ตอนที่ 12
ตอนที่ 315
October 22, 2026
บทที่ 315 : ฝึกวิชาพลังลับหยินหยาง หลิงหยุนรีบวิ่งออกมาจากประตูหิน สองมือกวัดแกว่งกระบี่มังกรดำและกระบี่มังกรขาวไปมาอย่างรวดเร็ว กระบี่ทั้งสองด้ามฟาดฟันฟันใส่ร่างของค้างคาวดูดเลือดที่พุ่งเข้ามาตัวแล้วตัวเล่าจนร่วงลงไปกับพื้นราวกับห่าฝน และในเวลานี้ตรงหน้าของหลิงหยุนก็ปรากฏกองก้อนเนื้อสีดำกองใหญ่ ดาบสองข้างที่กวัดแกว่งอยู่ในมือของหลิงหยุนนั้น อย่าว่าแต่ค้างคาวดูดเลือดเลย แม้แต่ยุงก็ยังไม่สามารถผ่านบินเข้าไปได้แม้แต่ตัวเดียว! แสงของไข่มุกราตรีในกระเป๋าเสื้อของหลิงหยุนนั้น ช่วยให้เขามองเห็นสถานการณ์รอบๆตัวได้ชัดขึ้น ห่างจากที่หลิงหยุนยืนอยู่นั้น มีร่างที่ไร้ลมหายใจนอนเกลื่อนกลาดอยู่ราวห้าหรือหกร่าง และทุกร่างต่างก็ถูกค้างคาวดูดเลือดรุมทึ้งจนเป็นเป็นเหมือนเงาดำทะมัน และเพียงไม่นานพวกมันก็กัดกินเนื้อหนังจนหมด เหลือทิ้งไว้เพียงแค่โครงกระดูกเท่านั้น หลิงหยุนส่ายหน้าพร้อมกับร้องเรียกเจ้าขาวปุยที่อยู่ในห้องให้ตามออกมา จากนั้นก็ยกเท้าของเขาขึ้นถีบไปข้างหลัง และขาซ้ายของเขาเตะโดนปุ่มหินอย่างแม่นยำราวกับมีตาหลัง และประตูหินก็ปิดกลับไปเช่นเดิม ถัดจากถ้ำแห่งนี้ไปราวยี่สิบเมตร ยังมีถ้ำอยู่อีกแห่งหนึ่ง หลิงหยุนกวัดแกว่งดาบในมือพร้อมกับมุ่งหน้าไปยังถ้ำหินนั้น ค้างคาวดูดเลือดต่างพากันบินกรูตามหลิงหยุนออกไป และเพียงไม่นานก็มาถึงหน้าถ้ำ ค้างคาวดูดเลือดยังคงบินไล่ตามหลิงหยุนไปไม่หยุดหย่อน ส่วนหลิงหยุนเองก็จัดการฆ่าพวกมันทิ้งอย่างไม่ปราณีเช่นกัน ระหว่างนั้นสายตาของเขาก็แอบสำรวจภายในถ้ำไปด้วย ทางเข้าของถ้ำแห่งนี้ค่อนข้างใหญ่ แต่ยิ่งลึกเข้าไปทางเดินกลับยิ่งแคบลงเรื่อยๆ และเมื่อหลิงหยุนเข้าไปด้านในได้เพียงร้อยก้าว ค้างคาวดูดเลือดที่บินตามมา ต่างก็พากันบินกลับออกไป และไม่ตามหลิงหยุนเข้าไปด้านในแม้แต่ตัวเดียว หลิงหยุนหยุดและหันกลับไปมอง เขาคิดว่าน่าจะเข้าใกล้ดวงตามังกรซึ่งเป็นบริเวณกักเก็บพลังหยินมากแล้วจริงๆ เพราะแม้แต่ค้างคาวดูดเลือดพวกนั้นยังไม่กล้าที่จะบินตามเข้าไป หลิงหยุนยกกระบี่มังกรดำ และกระบี่มังกรขาวขึ้นดู