ตอนที่ 548
บทที่ 976 : ปีศาจ!
October 22, 2026
เมื่อครั้งที่อยู่ในก้นหลุมยักษ์นั้นหลิงหยุนไม่ได้มีความรู้สึกแย่ๆ กับเถี่ยเจิ้นผิง และเหลยเวิ่นชิงมากมายนัก แต่เพราะครั้งนั้นทั้งคู่ยังไม่แข็งแกร่งพอ จึงถูกค่ายกลมังกรหยิน-หยางสังหารตาย หลิงหยุนเองก็ได้แต่รู้สึกเห็นใจเช่นกัน ด้วยเหตุนี้..ทันทีที่หลิงหยุนได้ยินว่ายอดฝีมือทั้งสองนี้คือเถี่ยหมิงแห่งสำนักหมัดเทวะ และเหลยเจิ้นแห่งทวนเหล็กตระกูลเหลย เขาจึงตั้งใจที่จะอธิบาย และเล่าเหตุการณ์ในครั้งนั้นให้ทั้งสองคนฟัง อีกทั้งยังพูดจากับทั้งคู่ด้วยความสุภาพ.. ไม่ใช่ว่าหลิงหยุนทำไปเพราะเกรงกลัวที่จะต้องเป็นศัตรูกับยอดฝีมือทั้งสองนี้แต่เขารู้สึกว่าไม่จำเป็นที่จะต้องทำเช่นนั้น ในเมื่อต่างฝ่ายต่างก็ไม่ได้มีความคับแค้นใจต่อกัน เหตุใดจึงต้องเข่นฆ่ากันด้วยเล่า หลิงหยุนเล่าทุกอย่างไปตามความเป็นจริงไม่ได้สร้างเรื่องให้เกินความจริงเพื่อหวังหลีกเลี่ยงการปะทะแต่อย่างใด หลิงหยุนได้บอกความจริงทั้งหมดกับอีกฝ่ายไปแล้ว และปล่อยให้ทั้งคู่เป็นผู้ตัดสินใจเอง.. สำหรับหลิงหยุนแล้ว..หากทั้งคู่เชื่อในสิ่งที่เขาพูด ก็เชิญลงจากเขาไปได้! แต่หากไม่เชื่อ.. ก็เข้ามาจู่โจมตนเองได้เลย! เถี่ยหมิงกับเหลยเจิ้นยืนฟังคำอธิบายของหลิงหยุนด้วยท่าทางสงบนิ่งจากนั้นทั้งคู่ก็หันไปมองหน้ากัน และแลกเปลี่ยนความคิดความรู้สึกผ่านดวงตาทั้งสองข้างของตนเอง.. หลิงหยุนหัวเราะโดยไม่ทีท่าว่าจะเกรงกลัวต่อยอดฝีมือมากมายบนยอดเขาแห่งนี้เลยแม้แต่น้อย! หลิงหยุนซึ่งอยู่ต่อหน้าทุกคนเวลานี้ได้แสดงออกซึ่งอุปนิสัยที่ตรงไปตรงมา เปิดเผยอย่างจริงใจว่ากระบี่ในมือของตนนั้นคือกระบี่โลหิตแดนใต้ ยอมรับว่าตนเองคือผู้ที่เด็ดศรีษะของกัวเสี่ยวเทียนแห่งสำนักดาบสวรรค์ และจัดการชกหลิวซุ่ยเฟิงจนกลายเป็นแค่ชิ้นเนื้อต่อหน้ายอดฝีมือมากมาย.. จากอุปนิสัยที่เปิดเผยไม่เกรงกลัวผู้ใดเช่นนี้หากเขาสังหารเถี่ยเจิ้นผิงกับเหลยเวิ่นชิงจริง มีหรือที่จะไม่กล้ายอมรับออกมาตรงๆ.. ด้วยเหตุผลนี้..