ตอนที่ 18
ตอนที่ 321
October 22, 2026
บทที่ 321 : ธรรมะและอธรรม “ข้าซีเหมินกังจากตระกูลซีเหมิน” “ข้าหนานกงเจี้ยนจากตระกูลหนานกง” สองหนุ่มใช้วิชาตัวเบากระโดดเข้าไปหาหลิงหยุน คนหนึ่งประกบข้างซ้าย อีกคนประกบข้างขวา พร้อมกับร้องตะโกนบอกชื่อแซ่ของตนเองอย่างภาคภูมิใจ ซีเหมินกังสวมเสื้อคลุมสีขาว ในมือถือพัดยาวกว่าครึ่งเมตร ทันทีที่เท้าเหยียบพื้นซีเหมินกังก็คลี่พัดออกมาพัดให้กับตัวเองพร้อมกับส่ายหัวไปมา แล้วพูดกับหลิงหยุนว่า “ฟังจากที่เจ้าพูดคุยกับตู้กู่โม่ เจ้าชื่อหลิงหยุนสินะ? เห็นแก่ที่เจ้าเป็นเพื่อนของตู้กู่โม่ ข้าจะไม่ทำให้เจ้าต้องอับอาย! แต่เจ้าก็เห็นนี่ว่าพวกเรากำลังจัดการกับเจ้างูยักษ์นั่นอยู่ เจ้ายังจะเข้าไปเอาสมบัติอีกรึ? นี่เจ้าไม่รู้กฏกติกาบ้างเลยรึยังไง?” ส่วนหนานกงเจี้ยนที่สวมเสื้อเชิ้ตสีเขียวในมือถือกระบี่ยาว ก้าวเข้าไปยืนด้านหน้าหลิงหยุนแต่กลับไม่พูดอะไร หลิงหยุนขมวดคิ้วทันทีที่ได้ยินคำพูดของซีเหมินกัง เขาแสยะยิ้มพร้อมกับตอบไปว่า “เจ้าอยากจะจัดการกับงูยักษ์นั่น ก็เป็นเรื่องของเจ้า ไม่เกี่ยวกับข้า! พวกเราไม่ได้มีอะไรเกี่ยวข้องกันนี่? เจ้าคงจะไม่เคยได้ยินคำโบราณสินะ – เส้นทางมุ่งสู่สวรรค์ล้วนมีมากมาย ต่างคนต่างก็มุ่งไปไม่ยุ่งเกี่ยวกัน เช่นเดียวกับน้ำในบ่อที่ไม่ได้ข้องเกี่ยวกับน้ำในแม่น้ำ..” แม้หลิงหยุนจะไม่รู้สึกเกรงกลัวคนเหล่านี้ แต่ก็ไม่ต้องการเผชิญหน้าหากไม่จำเป็น เขาจึงเลือกที่จะพูดคุยตกลงกับซีเหมินกังและหนานกงเจี้ยน แทนการลงไม้ลงมือ ซีเหมินกังแสยะยิ้มอย่างชั่วร้ายพร้อมกับตบพัดลงบนฝ่ามืออย่างแรง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “เจ้าเด็กน้อย.. พวกข้าเห็นแก่หน้าของตู้กู่โม่จึงได้เตือนเจ้าดีๆ เจ้าคงไม่รู้สินะว่าในที่นี้มีใครเป็นใครบ้าง?” ซีเหมินกังพูดพร้อมกับชี้ไปยังกลุ่มคนที่กำลังต่อสู้กับงูเหลือมยักษ์ หลิงหยุนจึงถามขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง “นั่นสิ.. แล้วพวกเขาเป็นใครกันบ้างล่ะ?” ซีเหมินกังมองหลิงหยุนด้วยสายตาเหยียดหยันพร้อมกับตอบไปว่า “เจ้าเห็นชายหนุ่มที่ถือกระบี่นั่นไม๊.. เขาคือคุณชายตงฟางถิงแห่งตระกูลตงฟาง