ปรากฏว่ากระบี่ทั้งสองเล่มยังคงเป็นสีดำและสีขาวเช่นเดิม ไม่มีแม้แต่ร่องรอยของคราบเลือดจากค้างคาวที่ถูกเขาฆ่าตายเลยแม้แต่น้อย “ไม่มีคราบเลือดเลยงั้นรึ!” หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับเก็บกระบี่มังกรขาวเข้าไปในแหวนพื้นที่ แล้วเดินถือเพียงกระบี่มังกรดำมุ่งหน้าไปยังดวงตามังกร ไม่มีทางเส้นอื่นในถ้ำแห่งนี้อีกแล้ว ตั้งแต่เข้ามาหลิงหยุนไม่พบเจออันตรายใดๆ นอกจากพบว่าพลังหยินเข้มข้นมากขึ้นเรื่อยๆ ถ้ำหินแห่งนี้ยิ่งเดินเข้าไปลึกทางก็ยิ่งก็ชัน หลิงหยุนเดินเข้าไปได้ราวสิบนาที ก็พบว่าตัวเองได้เดินเข้าไปลึกราวห้าสิบหรือหกสิบเมตรได้ ช่างโชคดีที่ตอนนี้ไข่มุกราตรีคอยส่องแสงสว่างให้ สายตาของเขาจึงสามารถมองเห็นได้ในระยะที่ไกลขึ้น ‘ไม่สิ! จากที่ข้าคำนวนไว้ ด้านบนของถ้ำแห่งนี้ น่าจะต้องจุดที่หญ้าหยินงอกเงย แต่เหตุใดจึงไม่ยังไม่พบตามังกรที่เป็นจุดกักเก็บพลังหยิน?’ หลิงหยุนลุกขึ้นยืน เขาแอบขมวดคิ้วครุ่นคิดอยู่อย่างเงียบๆ แม้ตรงจุดนี้จะมีพลังหยินน้อยแต่ก็บริสุทธิ์มาก และมีปริมาณที่เพียงพอต่อการฝึก แต่หลิงหยุนยังคงไม่ต้องการฝึกฝนที่นี่ เพราะที่นี่ยังไม่ใช่ตำแหน่งที่กักเก็บพลังหยินจริงๆ “ลงไปดูด้านล่างกันดีกว่า!”หลิงหยุนเก็บกระบี่มังกรดำ และเรียกพู่กันจักรพรรดิออกมาไว้ป้องกันตัวแทน เพราะทางเดินที่อยู่ข้างหน้านั้นค่อนข้างแคบ ความยาวของกระบี่จึงทำให้เดินเหินได้ไม่สะดวกนักหลิงหยุนเดินลงไปพร้อมกับเจ้าขาวปุย และเพียงไม่นานเขาก็ได้ยินเสียงคล้ายฟ้าร้องคำราม และถ้ำทั้งถ้ำก็สั่นสะเทือนเบาๆ“ด้านล่างนี้เป็นแม่น้ำ! ที่แท้ก็เป็นที่นี่นี่เอง!”หลิงหยุนรีบชะโงกหน้าออกไปดู และเขาก็ได้ยินเสียงน้ำดังขึ้นเรื่อยๆ แต่พลังหยินกลับเริ่มลดน้อยลง..อุณหภูมิภายในถ้ำเริ่มสูงขึ้น แต่ถัดไปอีกราวห้าสิบเมตรกลับเย็นและเปียกชื้นอีกครั้ง แล้วก็เริ่มมีน้ำหยดลงมา“เหตุใดพลังหยินจึงได้ลดลง? หรือข้าจะกลับไปฝึกฝนที่นั่นดี? แต่ข้าไม่ต้องการที่จะ..” หลิงหยุนพึมพำออกมาอย่างหงุดหงิดเล็กน้อยในเมื่อเขาตัดสินใจเดินออกมาจากที่นั่นแล้ว