ทำให้ทั้งเถี่ยหมิงและเหลยเจิ้นจึงเชื่อคำพูดของหลิงหยุน! เถี่ยหมิงและเหลยเจิ้นต่างก็เดินตรงเข้าไปหาหลิงหยุนพร้อมกับเอ่ยขึ้นว่า “หลิงหยุน.. พวกเราเชื่อคำพูดของเจ้า!” หลิงหยุนเพียงแค่ยิ้มเล็กน้อยและไม่มีทีท่าถ่อมตัวแต่อย่างใด เขาไม่แม้แต่จะเอ่ยคำขอบคุณ และเพียงแค่พยักหน้ารับรู้.. นับว่าเถี่ยหมิงและเหลยเจิ้นเป็นผู้ที่มีเหตุมีผลทีเดียว.. หาไม่แล้วหากหลังจากที่หลิงหยุนอธิบายทุกอย่างไปอย่างละเอียด และทั้งสองคนยังไม่เชื่อ แล้วยืนกรานที่จะแก้แค้น รับรองได้ว่าหลิงหยุนต้องทำให้ทั้งคู่ตายโดยเร็วที่สุด! แต่เถี่ยหมิงกลับยังคงยืนนิ่งอยู่นานก่อนจะเอ่ยถามออกไปว่า “แล้วศพของพวกเขาทั้งสองคนล่ะ” หลิงหยุนตอบกลับไปทันที“พวกเจ้าอาจจะเคยไปสำรวจหลุมยักษ์มาบ้างแล้ว เวลานี้ที่ก้นหลุมยักษ์มีน้ำอยู่เต็มไปหมด หากพวกเจ้าคิดที่จะลงไปด้านล่าง อาจต้องกลายเป็นอาหารให้กับปลายักษ์ด้านล่างก็เป็นได้..” หลิงหยุนได้แต่เตือนทั้งคู่ไว้ล่วงหน้าอีกทั้งยังเป็นการเตือนยอดฝีมือที่อยู่บนยอดเขาหลงเหมินทั้งหมดด้วยว่า อย่าได้คิดลงไปที่ก้นหลุมยักษ์ เพราะนั่นเท่ากับเป็นการเอาชีวิตไปทิ้งอย่างน่าเสียดาย.. หลิงหยุนอธิบายจนทุกคนสามารถมองเห็นภาพไม่เพียงค่ายกลจัดกรวาลที่ทำให้ก้นหลุมยักษ์ต้องจมอยู่ใต้น้ำจนผู้คนยากที่จะลงไปสำรวจได้เช่นนี้ แต่ที่ก้นหลุมแห่งนั้นยังมีหินมังกรเขียวที่เขานำไปทิ้งไว้อีก เขาจึงไม่ต้องการให้ผู้ใดไปพบมันเข้า.. เหลยเจิ้นยกหมัดขึ้นประสานกับฝ่ามือแล้วพูดขึ้นว่า “หลิงหยุน.. ที่พวกเรามากับทุกคนในคืนนี้ ก็เพื่อที่จะมาแก้แค้นให้กับเหลยเวิ่นชิงกับเถี่ยเจิ้นผิง แต่ในเมื่อเจ้าไม่ได้เป็นผู้สังหารพวกเขาทั้งคู่ พวกเราจึงไม่มีความแค้นต่อกัน และไม่มีความจำเป็นที่พวกเราทั้งสองคนจะอยู่ที่นี่ต่อไปอีก..” เถี่ยหมิงแห่งสำนักหมัดเทวะจึงพูดต่อว่า“ตราบใดที่หุบเขายังคงตระหง่าน สายน้ำยังคงไหลเรื่อยเช่นนี้ เชื่อว่าพวกเราคงมีโอกาสได้พบกันอีกครั้ง..” ครั้งนี้หลิงหยุนทำตามมารยาทในยุทธภพเขายกหมัดขึ้นประสานกับฝ่ามือ แล้วเอ่ยออกไปว่า “ล่าก่อน..”เถี่ยหมิงและเหลยเจิ้นมองหน้ากันแล้วจึงเดินกลับไปที่เดิมพร้อมกับร้องตะโกนสั่งว่า “พวกเรากลับ..”จากนั้นเถี่ยหมิงก็นำยอดฝีมือที่ติดตามมาด้วยทั้งสี่คนกลับไปและเหลยเจิ้นก็นำยอดฝีมือของตนทั้งสองคนกลับออกไปเช่นกัน แล้วทั้งหมดก็กระโดดลงจากยอดเขาหลงเหมินหายเข้าไปในป่าทึบทันที และไม่แม้แต่จะกล่าวคำร่ำลายอดฝีมือจากสำนักอื่นๆหลังจากที่ยอดฝีมือทั้งแปดคนกลับออกไปแล้วเวลานี้จึงเหลือยอดฝีมือราวสามสิบกว่าคนอยู่บนยอดเขา..หลิงหยุนก็ได้แต่คิดในใจว่า‘จะเหลือก็แต่พวกหัวมังกุท้ายมังกรที่ไม่มีความคิดความอ่านเป็นของตัวเองสินะ..’หลิงหยุนรู้ดีว่า..