ตอนที่ 557
บทที่ 985 : ทดสอบจอมยุทธขั้นเซียงเทียน-9!
October 22, 2026
“หลิงหยุน..หลี่เคิ่นวู๋จู่ประสงค์จะจับน้าหญิงของเจ้านั้น นับว่าเป็นการกระทำที่เกินไปก็จริงอยู่ แต่เขาก็ทำไม่สำเร็จไม่ใช่รึ” “ยิ่งไปกว่านั้น..ตอนนี้เจ้าก็ได้ทำร้ายมือกระบี่คุนหลุนไปแล้วถึงสามคน เพียงแค่นั้นก็นับว่าสร้างความขุ่นเคืองใจให้กับเขาคุนหลุนอย่างมากแล้ว หากเจ้ายังต้องการสังหารหลี่เคิ่นวู๋อีก..” ระหว่างที่พูดนั้น..นักพรตชงซวีก็ได้เดินเข้าไปใกล้หลิงหยุน พร้อมกับขยิบตาส่งสัญญาณให้กับหลิงหยุนเป็นนัยๆ.. หลิงหยุนทบทวนคำพูดของนักพรตชงซวีเมื่อครู่นี้จึงได้รู้ว่านักพรตชงซวีนั้นใช้คำว่า ‘เขาคุนหลุน’ ไม่ใช่ ‘สำนักกระบี่คุนลุน’! เขาคุนหลุนงั้นรึ! สีหน้าที่ทางที่ลังเลว่าจะพูดหรือไม่พูดดีของนักพรตชงซวีนั้น ทำให้หลิงหยุนนึกขันไม่น้อย จึงได้ถามนักพรตผ่านกระแสจิต -ท่านนักพรต..ไม่ทราบว่าท่านต้องการจะบอกอะไรข้ากันแน่!– นักรตชงซวีเองก็ตอบกลับหลิงหยุนผ่านกระแสจิตทันทีเช่นกัน -หลิงหยุน..ข้าบอกเจ้าได้เพียงว่ายอดฝีมือมากมายที่เจ้าสังหารในคืนนี้ จะไม่เป็นอันตรายต่อเจ้าในวันข้างหน้า.. แต่ต้องไม่ใช่เขา!– หลิงหยุนสัมผัสได้ว่านักบวชชงซวีมีบางอย่างปกปิดตนเองอยู่และคำตอบของเขาเมื่อครู่ก็ไม่ใช่คำตอบที่หลิงหยุนต้องการรู้ เขาจึงถามต่อว่า -ข้าไม่เข้าใจ!เหตุใดข้าสังหารยอดฝีมือมากมายได้ แต่สังหารหลี่เคิ่นวู๋ไมได้ ศรีษะของเขามีค่ามากกว่าคนอื่นหรืออย่างไรกัน?– หลิงหยุนยังคงไม่เข้าใจกับความไม่สมเหตุสมผลในคำตอบ! สีหน้าของนักพรตชงซวีดูเหมือนจะยิ่งลำบากใจมากกว่าเดิมเขาขมวดคิ้วคล้ายลังเล ก่อนจะหันไปมองหลวงจีนเจี๋วยหยวนครู่หนึ่ง จากนั้นจึงหันมาพูดกับหลิงหยุนด้วยสีหน้าจริงจัง “หลิงหยุน..หากเจ้าสังหารหลี่เคิ่นวู๋ เจ้าจะต้องพบกับหายนะที่แท้จริง!” หลิงหยุนได้ฟังถึงกับสะท้านเข้าไปในหัวใจแต่ยังคงสงบนิ่ง และฟังด้วยความตั้งใจ.. –ชีวิตของหลี่เคิ่นวู๋มีค่ายิ่งกว่าทองคำ!เขาเป็นถึงบุตรชายคนเล็กของหัวหน้าสำนักกระบี่คุนหลุน – หลี่เจี้ยนถาง หากเจ้าสังหารหลี่เคิ่นวู๋ สำนักกระบี่คุนหลุนไม่มีทางปล่อยเจ้าแน่ เฮ้อ.. เมื่อถึงตอนนั้น เจ้าและครอบครัวของเจ้าคงต้องพังพินาศ และแทบไม่ต้องพูดถึงเรื่องการเจรจาต่อรองเลย..- แต่หลิงหยุนตอบกลับอย่างไม่ยี่หระ“หากคิดจะแก้แค้นก็มาหาข้าได้! ก็แค่สำนักกระบี่คุนหลุน เหตุใดข้าต้องกลัวด้วย” เมื่อนักพรตชงซวีเห็นหลิงหยุนยังคงแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้และตีหน้าซื่อเช่นนั้น เขาก็ถึงกับกระทืบเท้าพร้อมกับพูดเป็นนัยว่า –นี่เจ้าไม่เข้าใจที่ข้าพูดเลยงั้นรึ!