ตอนที่ 10
ตอนที่ 313
October 22, 2026
บทที่ 313 : เส้นทางสายเลือด ทันทีที่หลิงหยุนเดินเข้าไปถึงหน้าประตูแห่งความตาย เขาก็หยุดชะงักทันที และไม่ยอมเดินเข้าไปด้านใน ด้านในประตูแห่งความตายนี้ต่างจากถ้ำหินที่เขายืนอยู่มาก ที่นี่กว้างขวางจนรถไฟสามารถวิ่งผ่านได้ แต่เส้นทางในประตูแห่งความตายนั้นคับแคบเพียงแค่คนสองคนเดินได้ และหลิงหยุนก็ต้องงอตัวเล็กน้อยเพื่อให้สามารถเดินเข้าไปได้ พลังหยินที่เข้มข้นมากขึ้นเรื่อยปกคลุมรอบตัวหลิงหยุน จนเขารู้สึกเย็นยะเยือกไปถึงแผ่นหลัง พลังหยินในนี้นับว่ามีเหลือเฟือ แต่ในเรื่องของความบริสุทธิ์นั้น มันยังไม่บริสุทธิ์ในแบบที่หลิงหยุนต้องการ เจ้าขาวปุยเป็นจิ้งจอกสวรรค์เก้าหาง มันจึงสามารถสัมผัสพลังหยินที่เข้มข้นนี้ได้ ขนสีขาวของมันตั้งชันขึ้นทั้งตัว และร่างกายก็เริ่มสั่นอย่างรุนแรง ดวงตาสองข้างของมันจ้องมองเข้าไปในถ้ำหิน สายตาของมันบ่งบอกว่าด้านในมีอันตรายแอบซ่อนอยู่ “ไม่ต้องกลัว! ในเมื่อมาถึงที่นี่แล้ว ก็ต้องเข้าไป! ไม่เข้าถ้ำเสื้อจะได้ลูกเสือได้ยังไงเล่า?” หลิงหยุนยังคงยับยั้งใจไม่ดูดซับเอาพลังหยินที่กำลังกระตุ้นเขาอยู่ในขณะนี้เข้าไป แล้วพูดพร้อมกับยิ้มให้กำลังใจเจ้าขาวปุย “สู้ๆ” เพียงแค่หลิงหยุนพูดขึ้นมาเท่านั้น เขาก็ได้ยินเหมือนเสียงนกกระพือปีกพรึบพรับอยู่ในถ้ำหินที่มืดมิดตรงหน้า หลิงหยุนรู้สึกประหลาดใจแต่ก็พูดออกไปว่า “เข้าไปข้างในกันได้แล้ว!” มือซ้ายของหลิงหยุนถือตะปู ส่วนมือขวากำพู่กันจักรพรรดิไว้แน่น เขาก้มหัวและเดินฝ่าความมืดเข้าไปอย่างช้าๆ ความเร็วที่หลิงหยุนใช้นั้นไม่ต่างจากที่คนธรรมดาเดินเท่านั้นเอง ตั้งแต่หลิงหยุนลงมาถึงก้นหลุมยักษ์แห่งนี้ เขาก็พบกับงูเหลือมยักษ์ และปีศาจน้ำขนาดใหญ่ ตอนนี้เขามาถึงค่ายกลมังกรหยินหยาง และกำลังจะมุ่งหน้าไปยังตำแหน่งที่ตามังกรซึ่งเป็นบริเวณกักเก็บพลังหยินที่บริสุทธิ์อย่างมาก แต่เดินไปข้างหน้าได้เพียงแค่สามสิบเมตรโดยไม่มีอันตรายอะไร ก็สิ้นสุดทางเดินของถ้ำหินแห่งนี้ และด้านหน้าหลิงหยุนในเวลานี้คือพื้นที่โล่งกว้าง.. หลิงหยุนครุ่นคิดอยู่ในใจก่อนจะตัดสินใจเดินไปทางขวา และเจ้าขาวปุยก็วิ่งตามไปเช่นกัน อุณหภูมิด้านในนี้ลดลงราวสิบองศา และพลังหยินก็ยิ่งเข้มข้นมากขึ้น หลิงหยุนสัมผัสได้อย่างชัดเจนว่าลึกเข้าข้างใน จะต้องมีบางอย่างที่อันตรายและมีพลังหยินเข้มข้นมากด้วย หลิงหยุนเชื่อมั่นในสัญชาติญาณที่ว่องไวและแม่นยำของตนเองที่มีมาตั้งแต่เมื่อครั้งยังอยู่ในโลกบ่มเพาะ “ตามข้ามา.. แล้วก็ระวังตัวด้วย!” หลิงหยุนหันไปพูดกับเจ้าขาวปุยสุนัขจิ้งจอกนั้นนับว่าเป็นสัตว์ที่ระมัดระวังตัวที่สุดอยู่แล้ว จึงไม่จำเป็นที่หลิงหยุนจะต้องร้องเตือนมันแม้แต่น้อย