่หัวเราะออกมาพร้อมกับจ้องมองหลิงหยุนนิ่งไม่พูดไม่จา..หลิงหยุนฟังแล้วรู้สึกไม่พอใจนักจึงได้ร้องตะโกนถามขึ้นว่า “เจ้าหัวเราะเช่นนี้หมายความว่าอย่างไรกัน”นักพรตชงซวีเอาแต่ยิ้มก่อนจะพูดแก้เก้อไปว่า “ไม่มีอะไร.. ข้าก็แค่อยากจะได้เห็นกับตาสักครั้ง!”หลิงหยุนขมวดคิ้วพร้อมตอบกลับไปว่า“แล้วถ้าข้าตอบว่าไม่ล่ะ..”ชงซวีจ้องมองหลิงหยุนนิ่งพร้อมกับตอบยิ้มๆ“ข้าแค่ต้องการขอดู.. ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น..”หลิงหยุนครุ่นคิดเล็กน้อยแล้วจึงตอบกลับไปว่า “ถ้าเช่นนั้นพวกเราค่อยเจรจาเรื่องนี้กันวันหลัง.. ไม่ใช่คืนนี้!”