สำนักกระบี่คุนหลุนเปรียบเสมือนผู้ดูแลปกป้องทางเข้าเขาคุนหลุน หากเจ้าทำให้พวกเขาขุ่นเคืองใจ ก็เท่ากับเป็นการท้าทายเกียรติของคุนหลุนด้วย!- สำนักกระบี่คุนหลุนเขาคุนหลุน และคุนหลุน! คำพูดเพียงประโยคเดียวของนักพรตชางซวีแต่กลับเน้นย้ำคำว่า ‘คุนหลุน’ ถึงสามคำ! แม้คำพูดของนักพรตชงซวีจะฟังดูกำกวมเข้าใจยากแต่หลิงหยุนก็พยายามครุ่นคิด และจับความนัยพิเศษบางอย่างจากคำพูดประโยคดังกล่าวได้ พร้อมกับคิดว่า ‘สำนักกระบี่คุนหลุนปกป้องทางเข้าเขาคุนหลุนงั้นรึหรือว่าบนเขาคุนหลุนจะมีทัศนียภาพที่งดงามมาก จนต้องมีการปกป้องดูแลผู้ที่จะขึ้นไป?’ ‘หากทำให้สำนักกระบี่คุนหลุนขุ่นข้องใจก็เท่ากับเป็นการท้าทายเกียรติของคุนหลุนงั้นรึ ภูเขาจำเป็นต้องมีเกียรติด้วยหรืออย่างไร? เว้นแต่ว่าเขาคุนหลุนจะมีเทพสถิตอยู่! หลิงหยุนพอจะเข้าใจอะไรขึ้นมาได้บ้างจึงแสร้งทำเป็นถามออกไปว่า “อะไรคือ ‘คุนหลุน’ งั้นรึ” ดูเหมือนสำนักกระบี่คุนหลุนจะไม่ใช่ประเด็นสำคัญและเขาคุนหลุนก็คงไม่ใช่ด้วยเช่นกัน..ประเด็นสำคัญน่าจะอยู่ที่‘คุนหลุน’ เสียมากกว่า!เพราะนักพรตชงซวีบอกกับหลิงหยุนว่าหากเขาทำให้สำนักกระบี่คุนหลุนขุ่นข้องใจ ก็เท่ากับเป็นการท้าทายเกียรติแห่งคุนหลุน และมีเพียงคน หรือกลุ่มคนเท่านั้นที่จะสามารถมีเกียรติได้ไม่ใช่หรือและครั้งนี้..นักพรตชงซวีถึงกับเป็นฝ่ายยกมือขึ้นเกาศรีษะเมื่อได้เห็นปฏิกิริยาของหลิงหยุน เขาจ้องลึกลงไปในดวงตาที่เต็มไปด้วยความสงสัย และประหลาดใจของหลิงหยุน ก่อนจะทำสีหน้าเคร่งเครียด แล้วหันกลับไปมองหลวงจีนเจี๋วยหยวนอีกครั้งหลวงจีนเจี๋วยหวนเองก็มีสีหน้าเคร่งเครียดเช่นกันใบหน้าของเขาบ่งบอกว่าไม่สามารถตัดสินใจได้ และคิ้วทั้งสองข้างก็ขมวดเข้าหากันแน่น..จากนั้น..หลิงหยุนก็สังเกตเห็นว่าสายตาของคนทั้งคู่นั้น เปลี่ยนมาจับจ้องอยู่ที่แขนข้างซ้ายของเขาเนิ่นนาน..ถึงแม้แขนซ้ายของหลิงหยุนจะไม่มีอะไรโดดเด่นเป็นพิเศษนอกจากรอยคราบเลือดมากมายเท่านั้น แต่เขาก็รู้ดีว่าที่นิ้วมือข้างซ้ายของตนเองนั้นมีแหวนพื้นที่สวมอยู่..แต่แล้วจู่ๆนักพรตชงซวีก็เงยหน้าขึ้นมองหลิงหยุน เขายิ้มให้พร้อมกับตอบหลิงหยุนไปว่า“นี่เจ้าไม่รู้จักคุนหลุนจริงๆงั้นรึ”หลิงหยุนฝืนยิ้มพร้อมตอบกลับไปว่า“ขออภัย.. ข้าไม่ทราบจริงๆ!”จากนั้นหลิงหยุนก็จ้องมองนักพรตชงซวีและหลวงจีนเจี๋วยหยวน พร้อมกับคาดหวังว่าจะได้คำตอบที่ต้องการ..แต่หลิงหยุนกลับได้ยินนักพรตชงซวีกระแอมเบาๆก่อนจะตอบกลับมาว่า “พวกเราก็ไม่รู้เช่นกัน!”