ใช่ว่าเถี่ยหมิงกับเหลยเจิ้นจะเชื่อในคำอธิบายของเขาเสียทีเดียว แต่น่าจะเป็นเพราะทั้งคู่ตกใจกับความแข็งแกร่งของเขาเสียมากกว่า!ทั้งร่างไร้ศรีษะของกัวเสี่ยวเทียนและพลังหมัดที่ทำให้ใบหน้าของหลิวซุ่ยเฟิงเละจนน่าสยดสยอง ทำให้ทั้งคู่คิดว่าอยู่ต่อไปก็คงไม่มีประโยชน์อะไร….ไอรีนโนเวลเพราะไม่ว่าจะเป็นหม้อเสินหนงหรือพู่กันจักรพรรดิ และสมุดจักรพรรดิที่ทุกคนล้วนอยากได้นั้น อย่าว่าแต่จะแย่งมาได้เลย จะสามารถรักษาชีวิตตนเองไว้ได้หรือไม่ ก็ยังไม่อาจรู้ได้..“หึ!ช่างน่าอับอายยิ่งนัก!”ชางซงจากเขาหลงหู่จ้องมองไปทางคนของสำนักหมัดเทวะและทวนเหล็กตระกูลเหลยด้วยแววตาเหยียดหยัน พร้อมกับพูดจาดูถูกถากถาง..ศิษย์ของสำนักกระบี่คุนหลุนทั้งหมดก็เช่นกันทุกคนต่างก็แสดงสีหน้าเหยียดหยัน และไม่พอใจออกมา..มีเพียงมือกระบี่นามหลี่เคิ่นวู๋เท่านั้นที่ยังคงยืนกอดกระบี่แนบอกแน่นด้วยสีหน้าเฉยชาเช่นเคย..“ฮ่า..ฮ่า.. ฮ่า..”จู่ๆกงซุ่นหลี่แห่งสำนักแดนใต้ก็หัวเราะออกมาเสียงดัง พร้อมกับร้องตะโกนออกไปว่า“คิดไม่ถึงจริงๆ!คนของสำนักหมัดเทวะ และทวนเหล็กตระกูลเหลย ยังไม่ทันจะได้แก้แค้นให้กับคนของตัวเองด้วยซ้ำ เพียงแค่ถูกมารน้อยข่มขู่ไม่กี่คำ ก็ถึงกับกลัวลนลานจนต้องหนีลงเขาไปเช่นนั้น..”จากนั้นกงซุ่นหลี่ก็ยกมือขึ้นชี้หน้าหลิงหยุนพร้อมกับหัวเราะ และพูดจายั่วยุ “มารน้อยผู้นี้สังหารผู้คนโดยไม่ต้องคิด และเห็นชีวิตของผู้คนเป็นผักปลาเช่นนี้ คำพูดของมันยังมีอะไรน่าเชื่อถืออีกงั้นรึ สำหรับข้า – กงซุ่นหลี่ ไม่มีทางเชื่อคำพูดของมันอย่างแน่นอน!”และภารกิจของกงซุ่นหลี่ในคืนนี้ก็คือต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้หลิงหยุนไม่สามารถลงจากเขาหลงเหมินแห่งนี้ได้!เพราะเวลานี้ไม่เพียงหลิงหยุนจัดการหลิวซุ่ยเฟิงได้ด้วยเพียงแค่สองหมัดแต่ยังพูดจาไม่กี่คำก็สามารถกำจัดสำนักหมัดเทวะ และทวนเหล็กตระกูลเหลยไปได้อีก ส่วนเส้าหลินกับบู๊ตึ๊งก็ยังคงมีท่าทีลังเล กงซุ่นหลี่จึงต้องรีบแก้ไขสถานการณ์..แต่กงซุ่นหลี่ยังไม่รู้ตัวว่า..โชคร้ายที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้านี้ กำลังจะเกิดกับตนเองต่างหาก ไม่ใช่หลิงหยุน!ความจริงแล้ว..หลิงหยุนต้องการที่จะจัดการกับชางซงจากเขาหลงหู่เป็นรายต่อไป แต่ในเมื่อกงซุ่นหลี่แกว่งเท้าหาเสี้ยนเช่นนี้ เขาก็ไม่คิดที่จะปราณีเช่นกัน!“เจ้าพูดได้ดี..”