คนที่ไม่มีอาวุธนั้นมีฉายาว่าหมัดเทวะ ชื่อเถี่ยเจิ้งผิง ส่วนคนที่ใช้ตะขอเป็นอาวุธนั้นชื่อชางกวนเจี๋วย และคนที่ถือปืนนั้นชื่อเหลยเวิ่นชิง..” “แล้วเจ้าก็รู้ไว้ด้วยว่า.. พวกเราทุกคนล้วนอยู่ในขั้นโฮ่วเทียน-8 ขึ้นไป ในเมื่อเจ้าเป็นเพื่อนกับตู้กู่โม่ พวกเราก็จะเห็นแก่หน้าเขาสักครั้ง ยอมให้เจ้าเข้าร่วมกลุ่มกับพวกเราด้วย..” หลิงหยุนยิ้มมุมปากพร้อมกับตอบไปว่า “แล้วยังไง..?” ซีเหมินกังขมวดคิ้วพร้อมกับหันไปมองหน้าหนานกงเจี้ยน จากนั้นก็หันไปมองหลิงหยุนอย่างขุ่นเคือง! “หากเจ้าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ต่อให้เจ้ามีเวทย์มนต์ ก็อย่าหวังว่าจะเอาชนะพวกเราที่นี่ได้?” ในเวลานั้นเอง ตู้กู่โม่ก็แอบกระซิบกับหลิงหยุนว่า “หลิงหยุน.. คนพวกนี้ล้วนมากจากตระกูลเก่าแก่และนิกายลับ หากเจ้าต้องการจะเข้าไปสำรวจประตูศิลาตอนนี้ เจ้าจะกลายเป็นเป้าโจมตีของพวกเขา และข้าก็ไม่สามารถปกป้องเจ้าได้..”แม้ความทรงจำของตู้กู่โม่ในคืนนั้นจะถูกหลิงหยุนลบไปแล้ว แต่เขาเองก็ไม่เข้าใจว่า เพราะเหตุใดเมื่อเขาพบกับหลิงหยุน เขากลับรู้สึกต้องอ่อนโยนและต้องการช่วยหลิงหยุนหลิงหยุนอาจสามารถใช้พลังของจิตหยั่งรู้ในขั้นพลังชี่-9 ลบความทรงจำของตู้กู่โม่ในคืนนั้นได้ แต่ก็ไม่สามารถลบความรู้สึกของมนุษย์ได้..ความทรงจำกับความรู้สึกเป็นสิ่งที่แตกต่างกัน ยกตัวอย่างเช่น.. หลังจากที่คนคนหนึ่งสูญเสียความทรงจำไป แต่ความรู้สึกคุ้นเคยสนิทสนมที่เคยมีต่อครอบครัวและเพื่อนสนิทนั้นยังคงอยู่ เพราะความรู้สึกเป็นสิ่งที่ไม่เกี่ยวข้องกับความทรงจำนั่นเอง..ตู้กู่โม่และหลิงหยุนต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันในคืนนั้น และหลิงหยุนก็ตอบแทนเขาด้วยการถ่ายเทพลังอมตะลงไปในร่างกายของตู้กู่โม่เพื่อช่วยให้กำลังภายในของเขาสามารถทะลวงสู่ขั้นที่สูงขึ้นได้ แม้ว่าตู้กู่โม่จะสูญเสียความทรงจำในส่วนนี้ไป แต่ความรู้สึกคุ้นเคยและสนิทสนมก็ยังคงอยู่ไม่ได้จางหายไปด้วย..หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับส่งกระแสจิตบอกตู้กู่โม่ว่า “ไม่เป็นไร.. ฉันก็อยากจะรู้ว่าพวกมันมีฝีมือแค่ใหน..”