หลิงหยุนได้ฟังคำตอบของนักพรตชงซวีก็แทบจะกระอักออกมาเป็นเลือด และได้แต่คิดในใจว่า‘เฮ้อ..เสียเวลาจริงๆ ไม่ยอมแพร่งพรายให้ข้าได้รู้บ้างเลย!’หลิงหยุนเห็นสีหน้าของนักพรตชงซวีและหลวงจีนเจี๋วยหยวนแล้วจึงได้แต่คิดว่าเขาคงไม่สามารถคาดคั้นเอาความลับจากคนทั้งคู่ได้แน่ จึงวกกลับมาที่เรื่องของตนเองทันที..“พวกท่านสองคนอย่าหลอกให้ข้ากลัวดีกว่า!เพราะข้า – หลิงหยุน.. สะกดคำคำนั้นไม่เป็น และไม่สนใจว่าจะท้าทางเกียรติของคุนหลุนหรือไม่..”“ในเมื่อหลี่เคิ่นวู๋กล้าแตะต้องน้าหญิงของข้าข้าก็จำเป็นต้องสังหารเขา!”เนื่องจากหลี่เคิ่นวู๋เป็นผู้ที่มีความเป็นเลิศในด้านวรยุทธหากเขาได้ประมือกับหลี่เคิ่นวู๋ก่อนหน้านี้ ก็ไม่อาจรู้ได้ว่าระหว่างเขากับหลี่เคิ่นวู๋นั้น ผู้ใดจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ และผู้ใดจะเป็นฝ่ายได้รับชัยชนะกันแน่แต่แน่นอนว่า..หลิงหยุนกำลังหมายถึงการประมือด้วยวรยุทธเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ไม่นับรวมถึงไพ่ตายมากมายในมือของเขา!เพราะหากหลิงหยุนใช้ไพ่ในมือที่มีอยู่เพียงเล็กน้อยหลี่เคิ่นวู๋ย่อมต้องพ่ายแพ้ให้แก่เขาอย่างแน่นอน แต่ที่หลิงหยุนกังวลก็คือว่า หากปล่อยหลี่เคิ่นวู๋ไป เขาอาจจะกลับมาสร้างปัญหาให้กับคนรอบตัวหลิงหยุนในวันข้างหน้าได้..เพราะหลี่เคิ่นวู๋นั้นนับว่าเป็นชายหนุ่มที่ยะโสโอหังและถือตัวอย่างมาก เมื่อครั้งที่เขาปรากฏตัวบนยอดเขาแห่งนี้ เขาก็ปรากฏตัวในชุดเสื้อคลุมสีขาวอย่างสง่างามแต่สภาพของหลี่เคิ่นวู๋เวลานี้..เสื้อคลุมสีขาวสะอาดเมื่อครู่ ได้ถูกยันต์เตโชเผาไหม้ไปหมดแล้ว และกระบี่ที่รักยิ่งของเขาก็ถูกหลิงหยุนฟันขาด อีกทั้งเนื้อตัวเวลานี้ก็ถูกไฟเผาจนไหม้เกรียม และมีเลือดไหลออกมาทั่วร่างกาย สภาพเช่นนี้.. มีหรือที่หลี่เคิ่นวู๋จะไม่รู้สึกอับอาย!หลี่เคิ่นวู๋ผู้หยิ่งยะโสและถือดีแต่เวลานี้กลับต้องมาตกอยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ แน่นนอนว่าย่อมต้องรู้สึกเจ็บปวด และอับอายยิ่งนัก แล้วมีหรือที่เขาจะไม่รู้สึกเคียดแค้นหลิงหยุนกับฉินตงเฉี่วยสุดใจ..และด้วยอุปนิสัยของหลิงหยุนมีหรือที่เขาจะยอมให้คนเช่นนี้มีชีวิตรอดลงจากเขาหลงเหมินได้ นั่นไม่เท่ากับเป็นการปล่อยเสือเข้าป่าอย่างนั้นหรือ?หลวงจีนเจี๋วยหยวนที่ยืนอยู่ตรงหน้าหลี่เคิ่นวู๋รีบกระโดดเข้าไปหาหลิงหยุนทันที พร้อมกับยกฝ่ามือข้างหนึ่งขึ้นพนมไว้ที่หน้าอก แล้วพูดขึ้นว่า..“อามิตตาพุทธ..ในเมื่ออาตมาอยู่ที่นี่ด้วย ย่อมไม่สามารถปล่อยให้ประสกสังหารคุณชายหลี่ได้อย่างแน่นอน! ขอประสกน้อยได้โปรดล้มเลิกความตั้งใจเสียเถิด!”