เขาก็ตัดสินใจที่จะเดินไปดูข้างหน้าต่อการลงไปด้านล่างน่าจะใช้เวลาราวครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว เพราะทางลงไม่ค่อยชันมากนัก เพียงแต่ตลอดทางที่ลงไปนั้นค่อนข้างเล็กมากจนไม่สามารถเดินลงไปได้ หลิงหยุนจึงต้องคลานลงไปแทนหลิงหยุนเป็นคนที่เมื่อตั้งใจทำอะไรแล้วต้องทำให้สำเร็จ และเขาก็ไม่เชื่อว่าตัวเองจะคำนวนผิดพลาด เป็นไปไม่ได้ที่ค่ายกลหยินหยางจะไม่มีตำแหน่งที่เป็นดวงตามังกรที่กักเก็บพลังหยิน และถ้ามีเขาก็ต้องหาให้พบให้ได้!ทั้งคนทั้งสุนัขจิ้งจอกต่างก็คลานลอดช่องแคบๆนั้นไป และเสียงของแม่น้ำที่น่าเกรงขามนั้นกลับยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ ใจของหลิงหยุนเต้นแรงและรีบคลานให้เร็วขึ้นช่างโชคดีที่ยิ่งคลานเข้าไปลึกเท่าไหร่ทางก็ยิ่งกว้างขึ้นเรื่อยๆ และท้ายที่สุดหลิงหยุนก็สามารถลุกขึ้นยืนและเดินไปข้างหน้าต่อได้ เพียงไม่ถึงหนึ่งนาทีเขาก็สามารถไปถึงที่ท้ายถ้ำได้!ทางเดินเส้นนี้นับว่าเป็นเส้นที่ยาวที่สุดตั้งแต่หลิงหยุนลงมาสำรวจ ตั้งแต่หลิงหยุนเดินออกมาจากห้องหินจนกระทั่งมาถึงที่นี่ ก็ใช้เวลาไปแล้วอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง!“โอ้! ใช่แล้ว.. ต้องใช่แน่ๆ”หลิงหยุนเดินมาถึงท้ายถ้ำได้ในที่สุด และพบว่าบริเวณรอบถ้ำแห่งนี้เต็มไปด้วยภูเขาสูง แม่น้ำที่อยู่ด้านล่างนั้น เกิดจากน้ำที่ไหลลงมาจากภูเขาสูงกว่าหนึ่งร้อยเมตร ทำให้เห็นเป็นน้ำตกสวยงามที่มีความกว้างถึงหนึ่งร้อยเมตร และกระแสน้ำก็เชี่ยวและรุนแรงกว่ากระแสน้ำที่อยู่ก้นหลุมยักษ์มาก!“เรายังต้องลงไปอีกราวหนึ่งร้อยเมตร!” หลิงหยุนเงยหน้าขึ้นมอง และพบว่ามันคือภูเขาจริงๆ มันคือเขาหยกด้านใต้ หลิงหยุนคิดไม่ถึงว่าด้านล่างจะมีหลุมยุบอีก!หลิงหยุนยกมือขึ้นหยิบหินก้อนขนาดเท่าฝ่ามือขึ้นมา จากนั้นก็แปะยันต์อัคนีลงไปบนหินก้อนนั้น เขาโยนหินก้อนนั้นออกไปพร้อมกับตะโกนสั่งยันต์ให้ออกฤทธิ์..หลิงหยุนยิ้มออกมาพร้อมกับเอื้อมมือไปอุ้มเจ้าขาวปุยไว้ในอ้อมแขน ส่วนมือขวาถือพู่กันจักรพรรดิไว้ จากนั้นก็กระโดดลงไปบนหินที่ยื่นออก และเพียงการกระโดดแค่สามครั้ง หลิงหยุนก็สามารถลงไปยืนที่พื้นด้านล่างได้อย่างปลอดภัย