ตอนที่ 19
ตอนที่ 322
October 22, 2026
บทที่ 322 : กิตติศัพท์แห่งกระบี่มาร จู่ๆชางกวนเจี๋วยแห่งตระกูลชางก็โพล่งขึ้นมา เขาคือชายหนุ่มที่ใช้ตะขอคู่เป็นอาวุธ ชางกวนเจี๋วยพูดยิ้มๆด้วยใบหน้าที่ไม่เป็นมิตร “หลิงหยุน.. ในเมื่อเจ้าบอกว่าเจ้าไม่ใช่คนของนิกายมาร แล้วเจ้าฝึกวิทยายุทธจากสำนักใหน? อาจารย์ของเจ้าเป็นใคร? หากเจ้าบอกกับพวกเรา พวกเราก็จะพักเรื่องนี้ไว้ก่อน รอออกไปข้างนอกค่อยสะสาง!” หลิงหยุนคิดในใจว่า ‘ข้าฝึกวิทยายุทธจากสำนักใหนงั้นรึ?’ หลิงหยุนนึกขึ้นมาได้ในเวลานั้นจึงบอกไปว่า “ข้าฝึกวิชาจากสำนักหมอสวรรค์ แล้วข้าก็ไม่จำเป็นต้องบอกชื่ออาจารย์ของข้าให้เจ้ารู้!” “สำนักหมอสวรรค์?” ทุกคนที่ได้ยินต่างพึมพำออกมาพร้อมกัน และต่างคนต่างก็หันไปมองหน้ากันไปมาด้วยสายตาที่ว่างเปล่า สายตาและสีหน้าของแต่ละคนต่างบอกว่า ไม่เคยมีใครได้ยินชื่อสำนักหมอสวรรค์มาก่อน หมัดเทวะ-เถี่ยเจิ้งผิงถึงกับพูดออกมาว่า “ข้าเคยได้ยินแต่สำนักหมอหุบเขาเทวะ แล้วก็สำนักเบญจพิษ แต่สำนักหมอสวรรค์ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน?!” สายตาของชางกวนเจี๊วยจับจ้องอยู่ที่หลิงหยุนและไม่ยอมละสายตาไปใหน เขากำลังจับผิดคำพูดของหลิงหยุนว่าเป็นความจริงหรือเรื่องหลอกลวงกันแน่? แต่หลังจากนิ่งฟังอยู่อนาน เขาก็พูดขึ้นว่า “สำนักหมอสวรรค์งั้นรึ? พวกข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน เจ้าช่วยบอกรายละเอียดของสำนักนี้ให้ฟังหน่อยจะได้ไม๊?” หลิงหยุนได้ตอบคำถามของพวกเขาไปแล้ว แต่เมื่อเห็นชางกวนเจี๋วยยังคงต้องการจะขุดคุ้ยให้ลึกขึ้น ในที่สุดหลิงหยุนก็หมดความอดทน เขาพูดออกไปด้วยน้ำเสียงที่เย็นชา“เจ้าคิดบ้างหรือไม่ว่าคำถามของเจ้านั้นช่างไร้สาระสิ้นดี?”จนถึงตอนนี้.. ร่างกายของหลิงหยุนยังคงดูดซับพลังชีวิตจากน้ำลายมังกรอย่างไม่หยุดหย่อน เขารู้สึกว่าร่างกายของเขาราวกับเป็นหลุมที่ไม่มีก้นหาที่สิ้นสุดไม่ได้ ไม่ว่าจะดูดซับพลังชีวิตเข้าไปมากเท่าไหร่ ก็ยังไม่มีวี่แววว่าจะเต็มเสียทีพลังชีวิตที่ทรงพลังนี้ไม่เพียงดูดซับเข้าไปทั่วร่างกายของเขา แต่ยังไหลเข้าสู่เส้นลมปราณหลัก และตรงเข้าจุดตันเถียนของเขา อีกทั้งยังหมุนเวียนอยู่ด้านในไม่หยุดหย่อนหลิงหยุนแอบเดินวิชาพลังลับหยินหยางอยู่เงียบๆ พร้อมกับชูกระบี่โลหิตแดนใต้ขึ้น แล้วชี้นิ้วไปทางชางกวนเจี๊วยและซีเหมินกังที่อยู่ตรงหน้า“เจ้าสองคนอย่าพล่ามมัวแต่พล่าม.. ถ้าต้องการจะสู้กับข้าก็เข้ามาได้เลย แต่ถ้าไม่.. ก็หลีกทางซะ! ต่างคนต่างไม่ยุ่งเกี่ยวกันจะดีกว่า!”ต้องนับว่าหลิงหยุนสุภาพและใจเย็นมากที่สุดแล้ว หากหันไปมองหน้าตู้กู่โม่ตอนนี้ สีหน้าของเขาเต็มไปด้วยความกระอักกระอ่วนกับการกระทำของคนพวกนี้พูดจบ.. หลิงหยุนก็ก้าวเท้าออกเดินตรงไปข้างหน้าอย่างไม่เกรงกลัว!ชางกวนเจี๋วย หนานกงเจี้ยน และคนอื่นๆต่างก็มองหน้ากันไปมา ความโหดร้ายปรากฏขึ้นในดวงตาของพวกเขาวูบหนึ่ง ระหว่างที่หลิงหยุนเดินผ่านไปนั้น ชางกวนเจี๋วยก็ยกตะขอคู่ในมือขึ้น เพื่อเตรียมพุ่งใส่แขนขวาของหลิงหยุน!‘รนหาที่ตายสินะ!’ หลิงหยุนเตรียมพร้อมสำหรับการถูกโจมตีอยู่แล้ว เขาไม่แม้แต่จะหันหลังกลับไปมอง กระบี่โลหิตแดนใต้ที่หนักกว่าสี่สิบกิโลกรัมในมือของหลิงหยุนถูกตวัดไปทางด้านหลังทันทีเมื่อชางกวนเจี๋วยเห็นเช่นนั้น เขาก็รีบชักตะขอคู่ในมือกลับทันที ชางกวนเจี๋วยรู้ความน่ากลัวของกระบี่โลหิตแดนใต้เป็นอย่างดี เขาจึงไม่กล้าแม้แต่จะแตะต้องกระบี่วิเศษเล่มนั้น แต่ก็พูดขึ้นมาเสียงดังว่า“หมอนี่มีลับลมคมใน! ปากบอกไม่ใช่คนของนิกายมาร แต่ไนมือกลับถือกระบี่โลหิตแดนใต้ไม่ยอมวาง.. เจ้าจะอธิบายอย่างไร?”