หลิงหยุนเพิ่งจะเข้าสู่ขั้นปรับร่างกาย-4 และประเมินความแข็งแกร่งของตัวเองได้ดี และตอนนี้เขาก็กำลังคันไม้คันมือพอดี ซีเหมินกังกับหนานกงเจี้ยนแส่เข้ามาหามือหาตีนของเขาเองโดยที่เขาไม่ได้ร้องขอ!แม้ว่าหลิงหยุนจะไม่สามารถใช้พลังชีวิตจากน้ำลายมังกรที่นี่ได้ แต่เพียงแค่กำลังภายในจากร่างกายของเขาที่มีอยู่ในตอนนี้ก็เพียงพอแล้ว หลิงหยุนยิ้มพร้อมกับพูดขึ้นว่า“เจ้ายังจะพล่ามมากมายอะไรอยู่อีก ไม่ลองก็ไม่รู้?”คิ้วรูปดาบของหลิงหยุนเลิกขึ้นพร้อมกับยิ้มมุมปากอย่างมั่นใจ แล้วจัดการโบกมือส่งสัญญาณให้เจ้าขาวปุยเข้าไปหลบอยู่ข้างกำแพงหิน ดาบในมือขวาของเขายกขึ้น และนิ้วชี้ในมือซ้ายก็ชี้ไปที่ซีเหมินกังใบหน้าของซีเหมินกังแดงก่ำด้วยความโกรธพร้อมกับร้องตะโกนออกไป “ในเมื่อเจ้ารนหาที่ตายเอง ก็อย่าได้ตำหนิข้าล่ะ!”พูดจบ.. ร่างของซีเหมินกังก็พุ่งเข้าไปทางด้านหน้าของหลิงหยุนอย่างรวดเร็; พร้อมกันนั้นพัดในมือที่หุบอยู่ ก็พุ่งตรงใส่ศรีษะของหลิงหยุนอย่างรวดเร็วเช่นกัน!หลิงหยุนเห็นความเร็วของซีเหมินกัง ก็ประเมินได้ว่าฝีมือของเขานั้นยังเทียบกับตู้กู่โม่ในระดับสูงสุดของขั้นโฮ่วเทียน-8 ไม่ได้เลย หลิงหยุนจึงไม่แม้แต่จะหลบซีเหมินกัง แต่กลับยกกระบี่สีดำขึ้นต้านไว้อย่างว่องไว!เช้ง..!เสียงใบมีดของกระบี่สีดำในมือหลิงหยุนปะทะเข้ากับพัดของซีเหมินกัง และยังไม่ทันที่เสียงนั้นจะจางหายไป พัดในมือของซีเหมินกังก็ถูกตัดขาดออกจากกัน!ทันทีที่ซีเหมินกังรู้ตัวว่าพัดในมือของตนเองถูกฟันจนขาดเป็นสองท่อน เขาก็ตกใจและผิดหวังอย่างมาก แล้วรีบกระโดดหนีพร้อมกับชี้ไปที่กระบี่สีดำในมือของหลิงหยุน แล้วร้องตะโกนว่า“นั่น.. กระบี่ในมือเจ้าเป็นกระบี่อะไรกัน?”ตัวพัดของซีเหมินกังนั้นทำขึ้นจากทองคำดำ และรัดร้อยใบพัดด้วยเส้นไหมทองคำ แม้แต่กระสุนปืนยังไม่สามารถยิงเข้า แต่กลับถูกกระบี่ของหลิงหยุนตัดขาดเป็นสองท่อนเพียงแค่ครั้งเดียว เช่นนี้แล้วจะไม่ให้เขาตกใจได้อย่างไรกัน?แม้แต่หลิงหยุนเองก็ยังแอบประหลาดใจ ‘เหตุใดกระบี่โลหิตแดนใต้ถึงได้คมเช่นนี้? ไม่มีอะไรดีกว่าพู่กันจักรพรรดิแล้วนี่นา!’