เพราะตอนนี้เจ้าขาวปุยเองก็เดินตามติดหลิงหยุนไปอย่างใกล้ชิดโชคดีที่สายตาของหลิงหยุนในเวลานี้ได้ปรับเข้ากับความมืดได้เป็นอย่างดีแล้ว เขาจึงสามารถมองเห็นได้ระยะเจ็ดถึงแปดเมตรได้อย่างชัดเจน แต่หากในระยะที่ไกลเป็นสิบเมตรก็จะไม่ชัดเจนนักในเวลานี้.. อุณหภูมิภายในถ้านี้ได้ลดลงเหลือเพียงแค่สิบกว่าองศาเท่านั้น แต่หินภายในถ้ำกลับเย็นและแห้ง แทนที่จะเปียกชื้นเหมือนด้านนอก อีกทั้งภายในยังเงียบสงัดจนน่าขนหัวลุกท่ามกลางความมืดและความเงียบ หลิงหยุนและเจ้าขาวปุยเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง..ด้านในถ้ำหินกลับค่อยๆกว้างขึ้น และเพดานถ้ำก็สูงขึ้นเรื่อยๆ เดินเข้าไปอีกไม่ไกลนัก เมื่อหลิงหยุนเงยหน้าขึ้นสำรวจ เขาก็มองไม่เห็นเพดานถ้ำอีกแล้ว“…..”แต่สิ่งที่หลิงหยุนสังเกตุเห็นกลับเป็นเงาดำสิบกว่าเงาบินไปมาอยู่กลางอากาศ และมีซากหนูขนาดใหญ่ที่ตกอยู่บนพื้นกลิ่นคาวเลือดจางๆลอยเข้ากระทบจมูกของหลิงหยุน คิ้วของเขาขมวดเข้าหากันเล็กน้อย และรีบเดินไปอยู่ข้างผนังถ้ำ เจ้าขาวปุยไม่รอช้ารีบวิ่งตามไปด้วยทันที“บนเพดานถ้ำต้องมีอะไรอยู่อย่างแน่นอน เจ้าเดินตามข้ามา เราจะเดินเลาะไปข้างๆแบบนี้ เร็วๆเข้า!”หลิงหยุนกระซิบบอกเจ้าขาวปุยเสียงเบา เขาต้องการมุ่งหน้าไปยังตามังกรที่กักเก็บพลังหยินเท่านั้น ไม่ได้ต้องการกระตุ้นสัตว์ประหลาดที่นี่ให้ตื่นตกใจพูดจบ.. หลิงหยุนก็ใช้เท้าทองคำหมื่นลี้กระโดดออกไปข้างหน้าไกลถึงสิบเมตร ส่วนเจ้าขาวปุยก็รวดเร็วราวสายฟ้าไม่แพ้หลิงหยุน มันกระโจนตามเขาไปได้ติดๆในเวลาเดียวกันนั้นเอง หลิงหยุนก็มองเห็นกองกระดูกอยู่ในถ้ำหินเต็มไปหมด มันเป็นกองกระดูกของสัตว์ต่างๆมากมาย แต่โชคดีที่เขาไม่พบกระดูกมนุษย์หลังจากที่หลิงหยุนวิ่งออกไปไกลหลายสิบเมตร เขาและเจ้าขาวปุยกลับไม่ถูกนกเหล่านั้นโจมตี แต่ในขณะที่หลิงหยุนหยุดเพื่อจะหันกลับไปมองสิ่งที่อยู่ด้านหลัง เขาก็ได้ยินเสียงกระพือปีกดังกระหึ่มอยู่เต็มถ้ำ สีหน้าของหลิงหยุนเปลี่ยนไปทันทีพร้อมกับร้องเรียกเจ้าขาวปุย “ขาวปุย!”ทันทีที่หลิงหยุนรู้สึกตัว เขาก็เห็นเงาสีดำพุ่งลงมาเป็นเส้นราวกับดาบ เขายกมือขึ้นซัดตะปูออกไป และมันก็ร่วงตกลงไปบนพื้น มันไม่ใช่นก แต่เป็นค้างคาวน้ำตาลเข้มค้างคาวสีน้ำตาลเข้มนอนตายกองอยู่กับพื้น ปีกและลำตัวของมันมีขนาดเท่ากับกลีบดอกไม้ หลิงหยุนรู้ทันทีว่ามันคือค้างคาวดูดเลือด!ค้างคาวชนิดนี้มักจะอาศัยรวมกันเป็นกลุ่มอยู่ในถ้ำมืด ปากของมันจะยาวกว่าค้างคาวปกติ มันไม่เพียงดูดเลือดแต่ยังกินเนื้อเป็นอาหาร พวกมันจะรุมทึ้งเหยื่อกันเป็นกลุ่มอย่างน่าสยดสยอง“ข้ากลัวจะต้องเผชิญหน้ากับสัตว์พวกนี้ที่สุด แต่ในที่สุดก็เจอจนได้!”